ผมใช้ดาบเล่มสีดำฟาดฟันการโจมตีปกติธรรมดาออกไป พลังงานสีดำที่แพร่กระจายออกมามันไม่เหมือนเดิมเพราะมันจะอยู่ในรูปแบบห่อหุ้มตัวดาบและกระจายออกมาเมื่อรับมือกับศัตรูที่มากกว่าหนึ่งคน ผมสามารถรับรู้ได้เลยว่าพลังงานสีดำพวกนี้มันแข็งแกร่งขึ้นกว่าตอนก่อนหน้านี้มาก
ดอว์สันและแมทริคละเลยที่จะสนใจการโจมตีของผมที่มาถึงก็เลยสร้างเกราะป้องกันไปส่งๆ ทำให้ดาบเล่มสีดำที่ฟาดฟันเข้ามาโดนเข้าที่ดอว์สันและแมทริคแบบเน้นๆทำให้ทั้งสองกระเด็นออกไปราวยี่สิบเมตร
“นี่มันบ้าอะไรกัน?”
ทั้งสองร้องออกมาอย่างตกใจพร้อมกัน เกราะป้องกันที่แม้แต่แรงค์ S ยังไม่สามารถโจมตีด้วยไพ่ตายแล้วพังทลายเกราะลงได้แต่กับเจ้านี่กลับใช้แค่การโจมตีปกติธรรมดาเท่านั้นเอง ไม่พอยังส่งพวกเขากระเด็นออกมาได้อีก
ผมใช้การโจมตีต่อไปในทันทีโดยไม่ให้ทั้งสองได้มีเวลาพักหายใจ
คลื่นทำลาย
การไหลเวียนพลังงานสีดำของทักษะคลื่นทำลายเองก็แตกต่างไปด้วย มวลความมืดมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาในรูปแบบการหมุนวนจากนั้นก็บีบอัดให้อยู่ในรูปของรัศมีพลังงานที่ห่อหุ้มไปทั่วทั้งตัวของผมแต่จะเด่นที่ตัวดาบที่ผมใช้อยู่
ดาบเล่มสีดำที่เต็มไปด้วยพลังงานความมืดก็ฟาดฟันเข้าใส่ดอว์สันและแมทริค แต่ทั้งสองคือยอดฝีมือเทียบเท่าแรงค์ SS นับประสาอะไรจะใช้การป้องกันไม่ทันพวกเขาลดการประมาทลงไปก่อนจะยกโล่ขึ้นมาป้องกันพลังทำลายอันรุนแรงที่เข้ามา
การโจมตีที่รุนแรงของพลังแห่งความมืดกดดันจนพวกเขาทั้งสองถอยออกไปไกลหลายก้าวแต่ครั้งนี้ไม่สามารถทำลายโล่ลงได้ ก่อนที่ตัวของผมเองก็ถอยกลับไปเช่นกัน ผมคิดเอาไว้แล้วว่าระดับแรงค์ SS ต้องไม่ใช่อะไรที่รับมือได้ไม่กี่ครั้งแล้วตายเหมือนพวกก่อนๆเพราะพวกนั้นมันก็แค่พวกหางแถว
แต่เจ้าพวกนี้มันเป็นถึงสุดยอดผู้ที่มีความสามารถของกลุ่มพวกมันทั้งนั้น
ดอว์สันมองมาที่ผมแล้วพูดออกมาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“วันนี้ทำเอาฉันได้เปิดหูเปิดตาจริงๆนะที่มีคนที่มีความสามารถมากขนาดนี้ทั้งที่รัศมีพลังที่แผ่ออกมาแค่แรงค์ B แท้ๆ”
