เหตุการณ์ปะทะกับก้องทิ้งรอยช้ำไว้บนร่างกายของทั้งคู่และที่สำคัญกว่านั้น มันคือสัญญาณเตือนภัยครั้งใหญ่ บัวและเพลงรู้ดีว่าความผิดพลาดเพียงเสี้ยววินาทีกับเหยื่อที่มีกำลังเหนือกว่าอาจหมายถึงจุดจบชีวิตของพวกเธอ หรือไม่ก็การต้องเข้าไปนอนในเรือนจำ
ในห้องนอนที่เงียบสงบบัวกำลังบรรจงทายานวดลงบนรอยเขียวช้ำบริเวณแผ่นหลังของเพลงความอบอุ่นจากฝ่ามือของบัวบดบังความเ็ปไปจนหมดสิ้น
“ถ้าพี่บัวฉีดยาไม่ทัน... เพลงคง...” เพลงพึมพำเสียงแ่ ใบหน้าหวานซบลงกับหมอน
“ไม่มีคำว่า ‘ถ้า’ หรอกค่ะเพลง” บัวเอ่ยเสียงนุ่มแต่ดวงตากลับฉายแววเด็ดเดี่ยว “แต่พี่จะไม่ยอมให้เราต้องตกอยู่ในความเสี่ยงแบบนั้นอีกแล้วต่อไปนี้ เหยื่อของเราจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะตอบโต้”
นับั้แ่วันนั้นรูทีนชีวิตของฆาตกรคู่รักก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงทุกๆ เช้าก่อนตลาดเปิดบัวและเพลงจะตื่นขึ้นมาออกกำลังกายอย่างหนักร่างบางของเพลงที่เคยคุ้นชินกับการจับเพียงมีดทำครัวเริ่มฝึกฝนการยกน้ำหนักเพื่อเพิ่มมวลกล้ามเนื้อและความทนทานบัวที่เดิมทีมีแรงจากการสับเนื้ออยู่แล้ว หันมาเน้นการเล่นบอดี้เวทเสริมความแข็งแกร่งของแกนกลางลำตัวและการเคลื่อนไหวที่ว่องไว นอกจากนี้ทั้งสองยังตัดสินใจสมัครเข้าเรียนศิลปะการต่อสู้แบบผสมผสาน (MMA)และ มวยไทย ในยิมส่วนตัวที่เน้นการสอนแบบตัวต่อตัว
ภาพของสองสาวสวยที่เหงื่อโซมกายกำลังะโเชือก ชกกระสอบทราย และซ้อมลงมวยอย่างเอาจริงเอาจังกลายเป็ภาพที่ครูฝึกในยิมต่างชื่นชมในความวินัย ทว่าไม่มีใครรู้เลยว่าเป้าหมายที่แท้จริงของการฝึกฝนนี้ไม่ใช่เพื่อการออกกำลังกายหรือการป้องกันตัวธรรมดา...แต่เป็การฝึก“ฆ่า” ด้วยมือเปล่าให้รวดเร็วและเงียบเชียบที่สุด
บัวตั้งใจฝึกฝนทักษะการล็อกคอ(Rear-Naked Choke) และการโจมตีจุดตายด้วยความเร็วระดับจับวางขณะที่เพลงเน้นการใช้น้ำหนักตัวและทักษะการใช้มีดพกสั้นผสมผสานกับการฟุตเวิร์กที่คล่องแคล่วมือเรียวสวยที่เคยใช้จัดแต่งจานอาหารอย่างหรูหราบัดนี้หมัดหนักพอที่จะชกเข้าที่กรามของชายหนุ่มร่างใหญ่จนสลบได้ในหมัดเดียว
หกเดือนผ่านไป...
ร่างกายของทั้งคู่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัดเพลงมีเรือนร่างที่กระชับ สมส่วน และแฝงไปด้วยความกล้ามเนื้อที่งดงามเช่นเดียวกับบัวที่มีทรวดทรงแข็งแกร่ง ทะมัดทะแมง และทรงพลัง
ในคืนหนึ่งหลังจากซ้อมสปาร์ริ่งกันเองจนเหงื่อไหลไคลย้อย เพลงทรุดตัวลงนั่งบนเบาะยางบัวเดินเข้าไปหา ยื่นขวดน้ำให้ ก่อนจะคว้าเอวบางของคนรักเข้ามากอดไว้หลวมๆ
“รู้สึกยังไงบ้างคะเชฟ?” บัวกระซิบถามพลางใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมที่เปียกชื้นของเพลง เพลงยกยิ้มมุมปากั์ตาคมกริบฉายแววความมั่นใจอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนเธอเอื้อมมือไปลูบไล้ลอนกล้ามท้องของบัวเบาๆ ลมหายใจอุ่นๆ รดรินประสานกัน
“เพลงรู้สึก... ร่างกายพร้อมมากค่ะพี่บัว” เพลงสบตาบัวด้วยความหลงใหล “ตอนนี้ต่อให้มีเหยื่อร่างใหญ่แค่ไหนเดินเข้ามา... เพลงก็พร้อมจะล้มมันด้วยมือเปล่าแล้วส่งมันขึ้นเขียงให้พี่บัวชำแหละได้ภายในไม่กี่นาทีแล้วค่ะ”
ทั้งสองยิ้มให้กันด้วยความเข้าใจ...คมมีดของพวกเธอถูกเจียระไนจนคมกริบยิ่งกว่าเดิม และพร้อมแล้วสำหรับ ‘การล่า’ ครั้งต่อไป
.
.
