แสงสีขาวห่อหุ้มร่างเล็กของออก้า
ก่อนที่ร่างของเขาจะถูกส่งออกไปไกลจากหมู่บ้าน
ไกลจนไม่รู้ว่าเขากำลังมุ่งหน้าไปที่ใด
ไม่มีจุดหมาย
ไม่มีใครรออยู่ข้างหน้า
มีเพียงสร้อยคอที่ชายชราทิ้งไว้ให้และแหวนที่นิ้วชีและยังมีกำไลข้อมือที่ปู่บอกว่าติดตัวมาั้แ่ตอนเด็ก
ออก้าลืมตาขึ้นอีกครั้ง
เขาพบว่าตัวเองอยู่กลางป่าที่ไม่คุ้นเคย
รอบตัวมีเพียงต้นไม้สูงใหญ่
เสียงแมลงยามค่ำคืน
และความเงียบที่ทำให้หัวใจของเด็กชายหวาดกลัว
"คุณปู่..."
เสียงเล็ก ๆ ของเขาสั่นเครือ
แต่ไม่มีเสียงตอบกลับมา
ออก้าพยายามลุกขึ้น
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า
แต่เขายังคงเดินต่อไป
เพราะคำพูดสุดท้ายของชายชรายังคงดังก้องอยู่ในหัว
"จงมีชีวิตต่อไป..."
เขาเดินไปเรื่อย ๆ
จนความหิวเริ่มกัดกินร่างกาย
ออก้าพยายามหาอาหารจากผลไม้ในป่า
แต่เขาไม่รู้ว่าอะไรสามารถกินได้
และอะไรคือสิ่งอันตราย
ในขณะที่เขากำลังเดินผ่านพุ่มไม้...
เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้นด้านหลัง
กรอบ...
ออก้าหยุดนิ่ง
หัวใจเต้นแรง
จากเงามืดของป่า
ดวงตาสีเหลืองคู่หนึ่งค่อย ๆปรากฏขึ้น
สัตว์ป่าขนาดใหญ่กำลังจ้องมองเขา
มันคำรามต่ำ ๆ
พร้อมกับเดินเข้ามาช้า ๆ
ออก้าก้าวถอยหลัง
แต่ด้านหลังของเขากลับเป็หน้าผาสูง
ไม่มีทางหนี
"ไม่..."
เขากำสร้อยคอของคุณปู่แน่น
ร่างกายสั่นด้วยความกลัว
แต่ในวินาทีนั้น...
คำพูดของชายชราก็ดังขึ้นอีกครั้ง
"จงมีชีวิตต่อไป..."
ออก้ากัดฟัน
ก่อนจะหันหลังวิ่งหนีเข้าไปในป่า
สัตว์ป่าพุ่งตามหลังมา
เสียงฝีเท้าของมันสั่นะเืไปทั่วทั้งป่า
ออก้าวิ่งสุดกำลัง
ล้มลงหลายครั้ง
ถูกกิ่งไม้ขีดข่วน
แต่เขาไม่หยุด
เพราะตอนนี้...
เขารู้แล้วว่า
ถ้าหยุดเดิน
เขาอาจไม่มีโอกาสได้ทำตามคำสัญญาอีก
สุดท้ายออก้าะโลงจากเนินดินเล็กๆ
กลิ้งไปตามพื้นหญ้า
จนหลุดออกมาถึงบริเวณลำธาร
สัตว์ป่าหยุดอยู่ตรงชายป่า
มันจ้องมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนจะค่อย ๆ ถอยกลับเข้าไปในความมืด
ออก้านอนหอบอยู่ริมลำธาร
ร่างกายเต็มไปด้วยรอยแผล
แต่เขายังมีชีวิตอยู่
ออก้าคุกเข่าลงและก้มดื่มน้ำด้วยความกระหาย
แต่ในขณะที่เขามองเงาสะท้อนบนผิวน้ำ...
เขากลับต้องหยุดนิ่ง
เด็กที่เคยมีผมสีน้ำเงิน
และมีเส้นผมสีแดงแซมอยู่เล็กน้อย...
ได้เปลี่ยนไปแล้ว
ตอนนี้เส้นผมของเขากลายเป็สีดำสนิท
มีเพียงประกายสีแดงบางส่วนที่ยังหลงเหลืออยู่
ออก้าแตะเส้นผมของตัวเองด้วยความสับสน
"นี่มัน..."
เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่เขารู้เพียงอย่างเดียว...
หลังจากคืนที่สูญเสียทุกอย่าง
ตัวเขาเองก็เปลี่ยนไปเช่นกัน
หลังจากเดินทางต่ออีกหลายวัน...
ออก้าเริ่มเรียนรู้การอยู่ในป่า
เขารู้ว่าต้องระวังเสียงรอบตัว
รู้ว่าต้องเก็บอาหารไว้
และรู้ว่าโลกใบนี้...
ไม่ได้ใจดีกับคนที่อ่อนแอ
ในที่สุด...
เขาก็มาถึงเมืองแห่งหนึ่ง
เมืองัสายรุ้ง
หนึ่งในสี่สำนักใหญ่
เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยผู้คนและการค้าขาย
แต่เด็กชายที่เดินเข้ามา...
กลับไม่มีใครสนใจ
เสื้อผ้าของเขาขาดรุ่งริ่ง
ร่างกายเต็มไปด้วยฝุ่นและาแ
สภาพไม่ต่างจากเด็กเร่ร่อนคนหนึ่ง
ผู้คนเดินผ่านไปมา
บางคนมองด้วยความสงสาร
บางคนมองแล้วเดินจากไป
ออก้ายืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน
มือหนึ่งจับสร้อยคอที่คุณปู่ทิ้งไว้ให้แน่น
เขาไม่รู้ว่าอนาคตจะเป็อย่างไร
ไม่รู้ว่าตัวเองคือใคร
และไม่รู้ว่าโชคชะตากำลังรอเขาอยู่ที่ไหน
แต่เด็กชายคนนี้ยังคงก้าวเดินต่อไป
เพราะเขายังมีคำสัญญาหนึ่งเดียว...
ที่จะต้องรักษาไว้