“หยุดนะ! ใครกล้าทำร้ายหลานสาวของฉัน” คุณยายสวีรีบเดินเข้าไปกอดจูเสี่ยวลี่ “ลี่ลี่ของยาย มีใครทำอะไรหนูหรือเปล่า”
“ตอนนี้ยังไม่มีค่ะคุณยาย แต่ถ้าคุณยายมาไม่ทันคงไม่แน่แล้ว” จูเสี่ยวลี่กอดคุณยายสวีไว้แน่น เมื่อครู่ท่าทางของอาจารย์ไฉน่ากลัวมากจริงๆ
“เสี่ยวไฉ! เธอคิดจะทำอะไร ตั้งใจจะทำร้ายหลานสาวของฉันเหรอ!” คุณยายสวีถามเสียงดุ
“ไม่ใช่นะครับคุณป้า ผมแค่...” พ่อไฉไม่รู้จะพูดอะไร เพราะท่าทางของเขาเมื่อครู่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขากำลังจะทำร้ายคนจริงๆ ยิ่งเห็นคุณป้าสวีออกหน้าแทนจูเสี่ยวลี่ เขายิ่งไม่กล้าพูดเข้าไปใหญ่ เพราะเขาเป็แค่อาจารย์สอนในโรงเรียนประจำหมู่บ้าน แล้วจะเอาหน้าจากไหนไปสู้กับอดีตหัวหน้าสมาคมแม่บ้านประจำอำเภออย่างคุณป้าสวีกัน คนใหญ่คนโตที่เขายกขึ้นมาขู่จูเสี่ยวลี่เมื่อครู่ หากเทียบกับคุณป้าสวีแล้วคงเทียบไม่ติดแม้แต่ปลายเล็บ ยังไม่นับคนรู้จักของคุณป้าสวีที่มีอยู่ทั่วอำเภอ เขายังจะกล้าทำเก่งกับคุณป้าได้ยังไง
“แค่อะไร...แค่กำลังจะตบหน้าหลานสาวฉันใช่ไหม แม้ยัยหนูเสี่ยวลี่จะไม่ใช่หลานสาวแท้ๆ และไม่ได้มีสายเืเดียวกันกับฉัน แต่ฉันก็เลี้ยงดูเธอมาั้แ่ยังเล็ก เพราะฉะนั้นยัยหนูเสี่ยวลี่ก็ไม่ต่างอะไรกับหลานสาวของฉัน ถ้าเธอกล้าทำร้ายหลานสาวของฉัน ฉันไม่ปล่อยเธอไปแน่ เอาล่ะ...เดี๋ยวจะหาว่าฉันใช้ความาุโมารังแก บอกมาซิว่าเธอมาที่บ้านซ่งทำไม แล้วทำไมเธอถึงจะทำร้ายเสี่ยวลี่”
“คุณป้าครับ มันเป็แค่เื่เข้าใจผิดเท่านั้นเองครับ วันนี้ที่ผมมาบ้านซ่งก็เพราะจะมาตามลูกชายคนเล็กกับลูกสะใภ้ทั้งสองคนของผมกลับบ้านน่ะครับ” พ่อไฉเปลี่ยนสีหน้าเป็เศร้าใจ “ก่อนหน้านี้คุณป้าก็รู้ว่าผมมีรายชื่อที่ต้องไปอบรมการสอนตามหลักสูตรใหม่ที่เมืองหลวง ไม่คิดว่าผมไปอบรมแค่ครึ่งเดือน พอกลับมาภรรยาของผมก็สร้างเื่ใหญ่เข้าเสียแล้ว ภรรยาผมเป็คนประเภทปากร้ายใจร้อน แต่ผ่านไปสักพักเธอก็ลืมเื่เก่าไปหมดแล้ว ตอนนี้เธอมานั่งเสียใจที่ตัดสัมพันธ์กับลูกชายและลูกสะใภ้ไปแล้วครับ และที่ผมมาวันนี้ก็เพื่อมาปรับความเข้าใจและตั้งใจจะรับพวกเขากลับบ้าน ถึงยังไงครอบครัวเดียวกันก็ต้องมีกระทบกระทั่งกันบ้าง แต่จะให้ตัดขาดกันจริงๆ คงเป็ไปไม่ได้ใช่ไหมล่ะครับ”