.
ที่สถานีตำรวจนครบาลห้องทำงานของแผนกสืบสวนคดีคนหายเต็มไปด้วยไวท์บอร์ดขนาดใหญ่ที่มีรูปถ่ายและเส้นสายเชื่อมโยงคดีต่างๆผู้กองเมธัส นั่งกุมขมับอยู่บนเก้าอี้ดวงตาอิดโรยมองดูรูปถ่ายของ นายชัย นักพนันประจำตลาดและรูปของ เชฟก้อง อดีตเชฟหนุ่มดาวรุ่งที่หายตัวไปอย่างร่องรอยเมื่อหลายเดือนก่อน
“ผู้กองครับผลการตรวจสอบบัญชีธนาคารและสัญญาณโทรศัพท์ของเชฟก้องขาดการติดต่อและไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ั้แ่คืนวันที่ 14 พฤศจิกายนครับเหมือนหายสาบสูญไปในอากาศเหมือนนายชัยไม่มีผิด” จ่าสมศักดิ์ ลูกน้องคู่ใจเดินเข้ามาวางแฟ้มรายงานฉบับใหม่ลงบนโต๊ะ
เมธัสลุกขึ้นยืนเดินไปที่ไวท์บอร์ดแล้วใช้ปากกาเคมีวงรอบรูปของเชฟก้อง “มันต้องมีจุดเชื่อมโยงสิวะ..นายชัยเป็แค่นักพนันกระจอกๆส่วนเชฟก้องเป็ถึงเชฟอนาคตไกล สองคนนี้ไม่มีทางรู้จักกันแน่ๆแต่ทำไมถึงหายตัวไปในย่านใกล้เคียงกัน?”
“แล้วเื่ความสัมพันธ์ของเชฟก้องล่ะครับ? ได้ความอะไรเพิ่มไหม?” สมศักดิ์ถาม
“เชฟก้องมีข้อพิพาทเื่การกลั่นแกล้งในที่ทำงานกับ เชฟเพลง เ้าของร้าน Melody’s Table คนปัจจุบันก่อนที่เขาจะหายตัวไป” เมธัสชี้นิ้วไปที่ชื่อของเพลง“ก้องพยายามสร้างเื่ใส่ร้ายเธอจนเธอต้องลาออกแต่หลังจากนั้นไม่นาน ก้องก็หายตัวไปส่วนเพลงก็เอาเงินทุนมาจากไหนไม่รู้มาเปิดร้านหรูชั้นดาดฟ้าใจกลางเมือง”
“ผู้กองสงสัยเชฟเพลงเหรอครับ? แต่เธอเป็ผู้หญิงตัวเล็กๆสวยราวนางฟ้า แถมคืนที่เชฟก้องหายตัวไป เธอก็มีพยานที่อยู่ชัดเจนว่าคุมงานรีโนเวทร้านอยู่”
“นั่นแหละที่น่าสงสัย...” เมธัสนึกย้อนไปถึงวันที่เขาไปสอบถามข้อมูลที่ร้านชำแหละหมู“และคนที่เป็พยานให้เพลงในคืนนั้น... ก็คือ บัว แม่ค้าขายเนื้อหมูที่ตลาดซึ่งเป็สถานที่ใกล้เคียงกับจุดสุดท้ายที่มีคนเห็นนายชัย”
เมธัสลากเส้นปากกาเชื่อมระหว่างรูปของชัย - บัว - เพลง - ก้อง เข้าด้วยกันทว่าวงกลมเ่าั้ยังคงว่างเปล่า ไม่มีหลักฐานเชิงประจักษ์ใดๆยึดรั้งพวกเธอไว้ได้
“ปัญหาคือตอนนี้มันเป็แค่ ‘คดีคนหาย’ ยังไม่มีแม้แต่ศพไม่มีคราบเื ไม่มีพยานเห็นการฆาตกรรม” เมธัสถอนหายใจยาวด้วยความหงุดหงิด“กล้องวงจรปิดใกล้ร้านบัวในคืนที่ชัยหายตัวไปก็เสียส่วนคืนที่ก้องหายไปรถของเขาก็ถูกพบจอดทิ้งไว้ที่ลานจอดรถสาธารณะห่างออกไปห้ากิโลเมตร...เนียนกริบจนน่าขนลุก”
“เราจะเอาไงต่อดีครับผู้กอง? จะเรียกพวกเธอมาสอบสวนไหม?”
“ยัง...” เมธัสปฏิเสธ ั์ตาฉายแววเฉียบคม“ถ้าเรียกมาตอนนี้โดยไม่มีหลักฐานพวกเธอก็แค่ปฏิเสธแล้วไก่ตื่นเปล่าๆ สายสืบที่ฉันส่งไปเฝ้าร้าน Melody’sTable รายงานว่า ร้านนี้มีเมนูเนื้อพิเศษเสิร์ฟเฉพาะลูกค้า VIPเท่านั้น และวัตถุดิบทั้งหมดถูกส่งตรงมาจากห้องเย็นของบัว...”
เมธัสเอนหลังพิงเก้าอี้ยกมือขึ้นประสานกัน “พวกเธอคิดว่าตัวเองซ่อนศพได้เนียนมากใช่ไหม...แต่ถ้าร่องรอยมันไม่อยู่ที่การ disappearance (การหายตัวไป)มันก็ต้องอยู่ที่ ‘สิ่งที่เหลืออยู่’ รอดูต่อไป... คนเราถ้าทำผิดซ้ำๆ มันต้องมีวันพลาดเข้าสักวัน!”