ฉางเฟิงอดที่จะมองไปที่เมิ่งฝู่ด้วยความโกรธล้อกันเล่นหรือยังไงเม็ดยาบ้าๆแบบนั้นฉางเฟิงจะเอาไปทำอะไรขณะเดียวกันซวนหยวนเสวี่ยก็ยังหน้าแดงเมื่อได้ยิน สำหรับหญิงสาวเม็ดยานี้คือความชั่วร้ายอย่างมาก
“น่าสนใจจริงๆ”เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
“หุบปากไปเลยข้าไม่มีทางยอมรับเด็ดขาด” ฉางเฟิงกล่าว
“อย่าพึ่งโกรธไปนี่เป็นแค่ของแถม ของจริงมันคือเม็ดยาระดับ 9 เม็ดยาเต๋าศักดิ์สิทธิ์ สูตรยานี้เป็นสูรยาโบราณที่แท้แต่นักปรุงยาของเรายังยอมแพ้ให้กับมันเพราะมันมีขั้นตอนที่ซับซ้อนและวัตถุดับหลายชนิดหายสาบสูญไปแล้วอีกด้วย”เมิ่งฝู่กล่าว
“อันนี้น่าสันใจ”ฉางเฟิงกล่าว
“เป็นอย่างไรพอจะแลกเปลี่ยนได้หรือไม่”เมิ่งฝู่กล่าว
“ย่อมได้แต่ข้าไม่มีส่วนผสมของเม็ดยาเสริมจิตปีศาจเพราะมันต้องใช้สมุนไพรที่เต็มไปด้วยพลังหยินของปีศาจซึ่งข้าไม่มีมัน”ฉางเฟิงกล่าว
“ข้ามี”เถาวัลย์ปีศาจกล่าวและนำสมุนไพรที่จำเป็นออกมา
“ดีถ้างั้นข้าจะปรุงให้” ฉางเฟิงไม่รอช้าปรุงยาต่อหน้าพวกเถาวัลย์ปีศาจทันที
เม็ดยาเสริมจิตปีศาจนั้นเป็นแค่เม็ดยาระดับ8 เท่านั้นสำหรับฉางเฟิงจึงไม่มีปัญหาอะไร ไม่นานฉางเฟิงก็ปรุงมาเสริมจิตปีศาจสำเร็จและแลกเปลี่ยนกับเมิ่งฝู่ทันที
“เอาสูตรปรุงยามหาเสน่ห์มาให้ข้า”เสี่ยวเฮ่ยจ้องไปยังเมิ่งฝู่ทันที
เมิ่งฝู่กลายเป็นหวาดกลัวเพราะเขารู้ดีว่ากิ้งก่าตัวนี้เป็นตัวตนที่น่าหวาดกลัวและห้ามยั่วยุอย่างเด็ดขาดจึงรีบส่งม้วนสูตรยามหาเสน่ห์ให้กับเสี่ยวเฮ่ยทันที
“ถ้าเช่นนั้นพวกเราขอตัว”เมิ่งฝู่รีบจากไป
“เจ้าอย่าได้คิดใช้กับข้าเชียว”ฉางเฟิงกล่าว
“นายน้อยคิดมากไปแล้ว”เสี่ยวเฮ่ยกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ชั่วร้าย
ฉางเฟิงอดที่จะระวังเอาไว้ไม่ได้เจ้าพวกนี้มันชอบทำอะไรตามใจตัวเองตลอด โชคดีที่เสี่ยวจินไม่อยู่ไม่งั้นฉางเฟิงไม่รู้ว่าพวกมันจะรวมหัวทำอะไรกับตนเองอีก
เมื่อเมิ่งฝู่ออกไปจากตระกูลซวนหยวนก็หยุดและหันไปพูดคุยกับเถาวัลย์ปีศาจทันที
“เป็นอย่างไรเจ้าเห็นระดับพลังของกิ้งก่าตัวนั้นหรือไม่”เมิ่งฝู่กล่าว
