เสียงตะโกนดังขึ้นอย่างกะทันหันทำให้หลงตงเฉียงตัวสั่นสะท้าน น้องชายที่โด่ขึ้นพร้อมความโกรธก็ล้มลงในทันที
ส่วนคนขับรถและชายอีกคนที่ยืนถือกล้องอยู่ด้านข้างก็หน้าเปลี่ยนสีพวกเขาคาดไม่ถึงเลยว่าจะมีคนอยู่ที่ระเบียง
ทั้งสามคนหันขวับแล้วถอยหลังลงทันที
ทันใดนั้นชายหนุ่มอายุประมาณยี่สิบกว่าก็ปรากฏในสายตาพวกเขา
ใบหน้าเรียบเนียนขาวผ่อง สันกรามชัดเจนดวงตาดำขลับเหมือนกับสามารถมองทุกอย่างได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
แม้ว่าเขาจะมีรูปร่างผอมบาง เมื่อเขายืนอยู่ตรงนั้นกลับมีรัศมีโดดเด่นเหนือคนทั้งโลก
หลงตงเฉียงจ้องหน้าซูฮ่าวตาเขม็งใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง จากนั้นเขาก็ตะโกนขึ้นมา “แกเป็นใคร? รู้หรือเปล่าบุกรุกบ้านคนอื่นมันผิดกฎหมายนะ?”
“ในเมื่อคุณรู้ว่าบุกรุกบ้านคนอื่นผิดกฎหมายแล้วทำไมถึงไม่รู้ว่การลักตัวก็ผิดกฎหมาย” ซูฮ่าวชี้ไปยังไป๋เจี๋ยที่มีใบหน้าแดงก่ำนอนไม่ได้สติอยู่ ก่อนหัวเราะเสียงเย็น “จะถ่ายรูปแบล็คเมล์เพื่อเอาเงินกับไป๋เหวินหลิงความคิดนี้ต่ำตมจริงๆ ”
หลงตงเฉียงตกใจสะดุ้งเฮือกเขาคาดไม่ถึงว่าผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าจะรู้เรื่องเหล่านี้ด้วยเห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายมีความสัมพันธ์กับไป๋เหวินหลิง
ทันใดนั้นเองใบหน้าของเขาก็มืดดำ
“ในเมื่อแกรู้เป้าหมายของพวกเราแล้วถ้าอย่างนั้นพวกเราก็เก็บแกไว้ไม่ได้”
เมื่อพูดจบหลงตงเฉียงก็ขยิบตาให้กับชายคนนั้นและคนขับรถส่งสัญญาณให้ลงมือจัดการไอ้หมอนี่พร้อมกัน
แต่ใครจะรู้เล่าว่าทั้งสามคนยังไม่ทันได้ลงมือ ซูฮ่าวก็สาวเท้าหนึ่งก้าว ความเร็วสูงราวพายุ
ภายในชั่วพริบตาเดียวเขาก็มายืนอยู่ข้างกายของหลงตงเฉียงแล้ว เขายกมือขึ้นสับหลังคอวิสัยทัศน์ของหลงตงเฉียงก็มืดดำ แล้วสลบลงไปทันที
คนขับรถกับชายคนนั้นต่างมองหน้ากันพวกเขาสามารถมองเห็นความหวาดกลัวในแววตาของอีกฝ่ายได้อย่างชัดเจน
“พรึ่บ!”
