บันทึกโศกนาฏกรรมของหมอผี | Tragedy of A Necromancer

    บทที่ 36 | วิหารแห่งก็อปลิน อูโบโบ 4

            แม้จะกังวลเรื่องของจอส กระนั้นยามนี้ทุกคนจำต้องจดจ่อกับภารกิจ

            กวีและพวกพ้องมุ่งหน้าไปต่อ ระมัดระวังในทุกย่างก้าว มีเพียงเปลวแสงจากคบเพลิงของกามูจากด้านหน้าขบวนแถว ในขณะที่กวีเฝ้ามองอยู่ข้างหลัง พบว่าพวกเขาแม้จะตั้งกลุ่มได้เพียงไม่นานนัก กระนั้นกลับมีแววตาเยือกเย็นเตรียมพร้อมรับมือกับภยันตรายรอบกาย สมแล้วที่ได้รับสมญานามว่ามืออาชีพ

            “บทสวดภาวนาต่อดาราประจักษ์ บทที่หนึ่ง ดาราส่องแสง” เรเชลเริ่มต้นร่ายมนตร์ บอลแสงจึงปรากฏขึ้นอยู่เหนือสีศีรษะ พร้อมปัดเป่าความมืดมิดในรัศมีห้าสิบเมตรให้สิ้นไปในฉับพลัน

            ในสถานการณ์เช่นนี้ โล่ของกามูจะเป็นป้อมปราการแรกเช่นเดียวกับเซลฟิส ส่วนเรเชล หากลองคาดเดาตำแหน่งจากความสามารถที่เคยถูกใช้งาน แลดูว่าหน่วยสนับสนุนคงจะเป็นเธอ ทว่าหน่วยจู่โจมเช่นจอสกลับไม่อยู่กับทีม ซึ่งหากตีความจากหลักฐานที่มีอยู่ เช่นนั้นผู้สร้างความเสียหายให้แก่ศัตรูก็คือแมรี่ 

            .

            < อยากจะรู้จริง ๆ ว่าพวกคุณจะมีดีกันมากแค่ไหน คุณจอสถึงได้กล้าปล่อยให้พวกคุณเดินหน้าไปต่อโดยไม่มีเขา >

            .

            กวีครุ่นคิดพร้อมริมฝีปากขยับยกยิ้ม ในฐานะผู้เฝ้ามอง สถานการณ์เช่นนี้ช่างน่าตื่นเต้นยิ่งนัก ว่าพวกเขาทั้งหมดจะรับมือกับภยันตรายที่มิอาจคาดเดาได้เยี่ยงไรกันหนอ

            “หยุดก่อน !!” กามูชูมือขวาขึ้นพร้อมเอ่ยปากสั่งการ พลันสิ้นสุดถ้อยคำ เริ่มต้นจากหัวแถวไปสู่ท้ายขบวน ฝีเท้าของทุกคนได้หยุดชะงักลงอย่างพร้อมเพรียงกัน

            กามูสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง ห่างไกลออกจากยิ่งกว่าที่บอลแสงจะส่องถึง 

            ทักษะดาราส่องแสงของเรเชลจะปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของเธอ และจะเคลื่อนไหวข้างหน้าตามตำแหน่งที่เรเชลเคลื่อนไป 

            ทันใดนั้น บางสิ่งที่กามูสัมผัสได้เริ่มต้นปรากฏรูปกายออกมาให้เห็น เริ่มต้นจากเท้าของมัน กรงเล็บแหลมงอกยาวออกมา ผิวหนังปกคลุมด้วยขนสีแดงฉาน รูปลักษณ์คล้ายคลึงกับหมาป่า เสียงขู่คำรามดังก้องกังวานอย่างแผ่วเบาผสมกันไป จำนวนของมันมีมากกว่าหนึ่ง เมื่อลองนับดูพบว่ามีมากถึงสิบ

            ร่างกายของมันแลดูผอมโซ น้ำลายไหลย้อยทุกครั้งที่จดจ้องมาที่กวีและพวกพ้อง เหนือคอของพวกมันมีโซ่ล่ามอยู่ พวกมันกำลังหิวโหย แววตาที่แฝงอยู่เพียงความดุร้ายบ่งบอกว่าความอดกลั้นใกล้ถึงขีดสุด 

            “หมาป่าล่าเนื้อ อสูรระดับหนึ่ง” กามูกล่าวด้วยความตื่นตัว อสูรทั้งหมดล้วนมีระดับต่ำสุดจากการจัดหมวดหมู่ 

