เขาหาว่าผมเป็นเซียน

    บทที่ 29: สมาร์ทโฟนเซียน

    บทที่ 29: สมาร์ทโฟนเซียน และการปฏิวัติการสื่อสารของทุกภพ

    ค่ำคืนที่สระน้ำวนยังคงมีกลิ่นชาและไอปราณใบไม้ไหวเป็นจังหวะเสมือนจังหวะการเต้นของหัวใจสำนัก หลินเฟยนอนพิงขอบสระ มือข้างหนึ่งถือโทรศัพท์โลกมนุษย์ที่แบตไหลเร็วเหมือนขุมพลังโลหิตและลืมไม่ได้ว่าตัวเองเพิ่งสั่งให้สร้างสิ่งที่เขาเรียกสั้น ๆ ว่า“สมาร์ทโฟนเซียน”
    สามวันผ่านไปและตอนนี้กงซุนอี้นำเครื่องต้นแบบมาถวาย—หยกแก้วมังกรฉาบผลึกปราณแววแสงโลหะผสมโบราณ และช่องดูดซับพลังปราณตรงตำแหน่งนิ้วชี้

    หลินเฟยลุกขึ้นทันทีด้วยตาเป็นประกาย
    “เอามาให้ฉันลองเลย! ถ้ามันชาร์จด้วยพลังปราณได้จริงฉันจะไม่ต้องถือหม้อน้ำปราณเพื่อชาร์จอีกต่อไป!”

    กงซุนอี้ยืนคุกเข่า พูดด้วยสำเนียงราชานักประดิษฐ์
    “ท่านอาจารย์! นี่คือ ‘โทรศัพท์แห่งการตรัสรู้’! เพียงแตะนิ้วความปราณจะไหลเข้าสู่เซลล์คริสตัลของเครื่องและแปลงเป็นพลังงานไฟฟ้าที่เสถียร…ไม่มีการร้อน ไม่มีการสูญเสีย!”

    หลินเฟยเอ็นดูเครื่อง กดหน้าจอเล็กน้อยหน้าจอส่องขึ้นเป็นลายเมฆปราณ เขากดแอป Xianflix แล้วโทรหามู่หาน

    “ฮัลโหล! มู่หาน ได้ยินไหม?”
    มู่หานรับสายจากปลายทางด้วยน้ำเสียงสดใส“ได้ยินชัดเจนเจ้าค่ะท่านอาจารย์! เสียงเหมือนน้ำจากธารลำธารเลย!”

    หลินเฟยพยักหน้า “ยอดเยี่ยม! เสียงชัด แถมแบตไม่ลด!”

    ■ การตีความเชิงปรัชญาของฟีเจอร์เทคโนโลยี

    ฟีเจอร์ที่หลินเฟยพูดถึงถูกตีความเป็น “วิชา”ทันทีโดยศิษย์และผู้คนในสำนัก:

    1.       แบตไม่หมดง่าย
    → ถูกอ่านเป็น“วิชาดูดซับพลังปราณจากบรรยากาศ” — นั่นคือโทรศัพท์จะชาร์จตัวเองโดยการดูดพลังปราณอ่อน ๆ จากอากาศรอบตัว

    2.       ไม่ร้อน
    → ถูกอ่านเป็น“วิชาควบคุมธาตุเหมันต์/ธาตุไฟในวงจร” —ช่วยป้องกันความโกรธและความฟุ้งซ่านในผู้ใช้ เป็นการฝึกจิตผ่านฮาร์ดแวร์

    3.       ปุ่มบล็อกเบอร์
    → ถูกอ่านเป็น“การตัดขาด” ทางจิตวิญญาณ — กดปุ๊บ ตัดความผูกพันที่ไม่จำเป็นออกไปจากชีวิตเป็นการฝึกปล่อยวางรูปแบบหนึ่ง

    คำพูดธรรมดาของหลินเฟยจึงกลายเป็นตำราเทคโน-เต๋าทันทีและประชาชนทั่วทั้งสามภพรีบตีตั๋วจองคิวจ่ายเงินเพื่อเป็นผู้ถือเบต้ากลุ่มแรก

    ■ ปัญหาสายเข้า—ฮิตหนึ่งเดียวของโลกเซียน

    ยังไม่ทันที่หลินเฟยจะได้เพลิดเพลินไปมากกว่านั้นหลี่ซานบุกเข้ามาอย่างหอบ
    “ท่านอาจารย์! เบอร์โทรส่งมาหาข้ามากมาย!คนอยากเรียนวิชาปรุงขนมเปี๊ยะเต็มระบบ! ข้าตอบไม่ทันจริง ๆ!”

