บทที่ 90
“อย่างที่ได้แจ้งคุณชายไปก่อนหน้านี้นะเจ้าคะ ว่าไอนะนั้นค่อนข้างที่จะติดคุณชายมากขึ้น หลังจากนี้เธออาจจะมารบกวนคุณชายมากขึ้นตามไปด้วย ดิฉันรู้ดีว่าคุณชายเป็นบุคคลระดับไหน เวลาของท่านมีค่ามากแค่ไหนฉันทราบดี.. แต่ดิฉันก็อยากขอร้องให้คุณชายเอ็นดูเธอ ไม่รังเกียจเธอในเวลาเธอทำตัวน่ารำคาญ หรือจะคิดซะว่าสงสารเธอสักหน่อยก็ยังดีเจ้าค่ะ..” ผู้จัดการมีนกล่าว“เข้าใจแล้ว.. แต่ดูเหมือนว่าคุณจะเข้าใจผิดไปนะครับ จริงๆผมก็มองเธอเหมือนกับน้องสาวคนหนึ่งเลยล่ะ แน่นอนว่าผมก็โกรธเธอไม่ลงในหลายๆความหมายล่ะนะ.. ดังนั้นแล้วผมไม่ได้รู้สึกรำคาญเธอ หรือจะสงสารเธอหรอกนะครับ แต่ว่าผมกลับชอบที่เธอเป็นอย่างนี้มากกว่า..” โอ๊ตกล่าวตอบพร้อมกับรอยยิ้ม“ขอบคุณคุณชายที่เมตตาเจ้าค่ะ.. ที่ผ่านมาเธอไม่ค่อยจะมีเพื่อนสักเท่าไร และเพื่อนหลายๆคนเองก็ต่างสร้างปมให้กับไอนะพอสมควร.. เหตุผลที่เธอมักจะโกรธเสมอเวลามีคนบอกว่าเธอเป็นเด็ก มันก็เป็นอีกปมหนึ่งในชีวิตของเธอเช่นกันค่ะ.. ฉันดีใจ และรู้สึกโล่งอกที่ได้บอกความจริงนี้กับคุณชายเจ้าค่ะ” มีนกล่าว“ก็ไม่แปลกหรอกครับที่เธอนอยๆหลังจากที่เพื่อนพูดบูลลี่หรือล้อเลียนเธอ.. มันคงจะเป็นปัญหาจริงๆนั่นแหละสำหรับการใช้ชีวิต.. อ่า! เข้าใจละว่าทำไมเธอถึงเติบโตในวงการไอดอล เพราะเธอไม่ได้แกล้งหรือกำลังแสดงความเป็นเด็กของเธอออกมา ทั้งหมดมันเป็นของจริง และดูเป็นธรรมชาติ ไม่แปลกเลยที่เธอจะเป็นที่ชื่นชอบของเหล่าแฟนคลับ..” โอ๊ตกล่าวออกมาอย่างเข้าใจ“ใช่แล้วค่ะคุณชาย.. เพราะมันเป็นตัวของเธอเอง ทุกอย่างมันก็เลยออกมาดูดีอย่างนี้.. และด้วยเหตุผลนี้ฉันจึงต้องคอยปกป้องความลับของไอนะเอาไว้อย่างนี้ เพราะอย่างนั้นดิฉันจึงกล่าวบอกเรื่องนี้ และอยากจะขออภัยกับคุณชายเป็นการส่วนตัวน่ะเจ้าค่ะ..” ผู้จัดการมีนกล่าว“ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมคุณถึงทำขนาดนั้น.. แต่ว่าผมก็ยังคิดเสมอว่าความลับมันไม่มีอยู่บนโลกหรอกนะครับ และเราก็จะหนีจากความจริงนั้นไม่ได้เช่นกัน มันไม่มีทางเลย..” โอ๊ตกล่าว และเขาก็กำลังเปรียบเทียบกับชีวิตของตัวเองเช่นกัน ตัวตนที่เขาได้ปิดบังเอาไว้ สักวันหนึ่งทุกอย่างมันจะค่อยๆแสดงออกมา“ดิฉันเข้าใจดีว่าความลับมันไม่มีในโลก.. แต่ว่าในตอนนี้เธอเป็นไอดอลที่มีแฟนคลับอยู่มากมาย ทั้งในและต่างประเทศ การประกาศสิ่งที่ไอนะเป็นนั้นมันจะเปลี่ยนจุดขายของเธอไปอย่างสิ้นเชิง.. ไอนะขายความน่ารัก และเสียงอันไพเราะ ถ้าเราประกาศเรื่องนี้ไป การสนับสนุนจากแฟนคลับที่ไอนะจะได้รับนั้น จากความน่ารักมันจะกลายเป็นสนับสนุนเพราะความสงสารแทนน่ะเจ้าค่ะ.. อีกอย่างบริษัทต้นสังกัดเองก็ยังไม่พร้อมที่จะเปิดเผยเรื่องราวนี้ออกไปเจ้าค่ะ..” ผู้จัดการมีนกล่าว โอ๊ตที่ได้ยินก็พยักหน้าเล็กน้อย“คงจะเป็นเพราะผลประโยชน์ด้วยส่วนหนึ่งสินะ.. พวกที่หากินกับคนอื่นอย่างนี้ มันช่างน่ารังเกียจจริงๆ.. อ่า! โทษที ผมไม่ได้กล่าวถึงคุณนะ คุณผู้จัดการ..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับกัดฟันเล็กน้อย“ใช่ค่ะ.. ถึงพวกเขาจะใช้เรื่องนี้ในการรับผลประโยชน์จากไอนะ.. แต่ว่ามันก็เป็นการช่วยเธอด้วยเช่นกัน คุณชายคงจะเข้าใจดีว่างานนั้นหายากสักแค่ไหนในยุคปัจจุบันนี้ แล้วไอนะที่ไม่ได้มีความสามารถอื่นๆเลยนอกจากร้องเพลง เต้นรำ เธอจะหาเลี้ยงชีพของตัวเองได้ยังไง ถึงจะถูกเอาเปรียบแต่ไอนะก็จะมีเงินเข้ามาเก็บในทุกๆเดือน เอาไว้ใช้สำหรับการดำรงชีพต่อไปค่ะ..” ผู้จัดการมีนกล่าว“เฮ้อออ ก็เข้าใจอยู่หรอกที่ได้รับผลประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย แต่มันก็น่านักนะเจ้าพวกคนที่ตัดสินใจนั้น.. ตอนนี้ไอนะก็ไม่ต่างอะไรจากรอระเบิดเวลาเท่านั้น เมื่อไหร่ที่ความลับของเธอแตกขึ้นมา เธอจะอยู่ในวงการไอดอลต่อก็คงจะเป็นเรื่องยาก..อืมมม”โอ๊ตกล่าว และเหมือนกับว่าเขากำลังใช้ความคิดต่ออีกสักเล็กน้อย เขาหันมามองที่ผู้จัดการมีนที่กำลังนั่งนิ่งๆเหมือนว่าเธอหมดคำจะพูดแล้ว เรื่องราวอันดำมืดของทางต้นสังกัดของไอนะ เป็นสิ่งที่เธอเองยังยอมรับไม่ได้เช่นกัน แต่มันก็เป็นทางเลือกเดียวที่มีผลดีต่อตัวไอนะ มันเป็นสภาพจำใจทำของเธอ..“แล้วสัญญาของไอนะที่เซ็นกับทางต้นสังกัดนั้นมีผลถึงเมื่อไหร่..” โอ๊ตกล่าวถาม“ดิฉันคิดว่า.. มีผลจนถึงตอนที่ไอนะมีอายุครบ 22 ปีเจ้าค่ะ..” ผู้จัดการมีนกล่าว โอ๊ตที่ได้ยินก็คำนวณในใจ นั่นมันก็เท่ากับว่าอีกไม่เกินสองปี ไอนะก็จะหมดสัญญากับทางต้นแล้ว และมีแนวโน้มว่าเธอจะถูกเฉดหัวส่งไปตายดาบหน้าแน่นอน เมื่อสรุปได้เช่นนั้นโอ๊ตจึงหยิบโทรศัพท์หวังจะโทรหาใครบางคน แต่เขาก็นึกขึ้นมาได้ว่าเงินโทรศัพท์ของเขานั้นหมดพอดี ดังนั้นสิ่งที่ตั้งใจจะทำก็คงต้องเก็บเอาไว้ก่อน“ผมเข้าใจทั้งหมดแล้ว.. เอาเป็นว่าผมจะช่วยดูแลเธอเป็นอย่างดีเอง ถ้าเธออยู่ในความดูแลของผม คุณไว้ใจได้หายห่วง.. และผมก็ไม่คิดจะเอาเรื่องนี้ไปบอกกับใครหรอกนะครับ วางใจได้.. ถ้าเรื่องทั้งหมดมีแค่นี้ คุณควรไปตามเธอมาได้แล้ว