[นิยายแปล] Logging 10000 Years into the Future - เทพไร้พ่าย ลุยเดี่ยวอนาคตหมื่นปี【จบ】

    เล่มที่ 5 บทที่ 137 ทดสอบค่าพลังชีวิต เข็มเจาะเลือดถึงกับหัก! (1)

            “หมายเลข 000561 ถึง 000565 เข้าห้องสอบได้...”

            หมายเลขของลู่เซิ่งก็เป็นหนึ่งในนั้น พอดีว่าอยู่เป็นลำดับสุดท้ายของกลุ่มห้าคน เขาจึงเดินตามคนข้างหน้าเข้าไปในห้องสอบ

            เด็กอ้วนที่ยืนต่อจากลู่เซิ่งถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

            การยืนต่อจากลู่เซิ่งแทบจะเป็นฝันร้าย

            เขาไม่กล้าเฉียดเข้าไปในรัศมีหนึ่งเมตรของลู่เซิ่งเลยสักนิด หากเข้าใกล้เมื่อไร ขาจะสั่นระริก เหงื่อเย็นไหลท่วมตัว

            ที่สำคัญคือคนข้างหลังยังดันเขาอยู่ตลอดเวลา ผลักเขาให้เดินไปข้างหน้า

            พูดตามตรง หากไม่ใช่เพราะการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ต้องเข้าแถวตามลำดับ เด็กอ้วนคงขอร้องให้คนข้างหลังรีบมาต่อแถวข้างหน้าเขาเพื่อเป็นเกราะกำบังไปแล้ว

            โชคดีที่ความทรมานจบลงเสียที

            แต่สภาพจิตใจในการสอบคงได้รับผลกระทบไปบ้างแล้ว ส่วนจะส่งผลต่อคะแนนสอบสุดท้ายหรือไม่ ก็คงต้องช่วยตัวเองแล้วละ

            ลู่เซิ่งเดินเข้าไปในห้องสอบ พบว่าเป็นห้องเล็กๆ ทำขึ้นชั่วคราวโดยใช้แผ่นพลาสติกสองชั้นประกบวัสดุพิเศษ

            เรื่องความแข็งแรงไม่ต้องพูดถึง สิ่งสำคัญคือใช้บังสายตาและเก็บเสียง ป้องกันไม่ให้ส่งผลกระทบต่อห้องสอบอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียง

            กรรมการคุมสอบสองคนในห้องสอบ เมื่อเห็นผู้เข้าสอบทั้งห้าคนเดินเข้ามา ก็หยิบรายชื่อขึ้นมาขานชื่อก่อน จากนั้นก็ตรวจสอบบัตรประชาชนและบัตรประจำตัวผู้เข้าสอบของลู่เซิ่งทั้งห้าคนทีละคน

            “หากใครกินอะไรที่ไม่ควรกินในช่วงสองวันนี้ เดินออกมาได้เลย เราจะถือว่าขาดสอบ ซึ่งไม่มีผลกระทบต่อการสอบเข้ามหาวิทยาลัยครั้งต่อไปของพวกนาย”

            กรรมการคุมสอบคนหนึ่งกวาดสายตามองผู้เข้าสอบทุกคนอย่างเย็นชา

            ไม่มีใครลุกขึ้น

            เขาก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่ประกาศเริ่มการสอบ

            “หวังจินหยาง!”

            กรรมการคุมสอบขานชื่อผู้เข้าสอบคนแรก

            “ขึ้นมาทดสอบค่าพลังชีวิต ผู้เข้าสอบคนต่อไปเตรียมตัว”

            ผู้เข้าสอบที่ถูกเรียกชื่อรีบเดินขึ้นไป ไปยังเครื่องทดสอบค่าพลังชีวิต

            “ยื่นนิ้วชี้ขวาออกมา”

            กรรมการคุมสอบกล่าว

            ผู้เข้าสอบที่ชื่อหวังจินหยางรีบยื่นนิ้วชี้ขวาออกมา

            เห็นได้ชัดว่ามือของเขาสั่นเล็กน้อย สีหน้าก็ซีดเผือดน่าตกใจ หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อ