“ไม่เลยต่อให้เป็นจักรพรรดิเซียนก็เก็บกลิ่นอายได้แนบเนียนแบบนี้ได้ แสดงว่ากิ้งก่าตัวนั้นอย่างน้อยจะต้องไปถึงระดับเทพแล้ว”เถาวัลย์ปีศาจกล่าว
“เป็นไปได้ยังไงไม่ใช่ว่าตอนนี้โลกใบนี้ไม่สามารถทะลวงขั้นเทพได้งั้นเหรอ” เมิ่งฝู่กล่าว
“นั่นเป็นหลังจากที่วังสวรรค์ก่อความวุ่นวายต่างหากแต่ก่อนหน้านั้นไม่ใช่”
“เจ้ากำลังจะบอกว่าเจ้ากิ้งก่าตัวนั้นอยู่มานานแล้วและยังเป็นตัวตนระดับเทพตั้งแต่เมื่อหลายหมื่นปีก่อนงั้นสินะ”เมิ่งฝู่ตกตะลึงมาก
“นั่นคือความเป็นไปได้เดียวที่ข้าคิดได้”เถาวัลย์ปีศาจกล่าว
“ถ้างั้นพวกเราก็คิดถูกแล้วที่ไม่เป็นศัตรูกับพวกนั้นตอนนี้”เมิ่งฝู่ถอนหายใจ
ทั้งสองจากไปขณะเดียวกันฉางเฟิงก็รีบจัดการกับธุระในทวีปเซียนอย่างเร่งรีบส่วนเสี่ยวเฮ่ยหลังจากได้รับเม็ดยาก็ตรงไปยังสมาคมนักปรุงยาคนเดียวอย่างเงียบๆ
“ผู้อาวุโสมาหาพวกเรามีธุระอะไรงั้นเหรอ”สามปรมาจารย์นักปรุงยาระดับ 9 ตกตะลึงเมื่อเสี่ยวเฮ่ยมาหาพวกเขาอย่างเงียบๆแถมยังเข้ามาในสมาคมโดยที่ไม่มีใครรู้สึกตัวแม้แต่ค่ายกลก็ยังทำอะไรเสี่ยวเฮ่ยไม่ได้
“ข้ามีคำเล็กน้อยอยากจะให้พวกเจ้าช่วย”เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
“เชิญผู้อาวุโสว่ามาได้เลยขอแค่ไม่ผิดต่อสมาคมพวกเราพร้อมช่วยเหลือ”ทั้งสามกล่าว
“มันไม่ใช่งานยากอะไรเลยข้าอยากจะให้พวกเจ้าปรุงยานี่ให้กับข้า” เสี่ยวเฮ่ยยื่นสูตรยามหาเสน่ห์ให้กับสามปรมาจารย์
“นี่มันยามหาเสน่ห์งั้นเหรอยานี่ไม่ใช่ว่าเป็นของเผ่าปีศาจงั้นเหรอ” สามปรมาจารย์พากันสงสัยว่าเสี่ยวเฮ่ยไปเอามาจากใหน
“เรื่องนั้นพวกเจ้าจะไปสนใจทำไมแค่ปรุงยานี้ให้กับข้าสักหลายๆเม็ดก็พอ” เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
“ถึงแม้มันจะไม่ยากแต่มันก็อันตรายมากถ้าพลาดทำเม็ดยาแตกออกมาพกวเราคง.....” สามปรมาจารย์มองหน้ากันด้วยสีหน้าหวาดกลัว
“พวกเจ้าก็ระวังๆสิ”เสี่ยวเฮ่ยคำราม
“ได้ๆพวกเราจะรีบทำให้” สามปรมาจารย์ไม่สามารถทำอะไรได้มีเพียงต้องทำตามอีกฝ่ายเท่านั้น
