King of world ราชันแห่งพิภพ

    ความสูญเสียของเผ่าพันธุ์มนุษย์

    ​

    เช้าวันต่อมาท้องฟ้าเปิดโล่งไร้เมฆหมอก แสงแดดสาดส่องลงผืนแผ่นดินปลุกผู้นิทราให้ตื่นขึ้น ไม่ไกลจากประตูเมืองเดสซ่า มีร่างมนุษย์4 ร่างกำลังเดินมุ่งตรงเข้าไปในเมือง

    หนึ่งคือบุรุษสวมหน้ากากปกปิดใบหน้าทำให้ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ มีเพียวดวงตาสีดำส่องแววเย็นชาจางๆโผล่พ้นออกมาให้เห็น

    อีกสามคือสตรีตระกูลไป๋ที่มีใบหน้าอิดโรยจากการอดหลับอดนอนมาเป็นเวลานานและยังจะต้องเดินทางตลอดทั้งคืน

    ชายหนุ่มเดินมาหยุดอยู่บริเวณหน้าประตูเมือง เขาหันกลับไปกล่าวกับทั้งสามว่า

    "ผมคงส่งได้แค่นี้นะครับ"

    "ป้าขอบคุณมากนะที่อุตสาห์มาส่งถึงที่"วาสยื่นถุงมิติให้หลินหานแล้วกล่าวว่า

    "ในนี้มีของใช้จำเป็นอยู่ครับ"หลินหานมองถุงมิติในมือวาส ก่อนรับมา

    "ป้าจะหาทางชดใช้คืนให้เราวันหลังนะ"วาสพยักหน้าง่ายๆ จากนั้นเอ่ยถามว่า

    "ถ้าผมเจอคุณลุงกับลูกชายคุณป้าจะให้ผมบอกพวกเขาให้ไปหาพวกคุณป้าได้ที่ไหนครับ"

    "บอกพวกเขาว่าป้ากับสองสาวจะไปรออยู่ที่เมืองฟอนเต้แล้วกันจ๊ะ"วาสผงกหัวและกล่าวคำลากับพวกเขา

    หลินหานและไป๋หลินกล่าวลาตอบ แต่ไป๋ฟางกลับเงียบ เธอจ้องมองวาสด้วยสีหน้าเป็นกังวล

    วาสยกยิ้มขึ้นเอื้อมมือลูบหัวเธอและเอ่ยว่า

    "แล้วเจอกัน"

    ชายหนุ่มสาวเท้าออกเดินกลับไปเส้นทางเดิม แต่ทว่ากลับมีแขนเรียวกอดเอวเขาแน่นฉุดรั้งเอาไว้ ความรู้สึกนุ่มนิ่มที่กดทับแผ่นหลังทำให้วาสหน้าแดงวูบ

    ไป๋ฟางซุกหน้าลงบนแผ่นหลังแกร่งแล้วเอ่ยเสียงแผ่วว่า

    "ดูแลตัวเองด้วยนะ"หญิงสาวคลายอ้อมกอดปล่อยชายหนุ่มอย่างอาลัย

    "เธอก็เหมือนกัน"วาสกล่าวเสียงค่อยเดินจากไปช้าๆ

    ไป๋ฟางมองแผ่นหลังชายหนุ่มจนลับสายตาไป ดวงตาระรื้นไปด้วยน้ำตา

    "จุ๊ๆๆ ไม่คิดเลยว่าน้องสาวฉันจะเป็นฝ่ายรุกแบบนี้"

    "เฮ้อ..ลูกสาวแม่โตเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ"

    ไป๋ฟางสะอึกเอามือปิดหน้าแดงก่ำวิ่งปรู๊ดเข้าไปต่อแถวตรวจคนเข้าเมืองท่ามกลางเสียงหัวเราะของหลินหานและไป๋หลิน

    วาสที่เดินหายเข้าไปในป่าแอบเบือนหน้ามองไปยังทิศเมืองเดสซ่า แผ่นหลังของเขายังรู้สึกถึงความอบอุ่นจากอ้อมกอดนั้นอยู่

    'บางทีชีวิตที่ไม่ต้องไปฆ่าฟันกับใคร..อาจจะดีกว่าทีคิดก็ได้'

    ชายหนุ่มยืนเงียบอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็สะบัดหัวไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไป

    'เรายังไม่แข็งแกร่งพอที่จะคิดอย่างนั้น อย่างน้อยก็ต้องมีพลังมากพอที่จะไม่มีใครมารังแกเราและคนที่เรารักได้!'




