37.ศึกแกะกุ้ง
“ศิษย์พี่จวงอี้...ข้าจำได้ว่าท่านมีคนยกอาหารไปให้ถึงที่พักเหตุใดจึงมาทานที่โรงอาหาร”เสียงเย็นชาของเฟยหานตงดังขึ้น ขณะที่รออาหารจากร้านที่แพงที่สุดซึ่งได้พ่อครัวจากเหลาชื่อดังมาปรุงให้กำลังเร่งลงมือปรุงให้รัชทายาทที่สั่งเมนูยาวเหยียดแบบกะทันหันจนต้องใช้พ่อครัวทั้งโรงอาหารเกณฑ์กันมาทำให้ทันใจรัชทายาท
แน่นอนว่าในรัศมีใกล้เคียงไม่มีใครกล้าเสนอหน้านั่งล้วนเว้นห่างจากโต๊ะรัชทายาทหนึ่งโต๊ะทุกทิศเพราะแต่ละคนรู้ดีถึงอารมณ์ร้ายของรัชทายาทที่ลือกันไปทั้งสำนักแม้แต่พวกอาจารย์ยังไม่กล้าตอแย...
จวงอี้ยิ้มอย่างอ่อนโยนทว่าแววตากลับท้าทายจงใจหาเรื่องเฟยหานตงอย่างชัดเจน
“ข้าเห็นว่าศิษย์น้องไป๋หลงเป็นคนน่ารักน่าเอ็นดูเลยจงใจมาหานางจะชวนนางทานข้าวด้วย ทุกมื้อ!!! ”จวงอี้จงใจเน้นคำว่าทุกมื้อ
เขาพูดจายียวนกวนประสาทรัชทายาทเล่นเพราะรู้มาจากอาจารย์ว่า รัชทายาทได้มอบของหมั้นให้ไป๋หลงไปแล้วของที่ว่าเป็นตราหยกที่สามารถเคลื่อนกำลังพลได้ทั้งแผ่นดิน
อาจารย์บอกว่าไป๋หลงเป็นคนสำคัญสำหรับรัชทายาทซ้ำไป๋หลงยังถูกนิกายทมิฬหมายหัว จึงให้เขาคอยตามคุ้มครอง ตีสนิทนางเอาไว้เมื่อมีโอกาสให้คอยตามประกบนางให้ดี..
แต่ที่จ้าวสำนักคาดไม่ถึงก็คือจวงอี้ค่อนข้างหมั่นไส้รัชทายาทเป็นทุนเดินอยู่แล้วดังนั้นแผนการที่ต้องการให้จวงอี้ตามคุ้มครองไป๋หลง จึงเข้าทางจวงอี้ที่ต้องการกลั่นแกล้งรัชทายาทเล่นอยู่พอดีใครใช้ให้คนผู้นี้เกิดมาสมบูรณ์แบบจนน่าหมั่นไส้ละแกล้งเล่นสักหน่อยคงจะสนุกดีพิลึก!!!
“ทุกมื้อ!”ไป๋หลงเทียนหลง ซิ่นเผิง อุทานด้วยความประหลาดใจ
“ศิษย์น้องไม่ต้อนรับข้าหรือ”จวงอี้หันไปถามเสียงอ่อนโยนแต่แววตาไม่อ่อนโยนตาม
ไป๋หลงเห็นแล้วขนลุก รีบส่ายหน้า“หามิได้ๆ ศิษย์น้องย่อมยินดีต้อนรับอยู่แล้ว!”ไป๋หลงรีบกล่าวทันที
เฟยหานตงสีหน้ามืดครึ้มไม่พอใจอย่างยิ่ง“อย่ามาตีสนิทกับ คู่...”