ทั้งสองคนยังไม่ทันได้เคลื่อนไหวแต่ซูฮ่าวก็ปล่อยหมัดออกไปสองครั้ง จนทำให้พวกเขาสลบไปทีละคน
ขั้นตอนทั้งหมดสามารถเสร็จสิ้นภายในชั่วพริบตา
ซูฮ่าวหันกลับมามองทางไป๋เจี๋ยจากนั้นก็พบว่าใบหน้าของเธอแดงก่ำเหมือนป่วย
ในตอนนี้ทั่วทั้งร่างกายของเธอมีความต้องการทางเพศแผ่กระจายร่างกายร้อนผ่าว ตัวแดงทั้งร่าง
แม้ว่าเธอจะยังสลบไสลอยู่แต่สองมือของเธอนั้นกำลังลูบไล้ร่างกายตนเองอย่างไม่สามารถควบคุมได้เสื้อผ้าที่ถูกปกปิดไว้ครึ่งหนึ่ง แทบจะถูกเธอฉีกทึ้งออกมาทั้งหมด
“ยาหยินหยางเสพสังวาร?” ซูฮ่าวดมกลิ่นฝุดฟิด ใบหน้าเปลี่ยนสี
ยาหยินหยางเสพสังวารเป็นยาเสียสาวที่มีฤทธิ์รุนแรงมาก แค่ผสมในเครื่องดื่มและอาหารเพียงหยดเดียวก็ทำให้คนที่ถูกวางยานั้นสูญเสียความเป็นตัวเองไป
หากไม่สามารถหาใครที่สามารถมาช่วยได้พิษนั้นจะโจมตีเข้าสู่หัวใจ และทำให้ระเบิดตัวตายไป
“ไอ้สารเลวสมควรตายพวกนี้!” ซูฮ่าวกัดฟันกรอดเขาอยากจะเข้าไปตรวจสอบระดับพิษของไป๋เจี๋ยอย่างละเอียด
แต่เขาเพิ่งเข้าใกล้ได้เล็กน้อยแต่ไป๋เจี๋ยก็ยื่นมือออกมาอย่างกะทันหัน แล้วคว้าลำคอของเขาเอาไว้ริมฝีปากแดงแนบชิดกับหน้าอกของเขา ลิ้นเล็กเลียไปมาบนร่างกายของเขาอย่างอิสระ
“ไป๋เจี๋ย ตื่นสิ ฉันคือพี่เขยของเธอนะ!” ซูฮ่าวตบหน้าเธอเพื่อพยายามปลุกเธอให้ตื่น
“ร้อน…ร้อนมาก…” ไป๋เจี๋ยไม่ได้มีอาการดีขึ้นเลยแต่เธอกลับกระสับกระส่ายมากยิ่งขึ้น มือทั้งสองข้างเริ่มสำรวจร่างกายของซูฮ่าว
ซูฮ่าวพยายามอย่างเต็มที่เพื่อคุมตัวไป๋เจี๋ยเอาไว้แล้วพูดขึ้นมาอย่างขมขื่นว่า “ไม่ต้องพูดแล้ว ฉันร้อนกว่าเธออีก”
“ฉัน…ฉันอยาก…”
“อย่าสร้างความวุ่นวาย ฉันคือพี่เขยของเธอ!”
“อ่า~”
“อ่า? แย่แล้ว อย่าถอด เฮ้ยๆ ๆ …”
หากเป็นซูฮ่าวเมื่อชาติที่แล้วเมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์แบบนี้ เขาจะต้องถือปืนแล้วบุกตะลุยเข้าไปแล้ว
แต่ว่าซูฮ่าวในตอนนี้ไม่มีความคิดแบบนั้นแม้แต่น้อยไป๋เจี๋ยเป็นลูกพี่ลูกน้องของไป๋เหวินหลิง แม้ว่าคนที่เขารักจะไม่ใช่ไป๋เหวินหลิงแต่ในตอนนี้เขาอาศัยอยู่กับไป๋เหวินหลิง และเป็นคู่หมั้นกันดังนั้นเขาจึงไม่สามารถมีความคิดแบบนี้กับลูกพี่ลูกน้องของเธอได้
“ต้องให้เธอได้สติขึ้นมาสักหน่อยก่อนแล้วกัน” ซูฮ่าวหัวเราะออกมาอย่างขื่นขมก่อนพยุงให้ไป๋เจี๋ยนั่งดีๆ
ทันใดนั้นเขาก็รวบรวมพลังปราณไว้ในตันเถียนและโคจรพลังวิญญาณภายในร่างกาย ยืดพลังเหล่านั้นให้เป็นเส้นตรงก่อนจะใช้นิ้วชี้แตะลงไปที่หน้าผาก แล้วถ่ายเทพลังวิญญาณเข้าสู่ร่างกายของไป๋เจี๋ย
พลังวิญญาณถ่ายเทเข้าไปในร่างกายของไป๋เจี๋ยอย่างต่อเนื่องเพื่อระงับฤทธิ์ยาหยินหยางเสพสังวาร เมื่อเห็นว่าใบหน้าของไป๋เจี๋ยแดงน้อยลงมือทั้งสองข้างลดความกระสับกระส่าย
“ไม่ไหว ยาหยินหยางเสพสังวารมีฤทธิ์รุนแรงมากเกินไปคาดว่าทั้งสามคนนั้นน่าจะให้ไป๋เจี๋ยกินไปไม่น้อยเลย” ตอนนี้เขาไม่ได้มีเข็มเงินไป๋หาวอยู่กับตัวจึงไม่สามารถถอนพิษเหล่านี้ออกไปได้ จะต้องทำให้เธอปลดปล่อยออกมาไม่อย่างนั้นใช้เวลาเพียงไม่นาน ไป๋เจี๋ยจะต้องระเบิดความร้อนออกมาแล้วตายอย่างกะทันหันซูฮ่าวเหงื่อแตกผลั่ก คิ้วขมวดขึ้นเป็นปม ในใจของเขาแอบกังวล
เพราะว่าฤทธิ์ยาถูกระงับเอาไว้ชั่วคราว ไป๋เจี๋ยจึงได้สติขึ้นมาในระยะเวลาสั้นๆเธอเบิกตากว้างแล้วมองไปรอบๆ ด้วยความมึนงงจากนั้นเธอก็เห็นว่าซูฮ่าวกำลังนั่งเหงื่อแตกอยู่
“ชะ…ช่วยด้วย!”