    "ตอนนี้คนของพวกเราเดินทางมาถึงแล้วสินะครับ?"อาเธอร์เอ่ยถามขึ้นกลางที่ประชุม เหล่าผู้นำมหาอำนาจต่างนั่งอยู่ในกระโจมใหญ่ครบถ้วนทุกคน

    "ใช่ครับ ตอนนี้เรามีทหารอาสา 30,000 คนและคนของกิลด์อัศวินแห่งแสงที่เดินทางมาพร้อมกัน 7,000 คน รวมเป็น 37,000 คนครับ"ทังค์เอ่ยขึ้น ชายร่างผอมถือเป็นคนที่มีอำนาจน้อยที่สุดภายในกลุ่มคนนี้จึงรับหน้าที่เป็นเลขาไปโดยปริยาย

    "แล้วพวกก็อบลินมีการเคลื่อนไหวอะไรไหม"ผู้เฒ่าเทาเอ่ยถาม

    "พวกมันเรียกระดมพลทั้งหมด คาดว่าคงจะเตรียมถอนทัพกลับค่ายของพวกมันพร้อมเชลยครับ"

    "ตอนนี้ทหารของพวกมันเหลือเท่าไหร่?"เจคอบถามเสียงเรียบ

    "ไม่ต่ำกว่า40,000 ครับ"

    ทุกคนเงียบเสียงลง จำนวนทั้งสองฝ่ายถือว่าใกล้เคียงกัน แต่เดิมหากมีแต่พวกก็อบลินพวกเขาคงจะไม่ลังเลที่จะบุกเข้าไปช่วยเชลย แต่สงครามครั้งนี้กลับมีพวกออร์คมาเกี่ยวข้องด้วย

    "พวกทหารอาสาคงรู้แล้วใช่ไหมครับว่าสงครามครั้งนี้มีพวกออร์คอยู่ด้วย?"อาเธอร์เอ่ยถามเสียงเรียบ

    "พวกเขารู้แล้วครับ มีหลายคนเริ่มที่อยากจะถอนตัวจากทัพทหารอาสาเพราะคิดว่าได้ไม่คุ้มเสีย"

    "ถ้าเราขาดพวกเขาไปเราแย่แน่ๆ"เสียงชราเอ่ยออกมาจากของผู้เฒ่าดำ

    "ก็เพิ่มรางวัลให้พวกเขาซะสิ ยังไงตอนนี้พวกเขาทุกคนก็มีหินนับจำนวนฆ่าอยู่แล้ว"เร็นเอ่ยง่ายๆ

    "แต่หินพวกนั้นไม่สามารถแยกแยะได้นะว่าพวกเขาฆ่าออร์คหรือก็อบลินไป"ผู้เฒ่าขาวเอ่ยแย้ง

    "ถ้างั้นก็เอาป็นรางวัลเฉลี่ยไปแล้วกันครับ บอกพวกเขาว่าทุกๆ1ชีวิตของศัตรูที่สังหารแลกกับคอร์ 500 ดิล"

    "นั่นมันจำนวนเงินไม่น้อยเลยนะที่พวกเราจะต้องเสียไป"เจคอบกล่าวอย่างหงุดหงิด

    "มันก็ช่วยไม่ได้ละนะ เอาไว้ไปเก็บภาษีเพิ่มทีหลังก็แล้วกัน"ผู้เฒ่าขาวพูดเสียงเหนื่อย

    "ย้อนกลับมาเรื่องสำคัญเถอะ ตกลงว่าพวกเราจะโจมตีขบวนลำเลียงเชลยของพวกมันไหม?"เร็นเอ่ยถาม

    "ฉันว่าเราควรจะรีบโจมตีพวกมันตอนนี้ ดีกว่าปล่อยให้พวกมันกลับไปรวมกันที่ค่าย นั่นอาจจะทำให้พวกมันมีจำนวนมากกว่าเดิม"เจคอบรีบโพร่งขึ้นมา

    "...."

