หลงเฟยชายหนุ่มทะลุมิติ

    บทที่ 37

    ณ บ้านสวนของครูจรูญช่วงปิดเทอม 1 สัปดาห์นั้นเป็นเวลาพักผ่อนที่ดีสำหรับครูวัย 50 ปี บ่ายสองโมงช่วงต้นฤดูหนาวของเชียงใหม่ แม้อากาศจะเย็นแต่ท้องฟ้าที่ปลอดโปร่งนั้น ก็ทำให้แสงแดดยามบ่ายแรงกล้าพอที่จะทำให้ผู้คนรู้สึกร้อนได้เลยทีเดียว ส่วนครูจรูญ กำลังต้อนรับผู้มาเยือนอยู่ในแกลลอรี่ศิลปะส่วนตัว “ไม่ได้มาบ้านพี่จรูญนาน ต่อเติมเพิ่มมาอีกหลายส่วนเลยนะครับ” ชายผมสั้นเกรียนอายุใกล้เคียงกับครูจรูญกล่าวขึ้น“ก็ค่อยๆสร้างทีละเล็กละน้อย ตามกำลังนั่นแหละ ตอนนี้แกก็ย้ายมาเป็น ผบ.ตร.ภาค 5 แล้วนี่ คงได้เจอกันบ่อยขึ้น ฝากตัวด้วยนะครับท่านผบ.บัญชา” ครูจรูญตอบกลับ“โถ่ พี่ เราก็พี่น้องกันเหมือนเดิม สู้มาด้วยกันตั้งแต่เด็ก ผมมีวันนี้ได้ก็เพราะพี่ช่วยผมมาตลอดนั่นแหละ” ผบ.บัญชากล่าว“ฮ่าๆๆ ไม่ต้องจริงจังขนาดนั้นก็ได้ ที่ขอให้มาวันนี้ก็เพราะมีของดีจะให้ดู” ครูจรูญเริ่มเปิดประเด็น“ของดีเหรอครับ ถ้าพี่ว่าเป็นของดีนี่ต้องไม่ธรรมดาแน่ อย่างนั้นต้องขอดูซะหน่อยแล้วล่ะ ฮ่าๆ” ณ ตลาดสดที่ประจำของหลงเฟยชายหนุ่มผู้เป็นพระเอกของเรื่อง กำลังนั่งดื่มชานมเย็นอยู่ที่ซุ้มขายน้ำหวานในตลาด ระหว่างนั้นเขาก็เช็ครายการของที่ต้องซื้อ“อืม ตอนนี้สั่งพริกป่น กับเกลือป่นไปแล้ว ยังเหลือ กระเทียมกับหอมใหญ่ แกลบ ขี้เถ้า ยาเบื่อหนู ยาฆ่าแมลงนี้จะซื้อแบบกระป๋อง หรือไปซื้อที่ร้านเครื่องมือเกษตรดีนะ” หลงเฟยนั่งบ่นอยู่คนเดียว“พี่จ้ะ วันนี้ไม่ทำงานเหรอถึงมาซื้อของเวลานี้ได้” สาวสวยเจ้าของซุ้มขายน้ำทักถามชายหนุ่ม“ตอนเช้าติดธุระแถมตั้งใจจะทำเมนูใหม่เลยต้องมาเลือกของเอง วันนี้พี่เลยขอลาหยุดนะ” หลงเฟยตอบกลับด้วยคำตอบที่คิดไว้ล่วงหน้าสำหรับตอบทุกคนที่อยากรู้อยากเห็นเรื่องชาวบ้าน“โอ้โห แสดงว่าขายไม่ดีละสิ ถึงต้องเปลี่ยนเมนูใหม่” แม่ค้าถามออกมาตรงๆหน้าตาย“...” หลงเฟยนิ่งอึ้งกับคำพูดนั้น ถึงกับสตั๊นท์ไป 3 วินาที แล้วเขาก็หันหน้าไปจ้องตาแม่ค้าสาวช้าๆ“ฮ่าๆ พูดเล่นนะพี่” หญิงสาวหัวเราะกลบเกลื่อนทำหน้าทะเล้น“เมนูใหม่ที่ว่าเป็นอาหารที่จะทำไปแจกโรงทานน่ะ ส่วนที่ของขายก็ยังขายหมดเหมือนเดิม ไปล่ะ เชอะ!” หลงเฟยตอบเสร็จก็ทำหน้าเหวี่ยงใส่เจ้าของร้าน