"กระดูกจะหักมั้ยล่ะเนี่ย" ไรเซลโอดครวญกับตัวเองในขณะที่นอนแผ่หราอยู่บนพื้นดิน รอบด้านยังมีไฟไหม้ที่เกิดจากพลังงานความร้อนของการปะทะกันครั้งสุดท้าย
"ถ้ายังรู้สึกเจ็บอยู่ก็แปลว่าไม่สาหัสมากล่ะนะ ไม่คิดว่าการป้องกันของชุดก็ต้องใช้พลังงานด้วย ถ้ารู้แต่แรกก็ไม่เข้าบวกตรงๆ หรอก" ไรเซลรู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือเกินที่เ้าต่างดาวมันบ้าน้ำลาย ถ้าพลาดโอกาศตอนนั้นไปคงต้องเจ็บตัวหนักกว่านี้แล้ว
"คงต้อง…… หาอะไรใส่ก่อนกลับไปที่ยานแล้ว ไม่งั้นคงโดนด่าว่าวิตถารอีกแน่เลย" ไรเซลพูดพลางดันตัวเองขึ้นจากพื้น ตอนนี้เขารู้สึกปวดไปทั้งตัว ั้แ่บรรลุขั้นสูงสุดของพลังจิต ไรเซลก็ไม่เคยได้รับาเ็อีกเลย ไม่คิดว่ากลับมาโลกได้ไม่นานก็จะเจอเซอร์ไพรซ์ขนาดนี้
"คงต้องมาดูกันว่ามันจะมีอะไรให้ใช้งานได้บ้าง ดูท่าเ้านี้จะมีตำแหน่งใหญ่โตทีเดียว" นั่งพักได้ซักหน่อย ไรเซลก็ลุกขึ้นเดินไปตรวจสอบศพของสี่แขนคิรุส
"ต้องยอมรับละนะว่ามันเก่ง แต่ถ้าอุปกรณ์ระดับเท่ากันก็ไม่เป็ปัญหาเท่าไหร่ ไอ้นี่ฝีมือมันยังห่างจากพวกปรมาจารย์หมัดมวยเยอะ" ไรเซลประเมินสถานการณ์จากการต่อสู้ที่ผ่านมา ไม่ต้องคิดเลยว่าที่มนุษย์ตกเป็รองอยู่ตอนนี้เป็เพราะวิทยาการที่ต่ำกว่าล้วนๆ การจะจบาโง่ๆ นี่ เขาต้องขโมยวิทยาการของพวกมันมา
"ทีแรกก็นึกว่าจะต้องเหนื่อยมากกว่านี้แล้ว แต่ดูท่า…… " ไรเซลยิ้มอย่างแจ่มใส เขาตั้งใจไว้แล้วว่าหลังจากอัพเกรดอุปกรณ์เสร็จเขาจะแวะไปเยี่ยมเยียนพวกต่างดาวนี่บ่อยๆ
"ท่าทางจะเจ็บไม่เบานะเนี่ย" เห็นแผลเหวอะหวะเขาก็อดรู้สึกเสียวไม่ได้ แผนนี้จะว่าไปก็ใช้งานได้ดีเหมือนกัน
ไรเซลตรวจเช็คดูทุกซอกมุมในร่างกายของคิรุส เขาเจอเพียงปืนที่มันหยิบมายิงเขาเท่านั้นในตัวมัน
"มีอาวุธอยู่แค่นี้เนี่ยนะ เห้ยยย…. นี่มันไม่ค่อยสมฐานะเกินไปรึเปล่า" ไรเซลไม่อยากจะเชื่อเลย ของที่อยู่ในยาน ดูไปยังดูมีราคามากกว่าของที่เ้าต่างดาวนี่ใช้อีก นี่มันถล่มดวงดาวมากมายมาด้วยของแบบนี่เนี่ยเหรอ
กล่าวไปตัวชาวกอร์ก็อธนี้เดิมทีมันไม่ได้มีวิทยาการล้ำหน้ามาั้แ่ต้น ทว่าด้วยนิสัยชอบการทำลายล้าง พวกมันที่มีจำนวนประชากรที่มากมายมหาศาลจึงอาศัยการบุกจู่โจมดาวดวงอื่นและพัฒนาเทคโนโลยีมาจนถึงตอนนี้
สิ่งที่มีติดตัวพวกมันคือความแข็งแกร่งของตัวมันเองและอาวุธคู่กายเพียงชิ้นหรือสองชิ้นเท่านั้น ดูไปแล้วคล้ายพวกนักรบสปาร์ตั้นของมนุษย์เราไม่น้อย
