Teachers Kekkaishi คุณครูผู้ผนึกมาร

    บทที่35 ความช่วยเหลือมากมาย

    “ไม่ผิดแน่!จะต้องเป็นพลังบางอย่างที่เหนือกว่ากําลังภายใน!’’ ในคฤหาสน์ตระกูลหวังหวังลี่เดินไปมาอย่างครุ่นคิดและดูตื่นเต็นชอบกล

     

    “หรือพ่อจะบอกว่าเป็นเขา?’’หวังเจี้ยนคาดเดาด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ เพราะลูกชายของเขามีสภาพร่างกายตอนนี้ได้ก็หลังจากที่หมดสติและตื่นขึ้นมาดังนั้นคนที่จะทําให้เกิดสิ่งนี้ได้ย่อมต้องเป็นคนที่ทําให้เขาสลบ!

     

    มู่หลิน...เป็นชายหนุ่มคนนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย!

     

    “ผมไม่รู้นะว่าปู่สัมผัสได้ถึงอะไรแต่ก่อนที่ผมจะถูกเขาทําให้หมดสติน่ะ ผมสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างที่อุ่นๆ’’หวังชาวเย่ที่เห็นปู่ของตัวเองเดินไปมาก็เกาหัวอย่างอับอายเขาอับอายเป็นอย่างมากที่พ่ายแพ้ชายหนุ่มด้วยกระบวนท่าเดียว!

     

    ซํ้ายังแค่หนึ่งนิ้ว!

     

    บัดซบ!น่าอับอายชะมัดยาก!

     

    “ไม่ผิดแน่!เขาจะต้องเป็นนักสู้กําลังภายในหรือไม่ก็ต้องเหนือกว่านั้น!’’ ได้ยินใบหน้าชราๆของหวังลี่ก็ปรากฏความยําเกรงให้เห็นทั้งนี้มันยังแฝงไปด้วยความอัศจรรย์ใจ

     

    สําหรับหวังลี่แล้วการที่คนอายุน้อยเท่ากับหลานชายของเขามีความแข็งแกร่งของการฝึกฝนเหนือกว่าเขาไม่ก็อาจจะห่างชั้นกันอย่างสิ้นเชิง สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอะไรที่น่าอัศจรรย์และน่าตกตะลึงเป็นอย่างมาก

     

    นี่มัน...เป็นไปได้อย่างไร?

     

    แล้วทําไมคนที่มีพรสวรรค์ขนาดนี้ถึงปรากฏตัวในมาเก๊า?

     

    ทางด้านหวังชาวเย่และหวังเจี้ยนที่ได้ยินก็อดหันมองหน้ากันไม่ได้ในตอนนี้สองพ่อลูกต่างรู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก

     

    นักสู้กําลังภายใน?

     

    น่าทึ่งเกินไปแล้ว!

     

    แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้เอ่ยปากพูดอะไรชายวัยกลางคนๆหนึ่งก็เดินเข้ามาแล้วรายงานบางสิ่งบางอย่างให้กับพวกเขาฟัง

     

    “ถูกจับ?’’หวังลี่ก็ชะงักอย่างงงงัน แต่เขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะเอ่ย“ติดต่อไปยังหลิวก้านแล้วสั่งให้เขาปล่อยตัวชายหนุ่มคนนั้นซะ!’’

     

    “...’’ สองพ่อลูกหวังมองหน้ากันทันควันแม้พวกเขาจะไม่เข้าใจว่าชายชราคิดอะไรอยู่แต่ที่แน่ๆมันต้องเป็นสิ่งที่ดีต่อตระกูลหวังอย่างแน่นอน

     

    …

     

    “ถูกจับ?ซํ้าเขายังสามารถคว้ากระสุนปืนได้?’’ เวลาเดียวกัน จื่อหยวนที่ได้รับการติดต่อจากจื่ออี้ก็ดูตกตะลึงถึงเขาจะเป็นผู้ที่ฝึกฝนจนมาถึงขั้นสือและมีกระดูกดั่งเหล็กกล้ามันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทําอย่างนั้น แล้วชายหนุ่มคนนี้ทํามันได้อย่างไร?

     

    แท้จริงแล้วเขาเป็นใครกันแน่?!

     

    “ไม่ว่าจะยังไงก็ต้องช่วยเขาออกมาให้ได้!’’ถึงจะอย่างนั้นจื่อหยวนก็ไม่ลังเลเลยที่จะเสริมต่อ“ติดต่อไปยังหลิวก้านแล้วสั่งให้ปล่อยตัวมู่หลินซะ!’’

