ตอนนี้นางอยู่หน้าเหลาอาหารขึ้นชื่อในเมืองหลวงกับพี่ใหญ่ หลังจากนางกำลังเลือกเครื่องประดับในร้านค้าในเมืองพี่ใหญ่ก็ถูกองค์รัชทายาทตามให้ไปพบที่เหลาอาหาร ตอนแรกนางจะขอเดินเล่นซื้อของเองกับสาวใช้ แต่พี่ใหญ่ไม่ยอมให้นางอยู่ตามลำพังสองคนกับสาวใช้โดยให้เหตุผลว่าวันนี้นางงดงามเกินไป พี่ใหญ่จึงลากนางมาทานอาหารกับองค์รัชทายาทที่เหลาอาหาร พอมาถึงเหลาอาหารก็มีสายตามองมาทางนางแปลกๆ นางจึงมองกลับไป ชายหนุ่มสองคนส่งยิ้มให้นางและเดินมาทักทายพี่ใหญ่
“คาราวะคุณชายหลิว วันนี้เกิดเหตุใดขึ้นจึงได้พกแม่นางท่านนี้มาด้วย” เสียงทักทายมาจากบุรุษสองคนที่มองมาทางนางั้แ่นางเดินเข้าประตูมา
“ถวายบังคมองค์ชายสามพะยะค่ะ”
“คาราวะท่านแม่ทัพ นางเป็น้องสาวคนรองของข้าเอง วันนี้ข้ามีธุระสำคัญด้วยเป็ห่วงนางไม่อยากปล่อยไว้กับบ่าวตามลำพังในตลาด จึงได้พานางมาด้วย เช่นนั้นข้าน้อยขอตัวลา” พี่ชายนางพูดจบก็กล่าวลาและพานางจากไปอย่างรีบร้อน
เมื่อขึ้นไปถึงห้องรับรองพิเศษองค์รัชทายาทนั่งอยู่ ด้านข้างมีองครักษ์ยืนอยู่ด้านข้าง อาหารหลายอย่างหน้าตาน่าทานส่งกลิ่นหอม
“ถวายบังคมองค์รัชทายาทพะยะค่ะ”
“ถวายบังคมองค์รัชทายาทเพคะ”
“ตามสบาย นั่งลงเถอะ” รัชทายาทกล่าวจบก็ส่งสัญญาณให้คนสนิทเรียกเสี่ยวเอ้อมาบริการ
“หม่อมฉันต้องเสียมารยาทพาซือเอ๋อร์มาด้วย ขอองค์รัชทายาทได้โปรดอภัย” พี่ชายนางกล่าวออกไป สีหน้าไม่สบายใจ
“ไม่เป็ไรเป็เปิ่นหวางเองที่เรียกตัวเ้ามาด่วน เกี่ยวกับเื่งานประมูลที่จะมีที่หอประมูลพันดารา เ้าที่เป็สหายข้าข้าอยากให้เ้าติดตามไปกับข้าด้วย” รัชทายาทกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็กังกล
“ได้พะยะค่ะ เมื่อถึงเวลากระหม่อมจะเดินทางไปเจอที่หอประมูลพันดารา” หลิวอี้เทียนเอ่ยปากรับคำสหายไปอย่างลำบากใจ เนื่องจากข้อมูลที่เขาได้มาเมื่อไม่นานมานี้จากหอข่าวจันทร์กระจ่างที่เขาเป็เ้าหออยู่ ทำให้เขาไม่อาจเอ่ยอะไรออกไปได้มากไปกว่านี้
หลิวซือซือ ก้มหน้าก้มตาทานอาหาร แต่ก็เงี่ยหูฟังเื่ราวที่พี่ชายได้สนทนากับองค์รัชทายาทเกี่ยวกับไข่มุกจันทรา นางมีลางสังหรณ์ว่าเื่นี้จะต้องเกี่ยวกับหยางเฟยหลงอย่างแน่นอน นางจะทำยังไงดีเพราะที่ผ่านมาการเมืองในราชสำนักทำให้พี่ชายซึ่งเป็สหายสนิทกับองค์รัชทายาทไม่เข้ารับราชการตามบิดาบิดาของนางทำตัวเป็กลางไม่เลือกฝ่าย ฮ่องเต้ซึ่งเป็สหายบิดาได้ทาบทามนางให้องค์รัชทายาท