"ดูเหมือนว่าพวกมันจะลงทุนไปที่ชุดสูทอย่างเดียวสินะ พลังของสูทนี่เหนือกว่าต้นแบบซะอีก" ไรเซลเริ่มถอดชุดสูทออกจากศพ ชุดของชาวกอร์ก็อธไม่ได้เป็แบบอัตโนมัติเหมือนตัวที่ไรเซลใส่ แต่เป็ชุดแบบสวม
"เห้ยยย!! ถอดไงวะเนี่ย!!" ไรเซลงัดแงะอยู่นานแต่ก็ไม่เป็ผล
"สงสัยจะมีปุ่มที่ไหนซักที่.. " ไรเซลเปลี่ยนจากงัดด้วยกำลังมาเป็การหาวิธีถอดแบบผู้มีอารยธรรม
เขาคิดว่าของไฮเทคแบบนี้มันน่าจะใช้วิธีสั่งการผ่านอะไรบางอย่าง
"ตุ่มๆ นี่มันอะไรวะ ดูไปเหมือนขนาดมันจะดูคุ้นๆ" ไรเซลสะดุดตากับบางสิ่งที่ติดอยู่บนชุด มันฝังอยู่ตรงตำแหน่งเข็มขัด ขนาดของมันเท่ากับเหรียญสิบ มีลักษณะนูนออกมาเป็ครึ่งวงกลม เหมือนกับอัญมณีที่มีสีดำ
ลูบๆ คลำๆ กดๆ จิ้มๆ……
"เชี่ยไรเนี่ย เอาไว้ประดับหรอกเรอะ!!" เขาลูบคลำเหรียญตรงหัวเข็มขัดลูบคลำจนคนอื่นเขาคิดว่าไรเซลกำลังทำเื่อกุศลกับศพมนุษย์ต่างดาวแล้ว
ฟู่………….
ตอนนั้นเองที่อยู่ๆ ชุดสูทก็คลายตัวออก สภาพมันย้วยเหมือนชุดวอร์มตัวใหญ่ๆ
ป๊อก…. ขลุกๆๆๆ
ตอนนี้เหรียญสีดำที่ไรเซลพยายามงัดแงะอยู่นานหลุดออกจากเข็มขัดมากลิ้งอยู่ที่พื้นได้ยังไงไม่ทราบ ทั้งที่เมื่อกี้ไรเซลพยายามงัดอยู่ตั้งนานก็ยังไม่ขยับ
"นี่ยั่วโมโหกันรึไงวะ!!" ไรเซลด่าเหรียญไม่รักดีอันนี้ เขาอุตส่าห์พยายามงัดมันออกมาดูแท้ๆ แต่พอเลิกล้มความตั้งใจมันก็หลุดออกมาซะเฉยๆ
"เหมือนจะทำงานโดยการตรวจจับสัญญาณชีพของผู้ใส่สินะ พอเ้านี่ตายชุดเลยคลายออก…… ไอ้เหรียญนี่ดูเหมือนจะไม่ธรรมดาแล้วล่ะ" ไรเซลหยิบเหรียญสีดำขึ้นมาดูทันที เขามั่นใจว่ามันต้องทำอะไรได้ซักอย่าง
หลังจากพลิกไปพลิกมาอยู่นานก็ยังเดาไม่ออกว่าสิ่งนี้คืออะไรกันแน่
ป้าบบบ…..
ไรเซลตบลงไปที่หน้าผากของตัวเอง
"ลืมไปได้ยังไงเนี่ย เรามีระบบของชุดสูทอยู่นี่หว่า" เขาลืมสนิทว่าตอนนี้ตัวเองมีเทคโนโลยีของมนุษย์ต่างดาวอยู่
"แสกน" ไรเซลออกคำสั่งไปที่นาฬิกาข้อมือสีดำที่ติดอยู่บนแขนซ้าย
[ยืนยันคำสั่ง เริ่มการสแกนวัตถุ]
ปิ๊บ.. หน้าจอฮอโลแกรมบอกข้อมูลของเหรียญสีดำปรากฏขึ้นบนตัวนาฬิกา
"ไหนๆ มีอะไรบ้าง….. ผลึกชีวิตของชาวคาบูร่า สามารถ…. ย่อยสลายอนุภาคชนิดต่างๆ เพื่อสร้างเป็พลังงานพิเศษในรูปแบบเฉพาะ เป็แหล่งกักเก็บพลังงานที่ดีที่สุดในจักรวาล" ไรเซลอ่านข้อมูลผลึกคารูร่าผ่านหน้าต่างโฮโลแกรม
ทันใดนั้น… เสมือนเสมือนท้องฟ้าวิปริตแปรปรวนทันใด….