     

    “เข้าใจแล้ว!’’จื่ออี้ที่อยู่ปลายทางตอบตกลงโดยทันที

     

    เมื่อการสนทนาจบลงจื่อหยวนก็มองไปยังท้องฟ้าแล้วพึมพํา “เด็กนี่เป็นคนพวกนั้นหรือ…’’

     

    …

     

    “ฮะ?ปรมาจารย์มู่ถูกจับ? ไหนลองเล่ามาซิว่าเกิดอะไรขึ้น!’’ ณ ศาลากลางนํ้าแห่งหนึ่ง ปรมาจารย์หยางที่กําเล่นหมากรุกกับปรมาจารย์ฟงอยู่ก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็วสีหน้าของเขานั้นดูตกใจเป็นอย่างมาก

     

    ข้างๆกันปรมาจารย์ฟงที่ถือโทรศัพท์คุยกับใครบางคนอยู่ก็ดูตกใจเหมือนกัน

     

    ไม่นานเมื่อสองปรมาจารย์ได้ยินพวกเขาก็พลันเข้าใจเรื่องราวได้ทั้งหมด จนต้องถอนหายใจ“เสิงเทียนหม่า...ดูเหมือนว่านายจะหาเรื่องผิดคนแล้ว!’’

     

    เป็นไปได้อย่างไรที่ปรมาจารย์มู่สามารถคว้ากระสุนเอาไว้ได้?

     

    น่าเหลือเชื่อจริงๆ!

     

    “เวลานี้ถือเป็นโอกาสอันดีที่จะได้สร้างเส้นทางเข้าหาเขา!’’นัยน์ตาของปรมาจารย์หยางพลันเปล่งประกาย ก่อนเอ่ยผ่านโทรศัพท์“ติดต่อไปยังหลิวก้านแล้วบอกให้ปล่อยตัวเขาซะ!’’

     

    “บอกหลิวก้านให้พาตัวเขาออกมา!’’ด้านปรมาจารย์ฟงเองก็พูดกับคนที่ถือสายเขาอยู่เหมือนกันเพราะเขามองว่าการได้สร้างบุญคุณต่อยอดฝีมือที่สามารถคว้ากระสุนได้อย่างนี้ถือเป็นอะไรที่หายากมาก และจะปล่อยผ่านไปไม่ได้เด็ดขาด!

     

    “แท้จริงแล้วปรมาจารย์มู่เป็นใครกันแน่?’’หลังจากสิ้นเสร็จการสนทนา ปรมาจารย์หยางและปรมาจารย์ฟงก็อดหันมามองหน้ากันด้วยความสงสัยไม่ได้แววตาของพวกเขาในเวลานี้ล้วนแฝงให้เห็นถึงความอัศจรรย์ใจ

     

    คนที่น่าทึ่งอย่างเขามาจากไหนกัน?

     

    แล้วแท้จริงเขาเป็นใครกันแน่?!

     

    เหตุการณ์อย่างเดียวกันนี้เกิดขึ้นอีกหลายแห่งซึ่งส่วนใหญ่แล้วล้วนเป็นพ่อของพวกเจียงหยางแทบทั้งสิ้นหนึ่งในนั้นก็มีซุยเทียนอยู่ด้วยเช่นกันถึงพวกเขาจะยังไม่กระจ่างชัดว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ที่แน่ๆด้วยความที่ว่าอีกฝ่ายเป็นเพื่อนของลูกชายพวกเขาพวกเขาก็จะทําสุดความสามารถเพื่อช่วยอีกฝ่ายออกมา!

     

    …

     

    เวลาเดียวกันทางด้านผู้กํากับหลิวที่เตรียมจะปล่อยตัวมู่หลินก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นไม่หยุดเขาจึงออกจากห้องสอบสวนไป

     

    ผ่านไปสักพักผู้กํากับหลิวที่กลับเข้ามาก็เต็มไปด้วยสีหน้าตกตะลึงซึ่งท่ามกลางความตกตะลึงนั้นมันแฝงให้เห็นถึงเม็ดเหงื่อจํานวนมาก

     

    “ไม่น่าเชื่อจริงๆว่านอกจากที่คุณจะมีเส้นสายกับทางเบื้องบนแล้วคุณยังจะได้รับการสนับสนุนจากสามตระกูลใหญ่ทั้งสามตระกูลอีกด้วยกระทั่งสองปรมาจารย์อย่างปรมาจารย์หยางและปรมาจารย์ฟงก็ไม่เว้น ทั้งยังมี…’’ผู้กํากับหลิวปาดเหงื่อบนใบหน้าของตัวเองแล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้าแห่งความไม่อยากเชื่อ ในความคิดของเขาแค่ชายหนุ่มเป็นหนึ่งในคนพวกนั้นก็น่ากลัวมากเกินพออยู่แล้วแต่นี่อีกฝ่ายยังมีขุมพลังต่างๆในมาเก๊าสนับสนุนอีกด้วยเมื่อรวมเข้ากับเบื้องบนที่คอยหนุนหลังด้วยแล้ว

     

    ช่างเป็นอะไรที่น่าสะพรึงจริงๆ!