ไป๋หลงยกมือปิดปากเฟยหานตงทันทีท่ามกลางความตกตะลึงของทุกคนที่นางกล้าปิดปากรัชทายาท
“เจ้าอย่าพูดออกมาเชียวนะ”ไป๋หลงกระซิบข้างหูเฟยหานตงเบาๆ“ข้ายังอยากใช้ชีวิตอย่างสงบขืนเจ้าเที่ยวป่าวประกาศข้ายังจะมีชีวิตสงบอยู่อีกไหม!”ไป๋หลงถลึงตาใส่เจ้าคนที่เอะอะก็พูดว่าคู่หมั้นไม่ก็ว่าที่พระชายา
เฟยหานตงกะพริบตาครู่นึงขณะตัดสินใจก่อนจะดึงมือของไป๋หลงออกจากปากด้วยเองด้วยความนุ่มนวลกลัวว่ามือที่ทั้งเล็กทั้งบอบบางของนางจะเจ็บเขากุมมือนางไว้ไม่ปล่อย
“ได้ข้าไม่พูดแต่สักวันเสด็จพ่อต้องถามแน่”เฟยหานตงกล่าวเสียงอ่อนโยนโดยไม่รู้ตัว
“ฮ่ะ..!”ไป๋หลงอุทานเสียงดังด้วยความตกใจลืมดึงมือตัวเองออกจากมือใหญ่ทว่าให้ความรู้สึกอบอุ่นเหลือเกิน
ไป๋หลงเริ่มรู้สึกว่ามีหลายคนจ้องมองมาด้วยความสนใจทำให้เธอรู้ตัวว่าเผลอพูดเสียงดังเกินไป“เสด็จพ่อของเจ้าจะถามเรื่องอะไร”ไป๋หลงกระซิบ
“เจ้าแน่ใจหรือจะให้ข้าตอบตรงนี้”เฟยหานตงตอบด้วยน้ำเสียงปกติขณะสายตามองไปทางคนทั้งสามที่ร่วมโต๊ะซึ่งเงี่ยหูฟังอย่างสนใจ
ไป๋หลงเหลือบมองตามแล้วยิ้มแหย“ไม่ดีกว่า ไว้เย็นนี้เลิกเรียนเจ้ามาหาข้าที่ห้องเรียนก็แล้วกัน”
“พวกเจ้าสองคนคงไม่คิดจับมือกันไปกินข้าวไปใช่ไหม”เสียงของฮุ่ยเทียนหลงดังขึ้นเบาๆแฝงความไม่พอใจเอาไว้ เขาแค่จะนั่งรถม้าจากอาณาจักรฮุ่ยมายังอาณาจักรเฟยกับไป๋หลง ยังถูกกีดกันแทบตาย
แต่เฟยหานตงผู้นี้ถึงขั้นจับมือถือแขนของญาติผู้พี่ของเขาต่อหน้าคนมากมาย...ชิไม่ยุติธรรม!!!
ไป๋หลงก้มมองมือตัวเองที่ยังอยู่ในมือเฟยหานตงแล้วรีบชักออกทันที ถึงว่าละทำไมสาวๆโต๊ะใกล้เคียงมองจิกแล้วมองจิกอีกสาเหตุก็มือเธอที่ถูกเฟยหานตงกุมไว้นี่เอง...
ตายละหว่างานนี้ข่าวลือได้แพร่ไปทั่วสำนักฝึกยุทธ์แน่...
ไป๋หลงแทบอยากจะเอาเท้าก่ายหน้าผากแต่จะว่าไปการถูกใครสักคนกุมมือก็รู้สึกดีจริงๆ....
ไม่นานอาหารก็ถูกยกมาจนเต็มโต๊ะ หนึ่งในนั้นมีอาหารทะเลที่นำเข้าจากอาณาจักรฮุ่ยกุ้งเผา ปูนึ่ง
ไป๋หลงใช้เข็มเงินทดสอบพิษอาหารทุกจานปูและกุ้งทุกตัว ก่อนจะพยักหน้าให้ฮุ่ยเทียนหลงที่อยู่ฝั่งตรงข้าม
“ไม่มีพิษ”ไป๋หลงบอกเทียนหลงอย่างคุ้นเคยทุกครั้งที่ทานอาหารเธอทำมันจนชิน เพราะบ่อยครั้งที่ถูกหวงเหวิน อาจารย์สอนวิชาแพทย์คนแรกซึ่งเป็นหนึ่งในองครักษ์ข้างกายของเธอมักวางยาพิษในอาหารของเธอเสมอ เพื่อทดสอบว่าเธอมีความสามารถในการตรวจหาพิษมากแค่ไหนบางครั้งก็มีพิษที่ไม่อาจตรวจหาด้วยเข็มเงินได้ไป๋หลงจึง ต้องเรียนรู้วิธีตรวจหาและวิธีถอนพิษ
“ศิษย์น้องไป๋หลงเจ้าตรวจหาพิษอาหารแบบนี้ทุกครั้งก่อนกินหรือ ดูๆไปแล้วเหมือนเจ้าทำหน้าที่ทดสอบพิษให้รัชทายาทเทียนหลงจนเคยชิน”จวงอี้ถามด้วยความสนใจ
“ตั้งแต่สี่ขวบข้าและรัชทายาทมีอาจารย์คนเดียวกันอาจารย์มักกลั่นแกล้งวางยาพิษในอาหารทุกครั้งที่จะกินอาหารข้าจึงต้องตรวจหายาพิษเสมอ และเพื่อความปลอดภัยของรัชทายาททุกครั้งที่ข้าและรัชทายาททานอาหารในวังข้าจะรับหน้าที่ทดสอบพิษเอง เพราะข้าไม่ไว้ใจฝากชีวิตไว้ในมือของใคร”ไป๋หลงกล่าวพลางยกปูและกุ้งมาทางตัวเองทั้งจานอาหารทะเลของโปรดของเธอ...