            ดูเหมือนว่าสภาพจิตใจจะไม่ดีเอามากๆ

            “อย่าตื่นเต้น จริงๆ แล้วก็ไม่ต่างอะไรจากการทดสอบที่นายทำเป็นประจำ ทำใจให้สบายก็พอ”

            กรรมการคุมสอบปลอบใจสองสามคำ จากนั้นก็ฉีกซองเข็มเจาะเลือด แทงลงบนนิ้วชี้ขวาของหวังจินหยางเบาๆ เจาะเอาเลือดออกมาหนึ่งหยด ใส่ลงในเครื่องตรวจเลือด

            ผู้เข้าสอบคนอื่นๆ ในห้องสอบอดไม่ได้ที่จะรวมสายตาไปยังเครื่องทดสอบ

            เมื่อแสงสีฟ้าส่องสว่าง เสียงสัญญาณเตือนแหลมดังขึ้น

            ไฟสีแดงดวงหนึ่งบนเครื่องตรวจเลือดกะพริบอย่างรวดเร็ว จากนั้นบนหน้าจอก็ปรากฏข้อความขึ้นมาว่า ตรวจพบส่วนประกอบของยาที่ผิดกฎหมายในเลือด!

            ในชั่วพริบตา ผู้เข้าสอบที่ชื่อหวังจินหยางก็ร้องโวยวายขึ้นมาทันที

            “ผมไม่ได้กินยาต้องห้าม! ผมไม่ได้กินยาต้องห้าม! ผมแค่ดื่มซุปไก่ที่ลุงของผมต้มโดยใช้สูตรลับ เขาบอกว่ามันจะช่วยในการสอบ...”

            กรรมการคุมสอบสองคนในห้องจ้องมองผู้เข้าสอบคนนี้อย่างเย็นชา กรรมการคุมสอบที่รับผิดชอบในการทดสอบค่าพลังการต่อสู้จับตัวผู้เข้าสอบคนนั้นเดินออกไปอย่างเฉยเมย

            “เมื่อกี้ก็ได้เตือนนายไปแล้ว นายไม่ยอมออกมาเอง โทษใครไม่ได้

            ซื่อสัตย์หน่อย ไม่งั้นนายจะต้องเจอเรื่องร้ายแน่”

            ลู่เซิ่งและผู้เข้าสอบที่เหลือมองดูผู้เข้าสอบที่ชื่อหวังจินหยางถูกกรรมการคุมสอบลากออกจากห้องสอบไปด้วยสีหน้าสิ้นหวัง

            ถึงแม้ว่ากฎระเบียบเรื่อง “ห้ามโกง” จะถูกเน้นย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งที่โรงเรียนและตอนที่เดินเข้ามา

            แต่การได้เห็นใครบางคนละเมิดกฎเหล็กข้อนี้ด้วยตาตนเอง ก็ยังทำให้รู้สึกหดหู่ใจ

            ลู่เซิ่งเองก็รู้สึกสะท้อนใจ

            การประเมินนักสู้อย่างเป็นทางการ เขาเคยเจอมาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น คือตอนที่ประเมินนักสู้ที่สมาคมนักสู้เมืองไป๋เหอ

            ครั้งนั้นไม่มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันใดๆ เกิดขึ้น ทำให้ลู่เซิ่งแทบจะลืมเรื่องนี้ไปแล้ว

            เครื่องตรวจเลือดไม่ได้มีแค่หน้าที่ทดสอบค่าพลังชีวิตเท่านั้น แต่ยังสามารถตรวจหาส่วนประกอบต่างๆ ที่ซ่อนอยู่ในเลือดของคุณได้อีกด้วย

            เมื่อกี้ผู้เข้าสอบที่ชื่อหวังจินหยาง ไม่รู้ว่าดื่มยาต้องห้ามชนิดไหนที่ช่วยเพิ่มค่าพลังชีวิต ก็เลยถูกจับได้ว่าโกงและถูกไล่ออกไป

            เมื่อพบว่ามีการโกงในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย จะไม่สามารถเข้าร่วมการสอบครั้งที่สองได้อีกตลอดชีวิต และจะไม่มีมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ใดรับเข้าศึกษา

            คาดว่าหลังจากกลับไป เขาคงจะเกลียดลุงที่เอาซุปไก่มาให้เขากินจนวันตาย

            “รายงานผู้คุมสอบ!”