"เหี้ยยยยยยยยยยย!! ของดีแล้วววววววววว…!!!!" ไรเซลฉุกคิดได้ถึงบางอย่าง นี่ไม่ใช่ว่ามันคือของที่เขาตามหาอยู่งั้นเหรอ ไอ้สี่แขนนี่ ที่แท้มันงัดเอาเหรียญนี่ออกมาจากชุดเขาสินะ
"เปิดการทำงานนนนน!!" ไม่รอช้าแต่อย่างใด เขาสั่งการ Ai เพื่อใช้งานสูทเสริทพลังทันที
แม้ว่าจะอยู่ในสภาวะสแตนด์บายเพื่อชาร์จพลังงาน แต่ตอนนี้ก็พอเปิดใช้ได้ซักแปบนึงอยู่
แต่ว่าแม้จะสั่งเปิดการทำงานของชุดสูทแล้ว แต่ก็ยังไม่เกิดอะไรขึ้นแม้แต่น้อย
"เอ่อ…. ดูเหมือนจะใช้ไม่ถูกวิธีสินะ" แม้จะไม่มีใครอยู่แถวนี้แต่ไรเซลก็รู้สึกเขินตะหงิดๆ เมื่อกี้เขาดีใจจนลืมตัวไปหน่อย
"วิธีการใช้งานสูทเสริมสมรรถนะ" ไรเซลร้องขอข้อมูลจาก Ai
[คำสั่งเปิดใชงานชุดเสริมพลัง]
ติ้ง..
หน้าต่างโฮโลแกรมปรากฏ
[ชุดเสริมพลังหมายเลย A213-Z Black hawk รุ่นที่ 1 เป็ชุดต่อสู้ของนักรบไคฮาน ลาเคนท์ หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษกองยานรบสตาร์ฟอร์ซ สังกัดกองกำลังพันธมิตรระหว่างดาวจูร่าและดาวคาเทียส]
"วิธีเปิดการใช้งาน…. ดึงสลัก… ผลักคันโยกเป็วงกลม…. กดลงเพื่อเปิดการทำงาน…… ท่าประกอบที่แนะนำเพื่อความง่ายในการใช้งาน……" ไรเซลอ่านคู่มือและศึกษาข้อมูลข้องชุดสูท
เขาอ่านไปเรื่อยๆ จนมาสะดุดตากับภาพประกอบที่แสดงบนหน้าต่างข้อมูล
"นี่มัน……" ไรเซลนิ่งอยู่ซักพัก เขาพยายามคิดอย่างจริงจังเกี่ยวกับท่าทางประกอบที่ Ai ส่งให้กับเขา
"ตกลงว่า แท้จริงแล้วพวกต่างดาวที่อยู่นอกโลกมันมีต้นกำเนิดมาจากโลกใบนี้กันหมดเลยรึไงวะ… ไอ้ท่าเชี่ยนี่ถ้าเอาไปทำตอนจะตีกับคนอื่นละก็ มีหวังโดนกระทืบตายก่อนได้ใช้งานเสร็จแหงๆ" ไรเซลไม่ถูกใจสิ่งนี้ ท่าประกอบเพื่อใช้งานสูทเสริมพลังนี่ ดูยังไงก็ท่าแปลงร่างขบวนการห้าสีชัดๆ ไอ้พวกต่างดาวนี่ มันไปรู้จักของแบบนี้ได้ยังไง
"ไม่มีทาง ข้าให้ตายก็ไม่ทำเด็ดขาด เขินไปทำแบบนั้นต่อหน้าศัตรูมีหวังโดนมันล้อแหงๆ" ไรเซลยอมรับไม่ได้ แม้มันจะดูเท่ห์แต่มันก็ไม่ควรทำเป็เล่น เกิดโดนสวนตายก่อนแปลงร่างเข้า รู้ถึงที่ไหน อายถึงที่นั่น
"อะแฮ่มมม…. ทำดูซักครั้งก็ไม่เป็ไรหรอกกระมัง ต่อไปค่อยเปิดชุดแบบง่ายๆ" ไรเซลพยายามแล้ว แต่ลูกผู้ชายอย่างน้อยซักครั้งในชีวิตก็คงเคยฝันอยากจะแปลงร่างได้เหมือนฮีโร่ในทีวี