            “คุณกวี รีบขยับมาอยู่ข้าง ๆ ชั้นก่อนค่ะ” เสียงของแมรี่ถูกเปล่งขึ้นเพื่อเร่งสั่งการในจังหวะต่อมา กวียินยอมทำตามแต่โดยดี ทันใดนั้น ฝูงหมาป่าเริ่มต้นคำรามอย่างบ้าคลั่ง ฝีเท้ามุ่งตรงเข้ามาในทันทีพร้อมความหิวโหยที่เพิ่มทวีคูณ

            พลันศัตรูเริ่มต้นก้าวแรก เมื่อนั้นกามูจึงเร่งฝีเท้ามุ่งตรงเข้าหาพวกมัน พร้อมโล่ใหญ่ยกขึ้นตั้งชันเตรียมเข้าปะทะ

            “เนตรมารแห่งการยั่วยุ !!” เสียงของกามูถูกเปล่งขึ้นในช่วงเวลาต่อมา แววตาเปล่งประกายแสงจดจ้องไปยังดวงตาของศัตรู พลันพวกมันสบตากับกามู เสียงคำรามได้เริ่มต้นก้องกังวานอีกครั้ง พร้อมความเร็วและความดุร้ายที่เพิ่มพูนทวีขึ้นมาอย่างมากมายมหาศาล

            เนตรมารแห่งการยั่วยุ เป็นทักษะที่คล้ายคลึงกับทักษะยั่วยุยิ่งยวดของเซลฟิส พลันศัตรูต้องมนตร์สะกด พวกมันจะบุกทะลวงเข้าโจมตีมาที่ผู้ใช้งานทักษะประหนึ่งชายผู้เสียสติ เพียงแต่ว่า เนตรมารแห่งการยั่วยุกลับมีข้อด้อยอยู่สามอย่าง

            หนึ่ง ในขณะที่กามูใช้งานทักษะ การกะพริบตาเพียงหนึ่งครั้งหมายถึงการยับยั้งทักษะ 

            สอง ศัตรูที่มิได้จ้องตาเขาจะไร้ซึ่งผลลัพธ์จากการยั่วยุ

            สาม ศัตรูที่ต้องมนตร์สะกดจะได้รับความเร็วและพลังโจมตีเพิ่มขึ้นมากถึงหนึ่งในสิบส่วน ในขณะที่ผู้ใช้งานทักษะจะถูกลดทอนพลังป้องกันมากถึงสองในสิบส่วน

            หากลองเปรียบเทียบทักษะของทั้งสองคน ยั่วยุยิ่งยวดของเซลฟิสกลับมีคุณประโยชน์ยิ่งกว่า เมื่อทักษะเริ่มต้นการทำงาน ศัตรูทุกตนในระยะสามสิบเมตรจะตกอยู่ในภวังค์โดยปราศจากเงื่อนไขใดๆ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมิได้เพิ่มพลังให้แก่ศัตรูในขณะที่ตนต้องสูญเสียพลังป้องกันไปถึงสองในสิบส่วน

            ฝูงหมาป่าพุ่งตรงมาประหนึ่งหมาล่าเนื้อ ด้วยความเร็วและพลังที่เพิ่มทวีคูณ กามูยามนี้จึงเปรียบดังยืนตัวเปล่าท่ามกลางทุ่งหิมะอันหนาวเหน็บ ไม่นานนักคงสิ้นใจและดับอนาถดั่งเช่นสุนัขที่หมดลมอย่างเปล่าเปลี่ยว ณ ใจกลางถนนแถบชนบท

            “โล่ศักดิ์สิทธิ์ ฟาบา !!” เสียงของเรเชลถูกเปล่งขึ้นในฉับพลัน พร้อมลูกบาศก์แสงสีทองได้เข้าปกคลุมรอบกายของกามู

            คมดาบที่ควรเข้าขย้ำคอได้ถูกยับยั้งอย่างง่ายดาย เป็นทักษะที่ยอดเยี่ยม หากต้องเทียบเคียงความแข็งแกร่งระหว่าง ‘โล่ศักดิ์สิทธิ์ ฟาบา’ กับ ‘โล่อากาศ ฟาเรม’ ของกวี แลดูว่าฟาบาจะถือครองความแข็งแกร่งยิ่งกว่าฟาเรมมากมายราวสิบเท่าตัว

