The Organian

    บทที่8 ตอนที่47 : ผู้พิทักษ์แห่งทวีปเอชีย

    จนกระทั่งแสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าส่องกระทบเข้ามายังเปลือกตาของเกษมในขณะกำลังหลับ อันเป็นดั่งนาฬิกาปลุกชั้นเยี่ยมให้ชายหนุ่มตื่นจากภวังค์          ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยร่องรอยของน้ำตา.. เดอะไซท์สตีลเลอร์ลุกขึ้นนั่งพลางขยี้ตาด้วยความงัวเงีย ก่อนจะควานหาแว่นเลนส์หนาเตอะโดยสัญชาตญาณ แต่ก็พลันนึกขึ้นได้ว่าเขาได้มอบมันให้กับเพื่อนคนสำคัญไปแล้ว          ดวงตาของเขาแดงก่ำอีกครั้ง และรับรู้ได้ทันทีว่าอีกไม่นานตัวเองจะต้องร้องไห้ออกมาโฮใหญ่แน่ ๆ  แต่ก่อนที่จะกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ก็ได้มีเงาตะคุ่ม ๆ เดินมาจากทางด้านหลัง..          “คาซาเมะซัง.. เสียใจได้แต่อย่านานนะคะ ยังไงชีวิตของเราก็ยังต้องดำเนินต่อไปอยู่ดี” มิทาจิเดินมาพร้อมกับยิ้มอวดฟันขาว          และเมื่อได้เห็นความสดใสของนินจาสาวเช่นนั้น เกษมจึงใช้มือปาดน้ำตาที่กำลังปริ่มอยู่ออก “ขอบใจมากนะที่เตือนสติพี่ ที่มิทาจิพูดมามันก็จริงนั่นแหละ..” เขาฝืนยิ้มส่งกลับไป          “ไม่เป็นไรค่า~” เด็กหญิงผมสลวยยิ้มอย่างสดใสก่อนจะเดินไปให้กำลังใจเพื่อนคนอื่น ๆ ต่อ.. เธอคงต้องผ่านประสบการณ์อะไรมาเยอะมากแน่ ๆ ถึงได้รับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายได้ดีขนาดนี้..          จวบจนช่วงสาย ๆ ของวัน นักศึกษาออแกเนียนทุกคนก็ได้รับสารจากเอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ที่สามอีกครั้ง  “ผมรู้ว่าพวกคุณเหนื่อยและอ่อนล้ากันมาก.. ดังนั้นวันนี้ผมจะให้พวกคุณพักผ่อนอย่างเต็มที่ ก่อนที่พรุ่งนี้เวลาแปดนาฬิกา  ผมจะขอนัดนักศึกษาทุกคนให้มาพร้อมกันที่หอประชุม เพื่อฟังการชี้แจงเกี่ยวกับการทดสอบเรื่องการใช้พลัง..” เสียงของคุณเวิร์ดดังก้องในหัวของเหล่าออแกเนียนเจนเนอเรชั่นใหม่          “แต่หอประชุมถล่มไปแล้วนี่หน่า.. อ่อลืมไป คุณคือคุณเวิร์ดนี่นะ” สตีฟแอบสงสัยในใจก่อนจะนึกขึ้นได้          จากนนั้นเวลาก็เดินไปตามปกติของมัน.. ทุกคนต่างก็พักผ่อนชาร์จพลังกันจนเต็มอิ่ม          จนกระทั่งเวลาแปดนาฬิกาของวันนัดหมาย ณ หอประชุมยานแม่แอนวู้ดที่ เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ที่สาม ร่ายคาถาสร้างขึ้นมาใหม่.. ซึ่งเหล่านักศึกษาก็ต่างพากันมาประชุมตามที่นัดหมายเอาไว้          “ถึงจะเกิดเหตุการณ์อันหน้าเศร้าจนหลาย ๆ คนต้องเผชิญกับความเสียใจ แต่อย่างไรก็ตามผมจะถือโอกาสนี้แจ้งว่าการสอบของทางมหาวิทยาลัยได้สิ้นสุดลงแล้ว” สุภาพบุรุษโบว์ไทด์น้ำเงินเกริ่นเข้าเรื่อง          แต่แล้วผู้นำประชุมก็ได้สังเกตเห็นอะไรบางอย่างที่ขัดจังหวะในขณะที่เขากำลังพูด “กรุณาให้เกียรติผู้สอนด้วย.. วางโทรศัพท์ลงแล้วตั้งใจฟัง!” เดอะคอนโทรลเลอร์ดุไปยังเซียวซินฉี          “และต่อไป ผมมีบางอย่างที่จะบอกให้พวกคุณทราบโดยทั่วกัน” เอ็ดเวิร์ด อาเธอร์ สปีช ที่สาม พูดขึ้นโดยเริ่มมีท่าทีที่แปลก ๆ ไป ราวกับกำลังมีอะไรบางอย่างที่ไม่ค่อยสู้ดีนักเกิดขึ้น..          คุณเวิร์ดรับรู้ได้ถึงความวุ่นวายที่เกิดขึ้นภายนอกมหาวิทยาลัย และเป็นเรื่องที่เขาพิจารณาแล้วว่าต้องรีบจัดการโดยด่วนก่อนจะสายเกินแก้..          ตัดภาพไปยังเหตุการณ์ดังกล่าว.. เนื่องด้วยวันที่เกิดเหตุเป็นวันขึ้นสิบห้าค่ำเดือนแปด หรือวันอาสาฬหบูชา อันถือว่าเป็นวันพระใหญ่ และเป็นวันสำคัญทางศาสนาของประชาชนชาวไทยซึ่งนับถือศาสนาพุทธกันเป็นส่วนมาก.. โดยพุทธศาสนิกชนนั้นก็ได้มารวมตัวกันที่วัดวัดหนึ่งเพื่อทำบุญในยามเช้า โดยวัดนั้นเป็นวัดขนาดใหญ่ที่ค่อนข้างมีชื่อเสียง จึงทำให้มีคนมาร่วมงานเป็นจำนวนมาก แล้วก็มีนักข่าวจำนวนมากมาร่วมทำข่าวด้วยเช่นกัน          และขณะนั้นเอง ก็มีชายปริศนาแต่งกายด้วยชุดนินจาสีดำทมิฬทั้งชุดปรากฏตัวขึ้น.. เขากระชากผ้าคลุมหน้าออกก่อนจะตะโกนด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดเป็นภาษาญี่ปุ่น แปลได้ใจความว่า “หมดเวลาของแกแล้วไอ้พวกมนุษย์ทั้งหลาย! ต่อไปนี้มันกำลังจะเป็นยุคของออแกเนียน!!”          ชาวบ้านที่มาร่วมงานบุญในเวลานั้นต่างก็พากันงงกับชายวัยกลางคนที่จู่ ๆ ก็มาตะโกนพล่ามภาษาญี่ปุ่นอย่างบ้าคลั่งกลางพิธีกรรม          จนมีคุณยายหลังค่อมคนหนึ่งเกิดหมดความอดทนกับสิ่งที่เห็น.. หญิงชราบ้วนหมากที่กำลังเคี้ยวทิ้งและวางตะกร้าที่เต็มไปด้วยของใส่บาตรลงพลางชี้นิ้วตำหนิผู้มาพังบรรยากาศของงาน “อะไรของมันวะ! ไม่รู้จักกาลเทศะเลย นี่มันงานบุญนะโว้ย! ใครก็ได้โทรแจ้งตำรวจมาจับมันที! อย่าให้ข้าต้องด่าเลยเถอะวะ!”           และเมื่อได้ยินเช่นนั้นนินจาชุดดำก็ได้เดินตรงดิ่งเข้ามาหาคุณยายด้วยความประสงค์ร้ายในทันที..          “เฮ้ย!! อย่าเก่งแต่กับคนแก่สิวะ!” ชายฉกรรจ์ผู้เป็นคนท้องถิ่นพร้อมกับวัยรุ่นพรรคพวกของเขาอีกนับสิบ เดินเข้ามากันท่าพลางผลักอกผู้บุกรุกให้ออกห่างจากยายเฒ่า          แต่ดูเหมือนนินจาผู้นั้นจะไม่สนใจแต่อย่างใด.. เขายกแขนขึ้นก่อนทำนิ้วเป็นรูปปืนและชี้ไปยังชายผู้เข้ามาปกป้อง          “ฟิ่ว! ฟิ่ว!” เสียงสิ่งของชิ้นเล็กที่ลอยออกมาจากนิ้วของชายชุดดำ พุ่งตัดผ่านลมออกมาอย่างแผ่วเบา ก่อนที่หนุ่มฉกรรจ์ผู้เคราะห์ร้ายจะล้มลงไปนอนกองกับพื้น          “เฮ้ย!!! มันมีปืน มันมีปืน พวกเราพาลูกพี่ถอยออกไปก่อน!!” ลิ่วล้อของชายเจ้าถิ่นตะโกนบอกเพื่อนคนอื่น ๆ           และหลังจากนั้น นินจาผู้โหดเหี้ยมก็ได้เบนเป้าหมายกลับไปยังหญิงชราอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะทำให้เล็บของตัวเองยาวขึ้นและหักมันออกมาถือเป็นดาบ..           ซึ่งนั่นก็ได้สร้างความตื่นตะลึงให้กับประชาชนที่อยู่บริเวณนั้นเป็นอย่างมาก จนทำให้พวกเขาต้องวิ่งหนีแตกกระเจิงออกไปอย่างกุลีกุจอ และด้วยความแปลกประหลาดผิดมนุษย์มนาที่ได้เห็นนั้นเอง จึงทำให้มีพวกเขาบางส่วนถึงกับต้องควักโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกเรื่องราวไว้ บ้างก็ถ่ายทอดสดออกไปทางสื่อออนไลน์ รวมทั้งสำนักข่าวที่มาทำข่าวอยู่ก็ได้ถ่ายทอดสดมันออกไปทั่วประเทศด้วย          โดยในขณะเดียวกันกับที่ชายชุดดำง้างอาวุธขึ้น และลงดาบไปอย่างเต็มกำลังใส่หญิงเฒ่ายืนตัวสั่นงันงก ราวกับยอมรับชะตะกรรมนั้น..ฟิ้ง! ! ! ! ! เสียงของอาวุธนินจาก็ได้กระทบเข้ากับอะไรบางอย่าง..          ชายผู้เลือดเย็นเพ่งมองไปยังสิ่งที่ดาบของเขากำลังปะทะด้วย ซึ่งภาพที่เห็นนั้นปรากฏเป็นแขนที่ซึ่งหุ้มด้วยเสื้อคลุมหนาเตอะสีเทาขลิบดำ.. และนั่นมันทำให้นินจาหนุ่มใหญ่ถึงกับชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะเหลือบมองไปที่ใบหน้าของบุคคลปริศนา           ท่าทางของเขาเปลี่ยนไปในทันทีหลังได้ยลโฉมของผู้ที่เข้ามาปกป้องหญิงชราจากคมดาบ โดยจากมาดที่ดูเย็นชาไร้ซึ่งความปรานีกลับกลายเป็นคนแข้งขาอ่อนเปลี้ย ตัวเขาสั่นระริกและถอยร่นออกไปอย่างไม่เป็นท่า          ก่อนที่เขาจะเอ่ยขึ้นมาเป็นภาษาญี่ปุ่น ซึ่งแปลได้ความว่า “ควะ..ควันหมอก เมฆะมายา เดอะแทททูไรเดอร์ ‘The Tattoos Raider’.. หนึ่งในแปดดิออการ์เดี้ยน” ซึ่งนามนั้นก็เป็นนามของฮีโร่ผู้ช่วยชีวิตหญิงชราไร้ทางสู้เอาไว้นั่นเอง          “คุณเวิร์ด.. เกิดเรื่องใหญ่แล้วล่ะ” ลุงควันชายผู้เป็นลุงของมีสท์พูดขึ้นก่อนจะเล่าเรื่องวุ่นวายให้ผู้คุมกฎของเหล่าออแกเนียนฟัง          และในขณะนั้นเอง! “ย๊ากกกกกก ! ! !” นินจาชุดดำก็ได้ตะโกนอย่างดุดันออกมา ก่อนจะปาเล็บที่เปลี่ยนรูปร่างเป็นดาวกระจายและอัดแน่นไปด้วยอินฟินิตี้ฟอร์สของเขาพุ่งตรงไปที่ลุงควันในที่ยังไม่ทันตั้งตัว!!          แต่ก่อนที่อาวุธลับจะถึงตัวเดอะแททูไรเดอร์นั้น ก็ได้มีแสงสีฟ้าอ่อนสว่างวาบทะลุเสื้อคลุมขึ้นมาจากแผ่นหลัง “ฟิ้ง! ฟิ้ง! ฟิ้ง!” เสียงของเล็บดาวกระจายที่เปี่ยมไปด้วยพลังพุ่งกระทบกับอะไรบางอย่างที่แข็งแกร่งเป็นอย่างมาก.. จนทำให้มันร่วงหล่นลงราวกับเป็นแค่เศษเล็บธรรมดาเท่านั้น ซึ่งนั่นก็ทำให้การโจมตีครั้งนี้จึงไร้ผลไปโดยปริยาย          “ถึงตาข้าบ้างล่ะนะ!” ควันหมอกจ้องไปยังชายผู้ประสงค์ร้ายด้วยแววตาแห่งเพชฌฆาต ก่อนจะกระชากผ้าคลุมอันหนาเตอะบนตัวของเขาออก..           จากชายนักมายากลที่แลดูอายุมากแล้ว ผู้ที่เหมือนกับเป็นคนไร้พิษสงและอ่อนแอ.. แต่ภายใต้ผ้าคลุมนั้นกลับมีร่างกายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้ออันชัดเจนราวกับเป็นหนุ่มวัยฉกรรจ์ที่ดูแลตัวเองเป็นอย่างดี พร้อมกับมีรอยสักอันงดงามและสุดแสนจะน่าเกรงขามอยู่ตามเรือนร่าง ดังนี้..          แขนซ้ายสักลายพยัคฆ์ขาว ผู้เกรี้ยวกราดและปราดเปรียว มีนัยน์ตาสีเขียวดั่งพฤษาขจี..           แขนขวาสักลายราชสีห์เจ้าแห่งสัตว์ป่า ผู้ทรงพลานุภาพเหลือคณา มีนัยน์ตาสีแดงร้อนแรงดั่งรพีจรัส..           พาดผ่านกลางอกด้วยนกอินทรีย์เจ้าเวหา ผู้สง่างามยามล่องบนท้องนภา มีนัยน์ตาสีเหลืองอร่ามงดงามดั่งปภัสอำพัน..           แผ่นหลังคือพญาช้างสาร ผู้คอยปัดป้องสิ่งรังควานไม่เว้นหน้าด้วยมหาเดชฤทธา มีนัยน์ตาสีฟ้าดั่งนทีพิสุทธิ์..          ลุงควันประนมมือขึ้นและบริกรรมคาถาอะไรบางอย่างก่อนเป่าใส่ต้นแขนซ้ายยาวไปจนสุดปลายมือ..          โดยหลังจากสุดลมเป่า ภาพรอยสักพยัคฆ์ขาวก็เรืองแสงสีเขียวก่อนจะกระโจนออกมาจากผิวหนัง และปรากฏเป็นพลังงานรูปร่างเสือขาวนัยน์ตาสีมรกตสุดน่าเกรงขาม          “จัดการมันซะ พฤกษาขจี!” เดอะแททูไรเดอร์สั่งการรอยสักวิเศษของเขา          และเมื่อทางฝั่งของนินจาโฉดประเมินพลังจนเห็นท่าว่าตนเองสู้ไม่ได้แล้ว เขาก็ไม่รอช้าที่จะคว้าหญิงสาวชาวบ้านผู้โชคร้ายมาเป็นตัวประกันทันที!          