สำนักเทพเปย์ศิษย์

    สำนักเทพเปย์ศิษย์_74_ดอกบัวหยินหยางหายนะพิฆาตรากฐาน,กล้าดีอย่างไรมายุ่งกับคนของข้า!

    บทที่ 74 : ดอกบัวหยินหยางหายนะพิฆาตรากฐาน,กล้าดีอย่างไรมายุ่งกับคนของข้า!?


    ไม่ว่าเขาจะพยายามรวมสมาธิตั้งมั่นจิตใจให้แน่วแน่เพียงใด สายตาของเขาก็ไม่ยอมฟังคำสั่ง เอาแต่จ้องมองไปยังเรือนร่างของซวนหยวนชิงเทียนตรงๆ


    แม้แต่มือของเขาก็ยังซื่อสัตย์ บางครั้งมันก็เคลื่อนไหวแปลก ๆ เดี๋ยวยกเดี๋ยวหยุด


    แม้แต่สีหน้าของเขาก็ยังทำตามสัญชาตญาณ เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำอย่างรวดเร็ว


    หลินเฟิงสวมใส่เสื้อผ้าให้นาง แต่ก็ไม่อาจต้านทานกลิ่นหอมจาง ๆ ที่โชยออกมาจากร่างของนาง บางครั้งไม่ไหวก็ต้องปล่อยมือและหยุดสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ทำสมาธิ หัวใจของเขาเต้นรัว เลือดลมในกายสูบฉีด


    “มันก็แค่เนื้อหนังภายนอก ไม่อาจทำอะไรข้าได้ เอาไว้ตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ค่อยมาตำหนิข้าภายหลังแล้วกัน?”


    หลินเฟิงกัดลิ้น พยายามเรียกสติตนเองขณะบ่นพึมพำกับตนเองไปพลาง


    ไม่นานนักกลิ่นอายเฉียบคมที่แผ่ออกมาจากร่างของซวนหยวนชิงเทียนก็กลับคืนสู่สภาพเดิม


    หลินเฟิงถอนหายใจอย่างโล่งอก ขณะที่เขากำลังจะห่มผ้าให้นั้น ทันใดนั้นรัศมีเก้าสีก็ส่องประกายออกมาจากร่าง ปกคลุมทั่วร่างของนางอย่างสมบูรณ์ แม้จะมองด้วยตาเปล่าก็ยังสามารถเห็นได้ว่าเนื้อหนังที่พังทลายของนางกำลังฟื้นฟูอย่างรวดเร็ว


    เพียงเศษเสี้ยวของชั่วยามต่อมา ไม่เพียงร่างกายของนางจะฟื้นฟูกลับมาสมบูรณ์ เสน่ห์ดึงดูดยังแผ่ปกคลุมไปทั่วร่าง ผิวพรรณตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าสว่างใสเปล่งปลั่งราวกับผลึกแก้ว สามารถมองเห็นการไหลเวียนเส้นเลือดและกระดูก


    ไม่รู้ว่าเหนือกว่ากระดูกหยกผิวพรรณหิมะกี่เท่าต่อกี่เท่า


    ทันใดนั้นรัศมีเก้าสีก็แปลเปลี่ยนเป็นจุดแสงเสมือนหิ่งห้อย แทรกซึมเข้าสู่ทุกอนงค์รูขุมขน ไม่ว่าจะเป็นภายนอกหรือภายในร่างกาย ภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้าดูอัศจรรย์ราวกับแดนเนรมิต


    เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านไปแสงสว่างราวกับหิ่งห้อยที่อยู่รอบตัวของนางก็ค่อย ๆ ลดน้อยลงเรื่อย ๆ สิ่งที่สัมผัสได้ในตอนนี้ไม่เพียงแต่วิญญาณของนางจะแข็งแกร่งขึ้น แม้แต่พลังยังเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ


    หลินเฟิงสัมผัสได้ถึงแรงกดดันน่าสะพรึงกลัวจากจิตวิญญาณอย่างชัดเจน


    สิ่งที่มีคำว่า "หายนะ" สองคำนี้ย่อมไม่ธรรมดา กระบวนการนี้ไม่เพียงแต่จะทำให้ร่างกายของซวนหยวนชิงเทียนยกระดับไปถึงขีดสุดเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างจิตวิญญาณของร่างขึ้นมาอย่างรวดเร็ว


    เมื่อแสงสุดท้ายซึมเข้าสู่ร่างกายของซวนหยวนชิงเทียน พลังปราณทั้งหมดที่อยู่ภายในห้องฝึกตนเกิดความปั่นป่วนยุ่งเหยิงเสมือนดั่งหยินหยางกลับตาลปัตร พลังแห่งความสดชื่นมีชีวิตชีวาปกคลุมร่างกายของซวนหยวนชิงเทียน ก่อนจะไหลซึมเข้าสู่ร่างของนาง


    หากยามนี้มีผู้ใดอยู่นอกห้องฝึกตอน จะเห็นว่าบุปผารุกขชาติจำนวนนับไม่ถ้วนกำลังเหี่ยวเฉาแห้งตายลงในพริบตา


    นั่นเพราะว่าพลังชีวิตและความมีชีวิตชีวาของเราบุปผารุกขชาติมารวมตัวอยู่ในร่างของซวนหยวนชิงเทียนหมดแล้วนั่นเอง


    ครู่หนึ่งกระบวนการดังกล่าวก็หยุดลง ลมหายใจสดชื่นของธรรมชาติก็แผ่ออกมาจากร่างกายของนาง พลังความสดชื่นมีชีวิตชีวาอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่ง!