แมทริคเองก็ไม่ต่างกันมากนักเขาก็ตกใจไม่น้อยเลย ทำไมอิซาเบลล่าต้องไปได้คนที่มีความสามารถมากขนาดนี้เข้ากลุ่มด้วยนะทั่งที่มันน่าจะเป็นกลุ่มของเขามากกว่า ถ้าหากเป็นชายที่ยืนอยู่ตรงนี้ไปเข้ากลุ่มของเขาแล้วละก็ชายคนนี้ต้องประสบความสำเร็จและแข็งแกร่งขึ้นจนอาจสามารถเข้าชิงตำแหน่งผู้นำของกลุ่มอำนาจก็ได้
“แต่ว่านะ มันก็ได้แค่นี้แหละ อย่ามาทำให้ฉันเสียเวลาดีกว่านะถอยออกไปนี่มันไม่ใช่เวทีของแก เจ้ามดปลวก”
ด้วยความร้อนใจของแมทริคที่ต้องการจบเรื่องเร็วๆทำให้พูดออกมาแบบนั้น
แต่ว่าที่ผมโจมตีออกไป ผมก็ยังไม่ได้ลองกระตุ้นผลเลเวล 4 ของดาบมายาแห่งความมืดเลยว่ามันจะเป็นยังไง แต่ว่าก่อนหน้านั้นก็ต้องใช้ทักษะตรวจสอบแล้วใช้ผลเลเวล 4 ซะก่อน
ตรวจสอบ
ดอว์สัน ติอาโก้ เลเวล 546 พลังชีวิต 462315/462315 จุดอ่อน อ่อนแอต่อพลังแห่งความมืด อ่อนแอต่อการถูกลอบโจมตี อ่อนแอต่ออาวุธประเภทมีดสั้น
แพทริค ไวโอเล็ท เลเวล 531 พลังชีวิต 485613/485613 จุดอ่อน อ่อนแอต่อพลังแห่งความมืด อ่อนแอต่อพลังแห่งสายลม อ่อนแอต่อทักษะระยะไกล
ผมเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมาก่อนหัวเราะเสียงดัง
“ครั้งนี้รับมันให้ได้ก็แล้วกันนะ”
คลื่นทำลาย
ผมพุ่งเข้าไปอีกครั้งแล้วใช้ดาบเล่มสีดำฟาดฟันทักษะคลื่นทำลายออกไปและครั้งนี้ผมได้กระตุ้นผลเลเวล 4 ให้ทำงานในทันที พวกเขาทั้งสองก็ทำแบบเดิมอีกครั้งใช้โล่ที่แสนมั่นใจรับการโจมตีที่เข้ามาของผมเอาไว้
แต่ในครั้งนี้มันต่างออกไป ดอว์สันและแพทริค ถึงกับขมวดคิ้วเพราะคราวนี้มันไม่ได้เบาๆแบบครั้งที่แล้ว พลังที่พวกเขาทั้งสองเห็นอยู่ในตอนนี้มันคือพลังงานสีดำที่มีมากกว่าครั้งก่อนจนเปลี่ยนบริเวณโดยรอบกลายเป็นมืดสลัวจนแทบจะมองไม่เห็นอะไร
พลังงานสีดำมหาศาลพุ่งเข้าใส่โล่ป้องกันของดอว์สันและแพทริคอย่างรุนแรงในจังหวะแรกพวกเขาโล่งใจและคิดว่าการโจมตีนี้คงหมดไปแล้วแต่ว่าไม่ใช่เพราะว่ามันยิ่งรุนแรงมากขึ้นในจังหวะที่สองโล่ของพวกเขาทั้งสองเริ่มเกิดรอยแตกร้าวขึ้นมาก่อนที่จะค่อยๆแพร่กระจายออกไปโดยรอบจนกระทั่งโล่แตกสลายออกไปพร้อมกับพลังงานสีดำที่พุ่งทะลุเข้ามาที่ร่างของพวกเขาเต็มแรง
ดอว์สันเรียกใช้การป้องกันสุดยอดออกมาเพื่อป้องกันพลังงานสีดำเหล่านั้นไม่อย่างนั้นเขาอาจถูกมันกลืนกินอย่างแน่นอน
“นี่มันแย่แล้ว สวมเกราะ!”
ทางด้านของแมทริคเองก็ใช้การป้องกันสุดยอดของเขาเช่นกัน
“บ้าจริง สวมเกราะ!”