ไป๋หลงลงมือแกะกุ้งเผาและกินอย่างเอร็ดอร่อยแต่พอเห็นของกินแล้วก็อดนึกถึงเจ้าเสี่ยวไป๋ไม่ได้ป่านนี้ไม่รู้ว่ามันไปหาอะไรกินหรือยัง ไม่ใช่มัวแต่นั่งซึมทั้งวันหรอกนะ
เฟยหานตงหรี่ตามองฮุ่ยเทียนหลงด้วยความไม่พอใจที่อีกฝ่ายเติบโตมกับคู่หมั้นของเขาซ้ำยังดูสนิทกันมาก
“มาข้าแกะให้”จวงอี้แย่งกุ้งในมือที่ไป๋หลงกำลังแกะไป“เจ้าแกะจนตัวมันหดเหลือนิดเดียวแล้ว”จวงอี้หัวเราะ จากกุ้งตัวโตๆ ไป๋หลงเด็ดหัวเด็ดหางยังแกะเปลือกเด็ดขากุ้ง จนกุ้งตัวนิดเดียว
“ท่านแกะเป็นหรือ”ไป๋หลงถามอย่างดีใจปกติเธอเเกะกุ้งไม่เป็นแกะทีไรเหลือตัวนิดเดียวสุดท้ายเสี่ยวเมิ่งจึงเป็นคนแกะให้ทุกครั้ง
“ไว้ดูผลงานข้าแล้วกัน”จวงอี้ยิ้มอย่างอ่อนโยนเมื่อแกะออกมาสภาพของกกุ้งที่แม้จะไร้เปลือก ไร้หัว กลับดูสวยงามสมบูรณ์แบบจนไป๋หลงทำตาโต
“โห....ศิษย์พี่เก่งจริงๆ”ไป๋หลงชมเปาะ“ท่านรู้ไหมว่าผู้ชายที่แกะกุ้งเป็น แล้วแกะกุ้งให้ผู้หญิงด้วยดูเป็นคนมีเสน่ห์มากในสายตาผู้หญิง”ไป๋หลงกล่าวทำให้บุรุษทั้งหลายที่ร่วมโต๊ะมองมาอย่างสนอกสนใจ
“ทำไมหรือ”จวงอี้ถามยิ้มๆ
“สตรีแกะกุ้งแล้วทั้งนิ้วมือทั้งเล็บเลอะไปหมดมันก็ไม่น่ามองแล้ว”ไป๋หลงว่าพลางกางนิ้วทั้งสิบให้ดูเธอแกะจนเลอะครบทุกนิ้วคล้ายเด็กน้อยขณะที่จวงอี้เลอะไม่กี่นิ้วเท่านั้น “อีกอย่างโดยเฉพาะสำหรับข้าที่แกะกุ้งไม่เป็นออกมาสภาพไม่สวย ไม่น่ากิน พอมีคนมาแกะกุ้งให้ข้ารู้สึกดีมากเลยละยังไม่นับเจ้าปูนึ่งที่เป็นงานหินนี่!”ไป๋หลงโบกกรรเชียงปูในมือไปมาเธอชอบกินแต่ไม่ได้หมายความว่าชอบแกะหรอกนะ!