ตัดสินใจได้แล้วก็ยืนขึ้น กางขาออกเล็กน้อย ไรเซลใช้นิ้วชี้ขวาดึงสลักที่อยู่ด้านข้างนาฬิกาออกมา เขาค้างนิ้วไว้ในสลักก่อนจะชูมือทั้งสองขึ้นฟ้าในท่าประสานกันโดยที่หันข้อมือออกมาด้านหน้า เมื่อสุดแขนสลักที่คล้องอยู่ในนิ้วชี้ข้างขวาก็หมุนรอบหน้าปัดได้ครบรอบพอดี ไรเซลปล่อยมือออกจากกัน ลดแขนลงและกางออกไปด้านข้าง ก่อนจะดึงเข้ามาที่กลางอกและใช้ฝ่ามือขวากดสลักกลับเข้าไป
"แปลงร่างงงงง" เขาะโลั่นพร้อมกับส่วนลุกในดวงตาที่ลุกวาวด้วยเปลวไฟอันแรงกล้า ในที่สุดเขาก็ทำความฝันบางอย่างในชีวิตสำเร็จอีกแล้ว
วิ้งงงง… หน้าปัดนาฬิกากระพริบคราหนึ่ง ส่วนประกอบเล็กๆ ก็กระจายออกจากนาฬิกาข้อมือจนประกอบเป็ชุดในเสี้ยวพริบตา
ฟรึ่บบบบ
"ความรู้สึกนี้มัน….." ไรเซลรู้สึกถึงบางอย่าง ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าฮีโร่ที่ได้แปลงร่างในทีวีรู้สึกอย่างไร
"เป็ประสบการณ์ที่ดีมาก… ต่อไปคงไม่มีโอกาสทำอีกแล้ว ที่เหลือก็ใส่นี่ลงไปที่หน้าอก" แม้จะทำแล้วรู้สึกดีแค่ไหนก็ตาม แต่ว่าการออกท่าสุดเวอร์ต่อหน้าศัตรูมันก็อันตรายเกินไป เขาจะไม่ทำแบบนี้อีกแน่นอน ในตอนนี้ผลึกชีวิตคารูร่าก็ได้ประกอบเข้าภายในแผงวงจรของชุดสูทเรียบร้อยแล้ว
ครึ่กกก….
[แหล่งพลังงานประกอบเสร็จสิ้น ยกเลิกโหมดสแตนด์บาย]
[ชุดเสริมพลังเหยี่ยวดำเปิดการทำงานเต็มรูปแบบ]
กริ๊กๆๆๆๆๆ……
ชุดสูทที่เดิมทีเป็ชุดรัดรูปที่มีเกราะเบาที่หน้าอก ตอนนี้กำลังเปลี่ยนส่วนต่างๆ ให้เป็เกราะเหล็กขนาดเล็กทั่วทั้งตัว แขน ขา มือ เท้า ข้อต่อส่วนต่างๆ กลายเป็ชุดเกราะเหล็กเต็มตัว มีแค่ส่วนหัวที่ไม่มีอะไรเปลี่ยแปลง ยังคงเป็หน้าของไรเซลเหมือนเดิม เพียงแต่มันถูกครอบด้วยบาเรียชั้นบางๆ ที่แข็งแรงทนทานไม่แพ้ส่วนอื่นๆ
ชุดเกราะล้ำยุคของไรเซลตอนนี้ คือชุดเกราะเหล็กมหาประลัยโดยแท้ ภายในติดตั้งอาวุธหลายแบบ มันถูกประกอบขึ้นจากนาโนเทคโนโลยีที่สามารถเปลี่ยนแปลงรูปแบบได้ เกราะเหล็กแนบสนิทกับร่างกายจนคล้ายกับว่าเป็ิัเดิมแท้ๆ มันบางเหมือนกับแผ่นสแตนเลส ไม่ได้ดูหนาใหญ่หรือเทอะทะ มีความยืดหยุ่นสูงมาก มันสามารถขยับตัวได้พร้อมกับการขยับกล้ามเนื้อ ที่เป็แบบนี้เพราะมันถูกสร้างจากการเกาะตัวของนาโนแมชีนที่มีขนาดเล็กเพียงนาโนเมตร ใส่สบายและแข็งแรงทนทาน มันจะช่วยลดแรงกระแทก เพิ่มพลังทางกาย และป้องกันไรเซลจากการถูกจู่โจมด้วยอาวุธชนิดอื่นๆ จนกว่าพลังงานจะหมดลงและกลับสู่สถานะสแตนด์บาย