            กระนั้นแล้ว กลับมีหนึ่งสิ่งที่กวีรู้สึกสงสัยยิ่งกว่า เขาเหลียวมองไปยังแมรี่ที่ยืนอยู่ข้างกาย เธอหลับตาพร้อมสวดภาวนาถึงเทพองค์ใด นับตั้งแต่ที่การต่อสู้เริ่มต้นขึ้น เวลาก็ล่วงผ่านไปแล้วราวสามนาที ทว่าแมรี่กลับยังคงนิ่งสงบพลางเฝ้าสวดภาวนาอยู่ ณ ที่เดิม

            ทันใดนั้น แสงสว่างสีรุ้งได้เปล่งปลั่งออกมาจากสองฝ่ามือของเธอ มันคือพลังงานมานา ไม่ผิดอย่างแน่นอน หญิงสาวผู้นี้ถือครองธาตุแห่งต้นกำเนิด!

            ฝูงหมาป่ายังคงกระหน่ำคมเขี้ยวและกรงเล็บเข้าโจมตีต่อไป ทว่ากลับมิอาจสร้างได้แม้กระทั่งรอยขีดข่วนให้แก่ฟาบา ช่างแตกต่างไปจากฟาเรมของกวี เพียงสามการโจมตีคงมากพอจะทำลายฟาเรมในชั่วพริบตา 

            “ใกล้แล้วสินะ งั้นชั้นเองก็ต้องรีบลงมือเหมือนกัน” กามูเหลือบมองไปยังตำแหน่งของแมรี่ ยามนี้ประกายแสงเจ็ดสีได้เปล่งปลั่งออกมามากมายมหาศาลประหนึ่งเปลวเพลิงที่ลุกโชติช่วง ณ อุณหภูมิหลายร้อยองศา

            สิ้นเสียงของเขา ถ้อยคำต่อไปได้ถูกเปล่งขึ้นในทันทีจากริมฝีปากของกามู

            “คุกหนามหมื่นเข็ม !!”

            ทันใดนั้น รอบกายของเขาปรากฏหนามเถาวัลย์ผุดขึ้นมาจากใต้ดิน ผูกรัดและพันธนาการเหล่าหมาป่าล่าเนื้อพร้อมการโจมตีได้หยุดชะงักลงในทันที

            “แมรี่ ตอนนี้แหละ !!” เสียงของกามูถูกเปล่งขึ้นดังก้องกังวาน พลันสิ้นเสียงของเขา กวีสัมผัสได้ถึงจิตสังหารอันแรงกล้า แผ่ขยายออกมาจากเรือนร่างอันบอบบางขององค์หญิงน้อยผู้มีเส้นผมสีขาวเงางามประหนึ่งรวงทุ่งหิมะ

            แมรี่ลืมตาขึ้นมาในฉับพลัน ริมฝีปากสั่นไหวพร้อมเปล่งเสียงขึ้นอย่างบางเบาราวกับเสียงกระซิบ

            “วายุเหมันต์คลั่ง”

            สิ้นสุดวาจาของเธอ รอบกายของกามูและเหล่าหมาป่าได้ปรากฏไอเย็นเข้าปกคลุม และในอีกราวสิบวินาทีต่อมา พายุคลั่งเริ่มก่อตัวและหมุนวน ณ บริเวณดังกล่าวพร้อมความเย็นยะเยือกติดลบสององศา

            เพียงชั่วครู่พริบตา ฝูงหมาป่ากลับถูกเกล็ดน้ำแข็งปกคลุมและสิ้นใจ สูญสลายกลับคืนสู่ความว่างเปล่าพร้อมอารมณ์แปรปรวนที่อ่อนตัวลงของพายุเหมันต์

            พลันการหมุนวนหยุดลง แม้ศัตรูทั้งหมดจะกลับคืนสู่ธรรมชาติ ทว่าลูกบาศก์สีทองกลับยังคงอยู่ยงคงกระพัน ปกป้องกามูให้รอดพ้นจากภยันตรายแห่งความบ้าคลั่งของลมหายใจเยือกแข็งจนมาถึงห้วงเวลาในปัจจุบัน 

            โล่ศักดิ์สิทธิ์ ฟาบาเลือนหายไปเมื่อการต่อสู้สิ้นสุดลง แมรี่และทุกคนเร่งก้าวเดินไปหากามู ถึงกระนั้น กลับมีเพียงความเศร้าสร้อยปรากฏอยู่บนใบหน้าอันนวลผ่องของเธอ “ขอโทษค่ะ เพราะชั้นควบคุมพลังไม่ได้ ร่างกายของอสูรทั้งหมดจึงถูกทำลายไปจนหมด” เธอกล่าวพลางก้มหัวขอโทษ 