“ แข็งก็แข็งแกะก็ยาก...”ไป๋หลงบ่นงึมงำ
“ปูข้าก็แกะเป็น”ศิษย์พี่จวงอี้กล่าวขณะแย่งปูในมือไป๋หลงไปแกะอย่างชำนาญ
พริบตาเดี๋ยวเนื้อปูขาวๆที่ยังอุ่นๆก็ถูกวางบนจานไป๋หลงกินเนื้อปูขาวๆอุ่นๆอย่างมีความสุขยิ้มจนตาเป็นเส้นตรง
“ขอบคุณศิษย์พี่ท่านนี่มีเสน่ห์จริงๆ นอกจากสุภาพอ่อนโยน ยังแกะกุ้งแกะปูเป็นรู้จักดูแลเอาใจใส่ใจสตรี ท่านรู้ไหมว่าบุรุษเช่นนี้จึงจะเป็นที่ใฝ่ฝันของสาวๆ”ไป๋หลงยกยอปอปั้นอีกฝ่ายขณะยิ้มประจบ แต่เธอพูดไม่ผิด ใครบ้างจะไม่ชอบคนที่อ่อนโยน สุภาพและเอาใจใส่เรา
“เหอะ...อยากให้ข้าแกะให้อีกไม่ต้องพูดยกยอข้าขนาดนั้นก็ได้ แค่แกะกุ้งแกะปูเอง ใครๆก็ทำได้”จวงอี้ยิ้มอย่างอ่อนโยนทว่าแววตามอง เฟยหานตง ฮุ่ยเทียนหลง ซิ่นเผิงอย่างท้าทาย
ไป๋หลงเบะปาก“มีแต่บรรดาคุณชายทั้งนั้นพวกเขาหรือจะเคยแกะกินเอง”
แน่นอนว่าเป็นเรื่องจริงสองคนเป็นถึงรัชทายาทคงไม่มีโอกาสมานั่งแกะเอง อาหารทุกอย่างสมควรถูกแกะมารอบนโต๊ะแล้วส่วนอีกคนเป็นหลานของเสนาบดี รายนั้นก็มาจากตระกูลใหญ่มีหรือจะต้องแกะเอง
“จะเป็นไปได้อย่างไรเจ้าอย่าเพิ่งไปดูถูกคุณขายเหล่านี้ ลองให้พวกเขาแกะดูของแบบนี้ไม่อยากหรอกต่อให้เป็นครั้งแรกก็เถอะ”จวงอี้ขุดหลุมแล้วถีบคนทั้งสามให้ร่วงลงไปในหลุมพรางหากคนใครปฏิเสธไม่ลองทำก็เท่ากับว่ายอมรับว่าตัวเองไม่มีความสามารถทำเรื่องง่ายๆแบบนี้ไม่ได้ แต่หากทำแล้วออกมาไม่ดีก็เท่ากับพวกเขาไม่ได้เรื่องทำเรื่องแค่นี้ก็ทำไม่ได้...
“พวกเจ้าลองแกะสิ”ไป๋หลงว่าขณะยื่นกุ้งยื่นกรรเชียงปูให้ซิ่นเผิงและเทียนหลงแต่ละคนยื่นจานมารับอย่างจำยอม“ศิษย์พี่ท่านก็ด้วยจะได้เป็นตัวเปรียบเทียบกัน”ไป๋หลงวางกุ้งและกรรเชียงปูลงในจานศิษย์พี่
สุดท้ายไป๋หลงหันไปวางกุ้งและกรรเชียงปูลงบนจานของเฟยหานตงซึ่งอีกฝ่ายมองทั้งกุ้งและปูด้วยสายตาเย็นชา
“ทำไมข้าต้องลดตัวลงไปทำงานของพวกคนใช้”น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้น ทำให้บุรุษทั้งสามที่กำลังแกะกุ้งและปูซึ่งเป็นงานของคนใช้ต่างชะงักล้วนมองเฟยหานตงด้วยสายไม่พอใจ แม้แต่ไป๋หลงเองที่กำลังจะแกะกุ้งกินยังหรี่ตามองคนพูด
พูดแบบนี้คงไม่ได้ว่าพวกเธอลดตัวลงมาทำงานของคนใช้หรอกนะ...ถึงเฟยหานตงจะพูดถูกว่าหน้าที่แกะของพวกนี้เป็นหน้าที่ของคนใช้ แต่มีหรือเธอจะยอมให้อีกฝ่ายลอยหน้าลอยตาอยู่ได้ในเมื่อด่ากระทบกันแบบนี้
“ข้าชอบกินกุ้งกับปูข้าให้เจ้าแกะให้เจ้าจะแกะไหม...ถ้าไม่แกะข้าให้ศิษย์พี่จวงอี้แกะก็ได้”ไป๋หลงทำท่าจะหยิบกุ้งและปู
เฟยหานตงได้ยินดังนั้น รีบคว้ากุ้งขึ้นมาทันที“ถ้าเจ้าชอบกินข้าก็จะแกะ!”
