หยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์

    การชักชวนของหยุนจี๋

            ​การปะทะกันของหยางจื่อและหัวหน้าองของดินแดนเปลวเพลิงทำให้เกิดการระเบิดขนาดใหญ่กลุ่มคนที่อยู่ปราณนักบุญต่างก็ถูกแรงระเบิดจนต้องถอยไปข้างหลังด้วยความตื่นตระหนก

            "เป็นไปไม่ได้ ราชันสวรรค์ขั้นที่ 4 จะมีพลังเทียบเท่ากับข้าที่อยู่ปราณจักรพรรดิได้อย่างไร"หัวหน้านายกองกล่าวด้วยความตื่นตระหนก

            "ไม่น่าเชื่อว่าชายคนนั้นจะแข็งแกร่งขนาดนี้ รูปลักษณ์และความรู้สึกนี้เส้นลมปราณมังกรสวรรค์สินะ " หยุนจี๋กล่าวด้วยความตื่นเต้น

            ชายหนุ่มใบหน้าเย่อหยิ่งแสดงสีหน้าตกตะลึงเขาอดคิดไม่ได้ว่าถ้าหากหยางจื่อลงมือในก่อนหน้านั้นตนเองก็ตกตายไปอย่างไร้ทางขัดขืน

            "เป็นไปได้ไงเจ้านั่นแข็งแกร่งว่าพี่ของข้าเสียอีกมันจะต้องมีความลับอะไรอยู่แน่ " ชายใบหน้าเย่อหยิ่งคิด

            ในขณะที่หยางจื่อกำลังต่อสู้กับหัวหน้ากองหยุนจี๋ก็เริ่มทำการสังหารนักรบที่เหลือในทันทีด้วยพลังของนางได้ทำให้เกิดหนามน้ำแข็งจำนวนมากและพุ่งเข้าหานักรบของดินแดนเปลวเพลิงจนเกิดเสียงร้องโหยหวนอย่างต่อเนื่อง

            "จัดการพวกที่เหลือให้หมดอย่าให้มันหนีไปได้" หยุนจี๋กล่าวอย่างเย็นชา

            บนท้องฟ้าหยางจื่อและหัวหน้านักรบปะทะกันอย่างต่อเนื่องหยางจื่อใช้เจตจำนงแห่งดาบเข้าฟาดฟันใส่หัวหน้านักรบอย่างดุร้าย

            "เจ้าเด็กนี่อย่าได้ใจไปหน่อยเลย" หัวหน้านักรบกล่าว

            "หองเพลิงทะลวงหินผา" หัวหน้านักรบกล่าว

            หอกเพลิงที่ทรงพลังพุ่งเข้าหาหยางจื่อด้วยความเร็วหยางจื่อขมวดคิ้วแน่นและเก็งพลังปราณเพื่อตั้งรับ

            "แยกสวรรค์!!!!" หยางจื่อตะโกน

            "ตูม!!!!"

            ร่างของทั้งสองถอยไปข้างหลังด้วยแรงสะท้องของการปะทะกันหยางจื่อกระอักโลหิตออกมาด้วยความเจ็บปวดเห็นได้ชัดว่าหยางจื่อได้รับบาดเจ็บมากกว่าหัวหน้ากองทางด้านหัวหน้านักรบมีแค่เลือดใหลที่มุมปาก

            "หึ เห็นพลังของข้ารึยัง ได้เวลาตายของเจ้าเเล้ว"หัวหน้ากองกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            "หึ หึ ในที่สุด ในที่สุดข้าก็สามารถทลวงระดับได้เเล้ว"หยางจื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงยินดี

            "บูม!!!!"

            พลังปราณของหยางจื่อระเบิดขึ้นพลังของหยางจือเพิ่มขึ้นอย่างมากจนทำให้ใบหน้าของหัวหน้าก็ซีดลงในทันที

            "บัดซบ ทำไมมันถึงทะลวงระดับได้ตอนนี้ อย่าบอกนะว่ามันใช้เราเป็นแรงกระตุ้นไม่ได้การต้องรีบหนีเเล้ว" หัวหน้ากองกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก

            "คิดหนี มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก" หยางจื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา

            พลังปราณสีขาวพวยพุ่งออกมาจากร่างของหยางจื่อบนท้องฟ้าปรากฏเงาของดาบมังกรสวรรค์ขนาดใหญ่พลังมหาศาลของมันทำให้ใบหน้าของหัวหน้ากองเต็มไปด้วยความกลัวแม้แต่หยุนจี๋เองก็ยังสั่นสะท้าน

            "ดาบสวรรค์ลงทัณฑ์" หยางจื่อกล่าวอย่างแผ่วเบา

            เงาของดาบมังกรลงสวรรค์สับลงมายังหัวหน้ากองด้วยความเร็วหัวหน้ากงไม่สามารถหลบได้ทันและถูกทักษะใหม่ของหยางจื่อสังหารอย่างง่ายดายเสียงกรีดร้องโหวยหวนของหัวหน้ากองทำให้นักรบของดินแดนเปลวเพลิงที่เหลือหมดกำลังใจที่จะสู้และถูกกลุ่มของหยุนจี๋สังหารอย่างง่ายดาย

            หยางจื่อที่สังหารหัวหน้ากองเสร็จและเก็บแหวนมิติก่อนจะหันกลับเข้าไปในหมู่บ้านในทันทีหยางจื่อเข้าไปในห้องของตนและเริ่มปรับสภาพพลังลมปราณของตนให้เสถียรขึ้น