            ในเวลานี้ ผู้เข้าสอบคนหนึ่งยกมือขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก รายงานว่า “ผมเพิ่งกินยาบำรุงไปเมื่อเช้านี้ จะถูกตรวจพบและถูกตัดสินว่าโกงไหมครับ?”

            สีหน้าของกรรมการคุมสอบผ่อนคลายลง กล่าวว่า “ไม่เป็นไร ตราบใดที่นายไม่ได้กินยาที่อยู่ในรายการยาต้องห้าม เครื่องจะไม่ตรวจพบ และจะไม่ถูกตัดสินว่าโกง

            เพราะก่อนหน้านี้พวกนายก็เคยกินยาบำรุงกันบ้างแล้ว ไม่มากก็น้อยก็ต้องมีตกค้างอยู่ในร่างกายบ้าง จะกินเมื่อไรก็ไม่เป็นไร”

            ผู้เข้าสอบอีกสามคนที่เหลือที่ไม่ใช่ลู่เซิ่งก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

            ลองคิดดูดีๆ ยาบำรุงที่วางขายในท้องตลาดนั้น ได้รับการรับรองจากทางการว่าเป็นหนึ่งในวิธีการช่วยเสริมสร้างการฝึกฝนศิลปะการต่อสู้

            แม้ว่าคุณจะกินก่อนเข้าห้องสอบก็ตาม ตราบใดที่ร่างกายของคุณดูดซึมได้เร็วพอ ค่าพลังชีวิตที่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยนั้นก็นับว่าเป็นความสามารถของคุณ และถูกรวมเข้ากับคะแนนด้วย

            “เอาละ พวกนายอย่าเสียสมาธิ มาทำการทดสอบต่อได้แล้ว คนต่อไป ฟางผิง”

            ผู้เข้าสอบคนต่อไปเดินขึ้นไป

            ทีละคน ทีละคน ผู้เข้าสอบทั้งสามคนทยอยทำการวัดจนเสร็จสิ้น

            ในระหว่างนั้น กรรมการคุมสอบที่ลากคนออกไปก็กลับมาแล้ว

            สีหน้าไม่แสดงความยินดีหรือโกรธเคือง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

            ผลการวัดค่าพลังชีวิตของผู้เข้าสอบสามคนที่อยู่ข้างหน้าลู่เซิ่งนั้นธรรมดา ค่าพลังชีวิตของทั้งสามคนมีเพียงคนเดียวที่เกิน 0.85 ซึ่งเป็นเกณฑ์ขั้นต่ำสำหรับระดับปริญญาตรี ส่วนคนอื่นๆ นั้นต่ำกว่าเล็กน้อย

            แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีโอกาสเลย หากพวกเขาสามารถแสดงความโดดเด่นในการทดสอบค่าพลังการต่อสู้ที่กำลังจะมาถึง บางทีก็อาจจะมีโอกาสคว้าคะแนนถึงเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยศิลปะการต่อสู้ระดับปริญญาตรีได้

            นอกจากนี้ ยังมีคะแนนจากวิชาการอื่นๆ มาเสริมอีกด้วย

            ในที่สุดก็ถึงตาของลู่เซิ่ง

            ในห้องสอบ กรรมการคุมสอบสองคนและผู้เข้าสอบอีกสามคน รวมทั้งหมดห้าคู่สายตาจ้องมองมาที่ลู่เซิ่ง

            พูดให้ถูกก็คือ กรรมการคุมสอบทั้งสองคนสังเกตเห็นลู่เซิ่งตั้งแต่เขาเดินเข้ามาแล้ว

            ไม่ว่าจะเป็นรูปร่างหน้าตาหรือรัศมีของเขา ทำให้ลู่เซิ่งโดดเด่นและสะดุดตาในหมู่ผู้เข้าสอบเหมือนคบเพลิงที่ลุกโชนในความมืด

            มันยากที่จะไม่สังเกตเขา

            การสอบศิลปะการต่อสู้ไม่เหมือนกับการสอบวิชาการ หลายครั้งที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าใครมีฝีมือจริง

            “พร้อมไหม?”