คนทั้งหลายที่เห็นเหตุการณ์ต่างมองตาค้างไม่อยากเชื่อว่ารัชทายาทที่เพิ่งรังเกียจว่าการแกะกุ้งแกะปูเป็นงานของคนใช้ กลับลงมือแกะทันทีที่ไป๋หลงบอกว่าชอบกิน
‘เจ้าแน่มากไป๋หลง!’แต่ละคนได้แต่ยกย่องไป๋หลงผู้กล้าหาญในใจหากเป็นคนอื่นพูดเช่นนี้กับรัชทายาทเกรงว่าคงลงเอยถูกกระทืบที่สนามประลองแล้ว
ไป๋หลงแอบหัวเราะ ในใจ ‘โถ่เอ๊ยไม่แน่จริงนี่นา!’แต่ถ้าเฟยหานตงยอมให้จวงอี้แกะกุ้งแกะปูให้เธอสิแปลกเธอรู้อยู่แล้วว่ายังไงเฟยหานตงก็ต้องยอม...ฮิ ฮิ น่ารักจริงๆ
ไม่นานนักจวงอี้ก็แกะกุ้งและปูอย่างรวดเร็วออกมาสวยงามสภาพสมบูรณ์น่ากินอย่างยิ่งขณะที่กุ้งและกรรเชียงปูของ เทียนหลงและซิ่นเผิงสภาพดูไม่ได้ดูแย่กว่าของไป๋หลงเยอะเลย ขณะที่เฟยหานตงดูดีหน่อย แม้จะเทียบไม่ได้กับของจวงอี้
“ศิษย์น้องเชิญทาน”จวงอี้วางทั้งกุ้งและปูลงบนจานของไป๋หลง
“เจ้ากินสิ”เฟยหานตงกล่าวเสียงเย็นดันกุ้งและปูของจวงอี้ไปอีกทาง
ทั้งจวงอี้และเฟยหานตงต่างจ้องตากันจนแทบจะเห็นกระแสไฟฟ้าที่วิ่งปะทะกันของทั้งสองฝ่าย
“ได้ๆข้ากิน”ไป๋หลงกล่าวทำให้สองคนนั้นหยุดทะเลาะกันทางสายตาหันมามองว่าไป๋หลงเลือกของใคร
ไป๋หลงคว้ากุ้งและปูของเฟยหานตงกินทำให้เฟยหานตงยกยิ้มอย่างพึงพอใจทันทีที่คนผู้นี้ยิ้มโลกสว่างไสวงดงามขึ้นมาทันที....หลายคนอุทานอย่างตกตะลึงราวกับเห็นเทพบุตรลงมาจากฟากฟ้า
แต่ทันทีที่ไป๋หลงหันไปกินกุ้งและปูของจวงอี้รอยยิ้มที่งดงามพลันกลายเป็นเย็นชาแววตามืดครึ้มชวนให้คนหวาดกลัว
ไป๋หลงเห็นแบบนั้นแล้วต้องรีบแก้ปัญหาด่วนถึงอย่างไรเฟยหานตงก็พยายามอย่างขะมักเขม้นในการแกะกุ้งและปูให้เธอทาน สมควรพูดจาดีๆ ทำดีกับคนผู้นี้เสียหน่อย
“นี่ข้าแกะให้เจ้า”ไป๋หลงหยิบกุ้งและปูที่เธอแกะเองวางลงในจานของเฟยหานตงทว่าอีกฝ่ายกลับมองกุ้งและเนื้อปูที่อัปลักษณ์ที่สุดเท่าที่เคยเห็นอย่างเย็นชา
ไป๋หลงขมวดคิ้วทันทีอย่างไม่ชอบใจเธออุตส่าห์ยกของอร่อยให้ยังมาทำสีหน้าแบบนั้นอีก... “ทำไมอัปลักษณ์จนกินไม่ลงสินะงั้นข้าให้คนอื่นกิน!”ไป๋หลงกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธเคือง
เฟยหานตงรีบคว้ากุ้งและเนื้อปูมากินทันทีถึงจะอัปลักษณ์แต่นี่เป็นของที่นางให้ ถ้าเขาไม่กินตอนนี้ อาจจะไม่มีโอกาสได้กินของที่นางให้อีก
“ดี”ไป๋หลงยิ้มอย่างพึงพอใจคนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหลาย เกือบข้าวติดคอตาย ไม่น่าเชื่อว่ารัชทายาทผู้สูงส่งกลัวคำคู่ของสตรีผู้หนึ่ง!!!