ในตอนนั้นใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว แล้วคิดว่าซูฮ่าวเป็นคนที่เข้ามาข่มขืนเธอ เธอจึงกรีดร้องเสียงดังด้วยความตกใจ
ในขณะเดียวกันเธอก็ดิ้นรนต่อสู้อย่างสุดกำลัง
ซูฮ่าวกำลังถ่ายเทพลังวิญญาณเมื่อเห็นว่าไป๋เจี๋ยกำลังดิ้นพล่าน เขาจึงหยุดการเคลื่อนไหวของเธอเขาใช้สันมือสับลงที่หลังคอไป๋เจี๋ยอย่างแรงจนอีกฝ่ายสลบลงไป
ในตอนนั้นเอง ฤทธิ์ยาหยินหยางเสพสังวารที่เขาระงับมันอย่างยากลำบากก็เริ่มโจมตีขึ้นมาอีกครั้งอีกทั้งมันยังรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิมด้วย
“ร้อน…ร้อน…”
ไป๋เจี๋ยนอนเหลวอยู่บนเตียงเหมือนโคลน แม้ว่าเธอจะสลบลงไปแล้วแต่ร่างกายของเธอนั้นก็ยังถูกพิษยาหยินหยางเสพสังวารควบคุมอยู่ เธอพูดเองเออเองร่างกายร้อนผ่าว
ซูฮ่าวรู้สึกปวดหัวขึ้นมาอย่างอดไม่ได้
หากเมื่อครู่นี้ไป๋เจี๋ยไม่ดิ้นรนขัดขืนตอนนี้เขาก็ยังจะสามารถระงับฤทธิ์ยาหยินหยางเสพสังวารได้อยู่แล้วหลีกเลี่ยงไม่ให้มันอาละวาดขึ้นมาได้อีก
แต่เมื่อถูกขัดจังหวะกลางทางยาหยินหยางเสพสังวารก็ถือโอกาสกลืนกินพลังวิญญาณที่ถูกถ่ายเทเข้ามาภายในร่างกายของไป๋เจี๋ยทั้งยังทวีคูณความรุนแรงมากยิ่งขึ้น
“นี่มันปีศาจน้อยกินคน!” ซูฮ่าวถอนหายใจออกมาแล้วอุ้มไป๋เจี๋ยขึ้น ก่อนวางเธอลงในอ่างอาบน้ำภายในห้องน้ำจากนั้นก็เปิดน้ำก๊อกลงไป
ทันใดนั้นกระแสน้ำเย็นก็ไหลท่วมร่างกายของไป๋เจี๋ยอย่างต่อเนื่องจนทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายอย่างหาได้ยาก
แต่ยังไม่ถึงหนึ่งนาทีน้ำที่อยู่ภายในอ่างอาบน้ำก็มีควันโขมงขึ้นไป๋เจี๋ยเริ่มส่งเสียงร้องครวญครางอีกครั้ง
เสียงนั้นต้องทำให้ผู้คนจินตนาการได้อย่างแน่นอน
ซูฮ่าวมีสีหน้ามืดครึ้มต่อไป
จากสถานการณ์ในปัจจุบันหากต้องการจะแก้ไขปัญหาของไป๋เจี๋ย การแก้ไขพิษหยินหยางเสพสังวารที่ดีที่สุดคือการผสานจิตวิญญาณ ใจเชื่อมสู่ใจ
แต่เขาไม่สามารถทำแบบนั้นได้ไม่เพียงแค่ไป๋เจี๋ยเป็นลูกพี่ลูกน้องของไป๋เหวินหลิงยิ่งไปกว่านั้นเป็นเพราะว่าคนที่กำลังรอเขานั้นอยู่ห่างออกไปไกลแสนไกล
“ทำยังไงดี?” ซูฮ่าวกุมขมับตัวเอง แล้วพยายามหาหนทางแก้ไขปัญหา
ทันใดนั้นเหมือนเขาจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วโทรไปหาเจิงจื่อโหยว ก่อนเล่าเรื่องราวทุกอย่างให้กับอีกฝ่ายฟัง
“จื่อโหยว นายรู้เรื่องนี้ดี นายต้องมีหนทางอย่างแน่นอน ใช่ไหม?”
