บทที่23 มิติว่างเปล่า
เมื่อได้ยินเช่นนั้นผู้เข้าเเข่งขันก็ทยอยกันเดินเข้าไปในอุโมงค์มิติแล้วจวินซีถึงเอ่ยขึ้นกับตัวเเทนของเผ่าจอมเวทย์ทั้งหก " ไม่รู้ว่าพอเข้าไปแล้วพวกเราจะถูกส่งไปที่ไหนกันบ้าง ระวังตัวกันด้วยในระหว่างการเเข่งขันอาจมีการเเย่งชิงสมบัติกันขึ้นที่ด้านในมิติแล้วเจอกันที่ใจกลางป่า "
" ขอรับ/เ้าค่ะ " ขานรับเสร็จก็พากับเดินไปยังทางเข้ามิติ จากนั้นก็พากันเข้าไปทีละคนจนหมด เมื่อผู้าุโทั้งห้าของผู้จอมเวทย์เห็นผู้ร่วมการแข่งขันเข้าไปหมดแล้วก็ทำการปิดมิติว่างเปล่าทันทีเพื่อป้องกันคนที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปด้านในได้และก็ปล่อยไอเวทย์ขึ้นบนอากาศหลังจากนั้นก็ปรากฏภาพผู้เข้าร่วมการเเข่งขัน
เมื่อจวินซีก็เดินไปยังปลายสุดของอุโมงค์ จากนั้นจวินซีก็มาโผล่ขึ้นอีกฟากฝั่งของอุโมงค์มิติ ทันใดนั้นนางก็รู้สึกว่ามีคนโผล่มาทางด้านหลังของตน พอจวินซีหันกลับไปและตั้งท่าที่จะเข้าต่อสู้ก็พบว่าคนผู้นั้นที่อยู่ด้านหลังตนคือมู่หลงซี
" เหตุใดถึงเป็ท่าน!/เหตุใดถึงเป็เ้าเป็เ้า! " ทั้งสองเอ่ยขึ้นมาพร้อมกัน
มู่หลงซีที่เดินเข้าไปในอุโมงค์เป็คนสุดท้ายก็ปรากฏตัวอยู่ด้านหลังของจวินซีพอดี ตอนแรกเขาก็อดแปลกใจไม่ได้เช่นกันเขาจึงเอ่ยขึ้น " ไม่คิดว่าเราจะเจอกันเร็วเช่นนี้ "
" ผู้ใดอยากจะเจอกับท่านกัน " จวินซีเอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจ เหตุใดนางถึงโชคร้ายเช่นนี้คนที่อยากเจอกลับไม่ได้เจอดันมาเจอกับคนที่ไม่อยากพบที่สุด ์...ใยถึงชอบกลั่นแกล้งนางนัก
จวินซีมีท่าทีจะจากไป ทว่ามู่หลงซีกลับคว้าจับข้อมือนางเอาไว้ก่อนเเล้วเอ่ยขึ้น " ทำไมหรือ เปิ่นหวางอยากรู้เสียจริงว่าเหตุใดธิดาเทพถึงได้หลีกเลี่ยงเปิ่นหวางเช่นนี้ หรือ..เป็เพราะธิดาเทพก็ฝันดังเช่นที่เปิ่นหวางฝันอย่างงั้นหรือ "
จวินซีนางเงยหน้ามองมู่หลงซีอย่างไม่เข้าใจ เดินทีมู่หลงซีก็รูปร่างสูงโปร่งพอสมควรตัวของนางสูงแค่หน้าอกของเขาเท่านั้นนางจึงต้องเงยหน้าขึ้นมองแล้วเอ่ยถาม " ความฝันอันใดของท่านกัน "
มู่หลงซีเห็นสีหน้างุดงงของนางก็ได้เอ่ยเล่าความฝันของตนให้จวินซีฟังอย่างละเอียด ทว่าความฝันของเขากลับไม่ค่อยปะติดปะต่อกันเสียเท่าไหร่นัก
เมื่อจวินซีได้ยินที่มู่หลงซีเหล่ามาถึงกลับชะงักทันทีเพราะเหตุใดกัน....เหตุใดเขาถึงได้ฝันเื่ในอดีตได้ นางมองหน้ามู่หลงซีด้วยความหวาดระแวงแล้วเอ่ยขึ้น " ท่านอ๋องเื่ที่ท่านเล่ามามันก็เป็แค่ความฝันเท่านั้นเอง "
มู่หลงซีที่จ้องมองจวินซีอยู่ตลอดระหว่างที่เขาเล่าความฝันในนางฟังเขาก็เห็นว่าเเววตาของนางสั่นไหวอยู่ครู่หนึ่งไม่นานก็กลับมาเรียบเฉยเหมือนเดิน " แล้วเหตุใดเปิ่นกวางถึงฝันแต่เื่เดิมๆตั้งสามปีด้วยเหล่า "