ไป๋หลงดึงผ้าเช็ดหน้าออกมาจากแขนเสื้อก่อนจะดึงมือเฟยหานตงมาแล้วช่วยเช็ดให้ถึงอย่างไรคนตรงหน้าก็เหมาะกับความสูงส่งสง่างามมากกว่าสภาพมือเลอะกุ้งเลอะปูแบบนี้
เฟยหานตงมองไป๋หลงเช็ดมือให้ตัวเองเงียบๆแววตาที่เคยเย็นชาอ่อนแสงลงเมื่อมองสตรีตรงหน้า แม้ไป๋หลงจะห้าวหาญปากร้ายดื้อรั้น กระนั้นนางก็เป็นคนที่รู้จักห่วงใยผู้อื่น
“ศิษย์น้องข้าก็มือเลอะเช็ดให้ข้าด้วยสิ”จวงอี้จงใจก่อกวน จนถูกเฟยหานตงถลึงตาใส่
ไป๋หลงทำท่าจะหันไปช่วยจวงอี้เช็ดจริงๆทำให้เฟยหานตงคว้ามือนางไว้
“มือเจ้าก็เลอะ”เฟยหานตงว่าขณะหยิบผ้าเช็ดหน้าสีดำของตนออกมาแล้วบรรจงเช็ดมือบอบบางของไป๋หลงอย่างเบามือท่าทางของเฟยหานตงดูอ่อนโยนน่ามองอย่างยิ่งทำให้สตรีทั้งหลายในโรงอาหารเคลิบเคลิ้ม
“ข้าจะลองไปหัดแกะกุ้ง แกะปูดูในเมื่อเจ้าชอบกิน”เฟยหานตงกล่าว
ไป๋หลงตาโตด้วยความตกตะลึง...ถึงขั้นลงทุนไปหัดแกะกุ้งแกะปูซึ่งเป็นงานที่เขารังเกียจว่าเป็นงานของคนใช้เพื่อเธอ
คนผู้นี้น่ารักยิ่ง! จับดูดปาก กลางโรงอาหารจะดีไหม!ไป๋หลงยิ้มอย่างพึงพอใจ “ถ้าเจ้ากล้าลั่นวาจาข้าก็จะรอ!”
“ข้าพูดคำไหนคำนั้นเสมอ”เฟยหานตงกล่าววาจาอย่างมั่นคงมองไป๋หลงด้วยแววตาอ่อนโยน
จวงอี้หลี่ตามองเฟยหานตง ครู่นึง ‘ฝากไว้ก่อนเถอะ!’ เขาอุตส่าห์ลงมือกลั่นแกล้งเฟยหานตงผู้นี้สารพัดสุดท้ายคนผู้นี้กลับมีเรื่องให้อารมณ์ดีไปทั้งวัน...
‘คราวหน้าเถอะข้าจะกลั่นแกล้งเจ้าให้อารมณ์เสียทั้งวัน!’คิดอย่างอาฆาตพลางลงมือทานอาหารของตน
ทั้งซิ่นเผิงและเทียนหลงที่กลายเป็นตัวประกอบ ต่างตักข้าวใส่ปากด้วยสีหน้าบึ้งตึงรู้สึกคล้ายว่าตัวเองกลายเป็นส่วนเกินขึ้นมา...