“เป็ไปได้หรือไม่ได้ฉันก็ไม่รู้ เพราะวันที่ภรรยาของเธอตัดขาดกับลูกชายและลูกสะใภ้ วันนั้นฉันก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย” คุณยายสวียิ้ม “อ้อ...คงไม่มีใครบอกเธอสินะว่าเอกสารที่ส่งไปให้ที่ว่าการอำเภอประทับตรารับรองน่ะ ฉันเป็คนถือขึ้นไปเสนอแล้วลงชื่อเป็พยานคนที่สามเอง ไม่อย่างนั้นเอกสารจะถูกรับรองเร็วขนาดนี้ได้ยังไง”
“คุณป้า! ทำไมคุณป้าทำอย่างนี้ล่ะครับ คุณป้าไม่เคยได้ยินคำโบราณที่กล่าวไว้เหรอครับว่ายอมรื้อวัดแต่ไม่ทำลายคู่รัก แต่ตอนนี้คุณป้ากลับสนับสนุนให้สามีภรรยาหย่าขาดจากกัน คุณป้าทำอย่างนี้ได้ยังไงครับ” พ่อไฉทำหน้าเ็ปและน้ำตาคลอ “อย่าว่าแต่ภรรยาของผมที่เสียใจ แม้แต่ลูกชายคนโตของผมก็เสียใจจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ เขาเอาแต่บ่นคิดถึงภรรยากับลูกในท้อง หัวหน้าครอบครัวอย่างผมถึงต้องออกหน้ามาปรับความเข้าใจกับลูกสะใภ้ด้วยตัวเอง แต่ไม่คิดว่าคุณป้ากลับช่วยส่งเสริมให้ครอบครัวของพวกเขาหย่ากัน”
“หยุดเสแสร้งเถอะ การแสดงห่วยๆ ของเธอฉันเห็นมาเยอะแล้ว สมัยที่ฉันยังเป็หัวหน้าสมาคมแม่บ้าน ฉันฟังปัญหาครอบครัวของคนอื่นมาเป็พันเป็หมื่นเื่ ไม่ว่าเธอจะพูดยังไง แต่มันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเธอเคยทารุณลูกสะใภ้มาก่อน” คุณยายสวีพูดอย่างไม่เกรงใจ “เสี่ยวไฉ ถือว่าฟังคนแก่อย่างฉันพูดสักหน่อย ภรรยาของเธอนิสัยยังไงไม่ใช่ว่าเธอจะไม่รู้ แล้วที่เธอบอกว่าภรรยาสำนึกผิดแล้ว ถามจริงๆ เถอะ เธอกับหล่อนยังนอนอยู่บ้านหลังเดียวกันหรือเปล่า เพราะวันนี้ฉันเห็นภรรยาของเธอไปติดต่อให้แม่สื่อช่วยหาสะใภ้คนใหม่ให้แล้ว แถมหล่อนยังทุ่มเงินสินสอดไปหลายสิบหยวน เธอไม่รู้เื่นี้เหรอ”
“ผม...ผมไม่รู้เื่นี้เลยครับ” พ่อไฉอึ้งกับข้อมูลใหม่ ‘นังแก่สารเลวนี่ทำเื่อะไรไว้อีกแล้ว! ฉันบอกให้อยู่เฉยๆ ยังไปหาสะใภ้คนใหม่เข้ามาอีก สงสัยมือเท้าที่ประเคนไปคงไม่พอสินะ’
