จางหยวนรับรู้ได้ถึงการกระทำของคนเหล่านั้น เขาพอใจเป็นอย่างยิ่ง เขาจึงเริ่มถามนางว่า"เจ้าคิดว่า...ถ้าข้าไปบอกกับท่านแม่ว่าข้ามีคนที่ข้ารักแล้ว ท่านจะยอมให้ข้ายกเลิกการหมั้นหมายนี้หรือไม่"
"ข้าคิดว่าอาจจะได้ ในเมื่อท่านยังไม่เคยลองคุยดูเลยซักครั้งหนึ่งไม่ใช่หรืออย่างไร"
"อืม ก็จริงของเจ้า แล้วเจ้าละ เจ้าอยากยกเลิกการหมั้นหมายของเจ้าหรือไม่" จางหยวนหันหน้ามามองนาง
หลี่ซูเม่ยเงยหน้าขึ้นตอบ "ข้าก็อยากอยู่ อย่างที่บอกไปว่าข้ามีคนที่ข้ารักแล้วเช่นกัน"
"แล้วเจ้าเคยคุยดูแล้วหรือยัง"
"ยังเลย ข้าคิดว่ากลับไปคราวนี้ ข้าจะต้องลองคุยดูซักครั้งหนึ่ง"
"อืม...คนที่เจ้ารักคือใคร เจ้าบอกข้าได้หรือไม่" จางหยวนจ้องมองมาที่นางด้วยสายตาอันร้อนแรง
หลี่ซูเม่ยรีบเบือนหน้าหนีสายตาของจางหยวนและตอบไปว่า "ท่านก็รู้อยู่แล้วมิใช่หรือ ท่านจะถามข้าอีกทำไม"
"ใครหรือ ข้ารู้ด้วยเหรอ เจ้าบอกข้ามาเถิด" จางหยวนแสดงสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัย
หลี่ซูเม่ยเห็นดังนั้นจึงบอกไปว่า "ท่านบอกข้าก่อนสิ ว่าคนที่ท่านรักคือใคร ถ้าท่านไม่บอกข้าก็ไม่บอกเช่นกัน"
จางหยวนจ้องมองมาที่หลี่ซูเม่ยและพูดขึ้นว่า "ข้าตกหลุมรักเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เคยช่วยชีวิตข้าเอาไว้ นางทั้งจิตใจดี ฝีมือเยี่ยม หน้าตาไม่เป็นรองใคร อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ตอนนี้ก็อยู่ใกล้ข้าอย่างยิ่ง ข้าบอกของข้าแล้ว ตาเจ้าบ้าง"
หลี่ซูเม่ยจ้องตากับจางหยวนแล้วพูดกลับไปว่า "เช่นนั้นหรือ บังเอิญจริงๆ ข้าก็ตกหลุมรักผู้ชายอาวุโสคนหนึ่ง ที่ข้าเคยช่วยชีวิตเอาไว้ เขาทั้งจิตใจดี ฝีมือเยี่ยม หน้าตาไม่เป็นรองใคร อยู่ด้วยแล้วสบายใจ ตอนนี้ก็อยู่ใกล้ข้ายิ่งเช่นกัน"
ทั้งสองจ้องนัยน์ตาของอีกฝ่าย สีหน้าของทั้งคู่ต่างขึ้นสีอย่างห้ามไม่ได้ จางหยวนเห็นประกายสดใสเจิดจ้าที่ผุดพรายอยู่ในดวงตาคู่นั้น มุมปากเขายกจึ้นเป็นแนวโค้งที่งดงามแล้วเอ่ยว่า "แสดงว่า...ใจเราตรงกันยิ่ง เช่นนั้รข้าขอเรียกเจ้าว่า....เม่ยเออร์ ได้หรือไม่ แล้วเจ้าก็เรียกข้าว่า...ท่านพี่"