    ถ้าเวลานี้มีใครอยู่เหนือห้องฝึกตอนจะสามารถมองเห็นภาพจำแลงของหงส์เพลิงบินฉวัดเฉวียนไปมา ปราณม่วงอันแสนอุดมสมบูรณ์พวยพุ่งออกมาฟ้าดินแปรปรวน


    หลินเฟิงไม่รู้ไม่รู้ว่าทำไมเรื่องทั้งหมดนี้ถึงเกิดขึ้น เขาอึ้งตะลึงและมึนงงอยู่ไม่น้อย สายตาจ้องมองไปที่ซวนหยวนชิงเทียนขมวดคิ้วเป็นครั้งคราว


    ถ้าว่ากันตามเหตุผลนางได้ล้อมรวมกันสกัดกับ [ดอกบัวหยินหยางหายนะพิฆาตรากฐาน] อย่างสมบูรณ์ไปแล้ว นางก็น่าจะฟื้นคืนชีพได้แล้วเช่นกัน


    เมื่อทั้งร่างกายและจิตวิญญาณถูกยกระดับไปสู่ขั้นสูงสุด จึงสมบูรณ์แบบและแข็งแกร่งยิ่งกว่าเดิม


    ปัจจุบันผิวพรรณของนางเปล่งปลั่งสดใส กลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างอย่างต่อเนื่องให้ความรู้สึกสูงส่งลึกลับ รูปลักษณ์โดดเด่นยิ่งขึ้น มีน้ำมีนวลขึ้นเล็กน้อย และบางส่วนก็กระชับเรียวงามขึ้น นับเป็นผลงานชิ้นเอกที่สุดในโลกหล้า


    ซึ่งก็ไม่รู้เมื่อไหร่มันหว่างคิ้วของนางปรากฏสัญลักษณ์ลวดลายกระบี่สีทองขนาดเล็ก รูปลักษณ์ของมันไม่ต่างจากกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนขนาดย่อ!


    ให้ความรู้สึกลึกลับสูงส่งมีอำนาจเหนือล้ำ


    “น่าแปลก?”


    “จากสิ่งที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าชิงเทียนไม่เป็นไรแล้ว และทุกอย่างได้รับการยกระดับพัฒนาจนสูงขึ้นไปอีกขั้น”


    “แต่ทำไมเจ้ายังไม่ฟื้นขึ้นมาอีก?”


    “บางที… อาจต้องใช้เวลา [โอสถหงส์มังกร] ฟื้นฟูพลังวิญญาณ?”


    “แต่ก็ไม่ควรอยู่ในสภาพเช่นนี้ ทว่ากลิ่นอายที่แผ่ออกมาจากร่างกายของชิงเทียนจัดอยู่ในกลุ่มมีพลังแก่กล้า หรือจำเป็นต้องใช้ [โอสถหงส์มังกร] ช่วยฟื้นฟูพลังจิตวิญญาณเพิ่มขึ้นอีก?"


    "ช่างมันเถอะ… คิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ กินเข้าไปคงไม่ส่งผลร้าย ลองดูหน่อยแล้วกัน"


    หลินเฟิงบ่นพึมพำกับตนเอง


    ก่อนจะดึงผ้าห่มคลุมร่างของซวนหยวนชิงเทียนออก ซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้กระต่ายที่อยู่แถวนั้นพลันตื่นตูม


    ระหว่างที่เขากำลังก่นด่ารู้สึกผิดกับตนเอง


    ก็หยิบ [โอสถหงส์มังกร] ป้อนเข้าไปในปากของซวนหยวนชิงเทียน จากนั้นก็ตบหลังเพื่อให้อย่ากลืนลงท้อง


    ท่านทั้งหลายอย่าได้เข้าใจผิด หลินเฟิงไม่ได้คิดลามกจกเปรตหรือเอาเปรียบนางแต่อย่างใด เพียงแค่อยากจะป้อนยาให้กับนางเท่านั้น


    ......


    "เจ้ากำลังทำอะไร?" เสียงเย็นชาดังขึ้นในหูของเขา


    “ก็ป้อนยา…” หลินเฟิงตอบกลับไปโดยไม่ใส่ใจ ขณะเดียวกันก็เหลือบมองซวนหยวนชิงเทียนอย่างลืมตัว แต่แล้วสีหน้าของเขาก็ต้องเปลี่ยนไปอย่างหนัก เนื่องจากว่าซวนหยวนชิงเทียนยังสลบไสลอยู่ไม่ได้ลืมตาแม้แต่น้อย


    ก่อนจะทันได้กล่าวจบเขาก็เงยหน้าขึ้น สายตาสีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง พยายามขยี้หูขยี้ตาก้มมองสิ่งที่อยู่ภายในอ้อมแขน


    แล้วคนที่เห็นนี้เป็นใคร?