“เอาเป็ว่าเื่ตัดขาดความสัมพันธ์เป็อันจบไป เพราะเอกสารทุกอย่างทางราชการได้รับรองไปหมดแล้ว ต่อไปนี้ไฉปาซุ่นกับภรรยา รวมถึงอดีตสะใภ้ใหญ่จะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับครอบครัวของเธออีก เธอก็อย่ามาสร้างความเดือดร้อนรำคาญให้พวกเขาเลย” คุณยายสวีกลับมาใช้ไม้อ่อน “อย่าหาว่ายายแก่อย่างฉันเป็พวกชอบรื้อฟื้นอดีตเลยนะ ตอนนั้นภรรยาคนแรกของเธอก็ถูกแม่ของเธอกลั่นแกล้งและทารุณมาแบบนี้ไม่ใช่เหรอ หรือว่าเธออยากให้อดีตลูกสะใภ้ทั้งสองต้องมาจบชีวิตไปเหมือนกับภรรยาคนแรกของเธอ”
พ่อไฉได้ฟังก็มีสีหน้าเครียดอย่างเห็นได้ชัด คุณป้าสวีพูดถูก ภรรยาคนแรกของเขาก็ตายทั้งกลมเพราะทนการกลั่นแกล้งของแม่ไม่ไหว หรือว่าเขาควรจะปล่อยลูกสะใภ้ทั้งสองคนไปดี แต่ถ้าเป็อย่างนั้น สกุลไฉของเขาก็จะไม่มีผู้สืบสกุลต่อแล้วน่ะสิ
“อาจารย์ไฉ! มีคนไปบอกฉันว่าคุณจะมาพาตัวลูกสาวของฉันไปเหรอ ลูกสาวของฉันต้องอยู่กับฉัน ฉันไม่อนุญาตให้ใครพาพวกหล่อนไปทั้งนั้น” แม่ซ่งวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางเอาเื่ ด้วยความเป็ห่วงลูกสาวบุญธรรม แม้แต่ความเหนื่อยเธอยังลืมไปแล้ว “ลี่ลี่ พี่สาวกับน้องสาวของเธออยู่ไหน หรือมีคนมาพาพวกหล่อนไปแล้ว”
“แม่คะ หนูให้พี่ซินซินกับน้องหนิงหนิงนั่งรออยู่ในบ้านค่ะ กลัวว่าถ้าให้พวกเธอออกมาแล้วเห็นคนทะเลาะกัน หลานๆ ที่อยู่ในท้องจะใน่ะค่ะ” จูเสี่ยวลี่บอกแม่สามี
“โล่งอกไปที แม่ก็นึกว่ามีคนมาพาซินซินกับหนิงหนิงไปเสียแล้ว” แม่ซ่งตบหน้าอกโล่งใจก่อนจะหันไปพูดกับพ่อไฉ “พี่ไฉ ถึงฉันจะเรียนมาไม่สูงเท่าพี่ แต่ฉันก็พอจะเข้าใจอะไรอยู่บ้าง ถ้าให้พูดกันตามหลักของกฎหมาย เวลานี้คุณไม่มีสิทธิ์ในตัวพวกเขาทั้งสามคนแล้ว หนึ่งคือไฉปาซุ่นอยู่ในวัยบรรลุนิติภาวะ เขาสามารถตัดสินใจทำอะไรทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง ขอแค่เขายังมีสติดีและไม่ได้ถูกขู่บังคับ เอกสารทุกฉบับที่เขาลงชื่อก็จะมีผลทางกฎหมายอย่างถูกต้อง
เหตุผลข้อสองคือฉันจดทะเบียนรับซินซินกับหนิงหนิงเป็ลูกสาวบุญธรรมของฉันแล้ว เพราะฉะนั้นฉันมีสิทธิ์ในตัวของพวกเธออย่างเต็มที่ และฉันก็ไม่ยอมให้คุณมาพาพวกเธอไป