แล้วก็ลุกหนีไปทันที“เฮ้ย! เดี๋ยวก่อนพี่ ยังไม่ได้จ่ายตังค์...” เจ้าของร้านสาวเพิ่งนึกขึ้นได้หลังจากชาวหนุ่มเดินหายลับไปจากสายตา สรุปแล้วของที่หลงเฟยมาซื้อในคราวนี้ เพื่อนำไปใช้เป็นตัวไล่มอนสเตอร์ แต่ด้วยพื้นที่กว้างขวาง และจำนวนมอนสเตอร์ที่มากมาย เขาคิดจะทำสมุนไพรอัดแท่งสำหรับใช้จุดไฟเผา (คล้ายๆยาจุดกันยุง) ซึ่งในตอนนี้ก็คงต้องหาข้อมูลเพิ่มจากสนามรบจริงอีกทางหนึ่งก่อน หลงเฟยจึงซื้อของมาเพียงแค่บางส่วน ระหว่างที่หลงเฟยกำลังดูของอยู่ที่ตลาดนั้น โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น“ดิ๊ง ดิ๊ง ด่อง ดะ ดะ ดิ๊ง ดิ๊ง ด่อง”“สวัสดีครับ” หลงเฟยกดรับสายเบอร์แปลกที่โทรมา“เฟยเหรอ นี่ครูจรูญเองนะ” กลับเป็นครูจรูญที่เพิ่งเจอกัน“อ๋อ ครับครูมีอะไรให้ช่วยรึเปล่าครับ” หลงเฟยถามกลับ“วันนี้ว่างมั้ย มาทานข้าวเย็นที่บ้านสวนหน่อยสิ ครูอยากคุยเรื่องภาพวาดที่เราให้มา”“วันนี้คงไม่สะดวกครับครู เป็นวันพรุ่งนี้เย็นได้มั้ยครับ”“ได้สิได้ งั้นพรุ่งนี้สัก 6 โมงเย็นก็แล้วกัน งั้นครูอยากให้ช่วยพาศิลปินที่วาดภาพนี้มาด้วยได้รึเปล่า ครูอยากรู้จักนะ” ครูจรูญกล่าวออกมาตามตรงอย่างรีรอ“เอ่อ...ผมขอลองติดต่อเขาก่อนนะครับ ผมก็ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน ที่ได้ภาพนี้มาเพราะเรื่องบังเอิญนะครับ” หลงเฟยกล่าวปัดไปเพื่อขอเวลาคิดแผนการก่อน เพราะเขาบอกใครเรื่องการเดินทางข้ามมิติไม่ได้ รวมทั้งเขาก็จับวินเซนต์ใส่ถุงย่ามมาไม่ได้เช่นกัน ณ บ้านสวนของครูจรูญ ประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนที่ครูจรูญจะโทรศัพท์หาหลงเฟย“ภาพ...ภาพนี้มันเป็นไปได้ยังไง!!!” เสียงของผบ.บัญชาดังขึ้นมาด้วยความตื่นตะลึง“ฉันลองตรวจสอบทุกอย่างที่พอจะทำได้แล้ว มันก็เป็นภาพวาดสีน้ำมันธรรมดา ไม่มีการติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิคใดๆไว้เลย แต่การเคลื่อนไหวได้ของภาพ การขยับตัวของทั้งคน สายลม แสงแดด ต้นไม้ เสียงการสนทนาของผู้คนในตลาด เสียงนกร้อง กลิ่นหอมของดอกไม้ ทุกอย่างเกิดจากเนื้อสีบนภาพที่เคลื่อนไหวไปมาอย่างกับมีเวทย์มนต์” ครูจรูญอธิบายให้ฟัง“พี่คิดว่ายังไงครับ มันควรจะเกิดขึ้นจากอะไรกันแน่ ที่มาที่ไปของมัน พอเราจับไปที่ภาพเนื้อสีมันก็เคลื่อนไหวจริงๆ ผมไม่รู้จะเรียกมันว่ายังไงดี หรือมันจะเป็นสีที่สร้างจากนาโนแมชชีน!!!” ผบ.