ร่างของดอว์สันก็ปรากฏเกราะขึ้นมามันค่อยๆประกอบกันกลายเป็นเกราะสีแดงที่มีเอกลักษณ์ในทันที ร่างของแมทริคเองก็ปรากฎเกราะออกมาแต่ว่าของเขาเป็นเกราะสีเงิน
พลังงานแห่งความมืดพุ่งเข้าใส่เกราะของพวกเขาเต็มแรงก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะกระเด็นออกไปร่วมสิบเมตร ยังดีที่ความสามารถนี้เป็นการป้องกันสุดยอดของแรงค์ SS ทุกคนต้องมีและชายที่อยู่ตรงหน้าที่มีรัศมีพลังแค่แรงค์ B กลับสามารถทำให้พวกเขาทั้งสองเรียกเกราะออกมาได้แบบนี้มันยิ่งทำให้พวกเขาตกใจมากกว่าเดิม
“สงสัยฉันคงจะทำเป็นเล่นไม่ได้แล้วสินะ”
ดอว์สันพูดเสร็จก็หายตัวไปแล้วก็โผล่มาที่ข้างตัวของผมก่อนจะชกเข้าที่หน้าของผมเต็มๆจนลอยลิ่วออกไปไกล จากนั้นเขาก็มาโผล่ที่ตัวของผมเช่นเดิมใช้การโจมตีโดยเอามือสองข้างประสานเข้าหากันแล้วทุบลงบนตัวของผมจนพุ่งลงไปกระแทกพื้นอย่างรุนแรงจนกลายเป็นหลุมขนาดใหญ่
พลังชีวิต 61035/75000
นี่มันแรงเอาเรื่องเลยนะ ต้องเป็นเพราะชุดนั่นแน่ๆมันต้องมีความสามารถในการเพิ่มพลังทุกอย่างขึ้นแน่นอน
ดอว์สันกอดอกมองดูผมที่กำลังพยุงร่างกายขึ้นมาอย่างช้าๆ
“นี่แก ได้รับความเสียหายไปแค่นั้นเองเหรอ ฮ่า ฮ่า แกนี่มันสัตว์ประหลาดชัดๆแบบนี้สิถึงจะสนุก”
ดอว์สันพุ่งเข้ามาหาผมอีกครั้งใช้หมัดของเขาซัดเข้าใส่ตัวของผมอีกไม่ยั้งผมเองก็ไม่สามารถตอบโต้กลับไปได้เช่นกันมีเพียงแค่อาศัยทักษะติดตัวรับความเสียหายเอาไว้และความสามารถติดตัว ถึงแม้ว่าผลของความสามารถติดตัวที่สวนการโจมตีกลับไปได้แต่มันก็โจมตีไปไม่โดนดอว์สันอยู่ดี
ผมกับดอว์สันไล่กดดันกันและกันไปเรื่อยๆพร้อมกับการโจมตีที่รุนแรงออกมาเป็นระยะๆถึงแม้ว่าผมจะเสียเปรียบไปเล็กน้อยก็ตามแต่ก็ไม่นับว่าเสียมากมายอะไรผมอาจไม่สามารถชกหมัดสวนกลับไปโดนได้แต่ถ้าออกทักษะละก็มันจะเข้าทางผมในทันทีการต่อสู้ของผมกับดอว์สันเป็นที่สนใจของคนมากมายเพราะเป็นการต่อสู้ของระดับสูงที่หาดูได้ยาก
“แกไม่ใช่ย่อยนิ แบบนี้ค่อยสมกับเป็นคนที่ฉันอยากต่อสู้ด้วยแล้ว”
“ฮ่า ฮ่า นั่นสินะแกเองก็เป็นคนที่ฉันเจอคนแรกของโลกใบนี้ที่แข็งแกร่งที่สุดแล้ว”
ผมไม่ได้มีความรู้สึกแบบนี้มานานขนาดไหนแล้วนะการต่อสู้ที่บ้าระห่ำและรุนแรงแบบนี้ ผมกับดอว์สันไม่อยากให้เสียจังหวะก็พุ่งเข้าซัดกันอีกรอบทันทีและไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้มีโอกาสหายใจสะดวกๆ