และถ้าจะพูดในแง่คุณธรรม คุณก็รู้ว่าพี่สะใภ้ไฉไม่ได้มีแค่นิสัยใจร้อนปากร้าย แต่เธอยังเป็คนใจดำและชอบใช้ความรุนแรงอีกด้วย ฉันไม่เชื่อหรอกว่าที่ผ่านมาคุณจะไม่รู้ไม่เห็นว่าพี่สะใภ้ทำอะไรกับลูกบุญธรรมฉันไว้บ้าง สั่งให้คนท้องอดข้าว สั่งให้คนท้องต้องทำงานหนักจนไม่มีเวลาพักผ่อน หรือแม้แต่ทุบตีลูกสะใภ้ พี่ไม่เห็นว่าภรรยาของพี่ทำเื่เหล่านี้กับลูกสาวบุญธรรมของฉันจริงเหรอ
ถ้าพี่มีใจนึกสงสารเด็กสาวที่น่าสงสารทั้งสองคนอยู่บ้าง พี่ก็ให้เื่นี้จบลงตรงนี้เถอะค่ะ แล้วก็ปล่อยให้พวกเธอไปมีชีวิตของตัวเอง ส่วนพี่ก็กลับไปดูแลภรรยากับลูกชายคนโตของพี่ให้ดีก็พอ ลูกสะใภ้คนใหม่แต่งเข้ามาจะได้ไม่เกิดปัญหาเดิมๆ ขึ้นมาอีก”
ซ่งหย่วนที่เพิ่งกลับมาถึงและมายืนอยู่ข้างภรรยาทันได้ฟังสิ่งที่แม่ของเขากำลังพูดออกมาพอดี เขากระซิบกับภรรยา “มีใครบอกบทให้แม่หรือเปล่า ทำไมถึงพูดจาได้เป็การเป็งานขนาดนี้”
“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” จูเสี่ยวลี่ส่ายหน้า “คุณอย่าเพิ่งชวนฉันคุยสิคะ ฉันอยากรู้ว่าอาจารย์ไฉจะตัดสินใจยังไง”
อีกด้านหนึ่งพ่อไฉก็กำลังคิดหนัก เขาจะเลือกคุณธรรมหรือเลือกคนมาสืบสกุล และสิ่งที่เขาเลือก “น้องสะใภ้ซ่ง คุณพูดอย่างนี้ก็ไม่ถูก เื่รับสะใภ้ใหม่ถ้าฉันไม่อนุญาต ภรรยากับลูกชายคนโตของฉันก็ไม่มีสิทธิ์รับผู้หญิงคนไหนเข้ามาในบ้านทั้งนั้น เพราะลูกสะใภ้ของฉันมีแค่ซินซินกับหนิงหนิง
แต่ถ้าถึงที่สุดแล้วพวกเธอไม่ยอมกลับไปบ้านตระกูลไฉของฉัน ฉันจะไม่มายุ่งกับพวกหล่อนทั้งสองคนอีกก็ได้ ขอแค่พวกหล่อนลงชื่อในหนังสือสละสิทธิ์การเลี้ยงดูแล้วยกทารกให้เป็ลูกของฉัน ฉันรับรองว่าจะไม่มีใครมาสร้างปัญหาให้พวกหล่อนอีก ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวกลับก่อนนะ วันหลังฉันจะมาเอาคำตอบ”
ทันทีที่พ่อไฉเดินจากไป หลิวซินซินกับหลิวหนิงหนิงก็วิ่งร้องไห้ออกมา
“แม่คะ อาจารย์ไฉพูดจริงเหรอคะ เขาจะมาเอาลูกของฉันไปใช่ไหมคะ” หลิวซินซินร้องไห้ออกมาด้วยความกลัว “ฉันไม่ยอมยกลูกให้เขาแน่ แม่ช่วยฉันด้วยนะคะ”
“ฉันก็ไม่ยอม! ลูกเป็ของฉันแล้วเขามีสิทธิ์อะไรที่จะมาพรากลูกไปจากฉัน ถ้าเขายังคิดมาแย่งลูกของฉันไป ฉันจะสู้ตายกับเขาเอง” หลิวหนิงหนิงทั้งร้องไห้ทั้งโมโห