ส่วนฉางเฟิงก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลยจากนั้นอีก 1 เดือน ฉางเฟิงก็ทำตามคำขอของตระกูลเซียนทั้งหมด ซึ่งในตอนแรกฉางเฟิงต้องการลงมือให้เร็วที่สุดแต่เมื่อมีนิกายซากศพลงมือช่วยตัดกำลังของสามนิกายและตระกูลเซียนที่อยู่ฝ่ายนั้นฉางเฟิงจึงวางแผนว่าอีกครึ่งปีค่อยลงมือ
“อีกครึ่งปีกองกำลังของสามนิกายจะลดลงไปมากและตอนนั้นพวกจักรพรรดิเซียนคงจะอยู่เฉยไม่ได้อีกต่อไปและเข้าร่วมการต่อสู้กับนิกายซากศพตอนนั้นพวกเราจะลงมือทำลายสามนิกายให้สิ้นซาก” ฉางเฟิงกล่าว
“แบบนี้ก็ดีเหมือนกันจะได้ลดความสูญเสียฝ่ายเราได้มาก”ผู้นำตระกูลซวนหยวนกล่าว
“เอาละถ้างั้นข้าคงต้องขอตัวกลับก่อนเพราะข้าเองก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อม”ฉางเฟิงกล่าว
“ถ้าเช่นนั้นให้เสวี่ยเอ๋อไปส่งดีหรือไม่”ผู้นำตระกูลซวนหยวนส่งสายตาให้ลูกสาวของตนเองทันที แต่ซวนหยวนเสวี่ยกลับไม่สนใจฉางเฟิงเองก็ไม่อยากตกอยู่ในแผนของอีกฝ่ายจึงรีบจากไป
เมื่อฉางเฟิงกลับมานิกายบุปผาสิ่งแรกที่ฉางเฟิงเจอก็คือซีรั่วหยานเห็นได้ชัดว่านางรอฉางเฟิงมานานแล้ว
“เกิดอะไรขึ้นไม่ใช่เจ้าอยู่ในสวนสมุนไพรงั้นเหรอ”ฉางเฟิงสงสัย
“เจ้าลืมไปแล้วงั้นเหรอว่าเจ้าได้สัญญาอะไรกับภูติแห่งชีวิตไว้”ซีรั่วหยานกล่าว
“จริงด้วยข้าลืมไปเลย ผู้อาวุโสตงจวิ้นบอกว่าเมื่อข้าทะลวงขั้นเซียนเขาจะมอบมรดกของภูติแห่งชีวิตให้”ฉางเฟิงตื่นเต้นทันที
“ไปกันเถอะ”ฉางเฟิงและซีรั่วหยานพร้อมเสี่ยวเฮ่ยเดินทางไปยังจุดที่มิติลับเคยปรากฎทันที
ซีรั่วหยานปลดปล่อยกลิ่นอายเล็กน้อยร่างของตงจวิ้นก็ปรากฏตัวและพาพวกฉางเฟิงเข้าไปในมิติลับทันที
“ไม่คิดว่าเจ้าจะทะลวงขั้นเซียนได้รวดเร็วขนาดนี้”ตงจวิ้นมองไปยังฉางเฟิงด้วยสีหน้าตกใจ
“แค่นั้นยังน้อยไปนายน้อยของข้าได้ผ่านทัณฑ์เซียน 33 ทัณฑ์อีกด้วย” เสี่ยวเฮ่ยกล่าว
“อะไรนะนั่นมันทัณฑ์เซียนในตำนานไม่ใช่เหรอ ข้าคิดว่ามันไม่มีจริงเสียอีก” ตงจวิ้นตื่นตระหนกมาก
“มันเป็นเรื่องจริงเอาละถึงเวลามอบมรดกของเจ้าให้กับเขาได้แล้ว” ซีรั่วหยานกล่าว
“แน่นอนข้าพูดไปแล้วไม่คืนคำหรอก” ตงจวิ้นพาพวกฉางเฟิงเข้าไปในห้องลับซึ่งเป็นสถานที่ตงจวิ้นไม่ให้ใครเข้ามาแม้แต่ซรรั่วหยานก็ไม่รู้ถึงการคงอยู่ของห้องนี้