            พวกหยุนจี๋หลังจากที่สังหารนักรบของดินแดนเปลวเพลิงเสร็จก็ไม่ได้มุ่งหน้ากลับเมืองหลวงทันทีพวกนางกลับมาที่หมู่บ้านและรอหยางจื่อปรับพลังปราณ

            ผ่านไปหนึ่งวันหยางจื่อปรับพลังปราณจนเข้าที่หยางจื่อก็ออกมาจากห้องของตนเมื่อหยางจื่อเดินออกมาพวกหยุนจี๋ก็เข้ามาหาหยางจื่อในทันที

            "พวกเจ้าต้องการอะไรจากข้าอย่างงั้นรึ"หยางจื่อกล่าวถามเมื่อเห็นพวกหยุนจี๋เดินมาหาตน

            "ข้าอยากจะขอบคุณเจ้าที่ช่วยพวกเราจัดการกลุ่มนักรบดินแดนเปลวเพลิงโดยเฉพาะหัวหน้ากองหมาป่าอัคคีค่าหัวของเขาค่อนข้างแพงถ้าเจ้าสนใจเจ้าสามารถนำหัวของเขาไปแรกเงินรางวัลได้ที่วิหารเยือกแข็ง"หยุนจี๋กล่าว

            "ไม่ละ ข้าได้ของจากแหวนมิติของเข้าเเล้วพวกเจ้าเอาศพของเข้าไปแรกเงินรางวัลเองเถอะ"หยางจื่อกล่าว

            "'งั้นหรือในไม่กี่เดือนข้างหน้าจะมีการเปิดระสมัครศิษย์ของวิหารเยือกแข็งถ้าเจ้าสนใจข้าสามารถช่วยให้เจ้าเข้ามาเป็นศิษย์สายในได้ในทันที"หยุนจี๋กล่าว

            "แต่ข้าไม่ได้ฝึกฝนทักษะธาตุวารีนะ" หยางจื่อกล่าว

            ในตัวของหยางจื่อนั้นมีเปลวเพลิงเทวะอยู่และหยางจื่อยังมีทักษะธาตุไฟที่ทรงพลังอยู่อีกทำให้หยางจื่อไม่อยากฝึกฝนทักษะเกี่ยวกับพลังเหมันต์เพราะมันจะทำให้เกิดการต่อต้านกันกับเปลวเพลิงเทวะ

            "นั่นไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใดแม้คนวิหารเยือกเเข็งส่วนใหญ่จะฝึกฝนพลังเหมันต์แต่ก็มีส่วนหนึ่งที่มุ่งเน้นไปยังทักษะดาบ กระบี่ หอก แม้แต่ผู้ใช้เปลวเพลิงก็มี" หยุนจี๋กล่าว

            "หืม ผู้ใช้เปลวเพลิงอย่างงั้นรึพวกเจ้าเกลียดผู้คนจากดินแดนเปลวเพลิงแล้วทำไมถึงมีผู้คนฝึกทักษะเกี่ยวกับเปลวเพลิงอีกละ"หยางจื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงแปลกใจ

            "นั่นก็จริง แต่ผู้อาวุโสที่ใช้เปลวเพลิงในวิหารเยือกเเข็งนั้นมีเพียงผู้เดียวและยังเป็นพี่ชายของจักรพรรดินีเหมันต์ด้วย"หยุนจี๋กล่าว

            หยางจื่อแสดงความประหลาดใจออกมาไม่คิดว่าผู้ใช้ทักษะเปลวเพลิงในดินแดนเหมันจะเป็นพี่ชายของจักรพรรดินีเหมันต์ซะเอง

            "เจ้าคงจะสงสัยละสิ แน่นอนว่าผู้คนที่ได้ยินในตอนแรกต่างก็สงสัยแต่ว่ามันก็เป็นเรื่อง่ายๆเพราะร่างกายของผู้อาวุโสนั้นมีความแปลกประหลาดเพราะมีพลังหยางแข็งแกร่งเกิดไปจนทำให้ฝึกทักษะเหมันต์ไม่ได้แต่ในทางกลับกันท่านจักรพรรดินีเองก็มีพลังหยินแข็งแกร่งจนไม่สามารถฝึกฝนทักษะเกี่ยวกับเปลวเพลิงได้"หยุนจี๋กล่าว

            "ดูเหมือนการรวบรวมมข้อมูลให้ได้ไวๆจำเป็นต้องมีเส้นสายคงช่วยไม่ได้ต้องรองไปเป็นศิษย์ของวิหารเยือกเเข็งดู" หยางจื่อคิด

            "ตกลงข้าจะไปสมัครเป็นศิษย์ของวิหารเยือกแข็ง" หยางจื่อกล่าว

            "ดีเลยเจ้านั้นไปพักอยู่ที่ตระกูลหยุนของข้าก่อนเมื่อถึงเวลาเปิดรับสมัครศิษย์ใหม่ข้าจะแนะนำเจ้าให้เป็นกรณีพิเศษ"หยุนจี๋กล่าว

            "ไม่จำเป็น ข้าอยากใช้ความสามารถของข้าสอบเข้า" หยางจื่อกล่าว

            "ทำไมละ" หยุนจี๋กล่าวด้วยความงุนงง

            "ข้าไม่อยากถูกต่อว่าเอาเปรียบคนอื่นในการสอบโดยใช้เส้นสาย"หยางจื่อกล่าว

            หยุนจี๋เผยสีหน้าแปลกใจก่อนจะเผยรอยยิ้มที่งดงามออกมาสายตาที่นางมองไปที่หยางจื่อสาดประกายด้วยแสงแปลกๆ

            ------------------------------------------------------------------------------

     

    คล้ายกับเรื่องหยางจื่อราชันดาบพิชิตสวรรค์ ที่คุณอ่าน