จวินซีถึงกับคิ้วขนวดขึ้นทันที เขาฝันถึงเื่นี้มาสามปีเลยงั้นหรือ ถ้าเป็เช่นนั้นไม่ใช่ว่า...เขาเริ่มฝันั้แ่ที่นางย้อนกลับมาอย่างงั้นหรือ " มันก็ไม่แค่ความฝันเท่านั้น ท่านอ๋องอย่าใส่ใจไปเลย " เอ่ยจบนางก็เเกะมือของมู่หลงซีออกจากข้อมือของตน ทว่าเหตุใดนางถึงเกาะไม่ออกนางจึงเงยหน้ามองเขาอีกครั้งแล้วเอ่ยขึ้น " ไม่ทราบว่าท่านอ๋องจะปล่อยมือข้าได้หรือไม่ "
" เปิ่นหวางรับปากผู้าุโไป๋หลงเเล้วว่าจะดูแลเ้าเป็อย่างดี " มู่หลงซีเอ่ยขึ้นอย่างไม่สะทบสะท้านโดยมีจวินซีที่ก้มหน้าก้มตาเกาะมือของตนออก ยิ่งเข้าใกล้นางเขาก็ยิ่งได้กลิ่นหอมเย็นออกมาจากตัวนางมากขึ้น มู่หลงซีนึกชื่นชอบกลิ่นเครื่องหอมกลิ่นนี้ของนางยิ่งนักเขาจึงล้มหน้าลงเพื่อที่จะได้กลิ่นมากขึ้น
จวินซีที่พยายามเกาะมือของมู่หลงซีออกแต่พยายามเท่าไหร่ก็เเกะไม่ออก ยิ่งได้ยินถ้อยคำที่เขาเอ่ยมาก็มีอารมณ์ฉุนเฉียวขึ้น " ข้าดูเเลตัวเองได้ ไม่รบกวนท่านอ๋องมาช่วยดูแล " เอ่ยจบก็เงยหน้าขึ้นมองมู่หลงซีอีกครั้ง ทว่าพอนางเงยหน้าขึ้นก็ปรากฏใบหน้าของมู่หลงซีอยู่ใกล้นางมาก เหลืออีกนิดแค่ปลายจมูกของเขาก็จะชนกับจมูกของนางแล้ว ทันใดนั้นเองจวินซีก็ได้รับรู้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายอยู่ใกล้เเค่คืบใบหน้าของนางก็พลันเห่อร้อนขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ
เมื่อจวินซีได้สติขึ้นมาจึงผละมู่หลงซีออกจากตน ทว่าจวินซีลืมไปว่ามือของมู่หลงซีจับข้อมือของนางอยู่มันทำให้นางเสียหลักจะล้มลงพื้น มู่หลงซีเห็นว่าจวินซีจะล้มก็เอามืออีกข้างของตนรวบเอวคนตัวเล็กกว่าเข้ามาในอ้อมแขนของตนและสิ่งที่คาดไม่ถึงก็ได้เกิดขึ้น ริมฝีปากบางของจวินซีไปเเตะที่แก้มของมู่หลงซีเข้าอย่างไม่ตั้งใจทำให้คนที่ถูกหอมแก้มถึงกับตัวแข็งทื่อขึ้นมา ส่วนจวินซีเองก็ใไม่น้อยเช่นกัน นางจึงรีบผลักมู่หลงซีออกแล้วเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีร้อนร้นมากกว่าปกติ " ข้า...ข้า...ข้าไม่ได้ใจ มันเป็อุบัติเหตุ "
มู่หลงซีที่เห็นท่าทีลนลานของจวินซีก็รู้สึกพึงพอใจอยู่ไม่น้อย ทว่าเขากลับเเสดงสีหน้านิ่งเฉยราวเมื่อไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น " เปิ่นหวางว่าเราออกไปจากตรงนี้ก็เถอะ "
จวินซีที่เห็นว่ามู่หลงซีมีท่าทีนิ่งเฉยเหมือนปกตินางก็ถอดหายใจอย่างโล่งอกและเดินตามหลังของมู่หลงซีไปอย่างเงียบๆ พอนางเงยหน้ามองแผ่นหลังของเขาก็พบว่าใบหูของมู่หลงซีเป็สีแดงเข้ม หรือว่าเขากำลังเขินอายอยู่งั้นหรือ นี่เป็ครั้งเเรกที่นางได้เห็นมู่หลงซีที่เป็เช่นนี้ ริมฝีปากบางของจวินซีเผลอยิ้มออกมาอย่างไม่ทันรู้ตัว พอเดิไปสักพักมู่หลงซีก็หยุดเดินอย่างกระทันหันจนทำให้หน้าผาของจวินซีชนเข้ากลับแผ่นหลังกว้างของเขาอย่างจัง " นี่...จะหยุดเดินเหตุใดถึงไม่บอกกันก่อนเล่า " จวินซีบ่นออกมาอย่างอุบอิบแล้วยกมือขึ้นลูบหน้าของตนเองเบาๆ
" ด้านหน้ามีการต่อสู้ " มู่หลงซีเอ่ยขึ้น
