หลังจากล้มลงไปอสูรพยัคฆ์พลันร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด แม้มันจะพยายามมากเพียงใดแต่ก็ยังไม่สามารถที่จะทำให้กระบี่ของเยี่ยซุนหลุดออกมาได้
ไม่นานเกินรอ เสียงแห่งความเจ็บปวดของอสูรพยัคฆ์ก็เงียบลง มันตกตายลงในที่สุด ร่างของมันแห้งกรังไม่ต่างจากซากไม้แห้งท่อนหนึ่ง
เยี่ยซุนเดินเข้าไปอย่างซากของอสูรพยัคฆ์ที่ตนพึ่งสังหารไป ก่อนจะใช้กระบี่เคาะเบาๆ ไปตรงส่วนที่เคยเป็นกะโหลกของอสูรพยัคฆ์
แคร๊ก!
เสียงเหมือนซากไม้แห้งแตกดังขึ้นจากซากของอสูรพยัคฆ์ ร่างของมันแตกเป็นเสี่ยงๆ ประหนึ่งว่าร่างของมันนั้นทำมาจากไม้ผุก็ไม่ปาน หลงเหลือไว้แต่ก้อนผลึกกลมๆ ก้อนหนึ่ง
เยี่ยซุนหยิบมันขึ้นมาใส่ไว้ในอกเสื้อก่อนที่จะทรุดลงไปนั่ง เขาอ่อนแรงเป็นอย่างมากในตอนนี้ เพียงแค่ประคองให้ตัวเขามีสติอยู่นับว่าลำบากอยู่ไม่น้อย
เขาหยิบเม็ดยาฟื้นฟูขึ้นมา ก่อนจะกลืนมันลงไป เขารู้ดีว่าหากเขาเข้าไปช่วยฟงหยานหรือทิวรั่วซานในตอนนี้ ย่อมเป็นได้เพียงแค่ตัวถ่วงที่รังแต่จะนำปัญหามาให้ผู้อื่นเท่านั้น เขาจึงเลือกที่จะฟื้นฟูร่างกายของตัวเองให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้เป็นอันดับแรก
"หนึ่งร้อยเหรียญทองของข้า คงต้องเสียให้กับเจ้าเด็กน้อยเยี่ยซุนร้านนั่นอีกแล้ว แต่ครั้งนี้เจ้านั่นถึงกับใช้พิษของอสรพิษมรกต พิษสุดรักสุดหวงของมัน ไม่ว่าอย่างไรก็นับว่าคุ้มค่าอยู่ไม่น้อย ฮ่าๆๆ"
ฟงหยานคิดในใจ แม้เขาจะเสียใจอยู่บ้างที่ต้องเสียเงินถึงร้อยเหรียญทองให้กับเยี่ยซุน แต่เมื่อเทียบกับฝ่ายเยี่ยซุนที่สูญเสียพิษอันมีค่าไปแล้ว หนึ่งร้อยเหรียญทองของเขานับว่าเล็กน้อยเท่านั้น
เมื่อมองไปยังเยี่ยซุนที่กำลังกลืนเม็ดยาฟื้นฟูเข้าไป ฟงหยานก็ได้พูดขึ้นว่า
"เจ้าเด็กน้อยเยี่ยซุน ครั้งนี้เป็นเจ้าที่ได้หนึ่งร้อยเหรียญทองของข้า แต่ในครั้งหน้าข้าจะต้องเอาคืนเจ้าให้สาสม แต่เมื่อเทียบกับเจ้าที่สูญเสียพิษของอสรพิษมรกตไปแล้วหนึ่งร้อยเหรียญทองของข้าก็ถือว่าเป็นรางวัลปลอบใจสำหรับเจ้าฮ่าๆๆ "
เยี่ยซุนเมื่อได้ยินดังนั้นเขาก็หงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย เขาไม่ได้ดีใจเลยสักนิดกับเงินหนึ่งร้อยเหรียญทองของฟงหยานที่เขาได้มา
เป็นเรื่องจริงอย่างที่ฟงหยานพูด กว่าเขาจะหาอสรพิษมรกตพบ ไม่รู้ว่าต้องสูญเสียไปมากมายเพียงใด เขาจึงแค่นเสียงตอบไปว่า
"อย่ามัวแต่พล่ามระวังเถอะเจ้าเสือน้อยเหล่านั้นจะเอาหัวของเจ้าไปแทะเล่น"
ไม่รู้ว่าฟงหยานชอบใจหรือยังไง เขาส่งเสียงหัวเราะเสียงดังออกมาก่อนที่จะหันไปสนใจกับเจ้าอสูรพยัคฆ์เบื้องหน้า ตัวเขานั้นไขว่คว้าหาพลังความแข็งแกร่งมาโดยตลอด
เมื่อพบกับศัตรูที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความทนทานและพละกำลังอย่างอสูรพยัคฆ์แล้วทำให้เขาอดที่จะตื่นเต้นไม่ได้เมื่อได้พบกับคู่ต่อสู้ที่เขามองว่าสมน้ำสมเนื้อ
"เข้ามา!!! เจ้าพยัคฆ์ข้าฟงหยานผู้นี้จะเป็นคู่ต่อสู้ให้กับเจ้าเอง!!! "
โฮกกกก!!
