ภายในคฤหาสน์ของอาโนอิทอส ยามกลางวันเมื่อฟ้าสว่างจ้า
"ฝ่าบาททท!!!" เสียงของเด็กสาวผู้หนึ่งดังเซ็งแซ่ไปทั่วคฤหาสน์ เปิดประตูมาพร้อมกับใบหน้าที่เปื้อนไปด้วยเขม่าควันและน้ำตา
อาโนอิทอสทักทาย "โอ้ แม่นางน้อย ยังไม่ชินกับเครื่องอบขนมปังอีกอย่างนั้นหรือ?"
ผู้เคราะห์ร้ายที่ถูกเครื่องอบขนมปังระเบิดอัดหน้าก็ไม่ใช่ใครนอกจากพาเน่ สาวรับใช้ที่ถูกอาโนอิทอสยัดเยียดให้ทำขนม พาเน่ร้องไห้คร่ำครวญ "ฮือ ฮือ ฝ่าบาท อุปกรณ์ของฝ่าบาทใช้งานยากยิ่งนัก มันทั้งรูปร่างประหลาดและดูไม่สมเหตุสมผล ปุ่มอะไรก็ไม่รู้ยุ่งยากไปหมด หม่อมฉันแค่เผลอกดปุ่มผิดนิดเดียวเครื่องก็ระเบิดแล้ว ฝ่าบาทได้โปรดให้หม่อมฉันกลับไปใช้เตานึ่งแบบเดิมเถอะเจ้าค่ะ"
อาโนอิทอสหัวเราะ "เครื่องอบนั้นไม่ระเบิดถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดหรอก เหตุผลที่มันระเบิดก็เพราะแม่นางน้อยคงจะไปกดปุ่มปิดเครื่องจักรไอน้ำที่ให้พลังงานมันนั่นแล ข้าพเจ้าบอกแล้วว่าอย่ากดปุ่มสีเขียวด้านหลัง เชื่อข้าพเจ้าเถอะ ใช้เครื่องอบนั้นสะดวกกว่าและทำให้ขนมนุ่มกว่า หากแม่นางน้อยใช้มันคล่องเมื่อใดแม่นางน้อยจะติดใจมันเอง อีกอย่างนี่ก็เพื่อทำให้แม่นางน้อยสามารถทำขนมชนิดอื่นๆที่ข้าพเจ้าปรารถนาได้ด้วย"
พาเน่ได้แต่ร้องไห้คร่ำครวญกับความเอาแต่ใจของอาโนอิทอส กลับไปอบขนมต่ออย่างจำใจ
"ฝ่าบาททท!!" หลังสาวรับใช้มาบ่น คนต่อมาก็เป็นอดีตคู่หมั้นที่วิ่งมาพร้อมกับตาที่เป็นดาวประกาย
เลวี่ยกไรเฟิลจู่โจมขึ้นมาแล้วพูดด้วยความตื่นเต้น "ฝ่าบาท! ปืนชิ้นนี้มีการทำงานด้วยแรงดันแก๊ซ ส่งผลให้เวลาที่ยิงมีการดีดไปมาทำให้คลาดเคลื่อนเป้าหมายง่าย เหตุผลทั้งหมดเป็นเพราะเราติดตั้งตัวบรรจุกระสุนไว้ที่ลำปืน แต่ถ้าเราเปลี่ยนมันไปไว้ที่ส่วนท้ายจะทำให้แรงถีบอยู่ใกล้มือ เมื่อเป็นแบบนั้นก็จะทำให้ทหารคุมวิถีกระสุนง่ายขึ้น มันจะต้องสร้างพลังทำลายล้างให้กับพวกใต้พิภพสูงขึ้นแน่!"
อาโนอิทอสส่ายหน้า "ไรเฟิลจู่โจมกระบอกนั้นทำงานด้วยแรงดันแก๊ซมีระบบลูกเลื่อนขัดกลอน โครงลูกเลื่อนเป็นชิ้นเดียวกับลูกสูบ ก้านสูบ และแหนบสปริง มันติดกันไปแล้วย้ายไม่ได้หรอก"
เลวี่ชูนิ้วขึ้นมาแล้วบอก "หม่อมฉันรู้เพคะ ที่เป็นแบบนั้นเพราะปืนนี้ใช้ระบบลูกสูบช่วงยาวทำให้โครงลูกสูบติดกัน แต่ถ้าหากว่าเราเปลี่ยนไปใช้ลูกสูบช่วงสั้นมันก็ทำให้สามารถแยกถอดโครงลูกเลื่อนและก้านนำออกจากกันได้ ฝ่าบาท! ทำไมไม่ลองประดิษฐ์สิ่งนี้ขึ้นมาล่ะเพคะ!"