“นี่นายกำลังจะชมฉันหรือด่าฉันเนี่ย?” เจิงจื่อโหยวที่อยู่ปลายสายกลอกตามองบนแล้วพูดอย่างตรงไปตรงมาว่า “สิ่งที่เรียกว่าเพศสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงโดยทั่วไปแล้วมันคือการใช้จุดแข็งเสริมจุดอ่อน เข้าไปแล้วก็ปลดปล่อยหากนายไม่ต้องการทำมัน นายก็ให้ผู้หญิงจัดการปลดปล่อยตัวเองสิ”
“ให้ตายเถอะ ฉันคิดไม่ถึงเลยนะเนี่ย นายนี่มันฉลาดจริงๆ !” เมื่อได้ยินดังนั้นซูฮ่าวก็ตบหัวตัวเอง จากนั้นก็วางสายไป ก่อนจะเข้าแอปพลิเคชันตีตีให้บริการ[1]
หลังจากเขาจ่ายเงินกับพนักงานหญิงเรียบร้อยแล้วซูฮ่าวก็กดโทรไปหาพนักงานคนนั้น
“พี่ครับ ตอนที่มารบกวนซื้อแตงกวามาด้วยนะครับ”
“คุณซู ไม่ทราบคุณเอาแตงกวามากินหรือว่าใช้คะ”
ซูฮ่าวเร่งอีกครั้ง “ใช้ครับ รบกวนเร็วหน่อยนะครับ”
“การใช้แตงกวาแบ่งเป็นสองประเภท คุณจะเอาแตงกวามาส์กหน้า หรือว่า…”
“ดึกดื่นขนาดนี้คุณคิดว่าฉันว่างจนเอาแตงกวามาส์กหน้าอย่างนั้นเหรอ?” ซูฮ่าวหน้ามืดดำแล้วพูดเสียงทุ้มต่ำว่า “แบบที่สองครับ เร็วหน่อยนะครับ มีคนต้องการความช่วยเหลือจากคุณด่วน!”
“คุณซู ไม่ต้องใจร้อนนะคะพนักงานของเราจะไปส่งให้คนภายในสิบห้านาทีถึงครึ่งชั่วโมง กรุณารอสักครู่นะคะ”
ซูฮ่าวสูดหายใจเข้าลึกๆแล้วพูดว่า “ให้ของถึงภายในสามนาที แล้วฉันจะให้เงินคุณหนึ่งหมื่น”
“คุณซู ฉันมาถึงหน้าประตูบ้านของคุณแล้วค่ะ คุณลงมาเปิดประตูได้เลยค่ะ”
ซูฮ่าว “...”
มีเงินปลุกผีโม่แป้ง[2]จริงๆ
เขารีบออกจากห้องแล้วลงไปเปิดประตูที่ด้านล่างทันที
ที่หน้าประตูมีผู้หญิงคนหนึ่งที่แต่งหน้าสมัยจักรวรรดินิยมยืนอยู่ เมื่อเห็นผู้หญิงคนนี้ ซูฮ่าวก็สามารถเข้าใจได้ในทันทีว่าทำไมแอ้ปเดอลิเวอรีถึงไว้ใจให้ผู้หญิงมาส่งของในตอนกลางคืน
เขาสามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่าผู้หญิงคนนี้แก้ผ้าวิ่งไล่ตามเขาในระยะสิบเมตร เมื่อเขาหันกลับไปมองเขาจะต้องเป็นฝ่ายวิ่งหนีไปทันที
“คุณซู นี่คือแตงกวาที่คุณต้องการค่ะ เดิมทีบริการนี้คิดเป็นนาทีคุณต้องการให้ฉันทำอะไรอีกหรือเปล่าคะ?” พนักงานคนนั้นถือแตงกวาในมือแล้วยิ้มออกมาอย่างมืออาชีพ
ท่ามกลางความมืดซูฮ่าวยังรู้สึกหวาดกลัวอยู่พักหนึ่ง
“ลูกพี่ลูกน้องของคู่หมั้นฉันถูกคนวางยาเสียสาวก็เลยต้องใช้แตงกวานี้ช่วยเธอปลดปล่อย”
พนักงานคนนั้นถามกลับด้วยความประหลาดใจ“ส่วนนั้นของคุณซูใช้การไม่ได้เหรอคะ?”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ!”