            โดยทั่วไปแล้ว ทุกชิ้นส่วนของอสูรล้วนมีมูลค่าแทบทั้งสิ้น เนื้อ เครื่องใน และกระดูกสามารถขายส่งให้แก่ร้านอาหาร เขาหรือกรงเล็บแปรเปลี่ยนเป็นวัตถุดิบสำหรับการตีเหล็ก หนังของพวกมันสร้างสรรค์เป็นสินค้าแบรนด์เนมอ้างอิงจากความต้องการของลูกค้าชั้นสูง ไม่ว่าชิ้นส่วนใดล้วนแต่มีคุณประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

            “ไม่เป็นไรๆ เพราะศาสตร์เฉพาะลำดับที่สามสิบห้าอย่าง ‘ปราชญ์หิมะขาวแห่งต้นกำเนิด’ มีทักษะอันเปี่ยมล้นไปด้วยพลังทำลาย ร่างกายของพวกอสูรระดับหนึ่งคงไม่สามารถต้านทานได้หรอก” กามูกล่าวพลางหัวเราะอย่างชอบใจ ด้วยเหตุผลนี้นี่เอง ทำให้จอสจึงมั่นใจในความสามารถของพวกเธอ ตัดสินใจฝากฝังทุกสิ่งให้แก่ทั้งสามคนได้โดยไร้ซึ่งความลังเล

            กระนั้นกลับยังมีข้อเสียอยู่หนึ่งหรือสองข้อ ทักษะของแมรี่จำต้องใช้เวลาร่ายยาวนานเช่นเดียวกันกับบารากะ ทว่าจุดด้อยทั้งหมดกลับถูกกลบลงด้วยความร่วมมือจากพวกพ้องคนอื่น ในขณะที่กามูเบี่ยงเบนความสนใจจากศัตรู เรเชลจะคอยสนับสนุนเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีศัตรูตนใดสามารถย่างกรายเข้าทำร้ายพวกเธอ 

            ทุกคนในกลุ่มล้วนเปี่ยมไปด้วยความสามารถและไหวพริบ ความสมดุลจึงบังเกิดเมื่อทุกตัวแปรถูกเคี่ยวจนกลมกล่อมและเข้ากันอย่างลงตัว 

            .

            < ถ้ามีคุณจอสอยู่ด้วย ทีมนี้คงเป็นทีมในฝันได้เลย >

            .

            กวีชื่นชมพลางครุ่นคิด เมื่อดูจากดาบเล่มใหญ่ของจอส ความสามารถของเขาคงคล้ายคลึงกับโอเกอร์ ในขณะที่กามูล่อหลอกศัตรู จอสจะเข้าจู่โจมเพื่อยื้อเวลาจนกว่าแมรี่จะร่ายมนตร์เสร็จ 

            ถึงกระนั้น กลับมีบางสิ่งที่ยังคงค้างคาอยู่ใต้ห้วงลึกของจิตใจ ทว่าเพราะเหตุผลอันใดสักประการหนึ่ง กวีกลับนึกไม่ออกว่าสิ่งนั้นคือสิ่งใด

            ทว่าหลังจากนั้นเพียงไม่นานนัก หนึ่งความคิดได้ผุดขึ้นมาอย่างฉับพลันราวกับไฟฟ้าสถิตไหลเวียนจากปลายเท้าเข้าสู่สมอง

            .

            < โซ่ที่คล้องคอของพวกมัน อย่างกับว่า.. พวกมันถูกเลี้ยงดูโดยใครสักคนอย่างนั้นแหละ >

            .