อาโนอิทอสบอก "ท่านหญิงน้อย ข้าพเจ้าบอกหลายครั้งแล้วว่าระบบลูกสูบช่วงยาวเป็นรุ่นพัฒนาจากช่วงสั้น ทำให้มันสามารถยิงต่อเนื่องได้ อีกอย่างปืนนี้มีโมเดลให้ลูกสูบติดตั้งใต้ศูนย์หน้าหมายความว่าถ้าจะดัดแปรงก็ต้องทำใหม่หมด ถ้าทำใหม่ก็ต้องมีอลูมินัม อลูมินัม-สแกนเดียม ไททาเนียม มาทำอัลลอย แถมยังต้องหาแร่ต่างๆมาลดสัมประสิทธิ์เสียดทานระหว่างผิว ลดน้ำหนัก และการต้านสนิมอีก จะหาของพวกนี้ในยุคนี้มันยากนะแม่หญิงน้อย"
ใบหน้าของเลวี่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น "หา! หม่อมฉันจะหาให้เจอ เพื่อวิทยาการที่ก้าวหน้าของมนุษยชาติ หม่อมฉันจะพลีกายถวายชีวิตนี้หาให้เจอ!"
อาโนอิทอสถอนหายใจ หลังข้ารับใช้มาบ่นเรื่องที่อบขนมก็เป็นอดีตคู่หมั้นมาคุยเรื่องพัฒนาวิทยาการ ชีวิตประจำวันที่ไร้สาระเช่นนี้ดำเนินมาได้ 2 สัปดาห์ตั้งแต่ที่ย้ายกลับมาชามิวลอสแล้ว ทุกคนมีชีวิตที่สะดวกสบายขึ้นหลังจากที่เทคโนโลยีอาวุธศตวรรษที่ 20 ของอาโนอิทอสเผยต่อประชาชน สิ่งนั้นมันทำให้พวกเขาอุ่นใจและหายห่วงเรื่องความกลัวต่อพวกใต้พิภพ ชาวบ้านหลับเป็นสุข หลายคนต่างมีอารมณ์มาพูดหยอกล้อเล่นกันมากขึ้น เพราะไม่ต้องกลัวพวกใต้พิภพอีกแล้ว เลวี่มักจะมาหาเขาเรื่องสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆของเธอ เธอมักจะช่วยเหลืออาโนอิทอสประดิษฐ์อาวุธใหม่ๆเพื่อต่อกรกับพวกใต้พิภพขึ้นมาถึงแม้ส่วนใหญ่มันจะมีแต่ของไร้ค่าและอาโนอิทอสจะบอกว่าไม่จำเป็นก็ตาม เธอก็มักจะมาเล่นกับเขา
ชีวิตของทุกคนเริ่มที่จะปกติสุข
จนกระทั้ง
"ฝ่าบาท!" ชายวัยกลางคนคนหนึ่งเดินเข้ามาในห้อง เข้าพบเขาด้วยสีหน้าดำทะมึน
อาโนอิทอสพบว่าไม่ว่าสิ่งใดก็ตามที่ชายคนนี้กำลังจะมารายงานต้องเป็นเรื่องจริงจังแน่นอน
เกลนบอก "ฝ่าบาท แย่แล้วขอรับ ทางนักโหราศาสตร์ได้รับผลตรวจดาวมาว่าพระจันทร์ในคืนก่อนเกิดสุริยุปราคาแล้วและมีมานานแล้วถึง 17 ชั่วโมง เป็นสัญลักษณ์ของภัยพิบัติร้ายแรงมากๆที่กำลังมาเยือน"
อาโนอิทอสมุ่นคิ้วเข้าหากัน "การเกิดสุริยุปราคาก็เป็นเพราะดวงจันทร์โคจรไปบังดวงอาทิตย์ แค่เรื่องธรรมชาติ มีสิ่งใดน่ากลัวอย่างนั้นหรือ? ว่าแต่สุริยุปราคาในโลกนี้แช่นานที่เดียว 17 ชั่วโมงเลยหรือ?"