    หลินเฟยยิ้มอย่างมีเลศนัย “อ๋อ งั้น—ปุ่มบล็อกเบอร์สิ เหมาะเลย!”

    กงซุนอี้ส่งอัปเดตเฟิร์มแวร์ในทันทีปุ่มบล็อกถูกติดตั้งเป็นตัวเลือกใน UI รูปโล่หยกเมื่อกดแล้ว:

    ·        โทรเรียกเข้าที่ไม่ต้องการจะถูกส่งไปยังกระเป๋าแยก(ในระบบเรียกว่า “เขตสงบ”)

    ·        ระบบจะส่งข้อความตอบรับอัตโนมัติเป็นแบบแผนปราณว่า“ขณะนี้ผู้ใช้ไม่สะดวก โปรดปล่อยพลังและลองใหม่ภายหลัง” —ผู้รับสายบางคนตีความเป็นการเรียนรู้ว่า “ท่านถูกปฏิเสธด้วยความเมตตา”และกลับไปคิดทบทวนชีวิต

    หลี่ซานกดปุ่มบล็อกและถอนหายใจ “ว้าว ชีวิตสงบขึ้นจริง ๆ!”
    แต่ความสงบบางอย่างก็ล้นเกินไป — บ้านใครบางคนในหมู่บ้านใกล้เคียงกลับคิดว่า“ท่านศิษย์ขอโทษเราแล้ว” เพราะข้อความตอบรับนั้นอ่อนโยนเกินไปและเกิดการเข้าใจผิดในระดับหมู่บ้านว่าคนถูกบล็อกทำพิธีขอโทษอย่างลับ ๆ

    ■ วัฒนธรรมใหม่:ริงโทนปราณและสแปมสายปราณ

    ความนิยมของสมาร์ทโฟนเซียนนำมาซึ่งวัฒนธรรมย่อยใหม่:

    ·        ริงโทนปราณ— ผู้ใช้สามารถตั้งเสียงเรียกเข้าที่เป็นเส้นลมปราณเฉพาะตัว เช่น“ริง-หยก-ซ่า” หรือ “ซ่อง-ตรา-ฮู้” — บางคนใส่เสียงร้องมังกรเป็นริงโทนทำให้เวลามังกรโทร ผู้คนรู้สึกเหมือนถูกเรียกโดยพายุ

    ·        สแปมสายปราณ— พ่อค้าแม่ค้าบางรายส่งคลื่นพลังเชิญชวนแบบมวล (mass-prana)เพื่อโปรโมตคอร์ส เช่น “เรียนเป่าปราณ 3 วันรับส่วนลดป๊อปคอร์นครบชุด” — หลายคนร้องเรียนว่าเป็นการรบกวนพลังจิต

    กงซุนอี้ตั้ง “โหมดสงบ” ในเครื่อง เพื่อตัดคลื่นโฆษณาแต่ก็มีคนตีความว่า “การปิดโฆษณาคือการปิดความสัมพันธ์ทางการค้า” —ทำให้เกิดข้อถกเถียงเชิงจริยธรรม:“เราจะรับมือกับการค้ามากขึ้นหรืออนุรักษ์ความบริสุทธิ์ของปราณ?”

    ■ เครือข่ายปราณเทเลคอม— การเชื่อมทุกภพ

    เพื่อให้โทรศัพท์ใช้ได้ทั่วทุกภพ กงซุนอี้กับซูอี้ร่วมกันก่อสร้างเครือข่ายปราณเทเลคอม— เสาส่งสัญญาณที่ทำจากเสาหินปราณ กระจายเป็นตาข่ายระหว่างโลกเซียนภพมาร และภูมิวิญญาณ

    ฟีเจอร์เด่น:

    ·        Call-ThroughRift — ข้ามมิติได้ด้วยสายเรียกเดียวแต่ต้องใช้สิทธิ์ความปลอดภัย (เรียกว่า Seal-Token)

    ·        Prana-MMS— ส่งรูป/เสียงที่มีปราณฝังตัวได้(แต่บางรูปอาจทำให้ผู้รับฝันกลางวัน)

