Say “you love me” พูดสิว่า…รัก

    Prologue

    ครั้งหนึ่งเขาเคยมีความรัก

    ทว่า...โลกนี้ช่างโหดร้าย เพราะมันพรากพวกเขาให้แยกจากกัน


    ภาพที่เคยวาดฝันไว้ของความรักที่สมบูรณ์แบบในตอนจบ สมัยยังเป็๞เด็กเธอเชื่อว่าเด็กหญิงหลายคนคงฝันถึงวินาทีที่ตัวเองได้สวมใส่ชุดเ๯้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ฟูฟ่อง ขณะเดินเข้าประตูวิวาห์ พื้นปูด้วยพรมแดงราวกับหลุดออกมาจากนิทานของเ๯้าหญิง ณ สุดทางเดินมีชายหนุ่มที่เธอตกหลุมรักกำลังรอคอยอยู่ตรงนั้น ส่งสายตาหวานด้วยความรักอันเต็มเปี่ยม

    ทว่าเงาสะท้อนจากตัวเธอในวัยสามสิบ ไม่อาจคิดเช่นนั้นได้แล้ว แม้ชุดเ๽้าสาวจะงดงาม สวยพลิ้วยิ่งกว่าที่เคยจินตนาการไว้ แต่หัวใจของหญิงสาวกลับว่างเปล่า

    ชุดเกาะอกลูกไม้สีขาวดุจหิมะดูเหมาะกับเธออย่างน่าอัศจรรย์ สาวร่างบางหมุนตัวเล็กน้อยเพื่อดูรายละเอียดรอบด้าน ชุดขนาดพอดีตัวเผยให้เห็นหลังเนียนใส ริ้วผ้าพลิ้วยาวลากถึงพื้น หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นราวกับจะได้เข้าพิธีวิวาห์ในไม่ช้า

    พนักงานสาวเดินเข้ามาพร้อมยืนช่อดอกลิลี่สีชมพูอ่อนให้ถือ เธอเปรยยิ้มหวานเป็๲เชิงขอบคุณหล่อนก่อนจะเหม่อมองตัวเองในกระจกเงาอีกครั้ง ความคิดมากมายตีกันยุ่งเหยิง ตัวเธอเหมาะจะเป็๲เ๽้าสาวของเขาบ้างไหมนะ


    “ยัยไมล์ แกสวยมากกก” เสียงตื่นเต้นของไอรินทำให้เธอหลุดจากภวังค์ก่อนจะเหลือบมองเพื่อนสนิทที่กำลังตั้งอกตั้งใจยกมือถือขึ้นมาถ่ายรูปเธอในชุดวิวาห์ด้วยความตื่นเต้นดีใจ เพราะมีโอกาสได้เห็นเพื่อนสนิทในชุดเ๽้าสาวกับเขาสักที หล่อนกระตือรือร้นรัวภาพไปเป็๲ร้อย ๆ รูปจนอีกฝ่ายตั้งท่าไม่ทัน ไอรินใจเต้นโครมครามก่อนจะคิดแผนร้ายบางอย่าง

    เธอส่งยิ้มให้เพื่อนสาวในชุดวิวาห์อย่างมีเลศนัย...




    หนึ่งเดือนต่อมา


    ปิ๊ง ป่อง 

    ประตูบานใหญ่ถูกเปิดออกพร้อมกับชายหนุ่มหน้านิ่ง ไอรินถอดหายใจอย่างเอือมระอาเมื่อเห็นคนตรงหน้าอยู่ในสภาพซีดโทรมราวกับศพเดินได้ นิกม์ผมเผ้ายุ่งเหยิงเหมือนคนเพิ่งตื่นนอนทั้งที่ตอนนี้เป็๲เวลาบ่ายแก่จนตะวันจะลับฟ้า เขาสวมบ๊อกเซอร์กับเสื้อยืดย้วย ๆ เดินมาต้อนรับแขกอย่างเธอ


    “โอ้โหสภาพอะไรของมึงเนี่ย” เสียงแหลมของไอรินแซวขึ้นทันที

    ก็สภาพแบบนี้แหละครับ ชายหนุ่มคิดในใจเพราะไม่ทันตั้งตัวว่าจะมีแขกมาหาในวันอาทิตย์เช่นนี้ สภาพตอนนี้ดูไม่ค่อยจะได้ ดีแค่ไหนแล้วที่เขาคว้าเสื้อยืดเน่า ๆ จากในตระตร้ามาใส่ก่อนจะเปิดประตูบ้านให้คนที่มาเยือน

    “มาทำอะไรเนี่ย” เขาถามกลับเสียงเนือย ไอรินไม่ได้ตอบอะไรนอกจากเดินสำรวจภายในบ้านอยู่ครู่หนึ่ง เธอมองข้าวของที่ไม่ค่อยมีอะไรมากนักนอกจากข้าวของเครื่องใช้จำเป็๲ ภายในบ้านตกแต่งอย่างเรียบง่าย เธอยืนเท้าเอวมองโซฟาหนังสีดำเหมือนกำลังลอบวางแผนอะไรในหัวก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา นิกม์นั่งลงข้าง ๆ และถามย้ำอีกครั้ง “สรุปมาทำไม” 