"สุดยอด… นี่มันน่าจะดีกว่าไอ้ชุดของพวกสี่แขนอีกมั้งเนี่ย มันกล้ามองข้ามชุดเสริมพลังนี้ได้ยังไงกัน…. รึว่าจริงๆ แล้ว ชุดสูทเดิมกับผลึกชีวิตคารูร่าจะไม่ได้อยู่ในชุดเดียวกัน" ไรเซลอดไม่ได้ที่จะสงสัย มันต้องบ้าขนาดไหนกันถึงได้กล้างัดแงะจนของดีๆ แบบนี้กลายเป็ของห่วย นี่แปลว่าแหล่งพลังงานของชุดสูทนี้จะต้องใช้อย่างอื่นที่ไม่ใช่ผลึกชีวิตคารูร่า
"งั้นนี่ก็แปลว่าไอ้พวกนี้ไม่รู้สินะ ฮ่าๆ ฟลุ๊คแล้วเรา" ไรเซลเข้าใจแจ่มแจ้งแล้วในตอนนี้
ที่จริงสิ่งที่ไรเซลเข้าใจทั้งหมดนั้นเกือบถูกแล้ว เพียงแต่ ผลึกชีวิตคารูร่าไม่ใช่สิ่งของที่หาได้ทั่วไป เนื่องจากคุณประโยชน์ที่สูงทำให้สิ่งนี้เรียกได้ว่าหายากในจักรวาล ไม่ใช่แค่มีอำนาจแล้วจะได้มาครอง แต่มันต้องมีดวงด้วย ทั้งชุดเหยี่ยวดำนี้ของดาวคาเทียสแท้จริงก็มีวิทยาการที่ล้ำยุคเกินกว่าที่ชาวกอร์ก็อธคาดคิดนัก มันถูกสร้างขึ้นมาอย่างพิถีพิถัน เพียงแต่ชาวคาเทียสถือว่าเป็ฝั่งดีที่ทำหน้าที่คล้ายกับผู้พิทักษ์จักรวาล พวกเขาไม่มีทางนำผลึกชีวิตของชาวคารูร่ามาใช้เป็แหล่งพลังงานของชุดพวกเขาแน่นอน ฉะนั้นเมื่อชิงผลึกชีวิตคารูร่าที่พวกกอร์ก็อธระดับสูงไปออกล่าเพื่อมาทำเป็แหล่งพลังงานกลับมาได้ พวกเขาจึงสลายผลึกชีวิตและปลดปล่อยชาวคารูร่าสู่สุขติ
ชาวกอร์ก็อธเองเดิมทีก็เป็พวกหยิ่งยโส พวกเขามั่นใจในพลังของตัวเองมากเกินไป เมื่อชิงวิทยาการของชาวคาเทียสมาได้ พวกเขาที่รู้สึกว่าชุดเสริมพลังของชาวคาเทียสไม่ได้ทรงพลังมากเท่าไหร่จึงได้เปลี่ยนแปลงและสร้างออกมาตามแบบของตน นั่นทำให้พวกเขาไม่รู้ความลับที่แท้จริงของชุด ไรเซลที่เจอชุดเสริมพลังคาเทียสที่คิรุสเก็บมาได้ถือเป็วาสนาโดยแท้
"รู้สึกว่าชุดจะปรับเปลี่ยนโครงสร้างได้ไม่ตายตัว เพราะว่าทำมาจากนาโนแมชีนที่ถักกันเป็เนื้อเดียวถึงทำได้แบบนี้สินะ น่าทึ่งจริงๆ… ดูดซับแรงกระแทกได้ดีเยี่ยมแถมยังบางเฉียบแข็งแรงทนทาน ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานเหนือชั้นขึ้นไปอีก" ไรเซลอดไม่ได้ที่จะชื่นชมผลงานชิ้นนี้