เกลนถอนหายใจ "ฝ่าบาทสูญเสียความทรงจำทำให้ลืมไปแล้ว แต่สุริยุปราคา 17 ชั่วโมงเป็นสัญญาณเตือนของเทพความตายเนครอสที่กำลังจะกลืนกินเทพแห่งโชคลาภ มันคือสัญญาณเตือนว่าพวก 'สเกได' กำลังจะมา"
เมื่อพวก 'สเกได' ถูกยกขึ้นมาอาโนอิทอสก็ตกใจ จากนั้นสีหน้าเขาเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น เขามองเกลน "ข้าพเจ้าเข้าใจแล้ว ข้าพเจ้าจะเริ่มสั่งให้กองบินที่ 1 พร้อมรบและสั่งให้กองทหารราบเตรียมตัว"
เกลนเผยสีหน้าที่ดำมืด "ฝ่าบาทยังไม่เข้าใจ ปัญหาในตอนนี้มันร้ายแรงยิ่งนัก ต่อให้เป็นกองบินที่ 1 และทหารราบของเราทั้งหมดก็ไม่อาจจะรอดพ้นวิกฤติในครั้งนี้ได้"
"ท่านหัวหน้าอากาศยานหมายความว่าอย่างไร?"
เกลนอธิบาย "การแช่นานถึง 17 ชั่วโมงของสุริยุปราคา นอกจากจะหมายถึงความวิปโยคที่เคลือบคลานเข้าหาโลกแล้ว แต่มันยังหมายถึงหายนะสูงสุดด้วย การแช่นาน 1 ชั่วโมงเดิมทีหมายถึงความตายที่อ่อนโยน ความตายอ่อนโยนคือจำนวนของ 'สเกได' ที่บุกมาแต่ละครั้ง โดยส่วนใหญ่เวลาที่ถึงเดือนจันทร์ดับและพวก 'สเกได' จะบุกมา มันก็จะมีสัญญาณเตือนสุริยุปราคาออกมา 1 -2 ชั่วโมงเสมอ นั่นคือราวๆ 100-200 ตัว "
ดวงตาของอาโนอิทอสเบิกกว้าง
เกลนบอก "การเกิดสุริยุปราคาแช่นานถึง 17 ชั่วโมงไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่หากว่าจำนวนเวลาแสดงถึงจำนวนที่พวก 'สเกได' จะบุกมา เหล่าโหรก็สันนิษฐานว่าพวกมันในคราวนี้ที่บุกมาจะมีจำนวนอย่างต่ำสุดก็ 1 แสน ด้วยจำนวนขนาดนั้นสามารถพังชามิวลอส ไม่สิ สามารถพังพินาศอาณาจักรนี้จนย่อยยับได้ง่ายๆเลยขอรับ!"
เมื่อได้ยินข่าวไม่น่าพิศมัยนี้ใจของอาโนอิทอสก็รัดกุมด้วยความสั่นเครือ
"ฝ่าบาท!" ตอนนั้นเอง ขณะที่กำลังอยู่ในภวังค์ความคิดอยู่ ทหารส่งสารผู้หนึ่งก็วิ่งมาเรียกเขา
อาโนอิทอสหันไปมอง "?"
"ฝ่าบาท! ที่หน้าประตูเมือง มีเผ่าใต้พิภพผู้หนึ่งมาขอพบท่านขอรับ!" ทหารส่งสารบอก
ทันทีที่เกลนได้ยินเช่นนั้นก็ตกใจ "เจ้าจะบ้าหรือ!? จะปล่อยพวกใต้พิภพมาขอเข้าพบฝ่าบาทได้อย่างไร! สังหารมันเสีย!"
ทหารส่งสารสั่นเครือด้วยความกลัว "ข้าเข้าใจขอรับ! แต่ว่าเจ้าใต้พิภพตนนั้นบอกว่ามีสารจากผู้บัญชาการของมันส่งมาถึงฝ่าบาท เป็นสารจากหัวหน้าของพวกมัน มันบอกว่าได้รับคำสั่งนี้ให้ถ่ายทอดสารให้แก่ฝ่าบาทโดยตรงเท่านั้นและจะไม่คุยกับตัวแทนมนุษย์คนไหนเป็นอันขาด"
"ไร้สาระ! ชีวิตของฝ่าบาทสำคัญที่สุด ไม่ว่าข้อมูลพวกนั้นจะเป็นอะไรก็ไม่คุ้มกับความเสี่ยง! สังหารเจ้าใต้พิภพตนนั้นไปเสีย!" เกลนสั่งการออกไป
แต่ทันใดนั้นอาโนอิทอสก็พูดขึ้น "ช้าก่อน ข้าพเจ้าจะไป"
เมื่ออาโนอิทอสว่าแบบนั้นเกลนก็ตะลึง
"ฝะ ฝ่าบาท! ทรงกล่าวอันใดเช่นนั้น หากฝ่าบาทเป็นอะไรขึ้นมาพวกเราจะทำอย่างไร? นี่อาจจะเป็นกับดักของพวกมันก็ได้นะพะย่ะค่ะ!"
