[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส

    113 บีบคั้น

    “ ผู้อาวุโส สิ่งนี้คืออะไร ”


    เหล่าผู้อาวุโสตระกูลเจียงหันมองผู้อาวุโสทั้ง 5 ที่เดินทางมาจากเมืองหวงซีเขต X สิ่งที่พวกเขานำกลับมาเป็นหีบสมบัติที่ไม่สามารถทำลายจากด้านในได้จำเป็นต้องใช้วิธีปลดล็อกพิเศษ 


    ฮันเตอร์ในตระกูลที่มีอาชีพในการปลดล็อกกลไกลับต้องใช้เวลานานถึง 5 วันเต็มในการเปิดหีบทั้ง 6 ใบ


    สิ่งที่รอพวกเขาอยู่ภายในกลับเป็นอิฐเพียงก้อนเดียวเท่านั้น นอกจากนี้ไม่มีสิ่งใดอีก


    “ บัดซบ! ”


    ผู้อาวุโสทั้ง 5 ที่เดินทางกลับมาตระกูลแสดงใบหน้าไม่พอใจเมื่อรู้ว่าตนเองถูกหลอก


    หีบสมบัติจากทางเดินทั้ง 12 ถูกเปิดออกนานแล้ว ฝีมือผู้ที่ปลดล็อกกลไกคงเป็นชายสวมหน้ากากไม้อย่างแน่นอน ซึ่งไม่รู้ว่าชายคนนี้หายไปที่ไหน หลังจากซากโบราณสถานถล่มเขาก็หายตัวไปอย่างไรร่องรอย


    ผู้อาวุโสที่กลับมาจากเขต X รีบอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ก่อนที่ผู้อาวุโสหนึ่งจะหันมาคุยเกี่ยวกับข่าวที่ได้ยิน การเดินทางในครั้งนี้พวกเขาไม่สามารถควบคุมจินม่ายได้


    “ เป็นเรื่องจริงอย่างนั้นเหรอที่เธอกลับไปที่ตึกนั่น ”


    “ เป็นเรื่องจริง เธอรู้แล้วว่าสามีและลูกน้อยยังไม่เสียชีวิต ”


    เหล่าผู้อาวุโสตระกูลเจียงมองหน้ากัน บางคนแสดงท่าทางเฉยชากับเรื่องที่ได้ฟังเพราะไม่มีความเห็น บางคนรู้สึกโกรธเมื่อรู้ว่าจินม่ายอยู่กับใคร


    “ เอาเถอะ การประชุมคงต้องจบลงเพียงเท่านี้ ส่วนจินม่ายฉันจะเป็นคนจัดการทุกอย่างเอง ”


    ผู้อาวุโส 1 โบกมือไล่ทุกคนให้ออกไปจากห้องจนเหลือเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้น ก่อนจะมองดูภาพถ่ายที่ส่งมาจากเขต X ภายในรูปมีภาพของสองพ่อแม่กำลังเล่นกับลูกน้อยอยู่หน้าตึก ท่าทางของพวกเขายิ้มแย้มราวกับว่าไม่มีเรื่องที่ต้องกังวล หลังจากมองภาพถ่ายแล้วเขาจึงมองไปยังซองจดหมายที่ทางตระกูลหานส่งมา


    ---------------------------------------------------------------


     “ ให้ตายสิ ดันมาหยุดวิ่งซะได้ฉันต้องเดินทางไกลนับสิบกิโลกว่าจะมาถึง ”


    “ ไอเทมพลังงานก็หมดอีก แบบนี้ฉันจะเติ่มพลังให้กับดาบยังไง ผู้บริหารเขตทำอะไรกันอยู่ถึงปล่อยให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกัน ”


    เฉินห่าวหันมองหน้าภรรยาสลับกับมองฮันเตอร์ที่เดินเข้ามาในร้านเพื่อออกกำลังกาย


    นับตั้งแต่เขาออกมาจากซากโบราณสถานก็ผ่านมาแล้ว 7 วันนับเป็นช่วงเวลาที่สงบเป็นอย่างมาก ไม่มีข่าวเสียหายเกี่ยวกับเขาประกาศออกมาเลย


    นอกจากนั้นแล้วยังไม่มีใครพูดถึงจินม่าย เธอไม่ต่างจากคนธรรมดาที่เดินทางมาอาศัยอยู่กับเขา


