ตอนที่ 1: รสชาติของเถ้าถ่าน
กลิ่นหอมลอยอบอวลในอากาศแห้งผาก มันคือกลิ่นของเนื้อที่ย่างจนสุกพอดีจากคลื่นพลังะเิเมื่อครู่ใหญ่ ที่แม้จะห่างไปหลายลี้ แต่ความร้อนของมันก็แผ่มาถึงที่นี่... ที่ที่บางคนเรียกว่า "หลุมศพของเทพ"
และในกองเถ้าถ่านริมร่องเขาร้าง เด็กคนหนึ่งกำลังฉีกเนื้ออสูรที่ตายเพราะลูกหลงนั้นกินด้วยมือเปล่า
ฟันซี่เล็กที่ดำคล้ำจากคราบดินกัดลงบนชิ้นเนื้อแดงฉานที่ยังมีเืซึม เธอไม่รู้ว่านี่คืออสูรพันธุ์อะไร ไม่รู้ว่ามัน "กินได้" หรือไม่ แต่กลิ่นของมันดี...
ร่างกายของเด็กคนนั้นผอมบางราวกับกิ่งไม้แห้ง ผิวกายปกคลุมด้วยขี้เถ้า โคลน และคราบเืจนดำสนิท กลืนไปกับเงาของซากศพที่กองระเกะระกะอยู่รอบตัว เธอไม่มีชื่อ ไม่มีที่มา และไม่เข้าใจแม้กระทั่ง "ความตาย" ที่แท้จริง... รู้เพียงว่าการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดนั้นคือทางเลือกเดียว
เสียงคมฟันที่แข็งแรงผิดกับขนาดตัว ฉีกกระชากชิ้นเนื้อที่ไหม้เกรียมจนหนังด้านนอกกรอบเป็ถ่าน แต่เนื้อในยังคงความชุ่มฉ่ำ เสียงเคี้ยวตามมาอย่างรวดเร็ว ตะกละตะกลามอย่างไร้ซึ่งอารยธรรม ความร้อนที่ลวกเพดานปากเป็เพียงความเ็ปเล็กน้อยที่ถูกสัญชาตญาณอันท่วมท้นกลบฝังจนหมดสิ้น
ณ ชายขอบของ "สนามรบ" เขตขอบนอกสุดที่ความตายเพิ่งเสร็จสิ้นการเก็บเกี่ยวไปเมื่อวานซืน ซากอสูรคล้ายวัวกระทิงขนาดมหึมานอนแน่นิ่ง ร่างของมันสูงกว่าสามเมตร เกล็ดหนาที่เคยใช้เป็เกราะป้องกัน บัดนี้ไหม้เกรียมจนกลายเป็สีดำด้าน นี่คือต้นกำเนิดของกลิ่นและเสียงนั้น
ร่างเล็กผอมแห้งคุดคู่อยู่ใต้ซี่โครงมหึมาของมัน ใช้โครงกระดูกที่ยังร้อนกรุ่นเป็เกราะกำบังทางธรรมชาติ มีเพียงดวงตาคู่หนึ่งที่ยังคงความใสกระจ่างอย่างน่าประหลาด มันวาววับและเปี่ยมไปด้วยประกายแห่งสัตว์ป่าที่ระแวดระวังภัยอยู่ตลอดเวลา
มือเล็กๆ ที่ควรจะอ่อนนุ่มตามวัย บัดนี้กลับหยาบกร้าน เต็มไปด้วยาแเป็ทั้งเก่าและใหม่ มันขยุ้มชิ้นเนื้อร้อนระอุขึ้นมากัดกินอย่างรีบร้อน ดวงตาไม่ได้จับจ้องอยู่ที่อาหารตรงหน้า แต่กวาดมองไปรอบตัว... ทุกเงาที่ขยับไหว ทุกเสียงลมที่พัดผ่านยอดหญ้าแห้งๆ ล้วนอยู่ในการตื่นตัวตามสัญชาติญาณเพียงอย่างเดียว
ความหวาดระแวงนี้ถูกจารึกไว้ในส่วนลึกของร่างกายผ่านความเ็ป และความทรงจำเลือนรางที่ไม่มีวันลบเลือน...
ภาพความทรงจำอันเลวร้ายฉายวาบขึ้นมาในหัวรุนแรงราวกับถูกกระชากกลับไป ณ วินาทีนั้น...
ครั้งนั้น... รสชาติในปากไม่ใช่เนื้อย่างหอมหวาน แต่เป็รสคาวขมปร่าของเือุ่นๆ ที่ทะลักออกมาจากเส้นเืใหญ่บริเวณลำคอของเด็กอีกคนหนึ่ง... เด็กจรจัดที่ตัวโตกว่าตนเล็กน้อย มันพยายามจะฆ่าตนเพื่อแย่งชิงซากหนูย่างเพียงครึ่งตัว ในวินาทีที่มันกำลังจะแทงซ้ำเข้าที่ลำคอ ตนพุ่งสวนเข้าไป งับฟันลงบนลำคอที่เปิดโล่งของมันอย่างสุดแรงเกิด... กัด... และฉีกกระชาก... จนกระทั่งร่างนั้นอ่อนปวกเปียกล้มลง...
เด็กหญิงสะบัดหัวอย่างแรง ไล่รสชาติของเืในความทรงจำออกไป ก่อนจะรีบฉีกเนื้อชิ้นใหญ่ขึ้นมาอีกชิ้น ยัดเข้าปากเคี้ยวอย่างรวดเร็วเพื่อยืนยันถึงความจริงตรงหน้า... ไม่... จะไม่มีวันยอมกลับไปอยู่ในสภาพนั้นอีกเด็ดขาด
ทุกคำที่กลืนกิน... ไม่ใช่แค่การประทังความหิว แต่คือการปฏิญาณต่อตนเอง คือการตอกย้ำกฎข้อเดียวของโลกใบนี้ ผู้ที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่จะได้กิน
หลังจากกินจนท้องตึง นางก็เริ่มงานขั้นต่อไป... การกักตุน นางใช้มีดสั้นที่เก็บมาจากศพทหาร แล่เอาเนื้อส่วนที่ดีที่สุดออกมาอย่างชำนาญ เป็ทักษะที่เรียนรู้มาจากการเฝ้าดูและลอกเลียนแบบพวกนักล่าศพมานับครั้งไม่ถ้วน
แต่แล้ว... หางตาของนางก็เหลือบไปเห็นบางสิ่ง...
ห่างออกไปราวห้าสิบเมตร กลุ่ม "แมลงสาบา" อีกกลุ่มหนึ่งกำลังเดินตรงมาทางนี้ พวกมันมีด้วยกันสามคน รูปร่างสูงใหญ่กว่านางมากนัก สายตาของพวกมันจับจ้องมาที่ซากอสูรย่าง... และร่างเล็กๆ ของนางที่อยู่ข้างๆ
หัวใจกระตุกวูบ... สัญชาตญาณกรีดร้องเตือนภัยระดับสูงสุด
ไม่มีเวลาให้คิด นางทิ้งเนื้อส่วนที่เหลือทั้งหมด คว้าเอาห่อเนื้อที่เตรียมไว้ขึ้นพาดบ่า ก่อนจะหันหลังและออกวิ่งทันที
"เฮ้ย! ไอ้เด็กเวรนั่น! หยุดนะโว้ย!" เสียงะโหยาบคายไล่หลังมา
นางไม่ตอบ... ไม่หันกลับไปมอง... การกระทำเช่นนั้นคือความโง่เขลา นางวิ่งซิกแซ็กไปตามซากศพและเศษโลหะอาวุธที่กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้น เพื่อใช้เป็ที่กำบัง เสียงฝีเท้าหนักๆ ของคนที่ตัวใหญ่ที่สุดวิ่งไล่ตามมาติดๆ ขณะที่นางเหลือบเห็นอีกสองคนแยกตัวออกไปทางซ้ายและขวา... พวกมันกำลังอ้อมไปดักหน้า!
แรงกดดันบีบคั้นหัวใจจนแทบหยุดเต้น นางรู้ดีว่าหากช้าไปแม้แต่ก้าวเดียว... จุดจบคือความตาย เสียงฝีเท้าของคนที่ไล่ตามหลังดังใกล้เข้ามาทุกขณะ ในสมองตอนนี้มีเพียงเป้าหมายเดียว คือการไปให้ถึง "สุสานศาสตรา" หรือ "เขตแตกกระจาย" ที่ซึ่งคนปกติไม่กล้าเข้าไปใกล้เพราะกลัวจะถูก "เศษลาย" สิงสู่จนร่างกายกลายพันธุ์ แต่สำหรับนาง... ที่นั่นคือบ้าน คือที่หลบภัยที่ปลอดภัยที่สุด
และแล้ว... ขณะที่นางกำลังจะเลี้ยวหักศอกผ่านซากรถม้าที่พังยับเยิน... ร่างของเด็กแมลงสาบอีกสองคนก็ปรากฏขึ้นจากเงามืด ดักทางหนีของนางไว้อย่างสมบูรณ์แบบ!
วงล้อมถูกปิดตาย... เสียงฝีเท้าหนักๆ จากด้านหลังหยุดลง มันยืนคุมเชิงอยู่ห่างๆ ปล่อยให้สหายอีกสองคนจัดการกับ "เหยื่อ"
นางไม่มีทางเลือก... ถ้าไม่สู้ตอนนี้... ก็จะไม่มีโอกาสได้สู้อีกต่อไป นางโยนห่อเนื้อลงพื้นข้างตัวอย่างไม่ลังเล ร่างกายโน้มต่ำลง ดวงตาจับจ้องศัตรูทั้งสองอย่างไม่กะพริบ ราวกับหมาป่าที่ถูกต้อนจนจนมุมและพร้อมจะขย้ำทุกสิ่งที่ขวางหน้า
"ส่งเนื้อมาซะดีๆ แล้วพวกข้าจะไว้ชีวิต" หนึ่งในนั้นแสยะยิ้มโชว์ฟันที่บิ่นเก
นางไม่ตอบ... แต่ใช้การกระทำแทนคำพูด
นางดีดตัวพุ่งเข้าใส่คนที่พูดทันที ไม่ได้เล็งไปที่จุดตาย แต่กลับก้มต่ำลง... สองมือกอบเอาฝุ่นดินปนเถ้าถ่านที่พื้นสาดเข้าใส่หน้ามันอย่างจัง!
"อ๊าก! ไอ้เด็ก...!"
มันร้องลั่นและยกมือขึ้นขยี้ตาตามสัญชาตญาณ เปิดช่องว่างมหาศาลที่กลางลำตัว นางไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอย ร่างเล็กๆ พุ่งสวนเข้าไป กระแทกไหล่เข้าที่ท้องน้อยของมันอย่างสุดแรงจนตัวงอ ก่อนจะใช้มีดสั้นที่ถืออยู่แทงสวนขึ้นไปที่สีข้างของมันอย่างไม่ลังเล!
ฉึก!
มีดไม่ได้จมลึกเข้าไปมากนักเพราะติดเกราะหนัง แต่ความเ็ปก็มากพอที่จะทำให้มันร้องโหยหวน แต่ก่อนที่นางจะได้ดึงมีดออก... หมัดหนักๆ จากคนที่สองก็กระแทกเข้าที่ขมับของนางอย่างจัง!
ผลั่ก!
โลกทั้งใบหมุนคว้าง... ดาวนับล้านดวงะเิขึ้นในหัว นางรู้สึกถึงรสคาวเืในปาก ร่างเซถลาไปด้านข้าง แต่สัญชาตญาณที่ถูกขัดเกลามาทั้งชีวิตไม่ยอมให้นางล้มลง นางใช้เท้าข้างหนึ่งยันพื้นไว้ พลิกตัวกลับมาเผชิญหน้ากับศัตรูคนที่สองที่กำลังจะซ้ำเข้ามา
แคว่ก!
คมมีดหยาบๆ ของมันกรีดผ่านต้นแขนของนางเป็ทางยาว เืสีแดงสดทะลักออกมาอาบแขนจนเปียกชุ่ม ความเ็ปแสบร้อนแล่นปราดไปทั่วร่าง แต่นางกลับไม่ถอย... นางกัดฟันแน่น... และใช้ความเ็ปนั้นเป็เชื้อเพลิง
นางพุ่งเข้าหามันอีกครั้ง... แลกความเจ็บด้วยความเจ็บที่มากกว่า!
นางปล่อยให้มีดของมันเฉือนเข้าที่สีข้างอีกแผล... เพื่อแลกกับการที่นางจะเข้าถึงตัวมันได้ในระยะประชิด! นางทิ้งมีดของตัวเอง... สองมือคว้าจับแขนข้างที่ถือมีดของมันไว้แน่น ก่อนจะอ้าปาก... และฝังคมฟันลงไปบนท่อนแขนนั้นอย่างสุดแรงเกิด!
ความรู้สึกของคมฟันที่เจาะทะลุชั้นหนังหนาและกล้ามเนื้อ... คล้ายกับความทรงจำเลือนรางครั้งนั้น... นางกัด... และบิดศีรษะ... ฉีกกระชาก!
"อ๊ากกกก!"
เสียงกรีดร้องอย่างเ็ปแสนสาหัสของมันดังลั่นไปทั่วบริเวณ มันสะบัดแขนอย่างบ้าคลั่งจนร่างของนางลอยขึ้นกลางอากาศ แต่ก็ยังไม่ยอมปล่อย สุดท้ายมันจึงใช้มืออีกข้างทบเข้าที่กลางหลังของนางอย่างแรงจนหลุดออก
ปึ้ก!
นางกระเด็นไปกระแทกกับซากโลหะจนจุก หายใจไม่ออกอยู่ชั่วขณะ เืไหลออกจากปากและาแทั่วร่างกาย แต่เมื่อนางเงยหน้าขึ้น... นางก็เห็นผลลัพธ์ของการเดิมพันด้วยชีวิต...
เด็กแมลงสาบคนแรกยังคงกุมสีข้างที่เืไหลไม่หยุดและขยี้ตาที่แดงก่ำ ส่วนคนที่สอง... เนื้อที่ท่อนแขนของมันแหว่งหายไปเป็ชิ้นใหญ่ เผยให้เห็นกระดูกสีขาวและเส้นเอ็นที่ขาดรุ่งริ่ง มันจ้องมองแขนของตัวเองด้วยสายตาที่ไม่อยากจะเชื่อ ก่อนจะทรุดลงไปนอนชักดิ้นชักงอด้วยความเ็ป
ทางเปิดแล้ว!
นางไม่รอช้า... รวบรวมเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้าย คว้าห่อเนื้อของตนเองขึ้นมา ก่อนจะออกวิ่งสุดชีวิตไปยังทิศทางของ "สุสานศาสตรา" ทิ้งให้เสียงกรีดร้องและเสียงสบถด่าของหัวหน้าที่ยืนดูอยู่ดังไล่หลังมา
ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งเฉียดศีรษะไปเพียงนิดเดียว นางไม่สนใจอีกต่อไป นางเร่งฝีเท้าขึ้นอีก... จนในที่สุดก็พุ่งทะยานข้ามซากกำแพงที่พังทลาย เข้าสู่เขตแดนแห่งความตายของคนอื่น... และเขตแดนแห่งการมีชีวิตรอดของตน
เมื่อเข้ามาแล้ว นางก็รีบหาที่ซ่อนที่ปลอดภัยที่สุด คลานเข้าไปในซากรถม้าเหล็กที่พลิกคว่ำ วางห่อเนื้อลงอย่างทะนุถนอม ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งหอบหายใจอย่างหนัก ความเ็ปจากาแใหม่ทั่วร่างเริ่มแผ่ซ่านไปทั่ว แต่ความรู้สึกของการมีชีวิตรอดนั้นรุนแรงกว่า
นางมองออกไปนอกซากรถม้าที่พังยับเยิน มองไปยังท้องฟ้าสีเทาหม่นที่ไม่มีวันสดใส ในโลกที่ไม่มีใคร้านาง ในโลกที่ลมหายใจเข้าออกคือการต่อสู้... การมีชีวิตรอดคือชัยชนะเพียงหนึ่งเดียว
และวันนี้... นางก็ชนะอีกครั้ง แม้จะต้องแลกมาด้วยเืและาแก็ตาม