ความจริงแล้ววันนี้ผมไม่ได้จะไปเครียงานที่บริษัทอย่างที่อ้างกับคิมไว้ ผมแค่อยากให้เค้าสองคนได้อยู่ด้วยกันโดยที่ไม่ต้องมีผม ก็เท่านั้นเอง
“คุณหนูรินทร์เธอกลับไปกับคุณคิมั้แ่่สายๆ แล้วคะคุณรักษ์” แม่บ้านที่เดินออกมารับของจากมือเล็กบอกออกมาเมื่อเห็นว่าคนเป็เ้านายมองหาคุณหนูเล็กของบ้าน.
“อืม งั้นขนมนี่ป้าเอาไว้ทานกับดาวก็แล้วกันครับ มื้อนี้ไม่ต้องตั้งโต๊ะนะครับ รักษ์ไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ ปวดหัวด้วยอยากขึ้นไปนอนเลย”
“ให้ป้าเอายาให้ทานไหมคะคุณ”
“ไม่เป็ไรครับป้าผมทานยามาแล้วครับ”
“คะคุณรักษ์” บอกแล้วพาร่างตัวเองเดินขึ้นไปชั้นสองของบ้าน
ร่างบางพาตัวเองมาหยุดอยู่ที่โต๊ะทำงานตรงมุมห้อง มือบางหยิบกุหลาบแดงช่อโตขึ้นมากอดเอาไว้ด้วยสองแขน
>
>
หลังจากทานข้าวที่ร้านอาหารเสร็จรักษ์จะให้คิมหันษ์รอรับน้องกลับบ้านเลย แต่คิมหันษ์ก็ไม่ยอมจะพาตนส่งที่บ้านให้ได้
‘ดอกไม้ของนาย’ คิมหันพูดบอกคนที่กำลังจะลงจากรถ
‘ให้เราทำไม นายจะบ้าเหรอคิมเอากลับไปเลยนะ’ มือใหญ่หยิบเอากุหลาบช่อโตจากเบาะหลังมาวางไว้บนตักของคนเป็เพื่อน
‘สิบปีแล้วรักษ์สิบปีที่เราเป็ฝ่ายชอบนายมาตลอด’
‘เลิกพูดเื่นี้ซักทีเหอะ’ คนตัวเล็กนั่งกอดอกเมินหน้าหนีคนที่นั่งอยู่หลังพวกมาลัย
‘อย่าเมินคิมได้ไหม รักษ์หันมาคุยกับคิมนะ นะครับ’ มือใหญ่เฉยคางคนเป็เพื่อนให้หันกลับมามองกัน
‘เราไม่มีอะไรจะคุยกับนายแล้วคิม เราพูดไปหมดแล้ว เราไม่ได้รักนาย เมื่อไหร่นายจะหยุดทำกับเราแบบนี้สักทีวะ’ เมื่อเห็นว่าคนเป็เพื่อนเงียบไป คนร่างบางก็เลยพูดบอกออกมาอีกครั้ง พรางดึงเอามือหนาที่จับปลายคางของตนไว้ออก
‘อย่าทำแบบนี้เลยนะคิม อย่าพยายามเลยนะ นายรู้ดีว่ามันเป็ไปไม่ได้ นายอยากเห็นน้องเสียใจเหรอ นายคงไม่อยากเห็นน้องรินทร์เสียใจหร่อกใช่ไหม’ คนตัวโตส่ายหน้าเบาๆ
‘เปิดใจให้น้องเถอะ อย่ามองมาที่เราอีกเลย ’ ไม่มีคำตอบจากปากคนตัวสูงเอาแต่นั่งเงียบอยู่ในรถ
‘เอากุหลาบไปด้วย’ คิมหันษ์พูดออกมากลังจากที่เห็นว่าคนเป็เพื่อนกำลังจะลงจากรถไป