ป่านนี้ไปหาช้อนถึงไหนแล้วก็ไม่รู้..” โอ๊ตกล่าว“ขอบพระคุณเจ้าค่ะคุณชาย.. ถ้าอย่างนั้นดิฉันขออนุญาตไปตามไอนะก่อนนะเจ้าคะ..” มีนกล่าวพร้อมกับโค้งตัวให้กับโอ๊ต และเดินออกประตูไป ถึงสิ่งที่พวกเขาทั้งสองคุยกันจะดูเหมือนไม่นาน แต่มันก็กินเวลาไปกว่า 10 นาทีเห็นจะได้ และโอ๊ตก็ตัดสินใจถูกแล้วที่ให้บอดี้การ์ดของเขาไปด้วยโอ๊ตกลับมาตกอยู่ในภวังค์อีกครั้ง ความรู้ในเรื่องของแพทย์เทวะนั้นก็มีข้อมูลในส่วนนี้อยู่ การจะรักษาอาการของเธอนั้นมันก็ไม่ใช่ว่าไม่สามารถทำได้ แต่มันก็คงจะใช้เวลาค่อนข้างนานมากเลยทีเดียว กว่าที่สมอง และอวัยวะอื่นๆของเธอจะกลับมาเจริญเติบโตอีกครั้ง แต่เขาก็ต้องหยุดความคิดเอาไว้ก่อน เพราะว่าตอนนี้เจ้าตัววิ่งแจ้นมานู่นแล้ว“ไอนะมาแล้ว.. กว่าจะหาคุณกระต่ายกับเต่าเจอ.. พวกเขาซ่อนแอบเก่งจริงๆ”ไอนะกระโดดตัวเข้ามานั่งที่โซฟา และพร้อมแล้วที่เธอจะทานไอศกรีมแสนอร่อยของเธอ โอ๊ตที่เห็นอย่างนั้นก็ถึงกับยิ้มออกมา ก่อนจะเข้าไปร่วมวงไอศกรีมกับเธออย่างสนุกสนาน ถึงเขาจะรู้อาการของไอนะ แต่เขาก็ยังชอบแกล้งด้วยแย่งของกินของเธอเหมือนเดิม แน่นอนว่าตอนที่เธอทำปากจู๋แบบงอนๆนั้น น่ารักที่สุด ในขณะที่ทั้งสองกำลังมัวมันกับไอศกรีมอยู่นั้นเอง ปิงปิงที่ตื่นมาตั้งแต่เช้า และลุกขึ้นมาทำโจ๊กร้อนๆด้วยตัวเอง เธอตั้งใจทำมันทุกขั้นตอนด้วยตัวเองอย่างมีความสุข ถึงเธอจะไม่ได้ทำอาหารบ่อย แต่เธอก็มั่นใจในฝีมือตัวเองไม่ใช่น้อย เธอเตรียมจัดใส่ภาชนะทุกอย่างด้วยความใส่ใจ แต่ทว่าภาพที่เห็นในเวลานี้เธอวาดฝันเอาไว้ที่จะได้ป้อนโจ๊กกับโอ๊ตสองต่อสองนั้นก็ต้องพังทลายลง เพราะว่าเมื่อเธอมาถึงก็พบกับไอนะที่วิ่งว่อนทั่วทั้งห้องของโอ๊ต นอกจากนี้พวกเขายังร่วมทานไอศกรีมกันมาก่อนหน้าที่เธอจะมาถึง แล้วโจ๊กร้อนๆของเธอล่ะ มันคงไม่เหมาะสมที่จะทานของร้อนต่อจากของเย็นๆเช่นนี้“ปิงปิงมาแล้วเหรอครับ.. เห็นว่าจะเอาโจ๊กมาฝาก โอ๊ตกำลังหิวอยู่พอดีเลย..” เขาก็รู้ดีว่าปิงปิงนั้นคงจะผิดหวัง ถ้าดูจากสีหน้าของเธอแล้วมันก็คงจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ เขาจึงกล่าวเพื่อเอาใจเธอเล็กน้อย“..