ส่วนทางด้านแมทริคละความสนใจต่อผมแล้วหันไปมองยังลูเชียโน่จากนั้นก็พุ่งเข้าไปหาเขาในทันที แมทริคดึงดาบใหญ่ออกมาแล้วฟาดฟันการโจมตีที่มีอำนาจแห่งดาบเข้ากดดันใส่ลูเชียโน่ไปด้วย แต่ว่าก็ถูกอิซาเบลล่าเข้ามาสกัดเอาไว้ได้ทัน
“อยากโดนฉันฆ่าตายมากรึยังไง เธอมันก็แค่โสเภณี อย่างมาขวาง”
แมทริคใช้การโจมตีต่อไปของดาบใหญ่เข้าฟาดฟันอีกครั้งพลังทำลายที่มหาศาลแน่นอนว่ามันก็กดดันจนกระทั่งอิซาเบลล่าถอยหลังไปห้าก้าว
“อย่าได้ใจมากนักนะ เจ้าคนไร้ประโยชน์ คิดว่าตระกูลต้องการแกอย่างนั้นเหรอไม่มีทาง พวกมันก็แค่อยากใช้แกในฐานะเบี้ยก็เท่านั้นอย่าได้ลำพองตัวมากเกินไป”
“ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีไปหรอกเธอเองก็ไม่ได้เป็นมากไปกว่าโสเภณีนั่นแหละ”
แมทริคไม่คิดจะพูดคุยอะไรอีกก่อนที่เขาจะขึ้นเหยียบอากาศพุ่งหายไปโผล่ด้านหลังของลูเชียโน่ก่อนจะฟาดฟันการโจมตีที่รุนแรงที่สุดเข้าใส่ เขาคิดจะให้ลูเชียโน่ได้ตายไปต่อหน้าต่อตาของอิซาเบลล่าเอาให้เธออกแตกตายไปตรงนี้เลย พลังงานสีแดงมากมายที่พวยพุ่งออกมาจากดาบใหญ่เข้าโจมตีใส่ลูเชียโน่ในทันที แต่ว่ายังไม่ทันที่พลังทำลายที่รุนแรงจะถึงตัวก่อนจะมีมือของหญิงสาวเข้ามารับการโจมตีเอาไว้ด้วยมือเปล่า
ทำให้แมทริคต้องถอยกลับไปตั้งหลักใหม่อีกครั้ง ก่อนที่เขาจะหรี่ตาลงแล้วก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“จักรพรรดินีผู้เลอโฉมถึงกับช่วยเจ้ามดปลวกนั่นเอาไว้ท่านคงไม่คิดจะเป็นศัตรูกับพวกเรากลุ่มอำนาจหรอกนะ”
ชาร์ลอตไม่ได้แปลกใจไปกับการที่แมทริครู้ว่าเธอคือจักรพรรดินีแห่งเอสโทเนีย เธอปลดชุดคลุมของตนเองออกไปก่อนที่จะดึงดาบเล่มสีขาวออกมา
“แล้วทำไมฉันจะช่วยเหลือพวกพ้องของตนเองไม่ได้ละจริงไหม เจ้าคงไม่คิดอยากลิ้มลองความเสียหายของดาบเล่มนี้หรอกนะ”
“ฮ่า ฮ่า ฉันก็อยากทำแบบนั้นแต่ว่าอย่าลืมไปว่าท่านมีคู่ต่อสู้ของตนเองแล้ว”
สิ้นคำพูดของแมทริคชายคนหนึ่งพร้อมกับกองทัพที่มีกำลังพลมากกว่าห้าร้อยคนก็เดินเข้า
“ข้าว่าแล้วว่าเจ้าต้องมา เอเวอร์เร็ตต์ ไซรัส แอคเซล”
“เรียกข้าห่างเหินแบบนั้นเรื่องที่เจ้าคบชู้สู่ชายก็คงเป็นเรื่องจริงสินะ ชาร์ลอตต์”
“ฮ่า ฮ่า เจ้ามีสิทธ์พูดด้วยเหรอว่าข้าคบชู้สู่ชาย แล้วเรื่องที่เจ้ารักเพศเดียวกัน มันไม่ใช่ต้องเรียกว่าจิตวิปริตหรอกเหรอ”
“เจ้า!”