     

    แท้จริงแล้วชายหนุ่มคนนี้เป็นใครกันแน่?!

     

    “สามตระกูลใหญ่?ไม่เลว! ไม่เลวเลยจริงๆ!’’ ได้ยินถึงจะรู้สึกว่ามันช้าไปบ้าง แต่มู่หลินก็ชื่นชมเหตุผลก็เพราะอย่างน้อยคนพวกนั้นก็ตัดสินใจฉลาด

     

    สําหรับมู่หลินแล้วการช่วยเหลือจากสามตระกูลแม้จะดูประหลาดใจไปบ้างแต่มันก็อยู่ในการคาดคํานวนและการเดินหมากเอาไว้แล้วดังนั้นจึงไม่มีอะไรแปลกมากสําหรับเขา

     

    ทว่า!ทว่าไอ้เบื้องบนนี่สิ!

     

    เขาไม่รู้จริงๆว่าได้มันมาช่วยได้อย่างไร!

     

    “เบื้องบนใครกันล่ะที่ช่วยฉัน?’’สุดท้ายมู่หลินก็อดถามผู้กํากับหลิวไม่ได้ เขาสงสัยจริงๆ เพราะเท่าที่เขาจําได้เขาก็ไม่น่าจะไปรู้จักกับใครที่มีพลังอํานาจทางการเมืองมากมายเช่นนี้!

     

    “คือว่าเรื่องนี้…’’เห็นอีกฝ่ายถาม ผู้กํากับหลิวก็ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดีเพราะทางเบื้องบนได้กําชับกับเขาเอาไว้ว่าห้ามบอก

     

    แล้วเขาจะไปบอกได้อย่างไร?

     

    ขืนทําอย่างนั้นเขาก็โดนเล่นน่ะสิ!

     

    “ก็ได้!คุณไม่ต้องบอกหรอก! แต่ฝากคําขอบคุณไปถึงพวกเขาด้วยแล้วกัน!’’รู้ดีว่าไม่สามารถเค้นถามอะไรได้อีก มู่หลินจึงพยักหน้าเข้าใจเขาไม่ใช่คนโง่และรู้เสมอว่าควรจะทํายังไง ดังนั้นตอนนี้เขาจะรอ

     

    รอไปก่อนจนกว่าความจริงจะปรากฏ!

     

    เห็นว่าชายหนุ่มไม่คาดเค้นถามอะไรอีกผู้กํากับหลิวก็พยักหน้าอย่างขอบคุณก่อนจะดําเนินการปล่อยตัวและลบประวัติคดีทั้งหมดแน่นอนว่าเขาได้ทําการปล่อยตัวคนอื่นๆเช่นกัน เหตุผลก็เพราะเขาได้รับคําสั่งมาจากทางเบื้องบน!

     

    ไม่ช้าเมื่อพวกมู่หลินถูกปล่อยตัวแม้หลันเอ๋อร์จะโกรธแต่เธอก็ไม่สามารถทําอะไรได้นอกจากมองพวกเขาจากไป

     

    “ผู้กํากับหลิวคุณปล่อยตัวพวกนั้นไปได้ง่ายๆได้อย่างไร!’’หลันเอ๋อร์จ้องเขม็งไปยังผู้กํากับหลิวด้วยความโกรธ เดิมทีแล้วเธอนับถือชายคนนี้เป็นอย่างมากที่มีความชาญฉลาดในการตัดสินใจแต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เธอจะคิดผิดไป

     

    เขามันก็แค่คนขี้ขลาดคนหนึ่ง...ไม่ได้ต่างไปจากคนอื่นๆเลยสักนิด!

     

    ในความคิดของหลันเอ๋อร์แล้วเธอคิดว่าที่ผู้กํากับหลิวปล่อยตัวพวกมู่หลินไปเป็นเพราะอีกฝ่ายเกรงกลัวในอิทธิพลลึกลับที่มองไม่เห็น

     

    “เอ่อ…’’ผู้กํากับหลิวก็หมดคําพูดไปเหมือนกันก่อนยิ้มแหยๆ“เรื่องนี้ไม่ใช่การตัดสินใจของฉัน แต่เป็นทางเบื้องบนต่างหาก!’’

     

    ได้ยินใบหน้าของหลันเอ๋อร์ก็เต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อเธอไม่อยากเชื่อจริงๆว่าเบื้องบนหรือตระกูลหลันของเธอจะเป็นคนปล่อยสารเลวที่เธอจับมากับมือด้วยตัวเอง!

     

    บ้า!นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?

     

    แล้วทําไมตระกูลหลันของเธอถึงได้ปล่อยพวกมัน?!