บิดาของนางได้แต่ชะลอเวลาบ่ายเบี่ยงเพื่อไม่ให้ใช้นางเป็หมากทางการเมืองและต้องไปสู้รบตบมือในกับวังหลังของรัชทายาท และที่บิดานางบังคับให้แต่งแก่หยางเฟยหลงทั้งๆ ที่ด้วยอำนาจของบิดาข่าวลือในเมืองหลวงแค่เพียงไม่กี่วันก็เงียบลงได้ แต่บิดาก็หาเหตุนี้ให้นางแต่งออกไป หยางเฟยหลงท่านคือใครกันแน่ แล้วถ้าต้องเลือกฝ่ายแล้วตระกูลนางจะเลือกฝ่ายใด นางไม่อยากสูญเสีย
เมื่อกลับมาถึงจวนนางได้แต่นิ่งเงียบอยู่ในความคิดจนกระทั้งเสี่ยวหลินเข้ามารายงานว่า
ฮูหยินรองส่งคนมาสอดแนมที่เรือนของนาง แต่โดนเสี่ยวหลินจัดการตบสั่งสอนกลับไป นางได้แต่ใที่บ่าวตัวน้อยของนางตบสั่งสอนคนของฮูหยินรอง
“เสี่ยวหลิน เ้าตบคนเป็ด้วยรึ ใครสอนเ้า” นางกล่าวอย่างใ
“แม่ครัวจางเ้าค่ะ วันก่อนที่คุณหนูเข้าครัวเรียนทำอาหาร แม่ครัวจางได้สั่งสอนวิธีต่อสู้ให้เ้าค่ะ” นางกล่าวออกมาอย่างภาคภูมิใจในหลักสูตรปกป้องคุณหนูที่แม่ครัวจางสอนสั่ง
“เอ่อ ข้าเพิ่งรู้ว่ามีหลักสูตรพิเศษให้เ้าด้วย” นางกล่าวไปหัวเราะไป
“เ้าค่ะ แม่ครัวจางบอกว่าเวลาติดตามคุณหนูไปอยู่จวนท่านเขยจะได้ปกป้องคุณหนูได้อันที่จริงแม่ครัวจางอยากติดตามคุณหนูไปด้วยตนเองมากกว่าเ้าค่ะ แม่ครัวจางสอนบ่าวว่าตบได้ตบเชือดได้เชือดเ้าค่ะ เหมือนวิธีเชือดไก่ แต่บ่าวยังไม่กล้าเชือดเ้าค่ะ บ่าวกลัว” เสี่ยวหลินพูดเสร็จ ก็หัวเราะ แหะๆ
“เ้านี่นะ ไปเตรียมน้ำให้ข้าอาบได้แล้วข้าอยากอาบน้ำพักผ่อน” สั่งบ่าวเสร็จก็ได้แต่หัวเราะในวีรกรรมเสี่ยวหลิน ก่อนนางจะแต่งออกจวนไม่รู้แม่ครัวจางจะสอนอะไรอีก
เมื่ออาบน้ำเสร็จนางแต่งตัวออกมาด้านนอกอย่างลวกๆ แต่ก็ต้องใให้กับแขกเ้าประจำยามวิกาลของนาง เขานั่งรินน้ำชาขึ้นจิบอย่างสบายใจเหมือนเป็ห้องพักของตนเอง ทันทีที่เห็นการแต่งกายของนาง เขาถึงกับลมหายใจติดขัด สะดุดขึ้นมาทันที
“คืนนี้ว่าที่ฮูหยินของข้าแต่งกายมาต้อนรับข้าได้งดงามยิ่งนัก” เขาจ้องมองนางสายตาแพรวพราว เหมือนราชสีห์กำลังจะไล่ต้อนกวางน้อยมิมีผิด
“ข้าคร้านจะอายท่านแล้ว ท่านหน้าหนาแล้วใยข้าจะหน้าหนากว่าท่านไม่ได้” นางพยายามข่มความอายเอ่ยตอบกลับไปพร้อมกับจัดชุดให้ดูรัดกุมเรียบร้อยคว้าชุดคลุมเข้ามาสวมทับอีกชั้น
“อ้อ งั้นรึ” เขายังคงจิบชาอย่างสบายอารมณ์
“คืนนี้ท่านมาหาข้าทำไม ไหนว่ามีงานด่วนหลายวันมิใช่หรือ” พร้อมเดินไปนั่งบนเตียงให้ห่างจากโต๊ะน้ำชา แต่หารู้ไม่ว่านั่นคือสิ่งที่เขาอยากให้นางอยู่มากที่สุดเขาได้แต่ยิ้มเมื่อนางนั่งลงแล้ว