เมื่อเฟยหานตงเช็ดมือไป๋หลงจนสะอาดไป๋หลงกับเฟยหานตงก็ลงมือทานอาหารต่อ ท่ามกลางเสียงซุบซิบของศิษย์ทั้งหลายคาดว่าข่าวลือเรื่องของเฟยหานตงและไป๋หลง คงจะแพร่ไปทั่วโรงเรียนในไม่ช้า....
หลังจากศึกแกะกุ้งเผาเมื่อทานอาหารเรียบร้อยทุกคนจึงแยกย้ายกันไปตลอดทางไปยังเขตของปีหนึ่งไป๋หลงถูกเทียนหลงทำหน้าบึ้งตึงใส่ ไม่เว้นแม้แต่ซิ่นเผิง
“พวกเจ้าโกรธอะไรข้าเนี่ย”ไป๋หลงถามอย่างงุนงง
“ไม่ต้องมาพูดเลยท่านไม่สนใจพวกข้าสักนิด พวกข้าก็แกะกุ้งแกะปูทำไมไม่กินของพวกข้าด้วย!”รัชทายาทเทียนหลงโกรธจนแก้มป่องท่าทางน่ารักน่าชังอย่างยิ่ง
“โถ่เอ๊ยเรื่องแค่นี้เอง”ไป๋หลงว่าพลางหัวเราะ ทว่ากลับถูกบุรุษทั้งสองค้อนให้วงใหญ่...
ถูกงอนเข้าให้แล้ว
“เอาละๆ ข้าขอโทษๆพวกเจ้าอย่าโกรธเลยนะ”ไป๋หลงง้อคนทั้งคู่ที่ทำตัวเหมือนเด็กๆแน่นอนว่าการแกะกุ้งและปูไม่ง่ายสำหรับมือใหม่ซ้ำสองคนนี้ก็ไม่เคยต้องมาทำงานของคนใช้ ดังนั้นจะถูกพวกเขาโกรธก็ไม่แปลกในเมื่อเธอเป็นคนเริ่มความคิดแผลงๆนี่เอง
เมื่อถูกง้อสหายทั้งสองของไป๋หลงจึงหายโกรธเคือง
“ว่าแต่เจ้าไปรู้จักกับรัชทายาทเฟยหานตงได้ยังไงถึงกับชวนเจ้าไปกินข้าว ยอมทำตามที่เจ้าพูดทุกอย่าง ดูเหมือนความสัมพันธ์ของพวกเจ้าจะไม่ธรรมดา”เทียนหลงขมวดคิ้วเมื่อคิดถึงเรื่องนี้“ตั้งแต่เล็กจนโตข้าไม่เคยเห็นเจ้าพูดถึงเฟยหานตง และไม่เคยเห็นเฟยหานตงในอาณาจักรฮุ่ยเจ้าไปรู้จักกันตอนไหน”
“เฮ้อ...”ไป๋หลงถอนหายใจระหว่างเดินกลับห้องเรียนสหายทั้งสองล้วนจ้องมองเธออย่างต้องการคำตอบ
ไป๋หลงจึงเล่าเรื่องเมื่อสิบปีก่อนซึ่งเกิดขึ้นไม่กี่วันก่อนที่จะพบกับเทียนหลงในวัยเด็กให้ฟัง
เทียนหลงและซิ่นเผิงตาโตเมื่อฟังเรื่องราวในอดีตนอกจากนี้ไป๋หลงยังเล่าให้ซิ่นเผิงฟังว่าแท้ที่จริงเธอเป็นใคร
“ไม่น่าเชื่อว่าศิษย์พี่เฟยหานตงจะปักใจต้องการเจ้าถึงเพียงนั้น”ซิ่นเผิงอุทานพอจะรู้มาบ้างว่ารัชทายาทเฟยหานตงเป็นคนเย็นชาไม่เห็นหัวใครแม้แต่เหล่าอาจารย์ยังต้องให้ความเกรงใจเขา
“เฮ้อ...ข้าก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน”ไป๋หลงว่าพลางถอนหายใจอีกรอบคนผู้นี้ดื้อรั้น เหลือเกินคิดว่าสิบปีเขาจะลืมเรื่องเธอไปแล้วกลับจำได้อย่างแม่นยำ ยืนยันให้เธอเป็นพระชายาให้ได้...