ซึ่งทำให้สถานการณ์ในตอนนี้เพิ่มความตึงเครียดมากยิ่งขึ้นไปอีก.. เจ้าพยัคฆ์ขาวจ้องเหยื่อของมันตาไม่กระพริบพลางเดินวนไปรอบ ๆ เพื่อรอคำสั่งจากเจ้านาย          แต่ทางฝั่งของลุงควันยังคงสงบนิ่ง ราวกับกำลังรออะไรบางอย่าง..          “ตอนนี้แหละ! อัญชันรุจี!” ชายผู้ควบคุมรอยสักตะโกนลั่น ก่อนที่จะมีประกายแสงสีม่วงวาบขึ้นจากด้านหลังของเหยื่อ และปรากฏเป็นพลังงานรูปงูยักษ์นัยน์ตาสีม่วงพุ่งเข้าโจมตีและรัดตัวของนินจาชั่วเอาไว้!!          ซึ่งรอยสักที่ปรากฏเป็นรอยสุดท้าย คือรอยที่พันอยู่ตรงบริเวณรอบขาข้างซ้ายของนายควันหมอก มีรูปร่างเป็นนางพญางูผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์ เล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวสุดพร้อมล่อลวง มีนัยน์ตาสีม่วงเย้ายวนชวนฝันดั่งอัญชันรุจี..          หลังจากหมดสภาพจากการต่อสู้ นินจาผู้พ่ายแพ้ก็เอ่ยขึ้นป็นภาษาญี่ปุ่น แปลได้ความว่า “นี่น่ะเหรอ ความเก่งกาจระดับผู้พิทักษ์.. พลังของเราเทียบไม่ติดเลยแม้แต่นิดเดียวจริง ๆ ด้วยสินะ”          “แต่อย่างน้อยเราก็ได้เห็นรอยสักอันเลื่องลือทั้งห้าของเขา.. พฤกษาขจี รพีจรัส ปภัสอำพัน อัญชันรุจี และนทีพิสุทธิ์.. นึกว่าพวกมันจะมีแค่ในคำบอกเล่าเสียอีก ถือเป็นบุญตาของเราแล้วจริง ๆ ” เขาพูดต่อก่อนที่จะก้มหน้ารอรับชะตากรรมของตัวเอง          โดยเพียงครู่เดียวเท่านั้นหลังจากการต่อสู้จบลง ก็ปรากฏแสงสีน้ำเงินรอบตัวของนินจาผู้ก่อความวุ่นวายก่อนที่เขาจะหายวับไปกับตา.. ซึ่งนั่นก็ทำให้ฝูงชนที่อยู่ในละแวกนั้นก็ค่อย ๆ ชะเง้อและเผยตัวออกาจากที่หลบซ่อน           แต่พวกเขาก็ยังคงไม่กล้าเข้าไปชื่นชมยินดีกับชัยชนะของลุงควัน เพราะยังงงและสับสนกับเหตุการณ์สุดประหลาดที่เกิดขึ้น อีกทั้งยังคงไม่มั่นใจในตัวของชายผู้มีรอยสักวิเศษอยู่..          จนกระทั่งได้มีเด็กชายตัวน้อยคนหนึ่งวิ่งเข้าไปหาแม่ของเขาซึ่งก็คือผู้ที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ก่อนจะวิ่งเข้าไปหาหนุ่มใหญ่ที่ช่วยชีวิตมารดาของเขาเอาไว้..          “ขอบคุณมากฮะคุณลุง ลุงเท่สุด ๆ ไปเลยฮะ!! ปล่อยเสือออกมาจากแขนได้ด้วย ผมเคยเห็นแต่ในหนังไม่คิดว่าจะมีคนทำได้จริง ๆ ” หนุ่มน้อยพูดพร้อมออกอรรถรสท่าทางอย่างเต็มพิกัด          “มีความสุขกับสิ่งที่อยู่ในความทรงจำตอนนี้ให้มาก ๆ ล่ะ.. เดี๋ยวเอ็งก็จะลืมมันแล้ว..” ออการ์เดียนแห่งทวีปเอเชียพูดพลางลูบหัวเจ้าเด็กน้อยผู้ไร้เดียงสาด้วยรอยยิ้มอันอบอุ่น          