    "ทุกคนคิดเห็นว่ายังไงกับความคิดคุณเจคอบครับ"อาเธอร์เอ่ยถาม

    "ผมเห็นด้วยครับ!"ทังค์รีบเอ่ยขึ้น เขาเป็นห่วงความปลอดภัยของหลงและคนในกิลด์นักรบโลหิต

    "ฉันเห็นด้วยค่ะ..."ฟลาวด์เอ่ยขึ้นมาหลังจากเงียบมาตลอด

    สามผู้เฒ่าหันหน้าซุบซิบกันอีกครั้ง จากนั้นผู้เฒ่าขาวก็เอ่ยขึ้นว่า

    "พวกฉันก็เห็นด้วย"

    "ฉันยังไงก็ได้"เร็นกล่าวขึ้น

    "งั้นก็ตกลงครับ ส่วนเรื่องผู้นำทัพของเรา...ผมอยากจะเสนอคุณเจคอบครับ เพราะยังไงกองทัพของเราก็มีคนของเขาอยู่ด้วย คงจะง่ายต่อการสั่งการที่สุด"คำพูดของอาเธอร์ทำให้เจคอบผงะแต่ก็ไม่ได้เอ่ยคัดค้าน

    "แค่คุณเจคอบคนเดียวไม่พอหรอกค่ะ ถ้าเดาไม่ผิดในหมู่พวกมันจะต้องมีขุนพลก็อบลินอยู่ไม่ต่ำกว่า 2 ตัว"ฟลาวด์กล่าวเสียงเรียบ

    เจคอบพ่ึงนึกถึงเรื่องของขุนพลก็อบลินขึ้นได้ เขาเริ่มที่จะเป็นกังวลเล็กน้อย

    "ทำไมพวกเราไม่ไปพร้อมกันหมดเลยละ จะได้ป้องกันความผิดพลาดไง!"เจคอบเอ่ยขึ้น

    "ทำอย่างนั้นไม่ได้! พวกเราจะต้องเหลือคนไว้แนวหลังบ้างเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉิน"

    ทั้งหมดเงียบลงอีกครั้ง อันที่จริงก็คงไม่มีใครอยากจะเอาชีวิตไปเสี่ยงกับงครามครั้งนี้

    "ถ้าอย่างนั้นฉันจะไปด้วยก็แล้วกัน"เร็นเอ่ยขึ้น ทุกคนหันมามองร่างในชุดสีดำปกปิด ดวงตาพวกเขาฉายแววประหลาด

    เร็นนับว่าเป็นผู้นำที่มีความลึกลับที่สุดในหมู่พวกเขา แทบจะไม่มีใครเคยเห็นเร็นลงมือด้วยตาตัวเองสักครั้ง

    เร็นเห็นทุกคนรุมมองมาที่เขาก็ถามเสียงเรียบว่า

    "มองอะไร? หรือว่าไม่อยากให้ฉันไป?"ทั้งหมดเบือนหน้าหนีกระแอมแก้เก้อ

    "งั้นเอาเป็นว่าคุณเร็นกับคุณเจคอบจะคุมทัพ.."

    "ฉันจะไม่ยุ่งกับเรื่องสั่งการ ฉันสนแค่พวกขุนพลก็อบลินเท่านั้น"เร็นเอ่ยขัดขึ้น

    "เอ่อ..งั้นคุณเจคอบพอจะสั่งการคนเดียวไหวไหมครับ?"อาเธอร์หันหน้าไปหาเจคอบ

    "ได้ๆ ไม่มีปัญหา!"เจคอบพยักหน้ารัวๆ ผู้ดำรงตำแหน่งสั่งการส่วนใหญ่จะปลอดภัยที่สุดในสงครามอยู่แล้วเขาจึงตอบรับอย่างง่ายดาย

    "แล้วเรื่องชายคนนั้น..."ทังค์เอ่ยขึ้นเสียงเบา คนที่เขาเอ่ยถึงก็คือวาส ชายหนุ่มสวมหน้ากากที่บุกไปช่วยเชลยด้วยตัวคนเดียว

    "จากเท่าที่สืบมาดูเหมือนว่าเขาจะมีความสามารถในการควบคุมมอนเตอร์ในคืนจันทร์เต็มดวงนะครับ"อาเธอร์เอ่ยขึ้น เป็นอย่างที่วาสคิด เรื่องของซากทัพไม่มีทางปกปิดได้นานแต่ใครจะคิดว่าเหล่าผู้นำมหาอำนาจจะสืบรู้เร็วขนาดนี้

    "นี้พวกคุณ....!"ฟลาวด์ร้องขึ้น เธอไม่คิดเลยว่าคนเหล่านี้จะกล้าไปสืบเรื่องวาสและมาพูดคุยลับหลังกันอย่างหน้าด้านอย่างนี้

    "ใจเย็นคุณฟลาวด์ ที่พวกเราทำอย่างนี้ก็เพราะต้องการชักชวนเขามาเข้าร่วมสงครามกับเราเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่อย่างใด"ผู้เฒ่าดำเอ่ยขัดเมื่อเห็นสีหน้าฟลาวด์

    "ไม่ใช่เขาบอกชัดแล้วหรอค่ะ ว่าจะทำในสิ่งที่เขาอยากทำเท่านั้น!"