หลี่ซูเม่ยหน้าขึ้นสียิ่งกว่าเดิม นางไม่ได้เบือนหน้าหนี นางยังคงจ้องมองใบหน้าของบุคคลที่นางได้ตกหลุมรักไปแล้วและตอบกลับไปว่า "แล้วแต่ท่าน ถ้าท่านคิดจะเรียกข้าเช่นนั้น ข้าห้ามท่านได้ด้วยหรือ"
จางหยวนจับมือของหลี่ซูเม่ยขึ้นมาวางไว้ระหว่างมือทั้งสองของเขา จากนั้นจึงกล่าวว่า "นั่นสินะ เม่ยเออร์...เช่นนั้นเจ้าลองเรียกข้าว่า 'ท่านพี่' ให้ข้าชื่นใจหน่อยสิ"
"ท่าน! " นางไม่รู้จะพูดอะไรกับผู้อาวุโสท่านนี้ดี แต่ด้วยสายตาที่ส่งมาของเขา ทำให้นางต้องยอมแพ้และกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบาหวิวว่า "ท่านพี่"
"เม่ยเออร์เจ้าพูดได้เบายิ่งนักข้าได้ยินไม่ชัด ช่วยพูดอีกรอบได้ไหม ถือว่าข้าขอร้องเจ้า"
'หึย คนอะไรก็ไม่รู้ ได้ยินไม่ชัดก็คือได้ยินแล้ว ยังอยากจะให้ข้าพูดอีก ได้ ได้เลยข้าผู้นี้จัดให้' หลี่ซูเม่ยคิดในใจ จากตอนแรกที่ยังรู้สึกเขินอาย ตอนนี้ได้เปลี่ยนมาเป็นความโกรธไปหลายส่วน ทำให้นางกล้าที่จะพูดออกไปด้วยเสียงดังฟังชัดว่า "ท่านพี่ ท่านพี่ ท่านพี่ พอใจแล้วหรือยัง"
"พอใจแล้วๆ พอใจอย่างยิ่ง คนข้างนอกก็ได้ยินกันอย่างทั่วถึง แบบนี้ต้องให้รางวัลเจ้าแล้วละเม่ยเออร์"
นางลืมไป! ว่ายังมีคนอยู่รอบๆ รถม้าอีกหลายคน ชายผู้นี้ตั้งใจแกล้งนางแน่ๆ เขารู้อยู่แล้วว่าถ้าพูดเช่นนั้น นางจะต้องแสดงออกเช่นนี้ ร้ายกาจจริงๆ คราวหน้านางต้องเอาคืนให้ได้ ตอนนี้นางรู้สึกอับอายกับสิ่งที่ตนทำลงไปเมื่อครู่ นางจึงตอบกลับไปว่า "รางวัลอะไร ข้าไม่อยากได้หรอก แต่ข้ามีอะไรจะบอกท่าน"
"หืม เม่ยเออร์จะบอกอะไรกับข้าหรือ"
"ท่านเอาหูมาใกล้ข้า"
จางหยวนไม่ได้คิดอะไรจึงยื่นหูเข้าไปใกล้หน้าของหลี่ซูเม่ย หลี่ซูเม่ยเห็นดังนั้นจึงรีบจัดการดึงหูเขาเต็มแรง แต่ก็ถูกเขาดึงเข้าสู่อ้อมกอด นางจึงทุบอกเของจางหยวน หวังให้เขาปล่อยนาง แต่เขากลับไม่ปล่อยอีกทั้งยังตะโกน ใช่! ตะโกนเสียงดัง "โอ๊ย โอ๊ย เม่ยเออร์ เจ้าช่างดีกับข้ายิ่งนัก อืม เจ้านวดได้ดียิ่งนัก"
"ท่าน! " นางไร้คำจะพูดกับคนผู้นี้อีกรอบ วันนี้นางพ่ายแพ้ พ่ายแพ้ยับเยิน 'ไม่เป็นไรหลี่ซูเม่ยใจเย็นๆ ' นางปลอบตัวเองในใจ ในหัวคิดอย่างรวดเร็วว่าจะเอาคืนเขายังไง