“ทำไมรึ ว่าที่ฮูหยินคิดถึงข้ารึถึงได้ตัดพ้อข้าออกมาแบบนี้” เขายกยิ้มเพียงลมพัดผ่านพริบตาเดียวเขาก็ประชิดตัวนาง เข้าโอบกอดนางไว้ในอ้อมกอด
“ไม่ข้าไม่คิดถึงท่าน” นางหลบตา ก้มหน้าหลบลงซุกอกแกร่งเขาเพราะกัวเขาจะขโมยจูบนาง เขาที่รู้ความคิดนางได้แต่หัวเราะในลำคอ หึหึ
“เ้ามันคือนางมารน้อยของข้าจริงๆ ที่ข้าไปทำงานต่อคืนนี้ไม่ได้ก็เพราะเ้านั่นแหละ” นางเงยหน้าขึ้นสบตาเขา มองด้วยแววตาสงสัย เขาเลยถึงโอกาสนี้โน้มตัวลงประกบริมฝีปากบดเบียดริมฝีปากบางสวยขบกัดจนนางเจ็บแปลบรับรู้ถึงกลิ่นคาวเืคละคลุ้งในปาก แต่คราวนี้เป็จูบที่แตกต่างจากเดิมทุกทีที่นางััได้ มันทั้งเต็มไปด้วยความถึง หวงแหน อ้อยอิ่งราวกับจะขาดใจไปกับจูบนี้ นางได้แต่ประท้วงเมื่อลมหายใจติดขัด เขาจึงยอมคลายจูบลง มองหน้านางด้วยแววตาที่นางอ่านไม่ออก
“ข้าไปทำอะไรให้ท่านเมื่อได ใยท่านถึงมาปรักปรำข้าเยี่ยงนี้ ข้าก็อยู่ของข้าดี” นางอดไม่ได้ที่จะตอบโต้กลับไป เมื่อเห็นสีหน้าแววตาของเขา นางก็อดไม่ได้ที่จะบิดเข้าที่เอวของเขาอย่างแรงแต่แปลกที่เขาไม่มีทางทีแสดงถึงความเ็ป ทางจึงคิดจะเพิ่มแรง
“ถ้าเ้าไม่ปล่อยข้าจะจูบเ้าเดี๋ยวนี้ หรือเ้าอยากได้มากกว่าจูบ” เขาว่าพลางส่งรอยยิ้มเหี้ยมให้นาง นางจึงรีบปล่อยมือทันที ราวกับจับโดนของร้อน
“ก็ท่านกล่าวปรักปรำข้านี่”
“วันนี้เ้าไปทำอะไรที่เหลาอาหาร เ้ารู้หรือไม่ว่าข้าอยู่ที่นั่นด้วย และข้าเห็นเ้า” นางเบิกตาโต
“ข้าไปตลาดกับพี่ใหญ่ แล้วองค์รัชทายาทได้เรียกพี่ใหญ่ให้เข้าเฝ้าเป็การด่วน เื่ไข่มุกราตรี” นางมองตาเขาอย่าง้าคำตอบ
“งั้นรึ”
“ใช่ ข้ารู้ว่าท่าน้ามันเช่นกัน วันประมูลข้าของให้ท่านรับปากข้างอย่างหนึ่งได้หรือไม่” นางเทบจะหยุดลมหายใจรอคำตอบจากเขา
“ข้าไม่รับปากเ้า” เขาจ้องนางกลับด้วยแววตาอ่านไม่ออกเช่นเคย
“องค์รัชทายาทให้พี่ข้าตามเสด็จไปด้วยในฐานะสหาย หากเกิดอะไรขึ้น ข้าขอให้ท่านละเว้นพี่ชายข้า” เขาได้แต่ถอนหายใจ
“เ้าให้ข้าละเว้นเขา แล้วถ้าถึงเวลานั้นเล่าเขาจะละเว้นข้าไหม” เขาได้แต่ถามนางออกไปอย่างคาดหวัง
นางเงียบแทนคำตอบ เขาจึงเร้นกายใช้วิชาตัวเบาหายไปกับสายลม นางได้แค่นั่งนิ่งใจสั่น นี่นางห่วงเขาใช่ไหม นางจะทนได้ไหมหากเป็เขาที่ได้รับอันตราย เมื่อคิดได้นางจึงวิ่งออกไปที่ประตูมองดูเขาที่หายไปกับสายลม