‘หวังว่ามันจะเป็ครั้งสุดท้ายที่เราจะคุยกันเื่นี้อีก’ พูดเสร็จก็เปิดประตูลงจากรถไป ทิ้งให้คนตัวโตไว้ข้างหลัง
>
“เป็แบบนี้ก็ดีแล้ว แกจะร้องไห้ทำไมวะรักษ์” ร่างบางทรุดลงนั่งร้องไห้ข้างโต๊ะทำงาน มองกุหลาบในมือที่เริ่มเปลี่ยนสี กลีบดอกเริ่มช้ำ
บอกให้เค้าไปแต่ตัวเองกลับมานั่งร้องไห้อยู่คนเดียว
………………………………
ดึกแล้วแต่คิมหันษ์ยังไม่นอน ยังคงคิดอะไรเรื่อยเปื่อยนั่งมองวิวเมืองหลวงผ่านกระจกกั้น
‘รักษ์ ถ้าหากตอนนั่นเราบอกนายให้เร็วกว่านี้คงดี’
“ดึกแล้วทำไมเฮียยังไม่นอนอีกละครับ” คนตัวเล็กเดินเข้ามาสวมกอดคนพี่จากทางด้านหลังซบหน้าอยู่บนไหลกว้างคนตัวโตเงยหน้ามองน้องแล้วดึงร่างเล็กให้มานั่งลงบนตัก
“หนูง่วงแล้วเหรอ” ถามออกไปแต่สายตากลับมองไปยังนอกกำแพงกระจก
“ก็ง่วงคับ พรุ่งนี้มีเรียนเช้าด้วย” คนที่ซบอยู่ซบลงบนอกของคิมหันษ์ ดึงมือคนรักให้มากอดเอวบางไว้
“เฮีย เฮียคิดอะไรอยู่เหรอคับ” มือเล็กจับไปเบาๆ บนใบหน้าคมสัน
“คิดเื่หนู”
“เื่หนู” คนบนตักพละออกมานั่งดี มือเล็กชี้มาที่ตัวเอง ด้วยความสงสัย คนพี่พยักหน้ารับ แล้วดึงน้องให้นอนลงไปที่เดิม
“คิดว่าทำไมหนูตัวหนักจัง” พูดเสร็จก็ลุกขึ้นยืนแล้วโดยมีร่างเล็กเกียวอยู่บนเอว
“งืออเฮียอะ เดียวตกกก” คิมหันกระชับร่างน้องให้แน่นกว่สเดิมแล้วออกเดินพาน้องไปยังห้องนอน
“เฮียไม่เอาคับ” ร่างเล็กถูกวางลงบนเตียงโดยมีคนที่อุ้มเข้ามาทาบทับอย่างตรงกลางระหว่างขาเรียวทั้งสอง สองมือเล็กดันอกคนพี่ไว้
“แต่เมื่อเช้าหนูยังยั่วเฮียอยู่เลยนะ” คนตัวเล็กหลบหน้าด้วยความเขิน
“งือ แต่มะเช้าเฮียก็ทำไปแล้วนี่คับ” สองมือใหญ่ดึงข้อมือทั้งสองข้างของคนใต้ร่างตรึงเอาไว้กับเตียงนอน
“แต่เฮียอยากทำอีก”
“งือออ เฮีย มะเอาคับพรุ่งนี้หนูมีเรียนเช้านะ”
“เดียวพรุ่งนี้เฮียจะปลุกหนูเอง”
“แต่ แต่มันจะไหวเหรอค๊าบบเฮีย”
“เฮียไหว”
“หนูไม่ได้หมายถึงเฮียสักหน่อย”
“หึ หึ หึ เฮียชอบเวลาหนูเขิน”
“เฮียอะชอบแกล้ง”
“ไม่แกล้งแล้วก็ได้” คนตัวโตพลิกลงมานอนข้างๆ คนตัวเล็กแล้วดึงน้องเข้ามากอดไว้
“เฮียจะพยายามเป็คนดีของหนู”
“เฮีย ” คนตัวเล็กเข้าไปกอดคนตัวโตเอาไว้จนแน่น
………..