    “เป็๞เ๯้าของบ้านไม่คิดจะหาน้ำมารับแขกบ้างรึไง” เธอแว้ดเสียงแปดหลอดใส่เ๯้าบ้าน นิกม์ได้แต่ส่ายหัวไปมาพลางคิดว่ายัยเพื่อนสาวคนนี้ไม่ได้เปลี่ยนไปจากตอนเรียนมัธยมด้วยกันสักนิด แม้จะอยู่ในวัยขึ้นเลขสามแล้วก็ตาม เด็กเห็นจะเคารพผู้ใหญ่อย่างยัยนี่บ้างไหมนะ

    “ได้ครับท่านไอรินจะดื่มอะไรดีครับผม” เขาประชดแขกผู้มาเยือนตามนิสัย

    “น้ำเปล่าค่ะ” 

    “สักครู่นะครับท่านไอริน” 

    “กวนตีนเหมือนเดิมนะมึง” 

    “พูดจาดีก็โดนว่า...ผมเสียใจนะ!” 


    คนหัวฟูบ่นกระปอดกระแปดพร้อมลุกไปยังห้องครัว หลังผ่านไปสิบนาทีที่เขาเอาน้ำเปล่ามาให้ไอรินตามคำขอ แต่เพื่อนสาวคนเดิมยังคงเงียบไม่บอกจุดประสงค์การมาเยือนในวันนี้ เขาจึงได้แต่เงียบรอฟังเธออย่างใจเย็น ถ้าขืนถามขึ้นเองคงได้โดนตวาดแว้ด ๆ ใส่อีกรอบแน่ เขารู้ว่ายัยเพื่อนคนนี้อารมณ์เปลี่ยนไปมา 

    พลางคิดไปถึงสมัยก่อน ไอรินชอบโผล่มาส่งเสียงดังตอนที่เขากับไมล์นั่งอ่านหนังสืออยู่ด้วยกัน นึกดูเวลาก็ผ่านไปนานหลายปีแล้ว แต่ในความรู้สึกมันเหมือนเมื่อวานนี้เองสำหรับพวกเขา ถ้าย้อนเวลากลับไปได้เขาจะไม่ทำผิดซ้ำซาก และตอนนี้พวกเขาคงจะเป็๞เพื่อนที่ดีต่อกันมากกว่านี้

    “รู้ไหม ความรักน่ะ มันมีจังหวะเวลาของตัวมันเองนะ เราเข้าไปควบคุมไม่ได้เหรอกถึงอยากจะทำแค่ไหน” ไอรินเอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ชายหนุ่มไม่รู้ว่าเ๽้าตัวหมายถึงเ๱ื่๵๹อะไร หรือบางทีเขาอาจกำลังโดนอีกฝ่ายอ่านใจอยู่

    “...” นิกม์ได้แต่ยกยิ้มบางเพราะไม่รู้จะตอบกลับไปยังไง 

    “ที่มาวันนี้ก็อยากมาเจอและเอาบางอย่างมาให้” เธอบอกพร้อมกับยื่นซองจดหมายสีขาวสะอาดให้เขา “บัตรเชิญงานแต่งน่ะ” เขาแกะซองดูของข้างใน สิ่งที่เห็นมันบีบรัดหัวใจเกินจะทนไหว

    “สวยใช่ป่ะล่ะ ไมล์ในชุดเ๯้าสาว เห็นมันเป็๞แบบนั้นก็เถอะจริง ๆ แล้วความฝันของไมล์มันก็เหมือนผู้หญิงคนอื่นแหละ อยากจะเป็๞เ๯้าสาวของใครสักคน มีความรักและอยู่กับคนนั้นอย่างมีความสุข” 

    “อื้อ งั้นเหรอ ก็ดีแล้วล่ะ” 

    ผ้าม่านพลิ้วไหวไปตามแรงลมที่พัดผ่าน หอบกลิ่นอายของอดีตมาพร้อมเสียงแห่งความอ้างว้างซึ่งก่อขึ้นในใจเขาอีกครั้ง ดั่งเวลารอบตัวหยุดนิ่งพาให้ได้ยินกระทั่งเสียงเข็มนาฬิกาดัง ไกลออกไป เสียงใสหวานของไมล์ในอดีตของชายหนุ่มพลันชัดแจ้งขึ้นทันที

    ‘เราชอบแกนะ’ 


    นิกม์มองดูรูปไมล์ในชุดเ๽้าสาวสีขาวบริสุทธิ์ ถือช่อดอกลิลี่สีชมพูอ่อน แววตาสดใสเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขขับกับรอยยิ้มที่ใครเห็นเป็๲ต้องยิ้มตาม ช่างอ่อนหวาน ดูใสซื่อเสียเหลือเกินในสายตาของเขา ตัวเขาควรจะมีความสุขที่เห็นเธอมีความสุข แต่ภายในกลับรู้สึกสั่นไหวเกินกว่าจะห้ามน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาได้