หลังจากแก๊งเด็กนรกจากไป หม่าเหลียงต้องใช้เวลาอีกพักใหญ่ จึงสามารถลุกขึ้นได้ แล้วลากสังขารอันกระปลกกระเปลี้ย เข้าไปในโรงหมอทหารอย่างน่าเวทนา
"หึ.ไอ้พวกแก๊งจีนเทา หากกูเจอพวกมึงอีกครั้งล่ะก็ จะจับหักคอจิ้มน้ำพริก.เสียให้หมด" ชายหนุ่มคำราม ด้วยความเจ็บแค้น
"น้องชาย ฮู้ฮู๊.." บุรุษพยาบาลพอเห็นสภาพย่ำแย่ของเขา ถึงกับซู๊ดปากเบิกตาโพลง แล้วกล่าวแนะนำอย่างจริงใจว่า
"ไม่น่ารอดนะเนี่ย ไม่น่ารอด อาการสาหัสปางตายอย่างนี้ น่าจะไปร้านขายโลง มากกว่า แทนที่จะมาหาหมอที่นี่ จริงไม๊! น้องชาย!"
หม่าเหลียงได้ฟังมันพูด แทบจะพ่นไฟออกจากปาก
"กูยังไม่ตายโว๊ย! ไม่ต้องมาแช่ง ไปเรียกหมอมารักษากู.เดี๋ยวนี้เลย"
"แหม.ทำเป็ขึ้นมึง.ขึ้นกู หยาบคายไม่ มีการศึกษา ว่าแต่.มีตังหรือเปล่าล่ะ เราน่ะ" มันแบมือกระดิกนิ้วกลางกระดิ๊กๆ
"มีโว๊ย"
พรานป่าโมโหหนักมาก กับภาษากายที่มันแสดงออกมา แล้วล้วงเข้าไปในกางเกง ควักเอาถุงเงินก้อนสุดท้ายจากผ้าเตี่ยวออกมา
"หนึ่งตำลึงใช่ไหม?" ชายหนุ่มขึ้นเสียงสูง
"ไม่ใช่! นั่นมันค่าตรวจ ต้องจ่ายเพิ่มอีก 5 ตำลึงซึ่งเป็ค่ายา และค่ากินค่าอยู่ขณะพักฟื้นอีก 5 ตำลึง รวมทั้งหมด 11 ตำลึงถ้วน จ่ายมา" บุรุษพยาบาลตอบเสียงกระด้าง
"โห.โคตรแพง" พรานหนุ่มสบถออกมาเสียงดัง
"เช๊อะ.ไม่มีจ่าย ก็ไสหัวออกไป"
เป็คำตอบที่ไร้หัวใจชะมัด หม่าเหลียงได้แต่แกะห่อผ้าเน่าๆ นับเงินส่งให้มัน บุรุษพยาบาลรับเงินมาด้วยทีท่าขยะแขยงเต็มทน
"เหม็นฉิบหาย มือกูจะเน่าหรือเปล่าวะเนี่ย" มันเอามือปิดจมูกแน่น แล้วโยนเหรียญใส่ถุงเงินอย่างไว
"ตามมา" บุรุษพยาบาลเดินงุดๆ นำหน้าอย่างเสียไม่ได้
หม่าเหลียงลากเท้าตามเข้าไปทันที โรงหมอทหารแห่งนี้มีแพทย์เก่งกาจมากมาย แต่คนไข้กลับดูเหมือน จะมีน้อยกว่าจำนวนหมออยู่มากโข
"ชิ! กูไม่แปลกใจเลยสักนิด เก็บค่ารักษาพยาบาลอย่างกับปล้น จะมีผู้ป่วยสักกี่คน ที่สามารถจ่ายค่ายาได้ " ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหน้าทอดถอนใจ
เมื่อบุรุษพยาบาลจ่ายเงินให้กับพนักงานบัญชีเรียบร้อยแล้ว หม่าเหลียงจึงได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หลังจากผ่าเอาหัวธนูออกแล้ว เขาจำต้องพักฟื้นอยู่ที่นี่อีกหลายวัน จนกว่าาแจะหายเป็ปกติ
—----------
ใน่เวลาระหว่างนั้น กองทัพของเตงเมาได้ตีเมืองกว่างหยางสำเร็จ โดยได้รับการช่วยหลือจากเฒ่าซู กรมการเมืองที่แอบลักลอบเปิดประตูเมืองให้ กองทัพผ้าเหลืองจึงสามารถยึดเมืองได้อย่างง่ายดาย
หลังจากเตงเมาเข้าเมืองได้แล้ว ได้ทำการปล้นสะดมชาวบ้าน และสังหารหลิวเย่ว์เ้าเมือง จากนั้นได้เผาเมืองกว่างหยางจนราบเป็หน้ากลอง ทิ้งซากศพหลายหมื่นทับถมจนกองเป็ูเา สร้างความหวาดกลัวไปทั่วดินแดนเหนือแม่น้ำฮวงโห
ความโเี้ของกองทัพกบฎ สร้างแรงสั่นะเืไปทั่วแผ่นดินจีน ทำให้พระเ้าเลนเต้ไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป จึงมีพระราชโองการให้แม่ทัพใหญ่โฮจิ๋น ซึ่งเป็พี่ชายของพระนางโฮฮองเฮายกกองทัพไปปราบ โฮจิ๋นนั้นเดิมทีมีอาชีพเป็นายพราน ไม่มีความสามารถในการนำทัพทำา พอเข้าปะทะกับกองทัพผ้าเหลืองของเตียวก๊กเพียงครั้งเดียว ก็พ่ายแพ้แตกทัพอย่างง่ายดาย
ครั้นโฮจิ๋นหนีกลับมาถึงเมืองหลวง จึงนำเนื้อความกราบทูลพระเ้าเลนเต้ว่า บัดนี้กองทัพโจรโพกผ้าเหลืองมีกำลังมหาศาลถึงห้าสิบหมื่น เกินกำลังที่กองทัพหลวงจะต้านทานได้ จึงเสนอแนะให้มีตราไปทั่วทุกหัวเมือง ถ้าผู้ใดมีฝีมือกล้าหาญให้ช่วยกันปราบปรามโจรโพกผ้าเหลือง หากแม้นทำการได้สำเร็จ ก็จะปูนบำเหน็จอย่างงาม พร้อมแต่งตั้งให้เป็ขุนนาง
พระเ้าเลนเต้ได้ฟังก็เห็นดีด้วย จึงออกพระราชโองการลงมา ให้ทราบกันถ้วนทั่วทั้งแผ่นดิน จากนั้นจึงแต่งตั้งให้สามทหารเอกคือ โลติดหนึ่ง ฮองฮูสงหนึ่ง จูฮีหนึ่ง นำกองทัพแบ่งออกเป็สามทาง เข้าปราบปรามพวกกบฎทันที
—-------
วันเวลาผ่านพ้นไปเกือบเดือน หม่าเหลียงรักษาตัวจนหายดี เขาจึงออกจากโรงหมอทหาร มาเดินเล่นในตัวเมืองและมองหาที่พัก
"เฮ้อ.ทำไมคนถึงคับคั่งอย่างนี้นะ หนาแน่นมากกว่า ตอนที่เรามาคราแรกซะอีก"
ชายหนุ่มเดินั้แ่เช้าจนถึงเที่ยง ก็ยังหาโรงเตี้ยมว่างๆไม่ได้สักที
"ตายๆ! เดินจนขาลากยังหาที่พักไม่ได้ มีแต่เต็มแล้วครับ ห้องพักไม่มีแล้วครับ เวรเอ๊ย.คืนนี้กูจะนอนที่ไหนวะเนี่ย" ชายหนุ่มบ่นกระปอดกระแปดอย่างหัวเสีย
"ไก่ย่างจ้า ไก่ย่าง เหลือสองตัวสุดท้าย ขายถูกๆเลย.จ๊า" แม่ค้าไก่ย่าง ะโเสียงใสเรียกลูกค้า
หม่าเหลียงได้ยินถึงกับหัวผึ่ง พยาธิในท้องพากันดิ้นรับกันอย่างพร้อมหน้า เมื่อได้กลิ่นหอมฉุยโชยมา ชายหนุ่มจึงรีบแถเข้าไปใกล้
"ป้า ผมเหมาหมดเลย"
"อ๋อ.ได้เลยจ้า ห่อให้เดี๋ยวนี้เลยจ้า" แม่ค้าตอบรับเสียงหวาน พลันหยิบกระดาษมันมาห่อให้อย่างดี
"เอ้า.นี่ พ่อหนุ่ม 2 ตำลึงจ้า" นางบอกราคาเสร็จสรรพ พร้อมยื่นห่อไก่ย่างส่งให้
"โอ้โฮ! ทำไมมันแพงอย่างนี้ล่ะป้า นี่มันไก่หรือว่าครุฑกันแน่ ขายแพงเกินไปแล้ว"
หม่าเหลียงร้องเสียงหลง เขาขายม้า 30 กว่าตัว ถึงได้เงินมาร้อยตำลึง นี่ไก่แค่สองตัว แทบจะซื้อม้าได้ทั้งตัวแล้ว จะไม่ให้เขาโมโหได้อย่างไร
"เช๊อะ! ถ้าไม่มีเงิน ก็ไม่ต้องกิน" แม่ค้าหน้าเื ไม่ง้องอนลูกค้าแปลกหน้าแม้แต่น้อย
พรานหนุ่มมองไก่ย่างตรงหน้าได้แต่กลืนน้ำลายดัง"เอื๊อกใหญ่" เขาพักฟื้นอยู่ในโรงหมอมาค่อนเดือน ทุกมื้อเจอแต่ิญญาโจ๊กน้ำใส ไม่เคยมีเนื้อััลิ้นเขาเลยแม้แต่มื้อเดียว พอเห็นไก่ย่างหนังสีทองเป็มันเยิ้ม พลันอดน้ำลายสอมิได้ ได้แต่ทำใจหยิบเงินในถุงออกมา
"ก็ได้ป้า ฉันซื้อ"
"แหม! ก็แค่นี้แหล่ะ เอาไป" แม่ค้าคว้าเงินใส่กระเป๋า แล้วยื่นไก่ย่างร้อนๆ ส่งกลิ่นหอมตลบอบอวลให้
ชายหนุ่มรับมาด้วยความดีใจ ขณะกำลังจะแกะห่อกระดาษยัดไก่ย่างเข้าปาก จู่ๆก็มีเสียงเป่าแตรเคาะระฆังสั่นกระดิ่ง พร้อมด้วยขบวนทหารแบกเสลี่ยงนักพรตหญิงตรงเข้ามา พวกมันพากันส่งเสียง ขับลำนำอย่างพร้อมเพรียงกันว่า
"พระแม่เ้าเสด็จประทานพร ไพร่ฟ้าชาวผ้าเหลืองหมอบกราบ คำนับสมมุติเทพจากฟากฟ้า ผู้รับคำบัญชาจากสรวง์ ให้มาทำนุบำรุงแผ่นดินฮั่น ขอให้ปวงประชาข้าแผ่นดิน จงอยู่เย็นเป็สุข ปราศจากทุกเข็ญ นับจากบัดนี้เป็ต้นไปเทอญ ฮูๆๆ"
เสียงขับขานนั้นสั่นสะท้าน ชาวบ้านนับร้อยกุลีกุจอหลบเข้าข้างทางก้มกราบ ต้อนรับสาวงามใส่ชุดนักพรตเต๋าสีหมอก สวมหมวกดอกบัวบานสีแดง นั่งตระหง่านบนบัลลังค์ทอง ทอรัศมีดั่งพระโพธิสัตว์เสด็จลงมาสู่แดนดิน