            กรรมการคุมสอบที่รับผิดชอบในการวัดค่าพลังชีวิตถามลู่เซิ่งเป็นพิเศษ

            หัวใจสองดวงในอกของลู่เซิ่งเต้นระรัว

            ในชั่วพริบตา พลังอำนาจที่มองไม่เห็นแผ่กระจายออกมาจากตัวเขาอย่างรุนแรง

            สีหน้าของกรรมการคุมสอบทั้งสองเปลี่ยนไปในทันที กรรมการคุมสอบที่อยู่ใกล้ลู่เซิ่งมากที่สุดถึงกับต้องถอยหลังไปสองสามก้าว

            ส่วนผู้เข้าสอบทั้งสามคนที่อยู่ข้างสนาม ก็อดไม่ได้ที่จะถอยไปจนชิดผนัง

            ทุกคนมองลู่เซิ่งด้วยสายตาที่หวาดกลัว

            ถ้าลู่เซิ่งก่อนหน้านี้เป็นเหมือนเสือร้ายที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัว

            ตอนนี้ก็เหมือนกับเสือร้ายตัวนั้นกำลังคำราม ปลดปล่อยอานุภาพแห่งราชาอย่างเต็มที่

            “พร้อมแล้วครับ”

            ลู่เซิ่งกล่าวอย่างใจเย็น

            ในเมื่อเป็นการสอบเข้ามหาวิทยาลัย โอกาสที่มีเพียงครั้งเดียวในชีวิต เขาก็ต้องทุ่มสุดตัวอย่างแน่นอน

            “ดี...ดี”

            กรรมการคุมสอบที่ทดสอบค่าพลังชีวิตฝืนทนต่อแรงกดดันที่แผ่ออกมาจากตัวลู่เซิ่งเป็นระลอกๆ เหมือนคลื่นทะเล เดินไปข้างหน้าเขา หยิบเข็มเจาะเลือดออกมา

            เมื่อกำลังจะเปิดซอง กลับได้ยินลู่เซิ่งพูดขึ้นมา

            “เปลี่ยนอันใหม่เถอะครับ เข็มแบบนี้คงเจาะผิวผมไม่เข้าหรอก”

            มือของกรรมการคุมสอบหยุดชะงัก เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ

            ลู่เซิ่งกล่าวอย่างใจเย็น “ผมฝึกร่างกายจนสำเร็จแล้ว”

            กรรมการคุมสอบทั้งสองมองหน้ากันด้วยความประหลาดใจ

            แม้ว่าจะเคยคาดเดาไว้ในใจแล้ว แต่เมื่อได้ยินลู่เซิ่งพูดออกมาจากปาก ก็ยังคงรู้สึกตกตะลึงอย่างบอกไม่ถูก

            ส่วนผู้เข้าสอบอีกสามคนที่เหลือนั้นแสดงสีหน้าอย่างงุนงง

            ด้วยระดับค่าพลังชีวิตของพวกเขา ยังไม่เคยสัมผัสกับการหลอมกระดูกและเส้นเอ็น พวกเขาไม่เข้าใจว่าการฝึกร่างกายจนสำเร็จนั้นหมายความว่าอย่างไร

            “ดี”

            กรรมการคุมสอบทดสอบค่าพลังชีวิตพยักหน้าอย่างหนักแน่น จากนั้นก็หยิบเข็มเจาะเลือดที่ดูดีกว่าเดิมออกมาจากลิ้นชัก

            “เข็มเจาะเลือดแบบนี้ โดยทั่วไปแล้วต่ำกว่าระดับห้าก็สามารถทดสอบได้”

            คำพูดของเขาเหมือนจงใจพูดกับลู่เซิ่ง

            ลู่เซิ่งยื่นมือขวาออกมา พยักหน้าและกล่าวว่า “ลองดูสิครับ”