            พลันสิ้นสุดความคิดในชั่วครู่ขณะ กวีสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง ลูกศรพุ่งทะยานเข้ามารวดเร็วจากเงามืด

            “หลบเร็ว !!” เสียงของกวีถูกเปล่งขึ้นในฉับพลัน สองมือเร่งผลักทุกคนเพื่อเลี่ยงหลีกการโจมตี กระนั้นกลับไม่ทันกาล ปลายแหลมคมของลูกศรพุ่งทะยานเฉี่ยวแขนของทุกคน ก่อเกิดเป็นแผลกระนั้นกลับมิได้ใหญ่โตมากนัก 

            เสียงเท้าของใครบางคนดังก้องกังวานจากในเงามืด เมื่อนั้นกวีและกลุ่มจึงเร่งตระเตรียมกระบวนทัพ

            “ทำไมพวกมันถึงมาอยู่ที่นี่..” กามูกล่าวพร้อมแววตาแฝงความตกตะลึงอย่างมากล้น ไม่เพียงแค่เขา กระทั่งแมรี่และเรเชล ร่างกายของพวกเธอสั่นเทาประหนึ่ง แววตาปรากฏเพียงความหวาดกลัวราวกับกำลังเผชิญหน้ากับฝันร้ายอันเป็นอนันต์

            พวกมันคือกองทัพของก็อปลินจำนวนสิบสามตน สิบในสิบสามคือพลธนูที่กวีเคยพบเจอ ส่วนอีกสามตน เขี้ยวล่างงอกยาวออกมาประหนึ่งเสียเขี้ยวดาบ ร่างกายของพวกมันสูงใหญ่ยิ่งกว่าก็อปลินธรรมดา เทียบเคียงได้กับกวี ในมือขวาถือกระบองใหญ่โตพร้อมมีหนามงอกออกมา 

            “ไม่จริงใช่ไหม ทำไมอสูรระดับสามถึงอยู่ในดันเจี้ยนระดับหนึ่ง” แมรี่เอื้อนเอ่ยออกมา  

            เหล่าก็อปลินทั้งสามตนมีนามว่าก็อปลินนักล่า พวกมันล้วนแข็งแกร่งเกินกว่าที่นักบุกเบิกมือใหม่เยี่ยงแมรี่และกลุ่มจะรับมือไหว พวกมันดุร้าย พละกำลังของพวกมันมากมายเหลือล้นประหนึ่งช้างสาร อีกทั้งยังมีความเร็วไม่ด้อยไปกว่าสิงโต ทำให้ในฐานะสัตว์อสูรระดับสาม จึงสามารถกล่าวได้ว่าก็อปลินนักล่าคืออสูรร้ายที่ถือครองความสมดุลทั้งด้านกายภาพและความเร็ว

            ทันใดนั้น แววตาของทุกคนกลับเริ่มต้นพร่ามัว เข่าทรุดลงไปกับพื้นที่พร้อมเรี่ยวแรงได้หมดลง 

            “เกิดอะไร.. ขึ้นกับพวกเรา..” แมรี่พยายามเค้นแรงเพื่อเอื้อนเอ่ยออกมา ร่างกายของเธอและพวกพ้องนอนลงระนาบพื้น แรงกายถูกลดทอนอย่างฉับพลัน หากหลับตาลงเพียงสามวินาที สติของเธอคงสิ้นลงพร้อมเข้าสู่ห้วงแห่งนิทราในทันที

            กวีพยายามเหลียวมองไปข้างหน้า ร่างกายของเขาก็ปราศจากแรงกายเช่นเดียวกัน แววตาของเขาพร่ามัว ภาพสุดท้ายที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือรอยยิ้มอันน่าสะอิดสะเอียนของเหล่าก็อปลินผู้โสมม 

            เขาฉุกคิดบางสิ่งขึ้นได้ ริมฝีปากสั่นไหว แปรเปลี่ยนเป็นเสียงว่ากล่าวหากแต่ช่างบางเบาราวเสียงกระซิบ

            “จริงสิ เราลืมไปได้ยังไง ว่าที่นี่..”

            ‘มันคือวิหารแห่งก็อปลิน’

            เหล่าอสูรร้ายมองต่ำลงมาราวกับตนนั้นกำลังจดจ้องหนอนหรือแมลงที่ต้อยต่ำ น้ำลายรินไหลพร้อมรอยยิ้มได้ปรากฏขึ้น ณ ริมฝีปากอย่างน่าขยะแขยง ต่อหน้าศัตรูที่ไร้ซึ่งหนทางต่อต้าน เผยให้เห็นสันดานชั่วที่พวกมันมีอยู่ออกมาอย่างหมดจด 

            สำหรับเรื่องราวทั้งหมด ทุกคนล้วนมีส่วนต้องร่วมกันรับผิดชอบ มืออาชีพมิควรสะเพร่าจนลืมสังเกตศัตรูให้ถี่ถ้วน และผลลัพธ์ของการกระทำทั้งหมด คือความพ่ายแพ้อันน่าอดสูและอับอายอย่างถึงที่สุด

