ชายาองค์รัชทายาทโจวอี้เฟย

    ขโมยนางแทนหยก

            “ชายผู้นี้เก่งนัก ข้ามิเคยเห็นพลังเวทใดกล้าแกร่งถึงเพียงนี้”

            “มัวแต่ชื่นชมมันอยู่นั่น ไฟในกระท่อมดับแล้ว แสดงว่าพวกเขากำลังนอนหลับ ถึงเวลาที่เราจะเข้าไปเอาหยกวิเศษนั่น” ชิงจูหันดวงตามุ่งมั่นไปยังศิษย์น้อง ก่อนขยับกายออกจากที่หลบซ่อนในมุมมืด แล้วจึงใช้วิชาเวทที่เรียนมาอย่างน้อยนิด บวกกับสมุนไพรบางอย่างที่ออกฤทธิ์ทำให้หลับใหล

            “เจ้าปล่อยควันจากสมุนไพรพิษไปทางช่องนั้น” ชิงจูเห็นจุดโหว่อยู่น้อยนิดจึงชี้มือไป สิ้นคำสั่งของศิษย์พี่ ชิงเถาผู้เป็นศิษย์น้องจึงทำการปล่อยควันจากสมุนไพรเข้าไปในกระท่อม เปลวควันสีอ่อนลอยละล่องออกจากปลายไม้ แล้วรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนพวยพุ่งอยู่ภายใน รอการออกฤทธิ์ให้ทั้งคู่หลับใหล

            “หึ...ต่อให้เก่งแค่ไหน ก็ไม่มีวันหนีข้าพ้น และหยกวิเศษนั่นจะพาเราไปยังนครใหญ่ได้ พวกเราสองคนไม่ต้องจมอยู่ที่นี่ไปตลอดชีวิต” ชิงจูกล่าวขึ้นอย่างมีความหวัง หลังจากกลับเข้ามายังจุดซ่อนตัวเพื่อรอผลครู่หนึ่ง

            “แต่ข้าห่วงอาจารย์ พวกเราจะทิ้งอาจารย์ไปจริง ๆ เหรอ” คำพูดของชิงเถาทำให้ชิงจูหมดความมั่นใจลงในฉับพลัน แม้ว่าจะซุกซนตามประสา แต่นางรักอาจารย์ดังดวงใจ เพราะถูกเขาฟูมฟักดูแลมาตั้งแต่เด็ก เปรียบเสมือนบิดาและผู้ให้ชีวิตคนหนึ่งยากหาสิ่งใดในใต้หล้าทดแทนคุณ

            “เรื่องนั้นเราค่อยคิดทีหลัง เวลานี้ยาคงออกฤทธิ์เต็มที่แล้ว พวกเขาคงหลับใหลไม่ได้สติ เราเข้าไปกันดีกว่า แต่! เจ้าจงระวังชายผู้นั้นให้ดี เขาเป็นผู้มีพลังเวทสูงมาก หากพลาดไปชีวิตของพวกเราก็อยู่ในอันตรายได้เช่นกัน”

            “เข้าใจแล้ว” ทั้งสองทำตามแผนที่วางไว้ทุกขั้นตอนอย่างระวัง

    ในยามที่แสงสลัวของขอบฟ้าเริ่มปรากฏ ชิงเถาหอบหุ้มเอาร่างของซูเจินแบกไว้บนหลัง สีหน้าบ่งบอกว่าเหนื่อยล้าจนมิอาจมีแรงเดิน ก่อนค่อย ๆ วางตัวสาวงามลงช้า ๆ แล้วนั่งหอบอยู่ครู่หนึ่ง

            “พวกเราจะเอาอย่างไรดี ฤทธิ์ยาสมุนไพรไม่สามารถทำอะไรชายผู้นั้นได้ เราไม่สามารถเข้าไปเอาหยกที่ซ่อนอยู่ในตัวเขาได้เลย”