ฟงหยานตะโกนเสียงดัง ก่อนจะพุ่งเข้าไปประจันหน้ากับอสูรพยัคฆ์ที่อยู่เบื้องหน้า ด้วยร่างกายที่กำยำแข็งแรงดุจหินผาหากแต่กลับพริ้วไหวไม่ต่างจากสายน้ำ
ฟงหยานเบี่ยงตัวหลบกรงเล็บของอสูรพยัคฆ์ที่พุ่งเข้ามาก่อนจะใช้กำปั้นซัดออกไป
ปัง!!!
เสียงอัดกระแทกดังขึ้นเมื่อหมัดของฟงหยานกระทบกับต้นขาด้านหน้าของอสูรพยัคฆ์ร่างของอสูรพยัคฆ์เซไปเล็กน้อย มันคำรามก่อนจะไล่ตะปบฟงยานด้วยความโกรธแค้น
กรงเล็บแล้วกรงเล็บเล่าต่างถูกฟาดถูกตะปบมายังฟงหยาน หากแม้จะหลบได้เป็นส่วนใหญ่แต่ก็มีบางครั้งที่ฟงหยานไม่อาจหลบหนีจากกรงเล็บอันทรงพลังนี้ได้ เนื้อตัวของฟงหยานบัดนี้เต็มไปด้วยเลือด
บาดแผลจากกรงเล็บของอสูรพยัคฆ์ปรากฏให้เห็นอยู่หลายแห่งไม่แตกต่างจากอสูรพยัคฆ์ที่บัดนี้ร่างของมันโอนเอนไปมาความเจ็บปวดและบอบช้ำประทับอยู่ทุกส่วนของร่างกายผ่านรอยหมัดที่ฟงหยานได้ฝากเอาไว้
ตูม!!!
หมัดและกรงเล็บต่างสวนปะทะกันอย่างรุนแรง จากการต่อสู้นั้นนั้น ได้ทำให้เศษใบไม้ปลิวละลิ้วอยู่กลางอากาศเช่นเดียวกับเศษหินที่ลอยกระเด็นกระดอนไปมา
เมื่อมองดูการต่อสู้ของฟงหยานกับอสูรพยัคฆ์แล้ว คงจะมีเพียงคําว่า'สัตว์ประหลาด' เท่านั้นที่พอจะนิยามสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านี้ได้ หนึ่งกรงเล็บหนึ่งหมัดต่างซัดเข้าหากันอย่างไม่มีทีท่าจะหยุด ต่างคนต่างแลกกันโจมตีจนร่างนั้นชุ่มโชกไปด้วยเลือด
"เจ้านับเป็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งยิ่ง ข้าฟงหยานผู้นี้ ขอยอมรับนับถือจากใจจริง หากเจ้าเป็นมนุษย์เราคงได้ร่ำสุรากันแล้วหลังจากนี้ น่าเสียดาย...ที่ตอนนี้ จะต้องมีใครสักคนหนึ่งต้องทอดร่างลง ณ ที่ตรงนี้ โชคร้ายที่วันนี้มันเป็นเจ้า!!! "
ฟงหยานพูดขึ้นมาด้วยความหนักแน่นเขาพูดออกมาด้วยความจริงใจแววตามั่นคงนั้นบ่งบอกความนับถือ ก่อนจะพุ่งเข้าไปซัดหมัดตรงตำแหน่งหน้าผากของอสูรพยัคฆ์ หัวของอสูรพยัคฆ์สะท้าน อากาศพลันระเบิดออกจากแรงกระแทก ร่างของคนและสัตว์อสูรต่างสั่นสะท้าน
ตูม!!!