            นับตั้งแต่โลกใบเก่าของกวี ก็อปลินล้วนเป็นสัตว์อสูรที่มักปรากฏตัวตามนวนิยายขายดี มีหลายสิ่งที่ทุกคนล้วนให้ความเห็นเกี่ยวกับเหล่าก็อปลินอย่างใกล้เคียงกัน พวกมันขี้ขลาด มักออกล่าเป็นหมู่คณะ ฆ่าเด็กเล็ก ข่มขืนหญิงสาว ปล้นชิงสมบัติและเผาหมู่บ้านจนวอดวาย จึงกล่าวได้ว่าพวกมันคู่ควรแก่สมญานามแห่งอสูรร้ายอย่างแท้จริง

            พวกมันจดจ้องมองแมรี่และเรเชล น้ำไหลเริ่มต้นไหลย้อยผ่านริมฝีปากพลันได้เห็นทรวงอกและต้นขาอันนวลผ่องของพวกเธอ ไม่ต้องสงสัย ว่าหลังจากนี้ในอีกไม่ช้า สิ่งใดกันที่พวกมันใคร่อยากจากบรรดาหญิงสาวผู้งดงามทั้งสองนาง 

            เป็นที่แน่นอน ปลายศรที่พุ่งทะยานเข้ามาล้วนอาบยาพิษ สิ่งจำเป็นมีเพียงบาดแผลอันเล็กน้อย เมื่อพิษร้ายเข้าสู่ปากแผล พวกมันจะไหลเวียนไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว ร่างกายจะด้านชา พลังกายจะหดหายไป และในท้ายที่สุด ความตายที่มิอาจเลี่ยงหลีกจะเข้ามาเยือนแม้ไม่ต้องการ 

            ทุกคนล้วนตกอยู่ในความสิ้นหวัง แววตาแสดงออกถึงความหวาดกลัว ยกเว้นเพียงหนึ่งคน 

            “อีกแล้ว ?”

            ความมืดดำปรากฏขึ้นทำให้กวีหวนย้อนคำนึงถึงเหตุการณ์ในอดีต 

            “นี่ตัวชั้นต้องตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวังอีกแล้ว งั้นก็.. สวยสิวะ”

            ท่ามกลางความสิ้นหวังประหนึ่งเปลวแสงดวงสุดท้ายได้มอดลง กวีค่อย ๆ ลุกขึ้นยืนขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ทุกคนต่างจดจ้องมองเขาด้วยแววตาแฝงความตกตะลึงอันมากล้น 

            ผลลัพธ์ที่หนึ่งของทักษะความสิ้นหวังของผู้ต้อยต่ำเริ่มต้นทำงาน พิษร้ายทั้งหมดถูกขจัดออกจากร่างกายจนเหลือศูนย์ เขาลุกขึ้นยืน แววตาจดจ้องไปยังเหล่าศัตรูที่ใบหน้าของพวกมันช่างเปี่ยมสุขอย่างเหลือล้น

            กล้ามเนื้อของกวีเปล่งปลั่ง เพียงเสื้อกล้ามผืนเดียวมิอาจปกปิดความงดงามทั้งหมด รอยยิ้มเผยขึ้นพร้อมแววตาประหนึ่งวายร้าย จดจ้องมองศัตรูด้วยจิตสังหารเย็นยะเยือกผสมปนเปไปกับความบ้าคลั่ง 

            ในยามนี้ แมรี่ เรเชล รวมไปถึงกามู พวกเธอทั้งสามแปรเปลี่ยนสีหน้าไปกลายเป็นความตกตะลึง “ทำไมนายถึงไม่ได้รับผลจากพิษ นายเป็นใครกันแน่ ?!!” เสียงของเรเชลถูกเปล่งขึ้นดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ ทว่ากวีกลับเพียงเผยยิ้ม ปรากฏแววตาชั่วร้ายและเอื้อนเอ่ยออกมาด้วยวาจาเยือกแข็ง 

            “ก็อย่างที่ชั้นเคยบอกไป ชั้นก็แค่นักเดินทางที่บังเอิญเดินผ่านมาก็เท่านั้น”

    คล้ายกับเรื่องบันทึกโศกนาฏกรรมของหมอผี | Tragedy of A Necromancer ที่คุณอ่าน

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.13M 4052
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    เทพอสูรมังกร สยบสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    218K 196
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

    นิยาย แฟนตาซี
    312K 292
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810