    "แต่ความสามารถระดับนั้นหากได้มาช่วยพวกเราในสงครามจะต้องช่วยได้มากแน่ๆ นอกจากจะควบคุมมอนเตอร์ได้แล้ว ยังสามารถจัดการขุนพลก็อบลินได้ด้วยตัวคนเดียวอีกด้วย"เจคอบก็รู้สึกสนใจในตัววาสเช่นกัน เขาตั้งใจว่าหลังจากจบสงครามครั้งนี้จะต้องดึงตัววาสเข้าร่วมกิลด์ให้ได้!

    "แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ไหนกันละ?"เร็นรู้สึกสงสัย

    "ฉันส่งคนไปสะกดรอยตามเขาแล้ว แต่คนของเรากลับถูกโจมตีสลบเหมือดอยู่กลางป่า คิดว่าน่าจะเป็นฝีมือของเขานั้นแหละ"ผู้เฒ่าเทาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กๆ แม้จะรู้ว่าคนที่สะกดรอยตามไปเป็นคนของสมาคมนักสำรวจแต่วาสก็ไม่ยั้งมือเลยสักนิด

    "ฮะๆๆ เขาเป็นคนเอาแต่ใจพอสมควรเลยนะครับ แต่ผมว่าเราอย่าพึ่งไปบีบบังคับเขามากเลยครับไม่งั้นเขาอาจจะเตลิดหนีไปกันใหญ่ ตอนนี้เราควรจะมุ่งความสนใจไปกับพวกศัตรูมากกว่า"ทุกคนพยักหน้ารับ การมีเรื่องผิดใจกับคนที่มีความสามารถระดับวาสไม่ใช่เรื่องดีต่อพวกเขาแน่นอน

    แม้จะไม่อยากยอมรับ แต่ตัวตนของวาสได้มายืนอยู่ในตำแหน่งเดียวกับพวกเขาแล้วในตอนนี้ พวกเขาเชื่อว่าถ้าหากวาสเลือกที่จะตั้งกิลด์ขึ้น มหาอำนาจขั้วต่อไปจะถูกสร้างขึ้นมาอย่างแน่นอน




    "กองทัพของเราพร้อมเดินทางแล้วใช่ไหม?"ขุนพลก็อบลินตาเดียวการ์ซเอ่ยขึ้น

    "พร้อมแล้วขอรับ"ก็อบลินสวมเกราะตัวหนึ่งเอ่ยตอบ

    การ์ซพยักหน้ากวาดตามองรอบๆ ตอนนี้กองทัพจำนวนหลายหมื่นยืนเข้าแถวเป็นระเบียบรอคอยคำสั่งของตนอยู่

    การ์ซหันกลับไปด้านหลังเห็นเบรกยืนอยู่รั้งท้ายที่หน้าประตูเมือง ขุนพลก็อบลินตาเดียวผงกหัวเบาๆส่งสัญญาณบางอย่างแล้วตะโกนเสียงก้องว่า

    "เดินทัพกลับสู่ค่ายของพวกเรา!"พร้อมๆกันนั้นก็มีเสียงเบรกดังมาจากด้านหลังว่า

    "จุดไฟเผาเมือง!!!"

    กองทัพก็อบลินและออร์คเคลื่อนทัพเดินทางไปข้างหลัง สีหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยความย่ามใจ เปลวเพลิงที่ลุกโชนเผาทำลายเมือง ควันโขมงสีดำที่ลอยขึ้นฟ้า เศษขี้เถ้าปลิวกระจายไปกับสายลม เป็นสิ่งปกติที่พวกมันเห็นจนชินตา

    สายตาสอดแนมของสายสืบชาวมนุษย์มองเมืองที่กำลังลุกเป็นไฟด้วยความเจ็บปวด สำหรับเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่พึ่งมาใหม่ในโลกแห่งนี้ เมืองๆหนึ่งไม่ได้สร้างขึ้นมาง่ายๆ การสูญเสียครั้งนี้จะกระทบเป็นวงกว้าง ผู้คนจำนวนมากจะต้องกลายเป็นคนไร้ที่อยู่

    'ต้องไปรายงานว่าพวกมันออกเดินทางแล้ว'เขาค่อยๆถอยกายหายเข้าไปในป่าอย่างช้าๆ

    คล้ายกับเรื่องKing of world ราชันแห่งพิภพ ที่คุณอ่าน