“ทำไมรับไม่ได้เหรอ ฮ่า ฮ่า ก็นั่นสินะจักรพรรดิที่นับว่ามีความสามารถแค่ด้านการสงครามแบบเจ้าแล้วมันก็เป็นแค่คนไร้ประโยชน์เท่านั้น ก็ดีเหมือนกันที่เจ้ามาเพราะข้าเองก็จะกลับไปทำแบบนี้ในจักรวรรดิเหมือนกัน”
ชาร์ลอตต์นำแหวนแต่งงานของเธอกับเอเวอร์เร็ตต์ออกมา ตามจริงแล้วเธอถอดมันออกไปตั้งแต่ที่เธอมีความรู้รักให้กับผมแล้ว เธอใช้พลังแห่งสายลมบีบอัดแหวนวงนั้นจนสลายกลายเป็นผุยผงไปต่อหน้าทุกๆคน
“โชคดีกับบัลลังก์ของเจ้าต่อจากนี้นะเอเวอร์เร็ตต์ อ้อ แล้วก็ข้าได้เตรียมของขวัญเอาไว้ก่อนออกมาจากพระราชวังเอาไว้แล้วอย่าลืมไปเปิดดูนะแต่ข้าก็ไม่รู้อีกว่าการไปเปิดดูมันเจ้าจะยังมีฐานะเป็นจักรพรรดิอีกต่อไปรึเปล่า”
“ชาร์ลอตต์เจ้าถึงกับกล้าทำแบบนี้วันนี้ถ้าไม่ได้ฆ่าเจ้าข้าก็คงไม่มีความสุขอีกต่อไป ทหารฆ่าพวกมันทั้งหมดไม่ต้องไปสนว่าจะเป็นใคร”
เอเวอร์เร็ตต์ในตอนนี้สติแตกเรียบร้อยแล้วเขาพุ่งเข้าไปหาชาร์ลอตต์จากนั้นก็ดึงดาบออกมาจากอากาศธาตุมาฟาดฟันใส่เธอในทันที แต่เธอก็โต้กลับด้วยคลื่นพลังของเธอเองรับการโจมตีมา แล้วก็โจมตีกลับทั้งยังกระตุ้นการโจมตีสวนกลับเป็นทักษะของเธอจากนั้นเธอก็ใช้ดาบเล่มสีขาวในมือฟาดฟันกับเอเวอร์เร็ตต์โดยที่ไม่มีใครเก็บออมแรงเอาไว้อีก
แมทริคยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจทีนี้ก็จะมีแค่อิซาเบลล่าที่ต้องกำจัดออกไปก่อนแล้วฆ่าคนรักของเธอย่างทรมานต่อหน้าเธอให้ชัดๆแค่คิดได้แบบนี้เขาก็รู้สึกอยากทำมันเต็มทีแล้ว มันจะเป็นความรู้สึกยังไงนะ บางทีอาจเป็นความรู้สึกที่มีความสุขที่สุดที่ได้เห็นอิซาเบลล่าหมอบลงแทบเท้าก็ได้
“อิซาเบลล่าฉันอยากเห็นใบหน้าของเธอที่คนรักถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตาจนแย่อยู่แล้ว”
“ไม่มีวันนั้นหรอกนะถ้าคิดจะทำอะไรเขาก็ข้ามศพฉันไปก่อน”
“ฮ่า ฮ่า เธอคิดตื้นไปแล้ว ฉันบอกเมื่อไหร่ว่าจะไปจับตัวมันมาเอง”
อิซาเบลล่าหันไปมองทางที่ลูเชียโน่อยู่ในตอนนี้ลูเชียโน่กำลังรับมือกับแรงค์ s กว่าสิบคนพร้อมกันและดูเหมือนจะเสียเปรียบมากๆด้วยการที่เขาจะพ่ายแพ้ก็ขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว
“แก! ไอ้สารเลวแมทริค ฉันจะฆ่าแก”
“ฮ่า ฮ่า ใบหน้าแบบนี้สิที่ฉันอยากเห็นใบหน้าที่สิ้นหวังของเธอ”
อิซาเบลล่าคิดจะพุ่งไปช่วยลูเชียโน่ก็ไปไม่ได้เพราะโดนสกัดเอาไว้ ทางฝั่งของผมเองก็รับมือกับดอว์สันอยู่ ส่วนชาร์ลอตต์ก็กำลังต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตายกับเอเวอร์เร็ตต์ และกลุ่มของลูเชียโน่ที่อยู่ด้านหลังรวมไปถึง ไอรีน เซล่า ที่ตอนนี้กำลังโดนกลุ่มของทั้งดอว์สัน แมทริค และเอเวอร์เร็ตต์ เข้าโจมตีอยู่นั่นเอง......... . . .