เทียนหลงขมวดคิ้ว“เจ้าคิดว่าเรื่องนี้ถ้าไปถึงหูของฮ่องเต้อาณาจักรเฟยจะทรงว่าอย่างไรเจ้าไม่ใช่เจ้าหญิงด้วยซ้ำ จะไปคู่ควรอะไรกับฐานะรัชทายาทคนสำคัญของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่แบบนี้”เทียนหลงถามแม่ว่าไป๋หลงจะมีฐานะเป็นถึงหลานสาวของอ๋องฮุ่ย กระนั้นก็เป็นแค่หลาน ยังไม่ถึงขั้นถูกยกขึ้นมาเป็นเจ้าหญิงอย่างเป็นทางการฐานะจึงค่อนข้างต่ำอยู่บ้างหากจะแต่งงานเชื่อสัมพันธ์กันสองอาณาจักร โดยเฉพาะคนที่จะแต่งด้วยเป็นถึงรัชทายาทของอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในใต้หล้า
“จะทรงว่าอย่างไรก็แล้วแต่พระองค์เถอะ!”ไป๋หลงยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก“ข้าก็ยังไม่มีความคิดจะเป็นสะใภ้ของสกุลเฟยเสียหน่อย”ไป๋หลงว่า
ซิ่นเผิงที่เคยผิดหวังเมื่อรู้ว่าไป๋หลงรับของหมั้นจากรัชทายาทผู้ยิ่งใหญ่มาดวงตาลุกวาวอย่างมีความหวังทันที ในเมื่อนางยังไม่ตัดสินใจถ้าเช่นนั้นเขาอาจจะยังมีโอกาสแต่เมื่อฟังคำพูดของไป๋หลงประโยคต่อมาก็ทำให้หัวใจเขาแหลกสลาย
“แต่จะว่าไปก็ไม่แน่นักเฟยหานตงรูปงาม ฐานะสูงส่ง ซ้ำยังยอมข้าทุกอย่างขนาดนี้ บางทีข้าอาจจะรับพิจารณาฐานะสะใภ้สกุลเฟยดู”ไป๋หลงยิ้มชั่วร้ายยิ่งเมื่อนึกถึงอกล่ำๆกับรสจูบอันร้ายกาจของเฟยหานตงแล้วก็ทำให้เธออยากได้ผู้ชายคนนี้มาครอบครองอยู่เหมือนกัน!
“งั้นก็กลับมาที่ปัญหาเดิมเรื่องเจ้าไม่คู่ควร”เทียนหลงขมวดคิ้วอย่างกังวลแทนหากฮ่องเต้สกุลเฟย ไม่ชอบไป๋หลงบางทีอาจถึงขั้นให้คนมากำจัดนางก็ได้เพื่อแยกนางออกจากเฟยหานตงที่ดูจะปักใจกับไป๋หลงล้ำลึกมาก
ไป๋หลงยกยิ้มอย่างมีเลศนัย“หากข้าไม่คู่ควรก็ไม่มีใครคู่ควรอีกแล้ว”ไป๋หลงกล่าวอย่างหยิ่งทะนง “อย่าลืมว่าข้าเป็นใครและข้ามีสิ่งใดบ้างในกำมือ ต่อให้เป็นฮ่องเต้อาณาจักรเฟยก็ยังต้องเกรงใจข้า...ฮึฮึ”ไป๋หลงหัวเราะอย่างชั่วร้าย
เทียนหลงนึกขึ้นได้ว่าสิบปีที่ผ่านมาไป๋หลงได้สร้างขุมอำนาจนึงเอาไว้ในมือมากพอจะสะเทือนทั้งใต้หล้าได้...
“ถูกต้องหากเจ้าไม่คู่ควรก็ไม่มีใครคู่ควรอีกแล้ว”เทียนหลงยอมรับ
ซิ่นเผิงเหลือบมองคนทั้งคู่ด้วยความงุนงงสรุปว่าสองคนนี้พูดถึงเรื่องอะไรกัน เหตุใดไป๋หลงจึงกล้าหยิ่งผยองบอกว่าตัวเองเหมาะสมกับตำแหน่งพระชายา ของรัชทายาทจากอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่นี้