    ทว่าในความสงบกลับมีเหตุการณ์ 2 อย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน หนึ่งคือฮันเตอร์ส่วนใหญ่กลับออกมาจากซากโบราณกันแล้ว หลังจากที่ซากโบราณสถานหมายเลข 1 พังถล่มตามกลไกของพื้นที่พิเศษ พื้นที่หมอกด้านนอกซากโบราณสถานหมายเลข 1 จึงกลายเป็นทางเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ล่าแห่งใหม่แทน ส่งผลให้มีฮันเตอร์จำนวนหนึ่งเดินทางมาจากต่างเมืองมากยิ่งขึ้นและดูเหมือนว่าในอนาคตจะเพิ่มมากยิ่งขึ้นกว่านี้เพราะพื้นที่ที่เชื่อมต่อขยายใหญ่มากกว่าตอนที่เขาเข้าไปล่ากระดูกธาตุ


    เหตุการณ์ที่ 2 เขาสังเกตเห็นว่าผู้คนเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับพลังงานภายในเมืองที่เริ่มร่อยหรอ จนขนส่งสาธารณะหลายสายเริ่มหยุดวิ่งเพราะมีปัญหาทางด้านพลังงานไม่เพียงพอ


    นอกจากนั้นเขายังได้ยินฮันเตอร์บ่นเกี่ยวกับแหล่งพลังมานาที่เริ่มร่อยหรอจนราคาพุ่งขึ้นสูง 


    “ คุณคะ ฉันคิดว่าตระกูลเจียงหรือไม่ก็ตระกูลหานเริ่มลงมือแล้ว ”


    จินม่ายแสดงใบหน้ากังวล พลังงานที่กำลังจะหมดลงคงเพราะตระกูลใหญ่ตัดขาดการขนส่ง ไม่มีทางที่เขต X จะขาดพลังงานได้แม้จะพึ่งผ่านช่วงสงครามมาแล้วก็ตาม


    มีทางเดียวที่ทำให้พลังงานในเขต X เริ่มขาดแคลนคือการกดดันจากมหาอำนาจใหญ่ที่กีดกันไม่ให้ผู้ถือครองพลังงานในตลาดเข้ามาทำธุรกิจที่นี่เพื่อปิดตายเขต X 


    “ อย่าคิดมากเลย แค่มีความสุขกับลูกก็พอ ”


    เฉินห่าวส่งยิ้มให้ภรรยาก่อนที่เขาจะมองขึ้นฟ้า ดูเหมือนว่าความสงบสุขใกล้จะหมดลงไปทุกทีแล้ว


    เขารู้ดีว่าตระกูลเจียงและตระกูลหานจะต้องเล่นงานเขาไม่ทางใดก็ทางหนึ่งอย่างแน่นอน ตลอด 7 วันที่ผ่านมาเขาเฝ้ารอการเคลื่อนไหวของทั้งสองตระกูลนี้มาตลอด ทำแม้กระทั่งสั่งให้กลุ่มนทีสดับแสงพยายามตรวจสอบการเคลื่อนไหวของมือสังหาร


    พวกเขากลับถูกเล่นงานในจุดที่คาดไม่ถึงมาก่อน ตระกูลเจียงและตระกูลหานเลือกที่จะจับชาวเมืองเป็นตัวประกันบีบให้เขาส่งจินม่ายกลับตระกูล


    เขาเชื่อมว่าเสียงของตนเองดังไม่มากพอจะทำให้ขุมอำนาจต่างๆที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับพลังงานยื่นมือเข้าช่วยเหลือเขต X  ด้วยอำนาจของตระกูลทั้ง 2 อาจจะทำให้คนที่ต่อต้านหายไปจากกระดานธุรกิจของประเทศเลยก็ว่าได้ถ้าเข้ามายุ่งเกี่ยว


    นอกจากพลังงานที่กำลังขาดแคลนแล้ว เขามองเห็นถึงภาพรวมที่กว้างมากยิ่งกว่านี้ ยิ่งจินม่ายอยู่ที่นี่นานไม่ใช่แค่พลังงานที่หายไป อาหารพืชพรรณ สิ่งอำนวยความสะดวกทุกอย่างจะค่อยๆถูกตัดขาด สุดท้ายเขต X จะกลายเป็นสลัมเต็มตัว


    ของทุกอย่างที่เคยหาได้ง่ายจะยากมากยิ่งขึ้น ทุกคนจำเป็นต้องเดินทางไปต่างเขตหรืออาจจะต้องเดินทางไปต่างเมืองเพื่อซื้อขายของจำเป็น


    เฉินห่าวมองเห็นว่าสถานีขนส่งคงจะถูกกดดันไม่ให้วิ่งจนเขต X กลายเป็นเมืองที่ถูกปิดตาย