อาโนอิทอสไม่สนใจเกลนแล้วเดินออกไป "สารจากผู้บัญชาการของศัตรูจะให้พลาดได้อย่างไร? ข้าพเจ้าเคยบอกในคลาสเรียนแล้วไม่ใช่หรือว่ายามรบข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ยิ่งเป็นข้อมูลที่ได้มาฟรีๆยิ่งไม่ควรพลาด" เพราะเดิมทีเผ่าใต้พิภพไม่มีอาวุธที่สามารถทำร้ายร่างกายเอกซ์โซชอสได้อยู่แล้ว ดังนั้นต่อให้ไปก็ไม่ตาย
สุดท้ายเกลนก็โน้มน้าวอะไรไม่ได้นอกจากต้องไปคุ้มกันอาโนอิทอสด้วย
ที่หน้าประตูเมือง เลวี่และกองบินที่ 1 ต่างกำลังมุงดู 'คาฟาลิ' ที่มารออยู่หน้าประตู พอพวกเขาเห็นอาโนอิทอส พวกเขาก็อาสาจะไปด้วย
"ฝ่าบาท กระหม่อมจะไปคุ้มกันด้วย" พิสตอสก้าวออกมา กองบินที่ 1 คนอื่นๆก็เช่นกัน
คามิวดุสและหน่วยสไนเปอร์มือดีรอซุ่มยิงข้าศึกจากบนกำแพงทุกเสี้ยววินาทีที่มันมีพิรุธ
อาโนอิทอสและคนคุ้มกันเดินออกไปนอกกำแพงเมืองและเผชิญหน้ากับผู้ส่งสารจากใต้พิภพ
ผู้ส่งสารมองทหารของอาโนอิทอสและกล่าวเย็นชา "สารนี้นายท่านกำชับว่ามีแค่ผู้ปกครองชามิวลอสเท่านั้นที่ได้ยินได้ ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องถอยออกไป 10 ก้าว"
"เจ้าว่าอย่างไรนะ!"
"ใครจะไปยอม!"
กองบินที่ 1 มีสีหน้าที่ไม่พอใจ แต่อาโนอิทอสก็ส่งสายตาไป เป็นสัญญาณให้พวกเขาทำตามที่ศัตรูบอก เหล่ากองบินที่1 ยังรู้สึกคัดค้าน จนอาโนอิทอสหันทองพวกเขาแล้วขู่จะลดขั้นพวกเขาจึงยอมถอยไปแต่โดยดี
อาโนอิทอสหันมองผู้ส่งสาร
ผู้ส่งสารมองอาโนอิทอส เขาบอก "จากสารของนายท่านผู้ยิ่งใหญ่ ถึงผู้มาเยือนจากต่างดาว ขอแนะนำให้ผู้มาเยือนเลิกเข้ามาแทรกแซงสงครามระหว่างเรากับมนุษย์ ชะตาชีวิตของเผ่าพันธุ์มนุษย์ถูกกำหนดให้สูญพันธุ์ภายใต้น้ำมือของเรา ไม่ว่าผู้ใดก็หยุดไม่ได้ หากผู้มาเยือนปรารถนาจะอยู่ต่อก็สามารถชมจากนอกเวทีได้แต่ห้ามเข้ามายุ่ง พวกเราใต้พิภพจะไม่ทำอันตรายผู้มาเยือน ปล.เรารู้ว่าเผ่าพันธุ์ของท่านมีจุดอ่อนอะไรและกองทัพที่เราส่งไปหาท่านคราวนี้เพียงพอที่จะขยี้ท่านจนไม่อาจชุบชีวิตได้เลย"
ผู้ส่งสารว่าแบบนั้น
เมื่อได้ฟังสารจากจอมมาร อาโนอิทอสแสยะยิ้มและเผยดวงตาที่เย็นชาเป็นครั้งแรก "พวกเรายื่นข้อเสนอให้พวกท่านมีชีวิตต่อและจะช่วยพัฒนาวิทยาการพวกท่านแลกกับช่วยเหลือพวกเราจัดการปัญหาของเรา พวกเราบอกแล้วว่าหากปฏิเสธก็ไม่เป็นไรแต่อย่ารุกรานเผ่าพันธุ์อื่นที่มีสติปัญญา นอกจากพวกท่านจะปฏิเสธแล้วยังไม่สนคำเตือนของเราเหตุใดเราจะต้องฟังคำเตือนของท่าน?"