“ถ้าอย่างนั้นคุณซูจะช่วยเองก็ได้นี่นา!”
“เธอเป็นลูกพี่ลูกน้องของคู่หมั้นฉัน!” ซูฮ่าวหัวเราะออกมาอย่างขมขื่นแล้วโบกมือ “เลิกพูดไร้สาระ รีบตามฉันขึ้นมาหากเรื่องนี้จบฉันจะให้เงินคุณอีกหนึ่งหมื่น”
“คุณซู ฉันยอมบุกน้ำลุยไฟเพื่อคุณค่ะไม่ว่าอย่างไรฉันก็ไม่ยอมถอยเด็ดขาด” เมื่อได้ยินดังนั้นแววตาของพนักงานคนนั้นก็เปล่งประกาย ก่อนรีบขยับร่างกายอันใหญ่โต เดินติดตามมา
เมื่อเธอมาถึงที่ชั้นสามเธอก็เห็นหลงตงเฉียงและคนอื่นๆ ที่นอนกองอยู่ที่พื้น
“คุณซู นี่มัน…” พนักงานคนนั้นถอยหลังไปหนึ่งก้าวสีหน้าเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
ซูฮ่าวคนนี้คงไม่ใช่ฆาตกรใช่ไหม?
“คนเหล่านี้เป็นคนที่จับตัวลูกพี่ลูกน้องของคู่หมั้นฉันมาและพวกเขาก็เป็นคนวางยาเธอ” ซูฮ่าวหยิบแตงกวาในมือเธอขึ้นมา แล้วใช้มือแทนมีดปอกเปลือกที่อยู่ด้านบนออกให้เรียบ จากนั้นก็ส่งให้กับพนักงานหญิงคนนั้น “หลังจากนี้อย่าลืมปลอกแตงกวาล่ะ”
หลังจากพูดจบเขาก็รีบเข้าไปในห้องน้ำ
“ให้ตายเถอะ นี่มันสุดยอดจอมยุทธ์!” เมื่อเห็นแตงกวาอันนั้นพนักงานหญิงคนนั้นก็รู้สึกเลื่อมใสเป็นอย่างมาก
ตอนที่ซูฮ่าวเดินเข้าไปในห้องน้ำจิตใต้สำนึกของไป๋เจี๋ยก็เลือนรางแล้ว เธอควานหาแท่งไม้กระทุ้งไปทั่ว
“รีบร้อนขนาดนี้เชียวเหรอ?” หางตาของซูฮ่าวกระตุก จากนั้นก็รีบอุ้มเธอออกจากห้องน้ำแล้ววางลงบนเตียง
“คุณผู้หญิง รีบช่วยเธอเร็ว!”
“หา? ได้ค่ะ!” พนักงานหญิงคนนั้นเดินเข้ามา แล้วพบว่าไป๋เจี๋ยมีใบหน้าแดงก่ำแววตาเลื่อนลอย ปากก็ครวญครางออกมาเป็นบางครั้ง
จนถึงตอนนี้เธอถึงเพิ่งจะเชื่อในสิ่งที่ซูฮ่าวพูด
“คุณซู คุณออกไปก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวตรงนี้ฉันจัดการเอง”
“รบกวนคุณแล้ว” ซูฮ่าวพูดขอบคุณ จากนั้นก็ลากหลงตงเฉียงและคนอื่นๆ ออกจากห้องมาด้วย
เมื่อเขาปิดประตูลงเขาก็โยนหลงตงเฉียงไปที่ห้องโถง ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วโทรไปยัง…
………………
[1]มีเงินปลุกผีโม่แป้ง (有钱能使鬼推磨) เป็นสำนวนจีน หมายถึง มีเงินจะทำอะไรก็ได้ต่อให้จ้างผีขึ้นมาช่วยทำงานก็ได้
[2]แอปพลิเคชันตีตีให้บริการ (滴滴上门服务) เป็นแอปพลิเคชันของประเทศจีน คือการเรียกพนักงานมาที่บ้านมีทั้งแม่บ้าน ช่างซ่อม คนช่วยย้ายบ้าน และช่างแอร์