จางหยวนสังเกตเห็นสีหน้าที่เปลี่ยนไปเปลี่ยนมาบนหน้าของนาง เขาจึงพูดขึ้นมาเพื่อให้นางเลิกคิดอะไรไร้สาระ "ตอนนี้ข้าอยากให้ถึงแคว้นหวงหลงเร็วๆ แล้วสิ ข้าจะได้ไปบอกท่านแม่ของข้าเรื่องเม่ยเออร์ของข้า เจ้าอย่าโกรธข้าเลย เหตุการณ์เมื่อครู่ถือเป็นสีสันของชีวิต เม่ยเออร์เจ้าคิดเหมือนกันกับข้าหรือไม่"
"อืม" หลี่ซูเม่ยไม่ได้ผลักเขาออกถึงแม้จะยังโกรธอยู่ นางโกรธตัวเองที่ทำอะไรเขาไม่ลง ทั้งสองต่างคิดในใจของตนเองว่าช่วงเวลานี้ดียิ่งนัก ทั้งคู่อยู่ในรถม้าคันเดียวกันตลอดทางจนถึงแคว้นหวงหลง...
เช้าวันต่อมาหลังจากที่หลี่ซูเม่ยได้มาถึงแคว้นหวงหลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว นางไม่รอช้ารีบตรงไปยังพระราชวังเพื่อเข้าพบฮองเฮาหรือท่านย่าเล็กของนางนั่นเอง
ในพระตำหนักของฮองเฮา ทั้งสองพูดคุยกันถึงเรื่องที่หลี่ซูเม่ยได้ไปพบเจอมาและในที่สุดหลี่ซูเม่ยได้ถามขึ้นมาว่า
"ท่านย่าเล็ก ข้ารู้ว่าการหมั้นหมายของข้าได้ถูกกำหนดไว้แล้ว แม้ว่าจะยังไม่ได้มีพิธีอย่างเป็นทางการ แต่ถ้าข้าอยากจะยกเลิกการหมั้นหมาย จะทำได้หรือไม่เจ้าคะ"
"ทำไมเจ้าถึงอยากให้ย่าเล็กยกเลิกหรือ"
หลี่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้แล้วว่าท่านย่าเล็กจะต้องถามนางเช่นนี้ นางไม่คิดปิดบังท่านนางจึงตอบอย่างตรงไปตรงมาว่า "ซูเม่ยมีคนที่รักอยู่แล้ว จึงอยากอยู่กับคนที่ข้ารักเจ้าค่ะ"
"คนที่เจ้ารักคือองค์รักษ์ผู้นั้นหรือ? "
เมื่อได้ยินที่ท่านย่าเล็กถาม ทำให้นางรู้ว่าท่านรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว นางเคยคิดว่าท่านต้องรู้แน่แต่ไม่คิดว่าท่านจะถามนางตรงๆ เช่นนี้ นี่ทำให้นางรู้สึก...เขิน หลี่ซูเม่ยตอบกลับไปด้วยความเขินอาย "เออ ใช่เจ้าคะ"
เมื่อฮองเฮาเห็นท่าทางเขินอายและรับรู้ถึงจุดประสงค์ของหลานสาวตัวน้อยแล้ว ทำให้พระนางรับรู้ว่าวันนี้บุตรชายของตนต้องมาที่นี่ด้วยแน่ๆ จึงเอ่ยไปว่า "เจ้าไม่คิดจะทำความรู้จักคู่หมั้นของเจ้าก่อนหรือ เรื่องนี้ยังไงก็ยังไม่ประกาศออกไปจนกว่าเจ้าจะมีอายุครบ 15 ปีอยู่แล้ว อีกสักพักเขาคงจะมาแล้วละ"
"อ่า นั่นไงพูดถึงก็มาพอดี"