    ·        QoSปราณ — การจัดลำดับความสำคัญของสัญญาณโดยอาศัย“ความบริสุทธิ์ของปราณ” เป็นตัวคัดกรอง

    เครือข่ายนี้ทำให้แม่ทัพมารในแดนไกลสามารถโทรหาแม่สามีได้หรือฤาษีในยอดเขาสูงสามารถส่งเสียงบรรยายธรรมให้เด็กน้อยเมืองชายทะเลได้ทันที —โลกเล็กลงอย่างมีนัยสำคัญ

    ■ ธุรกิจใหม่:ค่าบริการรายเดือนและตลาดสมาร์ทโฟนเซียน

    อี้หานคว้าโอกาสทันที เขาออกแบบแพ็กเกจ:

    ·        ฟรี— ดูโฆษณาปราณ รับโหมดพื้นฐาน

    ·        พรีเมียม— ไม่มีโฆษณา ได้โหมดฟื้นฟู และลดคิวในการโทรหาอาจารย์ใหญ่

    ·        วิชาพิเศษ— สมัครรายปี รับบัตรเข้าพบปรมาจารย์ 1 ครั้งต่อปี(แบบจองคิว) — แพ็กนี้ขายดีอย่างน่าแปลกใจ

    ตลาดสร้างขึ้น: ร้านค้าท้องถิ่นเริ่มขายเคสหยก, ฟิล์มจอผลึกปราณ, และแพ็กเสริมแกะกล่องที่ให้เสียงริงโทนพิเศษบรรยายว่า “ทำให้คุณเรียกเทพได้ทันที”

    อย่างไรก็ตาม การแสวงหากำไรก็มาพร้อมกับการถกเถียง:กลุ่มอนุรักษ์เรียกร้องให้มีกฎจำกัดการขายฟีเจอร์ที่ “ทำให้คนบรรลุเร็วเกินไป” —ประเด็นนี้กลายเป็นหัวข้อถกเถียงในสภาสำนักอีกครั้ง

    ■ ความเสี่ยงด้านความเป็นส่วนตัว:สายลับปราณและการดักฟัง

    สมาร์ทโฟนเซียนที่เชื่อมกับเครือข่ายปราณเทเลคอมทำให้ข้อมูลปราณถูกส่งผ่านตาข่าย การเกิด “การฟัง” และ “การติดตามทางปราณ”กลายเป็นปัญหา:

    ·        บางองค์กรพยายามเก็บข้อมูลการดูซีรีส์ของผู้ชมเพื่อวิเคราะห์แนวโน้มจิตใจและเสนอผู้สปอนเซอร์โฆษณาที่ตรงเป้าหมาย

    ·        แก๊ง “ไฟล์เงา”พยายามดักสัญญาณเพื่อสตรีมเถื่อน และมีรายงานการปล่อยข่าวลือผ่านระบบข้อความปราณเพื่อสร้างความปั่นป่วนทางการเมือง

    ·        มีการค้นพบโปรแกรมที่ฝังโค้ดปราณในแอปเพื่อแนะนำการซื้อของโดยอาศัยการอ่านอารมณ์ —ทำให้เกิดการเรียกร้องให้มีกฎหมายคุ้มครองข้อมูลปราณ

    ซูอี้ร้องเสียงดัง “พวกเราต้องมีมาตรการรักษาความปลอดภัย!หน่วยปราณไซเบอร์ต้องขยายใหญ่ขึ้น!”

    ■ วัฒนธรรมการสื่อสารใหม่:“เมสเสจปราณ” และ “โหมดสงบศีล”

    ฟีเจอร์ส่งข้อความปราณได้รับความนิยม — ข้อความไม่ใช่ตัวอักษรแต่เป็นคลื่นสั้นของปราณที่ผู้รับจะรับรู้เป็นความรู้สึกสั้น ๆ เช่น “คิดถึง”,“ขอบคุณ”, “เร่งด่วน”
    การสื่อสารเปลี่ยนรูปแบบไป ผู้คนเริ่มฝึก “การตีความคลื่นปราณ”เหมือนเรียนภาษาใหม่

    นอกจากนี้ยังมี โหมดสงบศีล(Do-Not-DisturbSpirit Mode) — เมื่อเปิดแล้วโทรจะถูกส่งไปยัง“เขตสงบ” ทางจิต ผู้เรียกร้องจะรับข้อความตอบกลับว่า“ขณะนี้ผู้ถูกเรียกกำลังฝึกภาวะนิ่ง โปรดรอ” —ผู้รับบางคนซาบซึ้งคิดว่านี่คือการปฏิเสธแบบมีมารยาท จนเกิดมารยาทใหม่ในการสื่อสาร