บัญชาวิเคราะห์อย่างตื่นเต้น“เอิ่ม...พี่ว่าใจเย็นๆก่อนนะ เราน่าจะลองเอาภาพนี้ไปตรวจทางวิทยาศาสตร์ ก็เลยให้แกมาดูด้วยนี่แหละ ยังไงก็ช่วยหน่อยละกัน เอาแบบด่วนที่สุดนะ” ครูจรูญกล่าวออกมา“ได้ครับพี่ ว่าแต่ศิลปินคนนี้เป็นใครเหรอครับ” ผบ.บัญชายังสงสัยอยู่“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เจ้าลูกศิษย์มันซื้อมาฝากน่ะ มันบอกว่าบังเอิญเจอแล้วนึกถึงครูขึ้นมา แหม่มันน่าซาบซึ้งใจจริงๆที่มันยังจำได้ว่าครูชอบอะไร แปลกอยู่อย่างหนึ่งนะเห็นว่าฐานะมันก็ไม่ได้ร่ำรวยแต่ได้ภาพมีค่าขนาดนี้มา ศิลปินอาจจะร้อนเงินก็ได้” ครูจรูญกล่าวชื่นชมถึงลูกศิษย์ตัวเอง“ผมอยากรู้ที่มาที่ไปมากกว่านี้แล้วครับ พี่จรูญโทรนัดเขาทานข้าวเย็นมื้อนี้เลยรึเปล่า”“อื้มๆ ความคิดเข้าท่านะ เดี๋ยวโทรเลยดีกว่า” แล้วครูจรูญก็โทรศัพท์หาหลงเฟยจากเบอร์ที่ชายหนุ่มได้บอกไว้เมื่อคืนที่งานเลี้ยง ณ ร้านป้านาง สาขา 2 เวลา 16.30 น.“สวัสดีครับ มารับอาหารแล้วครับ” หลงเฟยกล่าวทักทายเจ้าของร้าน“ต้มแซ่บหมูแซ่บๆเสร็จแล้วจ้า แล้วไหนรถของน้องล่ะ เดี๋ยวให้คนงานช่วยยกขึ้นให้” เจ้าของร้านถามกลับชายหนุ่ม“อ๋อ เดี๋ยวผมหิ้วกลับบ้านไปเองครับไม่ต้องห่วง แค่เดินหลายรอบหน่อย”“อ้าว งั้นเหรอ ไม่เป็นไรเดี๋ยวให้คนงานช่วยยก เด็กๆมาๆช่วยพี่เขายกของหน่อย” เจ้าของร้านตะโกนเรียกลูกจ้างมาช่วยยกของไปส่งที่บ้านเช่าของหลงเฟย ซึ่งประกอบไปด้วยต้มแซ่บ และข้าวสวยร้อนๆ นี่คืออาหารสำหรับแจกจ่ายชาวบ้านในวันพรุ่งนี้ สำหรับชายหนุ่มเขาคิดว่าบรรยากาศหดหู่จะหมดไปถ้าชาวเมืองแอนวีนได้ทานของแซ่บๆ วันนี้หลงเฟยไม่ได้สั่งให้ร้านวัตถุดิบเอาของมาส่งเพราะของเมื่อวานยังไม่ได้เอาไปขายเลย ตอนนี้ชายหนุ่มกำลังเช็คอาหารที่จะต้องนำไปด้วย ต่อมาจึงเก็บเอกสาร แผนผังต่างๆที่ใช้วางแผนป้องกันมอนสเตอร์เข้าไปในย่าม ชายหนุ่มทำกิจวัตรประจำวันให้เสร็จเพื่อจะได้รีบพักผ่อน ครั้งนี้เขาตั้งนาฬิกาปลุกตอน 03.55 น. เพื่อให้เวลาเดินทางข้ามมิติจะได้ตรงกัน และหลงเฟยจะได้มีเวลาพักผ่อนมากขึ้นด้วย