ได้ค่ะโอ๊ต ปิงปิงจะจัดเตรียมใส่ถ้วยให้นะคะ..” แม้ว่าเธอจะนอยๆไปบ้าง แต่เมื่อได้ยินสิ่งที่โอ๊ตกล่าวมันก็ทำให้เธอยิ้มออกมาได้ ผู้จัดการมีนที่รู้หน้าที่ดี เธอก็ได้แจ้งกับไอนะว่าพวกเขาต้องออกไปข้างนอกแล้ว เพราะมีงานที่จะต้องทำ ในตอนแรกไอนะนั้นไม่อยากไปทำงาน แต่มีนก็งัดไม้ตายอย่าง ‘ถ้าไม่ทำงาน ก็ไม่มีไอติม’ ออกมา มันจึงทำให้เธอจำใจยอมที่จะไปทำงาน“พี่ชาย ไอนะไปทำงานก่อนน้า..” เธอกล่าวออกมาอย่างซึมๆ และเดินคอตกออกไปจากห้องทันที ซึ่งโอ๊ตก็ได้โบกมือลาเธอ และบอกให้เธอว่าหลังจากทำงานเสร็จก็ให้มาเล่นที่ห้องของเขาได้ ซึ่งอาการของเธอก็ดูเหมือนจะดีขึ้น และรีบออกไปทำงานในทันที จนตอนนี้ทั่วทั้งห้องก็เหลืออยู่เพียงแค่โอ๊ตกับปิงปิงเท่านั้น“เธอดูน่ารักดีนะว่าไหมครับปิงปิง...” โอ๊ตกล่าวอย่างกะทันหัน และมันส่งผลให้ปิงปิงตกใจพร้อมกับอิจฉาไอนะไม่น้อย จนเธอเผลอเทโจ๊กร้อนที่ใส่ภาชนะเก็บความร้อนมาหกใส่มือของตัวเองไปเล็กน้อย“โอ๊ย! ร้อนๆๆ..” ปิงปิงจำเป็นต้องวางกระบอกเก็บอุณหภูมิไว้ก่อน ก่อนที่จะควานหาทิชชูเปียกเพื่อมาเช็ดโจ๊ก แต่ทว่าในเวลาเดียวกันโอ๊ตที่ได้ยินก็เข้ามาดูอาการของเธอด้วยเช่นกัน“เป็นอะไรไหมครับปิงปิง.. อุ๊บ!” โอ๊ตกล่าวถามพร้อมกับดึงนิ้วของหญิงสาวเข้าปากตามความเคยชิน เหมือนที่แม่ของเขาเคยทำกับเขาตอนเด็กๆ แน่นอนว่าปิงปิงก็ถึงกับตกใจ และเขินในเวลาเดียว มันเป็นอะไรที่พูดไม่ออกเลยทีเดียว ส่วนโอ๊ตก็ไม่ได้รู้เรื่องอะไรเลย และยังมีหน้าเงยขึ้นมาถามว่า..“หายร้อนหรือยังไงครับ..” พร้อมกับรอยยิ้มกระชากใจไปหนึ่งที ก่อนจะเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าเขาทำเกินเลยไปหน่อย ยังไงอีกฝ่ายก็เป็นผู้หญิง การกระทำอย่างนี้มันไม่ค่อยเหมาะสักเท่าไร เขาจึงกล่าวขอโทษพร้อมกับกระเด้งตัวไปอีกทางหนึ่ง และเปลี่ยนเรื่องด้วยการชมหน้าตาของอาหารแทน“น่าทานมากเลยครับ กุ้งตัวใหญ่มากกกก.. ปิงปิงไปซื้อเจ้าไหนอย่างนั้นเหรอครับ” โอ๊ตกล่าว“คือว่าปิงปิงเป็นคนทำเองน่ะค่ะ.. รสชาติเป็นยังไงบอกได้เลยนะคะไม่ต้องเกรงใจ” ปิงปิงกล่าวตอบ แค่ด้วยเหตุการณ์ดังกล่าว มันทำให้ดูเหมือนว่าพวกเขาจะพูดกันก็จริง แต่ไม่มีใครเลยที่กล้ามองหน้ากันตรงๆ“อย่างนั้นเหรอครับ ถ้าอย่างนั้นคงต้องขอชิมดูสักหน่อยแล้วล่ะครับว่าจะอร่อยสักแค่ไหน..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับตักโจ๊กขึ้นมาหนึ่งคำ ก่อนจะเป่ามันเล็กน้อย..“อื้มม.. อร่อยมากครับ ขอบคุณนะครับที่ทำของอร่อยอย่างนี้ให้ผมทาน..” โอ๊ตกล่าว ปิงปิงก็ยิ้มออกมาอย่างพอใจ ก่อนที่เธอจะจ้องดูเขาทานอย่างเอร็ดอร่อยด้วยรอยยิ้มที่มีความสุข ส่วนทางด้านโอ๊ตก็ได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนทานมันให้หมดเท่านั้น และเขาสัญญากับตัวเองเลยว่า.. ‘ไม่ว่ายังไง.. จะไม่ยอมให้ปิงปิงเข้าครัวอีกเด็ดขาด..’