สายลมเย็นยะเยือกพัดผ่านโพรงโบราณ
แม้การต่อสู้กับวิญญาณเงาโบราณจะจบลงแล้ว
แต่ไม่มีผู้ใดรู้สึกโล่งใจ
ตรงกันข้าม
ทุกคนกลับรู้สึกหนักอึ้งยิ่งกว่าเดิม
เพราะสิ่งที่น่ากลัวที่สุด
ไม่ใช่วิญญาณเงา
แต่เป็นความจริงที่เพิ่งค้นพบ
ผนึกไม่ได้กำลังพังทลาย
แต่มันกำลังถูกปลดออก
ทีละส่วน
ทีละชั้น
ทีละอักขระ
...
ภายในค่ายชั่วคราวของหอเฝ้าราตรี
ซูอู๋เซวียน
เฉินเยี่ยนชิว
หานเทียนจวิน
และมู่ชิงเหยา
กำลังประชุมกันอย่างเคร่งเครียด
กลางโต๊ะหิน
มีแบบจำลองค่ายกลผนึกถูกฉายขึ้นจากวิชาอักษรโบราณ
แสงสีทองนับพันสายลอยวนอยู่ในอากาศ
มู่ชิงเหยาชี้ไปยังตำแหน่งหนึ่ง
"อักขระที่หายไป"
"คืออักษร 'ผนึกวิญญาณ'"
"หากหายไปอีกสามตัว"
"ค่ายกลชั้นนอกจะสูญเสียหน้าที่โดยสมบูรณ์"
หานเทียนจวินสีหน้าเคร่งเครียด
"หมายความว่า"
"สิ่งที่อยู่ข้างในจะออกมาได้?"
มู่ชิงเหยาส่ายหน้า
"ไม่"
"อย่างน้อยตอนนี้ยังไม่ได้"
"แต่มันจะสามารถส่งพลังออกมาได้มากขึ้น"
คำตอบนั้น
ไม่ได้ทำให้ผู้ใดสบายใจขึ้นเลย
...
อีกด้านหนึ่ง
หลินเซวียนกำลังนั่งฝึกอยู่ลำพัง
หลังเปิดประตูมรรคา
โลกทั้งใบเปลี่ยนไป
เขาเห็นปราณฟ้าดิน
เห็นวิญญาณเร่ร่อน
เห็นเส้นกรรมที่ซับซ้อนยิ่งขึ้น
แต่ยิ่งเห็นมากขึ้น
เขากลับยิ่งรู้สึกถึงความเล็กจ้อยของตนเอง
เมื่อเทียบกับสิ่งที่อยู่ใต้ภูเขา
เขาอ่อนแอเกินไป
ทันใดนั้น
ตะเกียงวิญญาณเก้าชั้นฟ้าในทะเลจิต
พลันสั่นไหวอีกครั้ง
พรึ่บ...
เปลวไฟชั้นแรกลุกขึ้นเบา ๆ
ภาพบางอย่างปรากฏขึ้นในห้วงสำนึก
เขาเห็น
กำแพงเมืองสีดำ
ทอดยาวสุดสายตา
เห็นทะเลศพนับไม่ถ้วน
เห็นโซ่ยักษ์พันรัดฟ้าดิน
และเห็น
คนผู้หนึ่ง
ยืนอยู่บนกำแพงเมือง
ถือโคมสีทองในมือ
คราวนี้
ภาพชัดเจนกว่าทุกครั้ง
ชายคนนั้นสวมชุดคลุมโบราณ
ด้านหลังปักสัญลักษณ์คล้ายตะเกียงเก้าชั้น
เขากำลังมองบางสิ่งไกลออกไป
จากนั้น
เสียงหนึ่งดังขึ้น
ราวกับเดินทางข้ามกาลเวลา
"เวลาของพวกเรา..."
"ใกล้หมดลงแล้ว"
หลินเซวียนสะดุ้งตื่นทันที
เหงื่อเย็นไหลเต็มแผ่นหลัง
เขารีบมองรอบตัว
แต่ทุกอย่างกลับเป็นปกติ
ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
...
รุ่งเช้า
เสียงระฆังเตือนภัยดังขึ้นอีกครั้ง
ก้องไปทั่วภูเขา
กัง!
กัง!
กัง!
ทุกคนรีบวิ่งออกจากที่พัก
เฉินเยี่ยนชิวเป็นคนแรกที่มาถึงหน้าประตูผนึก
จากนั้นสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป
บนพื้นหินเบื้องหน้า
ปรากฏรอยอักษรโบราณใหม่
ราวกับถูกใครบางคนสลักขึ้นเมื่อคืน
ทั้งที่ไม่มีใครเข้าใกล้พื้นที่นี้ได้
มู่ชิงเหยาก้มลงอ่าน
มือของนางเริ่มสั่น
"เป็นไปไม่ได้..."
ซูอู๋เซวียนเดินเข้ามา
"เขียนว่าอะไร"
มู่ชิงเหยากลืนน้ำลาย
ก่อนตอบช้า ๆ
"ผู้เฝ้าผนึกคนสุดท้าย..."
ทุกคนชะงัก
จากนั้นนางอ่านต่อ
"เมื่อโคมดวงสุดท้ายส่องสว่าง"
"ประตูจะเปิดออกอีกครั้ง"
ทันทีที่คำพูดนั้นจบลง
ทั้งพื้นที่พลันสั่นสะเทือน
ครืนนนนน!!!
ประตูผนึกส่งเสียงคำรามต่ำ ๆ
ราวกับสัตว์ร้ายกำลังตื่นจากนิทรา
รอยแตกสีดำบนประตูขยายออกอีกครั้ง
ใหญ่กว่าเดิม
และลึกกว่าเดิม
สิ่งที่ทำให้ทุกคนตกใจยิ่งกว่า
คือ
จากรอยแตกนั้น
ปรากฏแสงสีทองสายหนึ่ง
ค่อย ๆ ส่องออกมา
ไม่ใช่ไอสีดำ
ไม่ใช่วิญญาณเงา
แต่เป็นแสงจากตะเกียง
แสงเดียวกับที่หลินเซวียนเห็นในนิมิต
ซูอู๋เซวียนเบิกตากว้าง
เป็นครั้งแรกตั้งแต่มาถึงที่นี่
ที่รองเจ้าหอเฝ้าราตรีแสดงความตกใจอย่างแท้จริง
เขาจ้องแสงนั้น
ก่อนพึมพำเบา ๆ
"ไม่จริง..."
"มันยังคงอยู่จริง ๆ..."
หลินเซวียนหันมองเขาทันที
เพราะดูเหมือน
ซูอู๋เซวียนจะรู้บางอย่าง
แต่ยังไม่ทันได้ถาม
เงาขนาดมหึมาพลันเคลื่อนผ่านหลังรอยแตก
เพียงเสี้ยววินาที
ทุกคนเห็นมัน
ร่างนั้นสูงดุจขุนเขา
ใหญ่โตจนมองไม่เห็นปลายสุด
จากนั้น
ทุกอย่างก็กลับสู่ความเงียบ
ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แต่ไม่มีผู้ใดกล้าพูด
เพราะทุกคนรู้ดีว่า
สิ่งที่อยู่หลังประตู
กำลังตื่นขึ้นทีละน้อย
"พวกเขาคิดว่าผนึกกำลังป้องกันบางสิ่งไม่ให้ออกมา"
"แต่บางที..."
"สิ่งที่อยู่ด้านใน อาจกำลังเฝ้ารอใครบางคนเข้าไปหามันเช่นกัน"