    ห่างออกไปสามก้าวมีผู้หญิงคนหนึ่งสวมชุดชุดขาวรูปลักษณ์ไม่ต่างจากซวนหยวนชิงเทียนที่อยู่ในอ้อมแขนของเขา


    นอกจากรูปร่างหน้าตาแล้ว กลิ่นอายที่แผ่ออกมาก็ยังเหมือนกันหมด


    ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือความแข็งแกร่งที่เหนือกว่า หากจะให้กล่าวชัด ๆ คงต้องบอกว่าความแข็งแกร่งนั้นไร้ขีดจำกัด


    เพียงแค่นางมองก็ทำให้หลินเฟิงหายใจไม่ทั่วท้อง


    หลินเฟิงรู้สึกว่าการจ้องมองของสายตาคู่นั้น ไม่ใช่การจ้องมอง แต่เสมือนว่าถูกกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนสองเล่มจ่ออยู่ เขาจึงไม่มีความคิดที่จะต่อต้าน


    ดังนั้นแม้อีกฝ่ายจะทำเพียงจ้องมอง ก็จะสามารถทำให้เขาตายได้!


    นี่คือความรู้สึกที่แท้จริงหาได้กล่าวเกินจริงแต่อย่างใดไม่!


    “จะ... เจ้าเป็นใคร?”


    หลินเฟิงจ้องเขม็งไปยังสตรีชุดขาว ไม่กล้าขยับขยับเขยื้อน แม้แต่ยามกล่าวก็ยังตะกุกตะกัก


    แอบสงสัยกันหรือไม่ว่าหลินเฟิงที่มี [ซวนหยวนอหังการ] หัวใจกล้าแกร่งแต่เหตุใดถึงยังหวาดกลัว?


    เพราะความแข็งแกร่งที่ต่างกันราวฟ้ากับเหวจะไม่ให้กลัวได้อย่างไร?


    สตรีชุดขาวกล่าวอย่างเย็นชา "ใครขอให้เจ้าป้อนยาให้นาง"


    หลินเฟิง "..."


    สตรีชุดขาวกล่าว "เจ้ามันเลอะเลือน รู้ผลจากการกระทำของตนเองหรือไม่?"


    หลินเฟิงสับสนราวกับอยู่ในเมฆหมอก กล่าวด้วยความเหนื่อยใจ "ข้ากำลังช่วยนางอยู่ จะมีผลกระทบอะไรได้?"


    สตรีชุดขาวกล่าวเย็นชามากขึ้นกว่าเดิม "เจ้าโง่! ใครสั่งใครสั่งสอนว่าให้ช่วยชีวิตคนเยี่ยงนี้ ?ข้าไม่อยากเสวนากับพวกไร้สมองอย่างเจ้า หากยังกล้าทำเช่นนี้อีก ข้าจะไม่สุภาพแล้ว”


    หลังจากกล่าวจบนางก็มองจ้องหลินเฟิงด้วยสายตาเย็นชา ยกมือขึ้นอย่างอ่อนโยน


    ฉับพลันเขาก็รู้สึกว่าอ้อมแขนของตนเองว่างเปล่า จากนั้นซวนหยวนชิงเทียนก็ลอยไปต่อหน้าต่อตาตรงไปหาสตรีชุดขาวอีกคนโดยไม่อาจควบคุมต้านทาน


    ท่าทีของหลินเฟิงเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เขากล่าวเสียงดังฟังชัดขึ้นว่า "เจ้ากำลังทำอะไร …? "


    ก่อนที่เขาจะกล่าวจบดวงตาของเขาก็เบิกกว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ


    สิ่งที่ทำให้เขาตกตะลึงขนาดนี้ก็คือ แสงสีทองส่องประกายออกมาจากร่างสตรีชุดขาวห่อหุ้มตัวนางกลับซวนหยวนชิงเทียน จากนั้นทั้งสองก็โคจรหมุนเสมือนภาพหลอนติดตาจำนวนนับไม่ถ้วนไว้เบื้องหลัง


    เมื่อการหมุนเร็วขึ้น จนหลินเฟิงไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าทั้งสองกำลังผสานร่างกันอย่างช้า ๆ!?


    “ยัยบ้า! มาหยุดข้าทำไม!?กล้าดีอย่างไรมายุ่งกับคนของข้า!?”


    “ข้าจะจัดการเจ้า!”


    ฉากตรงหน้าที่ปรากฏหลินเฟิงจะทนได้อย่างไร!?เขาก่นด่าสาปแช่ง ยกกำปั้นขึ้นแล้วรีบวิ่งไปหา

    คล้ายกับเรื่องสำนักเทพเปย์ศิษย์ ที่คุณอ่าน