จวินซีได้ยินก็เพ่งจิตไปทางด้านของตนก็ปรากฏว่าเป็อย่างที่มู่หลงซีกล่าวมา มีกลุ่มคนกำลังต่อสู้กับอสรพิษขนาดั์อยู่จวินซีจึงเอ่ยขึ้น " ข้างหน้ามีคนกลุ่มหนึ่งกำลังต่อสู้กับสัตว์ิญญาอยู่ "
" สัตว์ิญญา " มู่หลงซีเอ่ยขึ้นอย่างงุดงง จวินซีจึงอธิบายให้มู่หลงซีฟัง " สัตว์ิญญา เป็สิ่งมีชีวิตที่อาศัยอยู่ในมิติว่างเปล่าเเห่งนี้ เป็สัตว์ที่บำเพ็ญมาหลายร้อยปีบ้างตัวก็อาจเป็พันปีหรือเป็หมื่นปีเลยทีเดียว "
มู่หลงซีได้ยินก็ขนวดคิ้วแล้วเอ่ยถาม " เหมือนอย่างเช่นกับสัตว์เทพอย่างงั้นหรือ "
จวินซีจึงพยักหน้าตอบรับแล้วเอ่ยต่อ " แต่ไม่ได้ทุกตัวที่จะสามารถบรรลุเป็สัตว์เทพได้ เดิมทีมิติว่างเปล่าเเห่งนี้เป็บรรพชนของเผ่าจอมเวทย์สร้างขึ้นมาเพื่อให้พวกสัตว์ิญญาทั้งหลายที่้าบำเพ็ญเพียรอย่างสงบได้เข้ามาอยู่อาศัย ทว่าเมื่อหลายร้อยกว่าปีก่อนเหล่าผู้คนก็เกิดความหวาดระแวงพวกสัตว์ิญญาเหล่านี้มีพลังบำเพ็ญมากกว่าเหล่ามนุษย์ จึงกลัวว่าจะเป็ภัยต่อตน ดังนั้นจึงเริ่มไล่ล่าและสังหารสัตว์วิญาณที่อาศัยอยู่ที่มิติว่างเปล่าแห่งนี้
เมื่อสัตว์วิญณาญเ่าั้ได้เห็นว่าพวกพ้องของตนถูกมนุษย์ไล่ล่าสังหารก็รู้สึกโกรธแค้นตุ่์และกลับมาเป็ผู้ไล่ล่ามนุษย์เสียเองไม่นานก็เกิดาระหว่างสัตว์ิญญาขึ้น ต่อมาเมื่อบรรพชนของเผ่าจอมเวทย์รู้เื่เข้าก็ปิดผนึกมิติว่างเปล่าเเห่งนี้และจะเปิดมิติในทุกห้าสิบปีเท่านั้น "
มู่หลงซีได้ยินที่จวินซีเล่าไว้ฟังก็รู้สึกแปลกใจ เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเคยมีเื่เช่นนี้เกิดขึ้นด้วย " เปิ่นหวางว่าเราเป็เส้นทางกันเถอะ "
จวินซีจึงพยักหน้าเห็นด้วยแล้วเปลี่ยนเส้นทางเดินไปใช้เส้นทางอื่น " ท่านอ๋อง ข้าว่าเราเเยกกันตรงนี้เถอะ "
มู่หลงซีจึงหยุดเดินแล้วหันไปมองจวินซีที่อยู่ด้านข้างของตนแล้วเอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ " เปิ่งหวางบอกไปเเล้วว่าจะแลดูเ้าเป็อย่างดี "
จวินซีจึงจ้องมู่หลงซีกลับอย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน " ข้าก็บอกแล้วว่าข้าดูแลตัวเองได้ อีกอย่างข้าจะไปรวมตัวกับคนอื่นๆที่ใจกลางป่า "
" เ้ารู้จักเส้นทางหรือ " มู่หลงซีเลิกคิ้วขึ้นถาม
" รู้สิ ก่อนมาผู้าุโมอบแผ่นที่ในป่าแห่งนี้ให้พวกเรา "
" เช่นนี้เปิ่นหวางก็จะไปกับเ้าด้วย " มู่หลงซีเอ่ยขึ้น จวินซีก็ได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย นางไม่เคยรู้มาอ่อนเลยว่ามู่หลงซีจะเป็คนดื้นร้นเช่นนี้ ทว่านางก็ทำอะไรเขาไม่ได้เช่นกันจึง/ด้แต่ปล่อยเลยตามเลย
จากนั้นก็นำแผ่นที่ป่าแห่งนี้ออกมาจากถุงมิติแล้วกลางออกมาดูก็พบว่าที่ตนกับมู่หลงซีอยู่นั้นคือทิศใต้ของป่าต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าจะเดินไปถึงใจกลางป่าได้ จากนั้นนางจึงเดินตรงไปขึ้นไปยังทิศเหนือโดยมีมู่หลงซีติดตามมาไม่ห่าง