บรรยากาศรอบแผงซาลาเปาทวีความกดดันจนชาวบ้านร้านตลาดเริ่มพากันถอยห่าง หัวหน้าองครักษ์จวนอ๋องหลี่ยังคงยืนกัดฟันกรอด สายตาเหลือบมองป้ายหยกพยัคฆ์หมอบในมือของเหม่ยอิงสลับกับใบหน้ากะล่อนของกู่เหวินเทียนที่เตรียมจะก้าวขาตามนางไปอย่างขัดใจ
ทว่า ในวินาทีที่เหม่ยอิงกำลังจะหมุนตัวนำทางเหวินเทียนออกไปนั้นเอง...
ฟิ้ว! ปัง!
เสียงวัตถุฝ่าอากาศแหวกลมลงมาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะปักเข้ากลางโต๊ะไม้ของแผงซาลาเปาอย่างแม่นยำจนโต๊ะแทบหักเป็น2ซีก! มันมิใช่ลูกธนูหรืออาวุธลับ หากแต่เป็น ‘ป้ายเหล็กสีดำทมิฬ’ ที่สลักลวดลายกองคาราวานของตระกูลใหญ่ ทว่าปลายป้ายเหล็กนั้นกลับแฝงไปด้วยพลังปราณอันหนักหน่วงจนโต๊ะไม้เกิดรอยร้าวลามไปทั่ว
“ช้าก่อนแม่นางแห่งสำนักศึกษาพยัคฆ์คำรน”
เสียงทุ้มต่ำและทรงพลังดังขึ้นจากบนหลังคาโรงเตี๊ยมร้างฝั่งตรงข้าม พร้อมกับการปรากฏตัวของชายชุดดำร่างสูงใหญ่สามคน พลางกระโดดทะยานลงมาสกัดเหม่ยอิงไว้ทันที ท่วงท่าการขยับกายของคนพวกนี้ว่องไวและเฉียบขาด
องครักษ์จวนอ๋องหลี่เบิกตากว้าง “พวกเจ้า... คนของสมาคมพาณิชย์เหลียงซานงั้นรึ?”
หนึ่งในชายชุดดำก้าวออกมาข้างหน้า ประสานมือคารวะเหม่ยอิงตามมารยาทชาวยุทธ์ ทว่าแววตากลับนิ่งสนิทไร้ความยำเกรง
“แม่นางเหม่ยอิง สำนักศึกษาพยัคฆ์คำรนของพวกท่านสั่งสอนเชื้อพระวงศ์และผู้ทรงคุณธรรม ทว่าบัณฑิตกู่ผู้นี้... มีหนี้สินค้างชำระกับนายหญิงของพวกเราอยู่เป็นจำนวนมาก” องครักษ์โกหกหน้าตาย พลางชี้ไปที่เหวินเทียน “เมื่อครู่เขาเพิ่งรับตั๋วเงินและเงินมัดจำล่วงหน้าจากนายหญิงของเราบนหอร้างฝั่งตะวันตกเพื่อเป็นค่าสัญญาจ้าง ยามนี้สัญญายังไม่สัมฤทธิ์ผล จู่ ๆ สำนักพยัคฆ์คำรนจะมาตัดหน้าชิงตัวลูกหนี้ไปหน้าตาเฉย ขงจื๊อของพวกท่านคงมิได้สั่งสอนให้ไร้สัจจะเช่นนี้กระมัง?”
“จ๊ากกกก!”
กู้เหวินเทียนที่ยืนอยู่ข้างหลังถึงกับร้องลั่น ตาแทบหลุดออกจากเบ้า ‘หนี้สินอันใดกัน! สัญญาจ้างอันใดกัน! เงินนั่นแม่นางโยนตัดรำคาญให้ข้ามาซื้อซาลาเปาชัดๆ ! เหตุใดพอตกบ่าย ข้ากลับกลายเป็นลูกหนี้สมาคมพาณิชย์ใหญ่ไปได้เล่าสวรรค์!’
เหม่ยอิงปรายสายตาเย็นชาจ้องมองชายชุดดำผู้มาใหม่ นิ้วเรียวยังคงแตะด้ามกระบี่แน่นขึ้น “สัญญาของพวกเจ้า ข้าไม่สน คำสั่งปรมาจารย์ใหญ่ถือเป็นที่สุด ใครกล้าขวาง...”
“ถ้าเช่นนั้นก็คงต้องลองดู!” ชายชุดดำกล่าวพลางชักกระบี่วงเดือนออกมาส่องประกายวาววับ
ในขณะที่ทั้ง3ฝ่าย (ทหารจวนอ๋องหลี่,เหม่ยอิงแห่งพยัคฆ์คำรน, และชายชุดดำแห่งสมาคมการค้า,)กำลังจะเปิดฉากตะลุมบอนชิงตัวประกันอยู่นั่นเอง...
บนชั้น2ของโรงเตี๊ยมร้างที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกล นัยน์ตาเรียวคมคู่สวยดุจพญาหงส์ของ สตรีหัวหน้าสมาคมการค้าผู้นั้นจ้องมองลงมายังความวุ่นวายเบื้องล่างผ่านม่านไม้ไผ่อย่างเงียบเชียบ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏขึ้นที่มุมปากของนางใต้ผ้าคลุมหน้าสีโปร่ง
‘กู่เหวินเทียน... เจ้าช่างเป็นหมากที่เนื้อหอมเสียจริง ทั้งคนของจวนอ๋องหลี่ ทั้งสำนักศึกษาพยัคฆ์คำรน ต่างแย่งชิงตัวเจ้า ข้าอยากจะรู้นักว่าถ้าสถานการณ์พังพินาศเยี่ยงนี้ เจ้าจะงัดสติปัญญาแบบไหนออกมาเอาตัวรอด!’