“พวกเธออย่าร้องไห้ไปเลย เขาไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับพวกเธอไม่ว่าจะกรณีไหน หรือถ้าเขาคิดมาแย่งหลานของฉันไปจริงๆ ฉันก็จะยอมสู้ตายกับเขาเหมือนกัน ฉันไม่ยอมให้เขามาพาหลานของฉันไปได้หรอก พวกเธอสบายใจได้” แม่ซ่งบอก
“แม่พูดถูก ผมจะปกป้องพี่กับหลานๆ เองนะครับ ผมไม่ยอมให้คนบ้านนั้นมาทำอะไรพวกพี่ได้หรอก” ซ่งหย่วนพูดขึ้น
“ผมก็ด้วย ผมไม่ยอมให้ใครมาพาหลานสาวของผมไปได้หรอก” ซ่งเจ๋อถกแขนเสื้อขึ้น “ต่อให้เขาเป็อาจารย์แล้วยังไง ถ้าเขายังมายุ่งกับหลานสาวของผม ผมก็จะต่อยแล้วไล่เขาหนี เท่านี้เขาก็จะไม่กล้ามาหาเื่เราอีกแล้ว”
“ซินซิน หนิงหนิง พวกเธอทำใจให้สบายเถอะ เื่แบบนี้ยายเห็นมานักต่อนักแล้ว พวกเธอตัดขาดกับคนบ้านนั้นอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ถ้าเขามาพาลูกๆ ไปจากพวกเธอจริง พวกเธอก็แจ้งความจับเขาข้อหาลักพาตัวเด็กได้เลย” คุณยายสวีพูดยิ้ม “แต่ก่อนที่เสี่ยวไฉจะมาขโมยเด็กไปได้ พวกเธอก็ให้อาหย่วนกับอาเจ๋อซัดหมัดหนักๆ ใส่หน้าเ้าคนหน้าด้านคนนั้นไปสักหลายที เอาให้เขากินไม่ได้แม้แต่ข้าวต้ม เท่านี้เขาก็ไม่กล้ามาทำอะไรพวกเธอแล้ว”
“โธ่...คุณป้าสวี ทำไมสอนเด็กๆ อย่างนั้นล่ะครับ” หัวหน้าผู้ใหญ่บ้านทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ “ทำร้ายร่างกายก็ผิดกฎหมายนะครับ คุณป้าทำไมชอบหางานมาให้ผมอยู่เรื่อย ั้แ่คุณป้ากลับมาให้คำปรึกษาปัญหาครอบครัวกับผู้หญิงในหมู่บ้านของเรา คุณป้ารู้ไหมครับว่าเื่ชกต่อยและทำร้ายร่างกายเพิ่งมากขึ้นขนาดไหน ผมทำเื่ไกล่เกลี่ยจนแทบไม่ไหวแล้วนะครับ”
คุณยายสวีกับหัวหน้าหมู่บ้านต่างเป็ผู้มากประสบการณ์ แค่คำพูดหยอกล้อของพวกเขาไม่กี่คำก็ทำให้ทุกคนคลายกังวลและกลับมาหัวเราะได้อีกครั้ง
แต่จูเสี่ยวลี่กลับกำลังคิดบางอย่างอยู่ในใจ ‘อาจารย์ไฉไม่ใช่คนที่จะยอมแพ้อะไรง่ายๆ ถึงแม้ฉันจะไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงอยากได้เด็กที่ยังไม่ทันได้ลืมตาดูโลกทั้งสองคนนี้นัก แต่เพื่อไม่ให้เขามาสร้างปัญหาให้พี่ซินซินกับน้องหนิงหนิงได้อีก ถ้าอย่างนั้น...เสิ่นต้าไห่ นายก็ช่วยฉันจัดการกับพ่อตาของนายหน่อยก็แล้วกัน ส่วนอะไรจะเกิดขึ้นกับนายหลังจากนั้น ฉันคิดว่าคนปลิ้นปล้อนอย่างนายคงเอาตัวรอดได้ไม่ยาก’