            หนังตาของกรรมการคุมสอบกระตุกเล็กน้อย ไม่ได้พูดอะไร

            เขาได้ยินถึงความไม่แน่ใจเล็กน้อยจากน้ำเสียงของลู่เซิ่ง

            ถึงแม้ว่าการฝึกร่างกายจนสำเร็จในวัยนี้จะถือว่ายอดเยี่ยมมาก แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะก้าวเข้าสู่ระดับห้า

            คำว่าลองดูสิ มันหมายความว่ายังไง

            กรรมการคุมสอบบ่นพึมพำในใจ ฉีกซองเข็มเจาะเลือดออก จากนั้นก็เจาะเลือดให้ลู่เซิ่ง

            ครั้งแรก เข็มเจาะเลือดกดลงบนปลายนิ้วของลู่เซิ่งจนเป็นรอยบุ๋ม แต่ไม่สามารถแทงเข้าไปได้

            กรรมการคุมสอบไม่ได้ใส่ใจ เพิ่มแรงกดลงไปเล็กน้อย

            ครั้งที่สอง เข็มเจาะเลือดจมลงไปในผิวของลู่เซิ่งอย่างลึก

            ไม่เห็นหยดเลือด

            ยังแทงไม่เข้าอีกเหรอ?!

            กรรมการคุมสอบรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย อดไม่ได้ที่จะเหลือบมองกรรมการคุมสอบอีกคน

            เมื่อหันกลับมา สีหน้าของเขาก็แสดงความเด็ดเดี่ยวออกมา เขาแทงลงไปอย่างแรง

            “เปราะ”

            เสียงเปราะดังขึ้นเบาๆ

            เข็มเจาะเลือดระดับสูงที่อ้างว่าสามารถเจาะเลือดได้ต่ำกว่าระดับห้า เข็มหัก!

            ปลายนิ้วชี้ของลู่เซิ่งที่ถูกแทงค่อยๆ กลับคืนสู่สภาพเดิม

            ไร้รอยขีดข่วน

            กรรมการคุมสอบทั้งสองคนต่างตกตะลึง

            จ้องมองเข็มเจาะเลือดที่เหลืออยู่ในมืออย่างเหม่อลอย พูดไม่ออกแม้แต่คำเดียว

            ผู้เข้าสอบทั้งสามคนที่ยืนดูอยู่ด้วยความตกตะลึง ก็ตกใจจนพูดไม่ออก ในสมองต่างก็มีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาพร้อมๆ กัน

            นี่คือเข็มเจาะเลือดระดับสูง? ทำไมมันดูเปราะบางกว่าเข็มเจาะเลือดทั่วไปอีก อุปกรณ์ทดสอบที่ใช้ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัยคุณภาพแย่ขนาดนี้เลยเหรอ?

            “นาย...อยู่ระดับไหนกันแน่?”

            ในที่สุด กรรมการคุมสอบที่รับผิดชอบในการทดสอบค่าพลังชีวิตก็เอ่ยปากออกมา มองลู่เซิ่งด้วยสีหน้าอัดอั้น

            ลู่เซิ่งส่ายหน้า ตอบว่า “คุณลองเปลี่ยนเข็มที่มันดีกว่านี้ดูสิ ค่อยๆ ถู ค่อยๆ เจาะเข้าไป ลองดูครับ

            ผิวหนังของผมมันแข็งกว่าคนทั่วไป”

            กรรมการคุมสอบทั้งสองฟังแล้วรู้สึกงงงวย

            อะไรคือ...

            ค่อยๆ ถู ค่อยๆ เจาะ?

            พวกเขาทำหน้าที่เป็นกรรมการคุมสอบมาไม่รู้กี่รุ่นแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เจอผู้เข้าสอบที่แม้แต่เข็มเจาะเลือดระดับสูงก็ยังเจาะเลือดออกมาไม่ได้

            นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย!

    คล้ายกับเรื่อง[นิยายแปล] Logging 10000 Years into the Future - เทพไร้พ่าย ลุยเดี่ยวอนาคตหมื่นปี【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    นิยาย แฟนตาซี
    571K 2468
    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    มหาพิภพ เทพมังกรสยบราชัน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.40M 2022
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199