            “ข้าประเมินเขาต่ำไป โชคดีที่เขาขยับกายให้รู้ว่าเพียงแค่นอนหลับธรรมดา หาใช่ฤทธิ์ของสมุนไพรของเรา” ชิงจูพูดอย่างเจ็บใจที่แผนการผิดพลาด

            “แต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ท่านให้ข้าพานางออกมาด้วยทำไม” หลังจากแผนการล้มเหลวไม่เป็นท่า แถมด้วยร่างของหญิงสาวที่นอนสลบเพราะฤทธิ์ยาทำให้ภาระหนักมาตกอยู่ที่ชิงเถา ชายหนุ่มยังคงยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่รินไหล ด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก

            “เจ้าโง่นัก หากไม่พานางออกมา แล้วเราจะได้หยกวิเศษนั่นได้อย่างไร เจ้าไม่เห็นฤา เขาก็แค่นอนหลับธรรมดา หาใช่เพราะฤทธิ์ยาของเรา จะเข้าใกล้ตัวเขายังไม่ได้ แล้วเราจะเอาหยกนั่นมาได้อย่างไร ถ้าไม่มีข้อแลกเปลี่ยน”

            “ศิษย์พี่พูดอันใด ข้ามิเข้าใจ” ชิงเถานั่งหอบพลางทำสีหน้างุนงง

            “เจ้ามองดูนาง นางงามเยี่ยงนี้ งามจนเจ้าเองก็ต้องหลงใหลใช่ฤาไม่” ชิงเถาหันมองดูใบหน้าที่กำลังหลับใหล เขายอมรับจากใจจริงว่านางงามที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา ก่อนหันไปพยักหน้ายอมรับ

            “นางงามเยี่ยงนี้แล้ว พอจะมีค่าเทียบเท่ากับหยกชิ้นนั้นฤาไม่” ชิงเถาหันมองพินิจอีกครั้ง หัวใจของเขาเต้นไหวเพราะใบหน้างดงามของนาง พลางกลืนน้ำลายแล้วพยักหน้ายอมรับอีกครั้ง

            “เช่นนั้นข้าก็ตัดสินใจไม่ผิด ที่ขโมยนางมาแทนหยกก้อนนั้น” ชิงจูยิ้มย่องอย่างพอใจ แลหันกลับไปมองขอบฟ้าที่มีแสงรำไรโผล่ขึ้นมา

            “แต่ข้าก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดี ท่านกำลังคิดสิ่งใดอยู่”

            “ข้าล่ะหน่ายที่มีศิษย์น้องโง่เง่าอย่างเจ้านัก เราก็แค่นำนางมาต่อรอง เพื่อขอแลกกับหยกชิ้นนั้น”

            “วิชาเวทของเราสองคนรวมกัน ไม่สามารถต่อกรกับเขาได้ ไม่แน่ว่านอกจากเราใช้นางแลกหยกไม่ได้แล้ว อาจถูกเขาทำร้ายจนตาย”

            “อย่าพึ่งปล่อยความขลาดออกมา นางผู้นี้ต้องสำคัญกับเขาเป็นอย่างมาก แผนของข้าก็คือ เจ้าจงพานางกลับไปยังสำนักของเรา ในตอนนี้อาจารย์บำเพ็ญศีลอยู่ในถ้ำอีกนานกว่าจะออกมา เจ้าเฝ้าดูนางให้ดี ส่วนข้าจะไปกลับไปยังกระท่อมเพื่อลวงให้เขาไปยังสำนักของเรา ซึ่งมีค่ายกลจำนวนมากติดล้อมไว้ ถึงตอนนั้น ต่อให้เป็นพลังเวทขั้นสี่หรือห้า ก็ไม่สามารถต้านทานได้”

            “แต่ข้ากลัวว่าพลังเวทของเขาไม่ใช่แค่สี่หรือห้า” ชิงเถากำลังหวาดหวั่นเพราะไม่เคยเห็นระดับพลังเวท ที่มากกว่าพลังเวทพื้นฐานของพวกเขาเช่นนี้มาก่อน

    คล้ายกับเรื่องชายาองค์รัชทายาทโจวอี้เฟย ที่คุณอ่าน