"เปลี่ยนรูปแบบ" ไรเซลออกคำสั่งเพื่อเปลี่ยนรูปแบบชุดเกราะ ทันทีทันใด ชุดเกราะรัดรูปคล้ายชุดนินจาแบบแนบเนื้อสีดำก็กลายเป็ชุดธรรมดาทั่วไปที่มนุษย์โลกนิยมใส่กัน เขาใส่รองเท้าหนังสีน้ำตาล กางเกงสแล็คขายาวสีดำและเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อน ประกอบกับรูปร่างที่สูงยาวทำให้ชุดธรรมดาดูดีมากมาย
[กระบวนการประสานแหล่งพลังงานเสร็จสิ้น ระบบทั่วไปถูกปลดล็อก]
[ผู้ใช้งานขาดคุณสมบัติ ระบบถ่ายโอนพลังงานยังไม่สามารถใช้งานได้]
[้าเครื่องจักรชีวภาพขนาดเล็กเพื่อเปิดการใช้งาน]
ข้อความจากปัญญาประดิษฐ์แสดงต่อไรเซลอย่างต่อเนื่อง
"ระบบถ่ายโอนพลังงานมันคือไรวะ ทำไมต้องมีนาโนแมชีนในตัวถึงจะใช้งานได้….. แล้วนี่จะหามาใช้ยังไงเนี่ย" ไรเซลจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่เข้าใจ เขาพยายามคิดแล้วคิดอีกว่าเครื่องจักที่มันสืบพันธุ์ได้เนี่ย ที่จริงเป็ยังไง
"เอาเถอะ ตอนนี้ก็ถือว่าทำงานได้ดีมากแล้ว" ไรเซลเริ่มสำรวจของชิ้นสุดท้าย ชุดของคิรุสและปืนของมัน ไรเซลค่อนข้างผิดหวังมาก ตอนนี้เขาให้ความสนใจกับหอกที่ดูดซับพลังงานนี่ได้มากกว่า
ไรเซลหยิบหอกสามง่ามสีเงินขึ้นมา ก่อนจะตรวจเช็คด้วยพลังจิต
"หืมมมม…. นี่ดูดซัพพลังจิตได้ด้วยได้ด้วย ถึงว่าทำไมตีทะลุเกราะเสริมพลังจิตมาได้ง่ายๆ เลย" ถึงบางอ้อเลยทีเดียว เขาไม่คิดว่าอาวุธชิ้นนี้จะทรงพลังขนาดนี้ ถ้ามันดูดซับพลังงานได้ทุกรูปแบบ นี่แปลว่ามันโคตรโกงเลย
"การปลดปล่อยพลังงานทำได้โดยการบิดสลักตรงด้ามจับ ภายในประกอบด้วยกลไกที่เรียบง่าย ส่วนสำคัญมีแค่วัสดุที่ดูดซับและปล่อยพลังงานย้อนกลับได้ ที่เหลือก็ไม่มีอะไรพิเศษ" ไรเซลไม่ได้ดูแคลนของชิ้นนี้เลย การใช้งานที่เรียบง่ายและประสิทธิภาพที่ทรงพลังนี้ทำให้อาวุธชิ้นนี้สมเป็อาวุธชั้นเลิศที่แท้จริง
"ของดีอันนี้ยอมรับ แต่หอกเนี่ยไม่ค่อยตรงกับสไตล์การต่อสู้เราเท่าไหร่ อันนี้น่าเสียดายจริงๆ" ไรเซลค่อนข้างเสียใจ แม้ว่าอาวุธจะดีเท่าไหร่ แต่ถ้าเ้าของใช้งานไม่คล่องมันก็จะไม่เกิดประโยชน์สูงสุด
"เอาเถอะ ยังไงก็ยังมีประโยชน์อยู่" ไรเซลไม่คิดต่อให้มากความ เขาถอนพลังจิตกลับมาและเปิดกลไลเพื่อเก็บหอกให้กลับเป็แท่่งเหล็ก
ทว่า… วินาทีที่พลังจิตัักับกลไกของหอกตอนที่กำลังจะกลับเป็แท่งเหล็ก ไรเซลก็ค้นพบความจริงบางอย่าง เขาเสมือนถูกฟ้าผ่าในตอนบ่ายของวันที่ท้องฟ้าปลอดโปร่ง
"บ้าน่า…. นี่มัน……" ไรเซลอึ้งจนพูดไม่ออก