    สำหรับเขาการลงมือของตระกูลทั้ง 2 ไม่ได้น่ากลัวเลยเพราะสามารถอาศัยอยู่ที่นี่ได้ผ่านการติดต่อองค์กรนทีสดับแสงให้จัดหาอุปกรณ์ทุกๆอย่างเข้ามาเติมในส่วนที่ขาด แต่สำหรับคนอื่นๆภายในเขต X จะเริ่มบ้าคลั่งเพราะทุกอย่างกำลังจะกลายเป็นนรก


    การแย่งชิงจะเกิดขึ้นหนักหน่วงจนที่นี่กลายเป็นเมืองไร้กฎหมาย สุดท้ายเรื่องเลวร้ายอย่างเช่นการโยนความผิดให้จินม่ายจะเกิดขึ้น


    ในช่วงที่ผู้คนบ้าคลั่งจะต้องมีการป่าวประกาศต้นเหตุที่ทำให้เขต X ต้องพบเจอกับนรก เมื่อผู้คนรู้ว่าเขาและจินม่ายคือตัวการผู้คนจะเริ่มคลั่งแล้วบุกมาทำลายที่นี่


    เฉินห่าวคิดว่าฮันเตอร์คงไม่มีใครกล้าโจมตีร้านเพราะทุกคนยังสามารถหาประโยชน์จากที่นี่ได้ แต่สำหรับประชาชนทั่วไปพวกเขาจะก่อม็อบประท้วงเขาจนราวกับว่าเป็นฆาตรกร


    เฉินห่าวจะไม่ยอมให้เหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นเด็ดขาด เจะไม่ยอมให้ใครมาชี้หน้าด่าลูกสาว ดังนั้นจึงค่อยคิดคำนวณว่าจะลงมือแก้สถานการณ์อย่างไรก่อนจะค่อยๆยิ้มออกมาเล็กน้อย


    “ คุณ ผมขอโทษนะที่ต้องบอกแบบนี้ ”


    จินม่ายรับรู้ได้ว่ามีเรื่องที่น่าเศร้ากำลังจะเกิด เธอจึงพยักหน้ารับฟังแล้วพยายามกอดลูกสาวให้ได้เยอะที่สุด


    เจ้าตัวน้อยไม่รู้ว่าป๊ะป๋ากับมาม้ากำลังคุยอะไรจึงเล่นบนตักของมาม้าพลางปีนขึ้นไปนั่งไหล่ของป๊ะป๋าด้วยท่าทางสนุกแล้วปล่อยให้ทั้งสองคุยกัน


    “ พวกเขาบีบให้คุณกลับไป ผมจึงอยากจะให้คุณกลับไปก่อนที่มันจะเลวร้ายกว่านี้ แต่ผมไม่ได้จะให้คุณกลับไปหมั้นนะ ผมจะรีบไปรับคุณกลับมาแน่นอน คุณเชื่อใจผมไหม ”


    จินม่ายมองเข้าไปในนัยน์ตาของเฉินห่าวแล้วพยักหน้า เธอเชื่อว่าเขาจะต้องหาทางช่วยอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามเธอไม่คิดจะรอให้เขาช่วยเหลือเพราะหากช่วยกันหาทางออกคงเจอหนทางนั้นเร็วขึ้น


    “ คุณคิดว่าต้องใช้เวลานานแค่ไหนถึงจะพาฉันกลับมาหาลูกสาวของเราได้ ”


    “  ผมไม่แน่ใจ แต่จะพยายามทำให้เร็วที่สุด ”


    “ หากพวกเขาคุยเรื่องงานหมั้นกับตระกูลหาน ฉันจะพยายามยื้อเวลาเอาไว้ให้ได้นานที่สุดก็แล้วกัน ”


    “ อย่างน้อยๆผมขอสัก 1 ปีนะ ”


    จินม่ายพยักหน้ารับก่อนจะค่อยๆนั่งซบไหล่สามีมองดูลูกสาวกำลังนั่งเล่นอยู่บนกระบะทรายโดยมีมังกรอยู่ในอ้อมแขนซ้ายด้านหลังพิงสิงโตขาว จนกระทั่งแดดแรงจินม่ายจึงพาเป่าเป้ยกลับเข้าไปในเล่นร้านปล่อยให้อ้ายเสินนั่งมองฮันเตอร์คอยสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันเข้ามาใช้งานร้านต่อไป


    “ ไม่ดีๆ แบบนี้จะเป็นการท้าทายเกินไป ”