ผู้ส่งสารเงียบไปสักพัก จากนั้นเขาบอก "นายท่านได้ให้คำตอบเมื่อผู้มาเยือนถามคำถามลักษณะนี้ไว้แล้ว บอกว่าพวกเราไม่สนใจวิทยาการของพวกท่าน ไม่ว่าจะแข็งแกร่งเพียงใดแต่ทั้งหมดนั่นก็เป็นแค่สิ่งที่อยู่ในขอบเขตความสามารถของสิ่งมีชีวิต พวกเรารับใช้ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลและผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวาลไม่ใช่พวกท่านแต่เป็น 'ท่านผู้นั้น' ไม่มีวิทยาการใดที่สามารถโค่นล้ม 'ท่านผู้นั้น' ลงได้ ความตายของมนุษย์เป็นสิ่งที่ 'ท่านผู้นั้น' ปรารถนา หากผู้มาเยือนปรารถนาจะช่วยเหลือมนุษย์ ผู้มาเยือนก็ต้องเตรียมพร้อมที่จะสู้กับ 'ท่านผู้นั้น' ด้วยเช่นกัน"
ผู้ส่งสารพูดทั้งหมดจบ จากนั้นมองอาโนอิทอสอย่างเย็นชา "นั่นคือสารทั้งหมดที่นายท่านของข้าฝากมา พวกเรารับใช้เพียงแค่ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดและผู้นั้นไม่ใช่พวกเจ้า คำตอบของเจ้าคืออะไรผู้มาเยือน?"
อาโนอิทอสมองผู้ส่งสารอย่างเย็นชา "ไปบอกนายท่านของท่าน ว่าข้าพเจ้าปฏิเสธ" อาโนอิทอสว่าแบบนั้น
ผู้ส่งสารพ่นลมหายใจออกจากจมูกอย่างเย็นชา "โง่เขลา" เขาว่าแบบนั้นก่อนจะหมุนตัวเตรียมจากไป
แต่ตอนนั้นเอง อาโนอิทอสก็พูดขึ้นมา "หากท่านบอกว่า 'ท่านผู้นั้น' คือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดและไร้เทียมทานขนาดนั้นเช่นนั้นยามที่เราขอให้ 'ท่านผู้นั้น' ของพวกท่านแก้ปัญหาให้เรา เหตุใดเขาจึงบอกว่าไม่อาจทำได้"
ผู้ส่งสารหันมองอาโนอิทอส กล่าวอย่างเย็นชา "ถึงแม้จะเป็นพระเจ้า ก็ไม่ได้หมายความว่าจะทำได้ทุกสิ่ง ธรรมชาติบางอย่างก็ยิ่งใหญ่เกินอำนาจพระเจ้าจะแก้ไข"
อาโนอิทอสบอก "แน่นอนว่าหากเป็นอุบัติเหตุที่เกิดจากธรรมชาติพระเจ้าก็คงจะไม่อาจทำได้ แต่ว่าเจ้าคงจะเข้าใจผิดไปบางอย่าง NGC207 นั่นคือหายนะที่เกิดขึ้นจากสิ่งมีชีวิตไม่ใช่ธรรมชาติ"
ดวงตาผู้ส่งสารเบิกโพรง หันมองอาโนอิทอสด้วยความสับสน "เจ้าหมายความว่าอย่างไร?"
อาโนอิทอสแสยะยิ้ม " NGC207 คือหลุมดำทำลายจักรวาลที่ข้าสร้างขึ้นมาโดยไม่ตั้งใจ หากเจ้ากล่าวว่าพระเจ้าของเจ้าไร้เทียมทาน เหตุใดเขาไม่สามารถแก้ไขสิ่งที่ข้าสร้างได้?" อาโนอิทอสว่าแบบนั้นจากนั้นก็หันหลังกลับ เดินกลับเข้าไปในเมือง
ส่วนผู้ส่งสารก็ยืนนิ่งค้างตรงนั้นด้วยใบหน้าที่ตกตะลึง