เช้าวันรุ่งขึ้นคิมหันษ์ตื่นมาบนเตียงก็ไม่เจอคนที่ตัวเองนอนกอดอยู่ทั้งคืน พอเดินออกมาจากห้องนอนก็พบว่าคนตัวเล็กกำลังยุ่งอยู่กับการทำอาหารเช้าหน้าเตา
“หนู ทำอะไร”
“เฮียตื่นแล้วหร่อค๊าบ” คนตัวสูงเดินเข้ามาใกล้ แล้วมองข้าวต้มในหม้อที่คนตัวเล็กกำลังคนอยู่
“งืออ เฮียอย่ามองแบบนั่นซิ กินได้น่า” มือเล็กวางทัพพีลงแล้วดันอกคนพี่ที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ให้ออกห่างจากเตา
“เฮียยังไม่ได้พูดอะไรเลยนะหนู”
“หึ เฮียอะ ไปอ่าบน้ำเลย เฮียต้องกินข้าวต้มที่หนูทำด้วย” คิมหันขำออกมาเบาๆ ด้วยความเอ็นดูท่าทางแสนงอนของน้อง มือเล็กดันหลังคนตัวโตให้เดินไปอ่าบน้ำ สองคนนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร คิมหันมองข้าวต้มกุ้งในจานแล้วมองคนตัวเล็กในชุดนักศึกษาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
“เฮียย ทานซิคับ” คนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกำลังลุ้นว่าฝีมือตัวเองจะทานได้ไหม
“เนี๊ยะ เฮียอะทานแล้วก็ไม่พูด เอาแต่ยิ้มอยู่ได้คับบ” คิมหันษ์ดึงจมูกรั่นเบาๆ อย่างหมั่นเขี้ยว
“งั้นหนูก็ลองทานเอง แล้วบอกเฮียว่าอร่อยไหม” ค นตัวโตบอกออกไป รินทร์เลิกคิ้วมองคนรักก่อนจะตักข้าวต้มเข้าปาก
“หึ หึ แอ๊ะเฮีย ทำไมมันเค็มอย่างนี้ละค๊าบบ” มือเล็กรับน้ำที่คิมหันษ์ยื่นมาให้ขึ้นดื่ม ให้คลายจากอาการสำลัก
“งือ หนูว่าหนูใส่เกลือนิดเดียวเองนะ” คิมหันมองคนตัวเล็กยิ้มๆ
“เฮีย กินหนมปังแทนไหมคับเดียวหนูทำให้” คิมหันส่ายหน้า ทำเอาคนตัวเล็กนั่งเงียบไป ความจริงแล้ววันนี้ตนมีเรียนตอนเช้าแต่อยากทำอะไรเอาใจคนรักบ้างเลยตื่นแต่เช้ามาทำข้าวต้ม
“ เฮียอยากกินกาแฟ หนูทำให้เฮียหน่อยย”
การชงกาแฟคงเป็สิ่งเดียวที่ทำให้แล้วคนรักไม่เคยบอกว่าไม่อร่อย ก็แง่ซิ คอนโดเฮียมีเครื่องทำกาแฟหนิ หึ
“เอาไว้วันไหนหนูว่างหนูจะไปเรียนทำอาหารให้นะคับเฮีย หนูอยากทำของอร่อยๆ ให้เฮียทาน”
“หนูไม่ต้องลำบากหร่อกครับ โทรสั่งเอาก็ได้เฮียทานได้หมดแหละ” บอกให้คนตัวเล็กสบายใจ
“งืออ แต่หนูอยากทำ” บอกเสียอ่อยย
“โอ้ๆ เฮียจะรอ นะครับ”
………………..
“แล้วเดี่ยวเย็นนี้เฮียมารับกลับนะครับ” คนตัวเล็กยื่นหน้าไปจุ๊บบนแก้มคนรักเบาๆ แล้วจะลงจากรถ แต่คิมหันษ์กลับดึงแขนน้องเอาไว้
“รอเฮียนะ” คนตัวเล็กยิ้มออกมาด้วยความดีใจ
“ครับเฮียยย” สองมือเล็กกอดไปรอบคอของคนรัก
“ไปเรียนได้แล้ว เฮียก็จะไปทำงานแล้วเหมือนกัน” คิมหันษ์บอกคนรักแล้วดึงมือของน้องออกจากตัว บนใบหน้าคมมีรอยยิ้มมุมปาก
คนตัวเล็กยืนยิ้มมองรถของคนรักขับออกไปจนลับสายตาแล้วจึงเดินเข้าตึกเรียน