และหลังจากที่เหล่าฝูงชนได้เห็นเหตุการณ์นั้น พวกเขาก็เริ่มสบายใจมากยิ่งขึ้น จนกระทั่งมีชาวบ้านคนหนึ่งเริ่มปรบมือแสดงความชื่นชม และจากนั้นคนอื่น ๆ ก็ได้ปรบมือตาม ก่อนที่ทุกคนเดินเข้าไปรุมล้อมแสดงความชื่นชมยินดีรอบ ๆ ลุงควัน          กระทั่งมีแสงน้ำเงินสีเดิมวาบขึ้นบนหัวของทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์..          จากนั้นลุงควันก็ได้คว้าเสื้อคลุมตัวโปรดของเขามาใส่อีกครั้ง “นับต่อจากนี้ไป.. จะเป็นกลที่ไม่มีคณะมายากลไหนบนโลกกล้าเล่น!” เขาเอ่ยท่ามกลางผู้คนที่กำลังล้อมรอบ          “นี่.. พวกเรามาดูมายากลอะไรกันตรงนี้วะ?” ชายคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยใบหน้าสุดฉงนในขณะกำลังมองหน้าคุณลุงราวกับจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ไม่ได้เลยแม้แต่น้อย          “อะไรของมันวะ! ไม่รู้จักกาลเทศะเลย! จะแสดงก็ไปแสดงตอนกลางคืนในงานวัดโน่น! ตอนนี้มันช่วงงานบุญโว้ย!! อย่าให้ข้าต้องด่าเลยเถอะวะ!!” ยายแก่หลังค่อมคนเดิมเดินมาดุคุณลุงนักมายากลที่เพิ่งช่วยชีวิตของเธอไว้เมื่อครู่          “ขอโทษจ้ะยาย เดี๋ยวฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละจ้ะ..” ควันหมอกเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อมพลางเดินฝ่าฝูงชนออกจากวัดในทันที..          “คนของตระกูลนามิคาชิที่มาก่อเรื่องในครั้งนี้มีจุดประสงค์อะไรกัน?.. แต่เขาไม่ใช่ทายาทหลักที่ถูกเลือกให้มีสิทธิ์เป็นผู้นำตระกูลแน่ ๆ เพราะไม่สามารถพูดให้เราฟังรู้เรื่องได้ แสดงว่าไม่เคยไปที่มหาวิทยาลัยออแกเนียนมาก่อน..” ชายผู้มีรอยสักวิเศษคิดอยู่ในหัวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด           “ขออย่าให้มีเรื่องวุ่นวายอะไรเกิดขึ้นเลยเถอะ.. ตอนนี้ดูเหมือนคุณเวิร์ดจะใช้พลังไปจนหมดแล้วด้วย” ควันหมอกพึมพำออกมาเบา ๆ พร้อมมองไปยังแหวนสีเงินรูปตัวอักษรGบนนิ้วก้อยข้างซ้ายของเขา เพราะเหมือนลุงควันจะสัมผัสได้ถึงอะไรบางอย่างอันเป็นสัญญาณที่ไม่สู้ดีนัก..          เนื่องมาจากแหวนประจำตัวของผู้พิทักษ์ทั้งแปดนั้นเป็นอุปกรณ์พิเศษที่เชื่อมพลังของคุณเวิร์ดเอาไว้ มันมีหน้าที่คอยแจ้งเตือนเกี่ยวกับสถานการณ์วุ่นวายที่เกี่ยวข้องกับออแกเนียน และสามารถพาออการ์เดี้ยนทั้งหลายวาร์ปไปยังสถานที่นั้น ๆ ได้ในทันที แต่ถ้าเอ็ดเวิร์ด สปีชหมดพลังเจ้าแหวนวงนี้ก็จะพลอยหมดพลังไปด้วยเช่นกัน