    สิ่งที่เขาคิดภายในใจคือการบีบบังคับให้สำนักข่าวทำข่าวเกี่ยวกับสามีและลูกสาวของคุณหนูตระกูลเจียง การทำเช่นนี้จะทำให้งานหมั้นเกิดขึ้นได้ยาก เขาสามารถช่วยจินม่ายผลักตระกูลหานออกไปได้นานหลายเดือนและอาจจะถึง 1 ปี


    แต่การทำเช่นนี้ตระกูลหานจะต้องทุ่มกำลังทั้งหมดมาที่การสังหารเขาอย่างแน่นอน  เขาไม่ได้หวาดกลัวว่าตนเองจะตาย แต่สำหรับเป่าเป้ยไม่ควรจะถูกผลักให้เข้าสู่การนองเลือด ดังนั้นวิธีการเปิดตัวผ่านสำนักข่าวจึงไม่ค่อยดีเท่าไหร่


    การที่เขาไม่เจอข่าวของคุณหนูตระกูลเจียงภายในเขต X เลยดูท่าอีกฝ่ายจะปกปิดข่าวเอาไว้ไม่ให้ใครรับรู้เพื่อทำให้งานหมั้นดำเนินไปได้เช่นเดิม ดังนั้นเขาจึงต้องหวังพึ่งความสามารถของจินม่ายว่าจะยื้อเวลาเอาไว้ได้นานแค่ไหน


    ส่วนเขาจะขอเปิดตัวในฐานะเถ้าแก่ที่พยายามรวบรวมขุมอำนาจมากมายเข้ามาไว้ที่ร้านของเขา แล้วโต้กลับตระกูลหานและตระกูลเจียงที่คิดจะหาเรื่อง


    “ งั้นคงได้เวลาเดินทางไปเมืองใหญ่กันแล้ว ”


    เขาไม่มีเวลาขยายอำนาจไปที่เขตอื่นของเมืองหวงซี แต่จากการคุยกันของฮันเตอร์ที่เข้าใช้งานร้านดูเหมือนว่าเรื่องค่าสถานะ 0.1 จะดึงฮันเตอร์ในเมืองหวงซีเดินทางมาเยอะขึ้น


    การที่ฮันเตอร์เขต X มีอัตราการเกิดพรสวรรค์เยอะขึ้นและมีการใช้ทักษะที่ดีขึ้นคงดึงฮันเตอร์จากเขตอื่นๆให้เข้ามาหาคำตอบ ซึ่งเขาส่งกลุ่มอ้ายเสินให้ออกไปโปรโมทร้านรอบๆเขตประจำ ต่อให้การโปรโมทร้านในอินเทอร์เน็ตจะเป็นเรื่องยาก ผู้คนที่เดินทางเข้ามาในเขต X ต่างก็ได้ยินเรื่องฟิตเนสของเขา


    ในอนาคตอันใกล้ฟิตเนสของเขาจะถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางกว่านี้แน่นอน ไม่ใช่เพราะเขาโปรโมทร้านดีแต่เป็นเพราะว่าตอนนี้ทิศใต้เขต X ยกระดับกลายเป็นพื้นที่ล่าเลเวลสูงกว่า 70 ขึ้นไปแล้ว


    ฮันเตอร์เลเวล 70 จากเมืองต่างๆจะมองมายังเขต X  เมืองหวงซีเพราะไอเทมดรอปที่ได้จากมอนสเตอร์เขตนี้คือไอเทมอวัยวะเทียม มันคือสิ่งที่ใช้แทนอวัยวะเดิมได้ดีทีเดียว


    เฉินห่าวจึงคิดว่าเขาจะก้าวกระโดดไปที่เมืองใหญ่เลย ไม่อย่างนั้นคงไม่สามารถแก้ไขปัญหาระหว่างภรรยาและตระกูลได้


    “ อีก 2 ภารกิจสินะ ”


    เฉินห่าวมองดูภารกิจประจำวัน อีกเพียง 2 ภารกิจเท่านั้นเขาก็จะอัพเกรดร้านไปยังเลเวล 3 ได้แล้ว


    เขาไม่รู้ว่าตนเองจะได้อะไรบ้างจากการอัพเกรดร้านไปที่เลเวล 3 สิ่งแรกที่เขารู้ว่าจะต้องได้แน่นอนคืออุปกรณ์ออกกำลังกายเลเวล 3 และฟังก์ชันการขยายร้าน ด้วยฟังก์ชันนี้เขาจะนำมันไปติดตั้งที่เมืองใหญ่จากนั้นก็โต้กลับตระกูลเจียงและหาน



    คล้ายกับเรื่อง[จบ]เซียนทะลุมิติมาบริหารฟิตเนส ที่คุณอ่าน