    ■ เรื่องขำๆ และมุกเข้าใจผิดจากการใช้งานจริง

    ·        ชาร์จด้วยป๊อปคอร์น? — มีคนทวีต(ส่งลมปราณ) ว่า “เครื่องชาร์จด้วยป๊อปคอร์น” และมีบางคนทดลองเอาป๊อปคอร์นจิ้มที่ช่องชาร์จจริงๆ — เครื่องไม่พัง แต่ผู้ทดลองโดนไอหอมขนมจนเสียสมาธิ

    ·        ผู้เฒ่าอยากได้โหมดย้อนวัย— ผู้เฒ่าบางคนเข้าใจว่า “อัปเดตซอฟต์แวร์ = ย้อนวัย”จึงจ่ายเงินซื้อแพ็กเกจแพงสุด แต่ผลคือได้รับฟิลเตอร์กล้องปราณที่ทำให้หน้าเรียบขึ้น— เป็นความผิดหวังที่ตลกขบขัน

    ·        มารชอบอิโมจิหยก— มารหลายตนเริ่มส่งอิโมจิรูปหยกมากกว่าข้อความทำให้ผู้สื่อสารบางคนแปลผิดเป็นคำสาป (ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น)

    ■ เงื่อนงำทางการเมืองและปมสำหรับตอนต่อไป

    แม้เสียงตอบรับโดยรวมจะดี แต่กระแสปราณที่ไหลผ่านเครือข่ายทำให้ผู้มีอำนาจบางคนเริ่มสนใจมากเกินไป:

    ·        กลุ่มพ่อค้าใหญ่เห็นช่องทางควบคุมข้อมูลปราณเพื่อสร้างอิทธิพล— พวกเขาพูดคุยลับ ๆ ว่า “ถ้าเราควบคุมเครือข่าย เราจะกำหนดความคิดบางอย่างได้”

    ·        ฝ่ายอนุรักษ์ห่วงว่า“ถ้าคนใช้โหมดฟื้นฟูจนไม่คิดเอง โลกจะขาดการฝึกปฏิบัติที่แท้จริง”

    ·        มีจดหมายลับส่งมาถึงสำนัก —ลายมือเดียวกับจดหมายเมื่อครั้งสร้าง Xianflix — เตือนว่า“พลังการสื่อสารเป็นดาบสองคม จงระมัดระวังผู้ที่ต้องการเปลี่ยนความจริงเป็นสินค้า”— ใครเป็นผู้ส่งยังคงเป็นปริศนา

    หลินเฟยยืนมองแสงจอในมือ เขารู้สึกทั้งภูมิใจและหนักใจ —เทคโนโลยีทำให้ชีวิตง่าย แต่ก็เปิดประตูสู่การแสวงอำนาจรูปแบบใหม่

    เขาหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดกับกงซุนอี้และมู่หาน
    “ไปเตรียมรุ่นถัดไปเถอะ — ถ้ามีคนพยายามแฮ็กสายเข้าเขาจะโดนบล็อกจาก ‘ปุ่มบล็อกเบอร์แบบยกระดับ’ ของเรา!”

    มู่หานยักไหล่ “หรือไม่ก็เพิ่มฟีเจอร์ ‘ฟ้องด้วยเสียงหัวใจ’ให้ผู้เรียกร้องต้องผ่านทดสอบความบริสุทธิ์ก่อนโทร”
    กงซุนอี้เสริมด้วยตาเป็นประกาย “หรือเพิ่มฟังก์ชัน ‘ล็อกโหมด’ที่ต้องใช้กุญแจหยกพิเศษจากปรมาจารย์เพื่อปลดล็อก!”

    คำพูดเหล่านี้เปรียบเสมือนการจุดประกาย —ใครจะใช้กุญแจหยกนั้นเพื่ออะไร? ใครจะต้องการควบคุมเครือข่าย?และใครกำลังเตรียมเล่นเกมใหญ่นี้เป็นครั้งต่อไป?

    โปรดติดตามตอนต่อไป

     

    คล้ายกับเรื่องเขาหาว่าผมเป็นเซียน ที่คุณอ่าน