หลี่ซูเม่ยหันไปมอง นางเห็นชายหนุ่มหน้าตาดูคุ้นๆ ใส่ชุดสบายๆ เดินเข้ามาในตำหนัก ขณะที่นางกำลังจะเอ่ยทัก เขาได้พูดขึ้นมาก่อนว่า "คารวะท่านแม่"
ฮองเฮาเห็นลูกชายที่ไม่ได้เจอหน้ากันมานานมาหานาง นางจึงดีใจยิ่งรีบเรียกให้มาหานาง "อืม ไม่ต้องมากพิธี มานั่งข้างๆ แม่มาเร็ว"
หลี่ซูเม่ยในตอนนี้กำลังตกตะลึงจนพูดไม่ออก นางรู้ดีว่าท่านย่าเล็กของนางไม่เคยถือยศหรือยึดติดในตำแหน่งฮองเฮา นางรู้ดีว่าท่านจะพูดเป็นทางการก็ต่อเมื่อจำเป็นต้องพูดเท่านั้น ในเวลาปกติเช่นนี้ ที่มีเพียงคนในครอบครัวและคนสนิท ท่านไม่เคยใช้คำราชาศัพท์หรือคำที่เป็นทางการในการพูดคุย
เพียงแค่คำคำเดียวที่ออกจากปากชายผู้นั้น คำว่า 'ท่านแม่' เท่านี้นางก็รู้ถึงสถานะที่แท้จริงของเขาเป็นที่เรียบร้อย เขาเหมือนจะยังไม่สังเกตเห็นนาง ดูท่าทางเขาค่อนข้างรีบร้อน คาดว่าน่าจะรีบมากล่าวถึงเรื่องที่คุยกับนางไว้
เมื่อครู่ท่านย่าเล็กได้บอกว่าคู่หมั้นของนางกำลังจะมา หรือว่าคนที่นางคิดจะถอนหมั้นด้วยก็คือเขา! และคู่หมั้นที่เขาพูดถึงก็คือนาง! หลี่ซูเม่ยเมื่อคิดได้เช่นนี้จึงใจเย็นลงและรอให้ท่านย่าเล็กชี้แจง
ทางฝั่งของจางหยวนหรือหวงหลงหยวนจาง องค์รัชทายาทแห่งแคว้นหวงหลง วันนี้เขารีบร้อนเข้าวังมาหาท่านแม่เพราะเขาต้องการคุยเรื่องการหมั้นหมายของเขา เขารีบมากจนไม่ได้สังเกคว่าในตำหนักจองท่านแม่มีคนอื่นอยู่ด้วย เมื่อสังเกตเห็นเขาก็ต้องตกตะลึง "นี่เจ้า"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า แม่รอวันดูวันนี้มานาน ในที่สุดก็ได้เห็นแล้ว ถ้าไปเล่าให้นางฟัง นางต้องอิจฉาข้าแน่ๆ เอาละ แม่ให้เวลาลูกชายของแม่กับหลานสาวที่น่ารักทำความเข้าใจกันก่อนแล้วกัน แม่ขอไปหาเพื่อนก่อนเดี๋ยวกลับมา โชคดีนะลูกชายของแม่ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
ทั้งคู่มองฮองเฮาอย่างงงงวย หลี่ซูเม่ยคิดว่าท่านย่าเล็กจะกล่าวอะไรซักเล็กน้อย แต่ท่านกลับไม่พูดอะไรแล้วหนีไปเช่นนี้ หยวนจางเองก็ไม่คาดคิดว่าท่านแม่จะหนีไปเช่นนี้เช่นกัน เขายังไม่ได้ถามท่านถึงเรื่องการหมั้นหมายเลย
-----------------------------------------------------
* ฝากติดตามตอนต่อไปของไรท์ด้วยน้าาา ขอบคุณค่ะ♥️