“การร่วมรักทวงสิทธิ์อันรุนแรงและป่าเถื่อน... เพื่อระบายความหึงแค้นที่อัดอั้นอยู่ในอก...”
*****
กลิ่นไอคาวราคะสลัวและกลิ่นน้ำหอมรสเชอร์รี่ปนกลิ่นน้ำหอมของกวินที่ยังคงอบอวลตลบอบอวลอยู่ในอากาศ มันเปรียบเสมือนน้ำมันเชื้อเพลิงราดรดลงบนกองไฟแห่งโทสะและความหึงหวงดิบในอกของผมจนลุกโชนแผดเผาสติสัมปชัญญะของผมจนราบคาบ ผมไม่สามารถทนควบคุมตัวเองได้อีกต่อไป ร่างกายกว้างขยับรุกคืบก้าวประชิดร่างระหงคัพเอฟของเจนจิราทันที สองมือหนาเอื้อมไปโอบกระชากไหล่บอบบางของชู้รักสาวดึงรั้งเข้ามาบดเบียดร่างแกร่งของผมอย่างดุดันและหิวกระหาย
บานกระจกเงาสามมิติมุมอับของห้องแต่งตัวสะท้อนภาพของเราสองคนจากหลายมุมมอง สะท้อนภาพชายหนุ่มวิศวกรผู้สับสนในเสื้อยืดทำงานเปื้อนฝุ่นและหญิงสาวเพื่อนบ้านสุดอันตรายในชุดเดรสสีดำหลุดลุ่ย ภาพในกระจกมันฟ้องความจริงว่าผมล้มละลายทางศีลธรรมไปหมดสิ้นแล้ว ผมจ้องมองเงาสะท้อนดวงตาแดงก่ำของตัวเองด้วยความรู้สึกสังเวช แต่สัญชาตญาณสัตว์ป่ากลับผลักดันให้ผมก้าวข้ามผ่านเส้นกั้นความถูกต้อง
ผมบดจูบประกบปากของเธออย่างรุนแรงและป่าเถื่อน สองเรียวลิ้นเกี่ยวพันแลกเปลี่ยนน้ำลายอย่างกระหายราคะดิบ พยายามใช้กำลังเนื้ออุ่นของปากตัวขยี้ล้างกลิ่นอายััของไอ้กวินที่ค้างคาปากอิ่มของเธอออกให้สิ้นซาก สองมือหนาเลื่อนลงไปบีบขยำสะโพกก้นใหญ่อวบกลมแน่นของเธอแรงๆ จนเนื้อขาวขยับตามรอยนิ้วมือหยาบกระด้างของช่างก่อสร้าง
เจนจิราส่งเสียงครางเครือแหบสยิวลั่นลำคออย่างชอบใจ แขนเรียวสองข้างรัดรอบลำคอของผมแน่น สองเต้าคัพเอฟนุ่มหยุ่นเบียดอกแกร่งของผมจนรู้สึกเสียวสั่นสะท้านไปถึงขั้วหัวใจ ท่าทางกระเหี้ยนกระหือรือทวงสิทธิ์ของผมมันสร้างความสนุกสนานตื่นเต้นให้แก่เธออย่างขีดสุด
"อย่างนั้นแหละค่ะคุณพัฒน์... รุนแรงดุดันลบััของวินออกให้หมด... แสดงให้เจนเห็นหน่อยสิคะว่ากระแทกเนื้อดิบของคุณมันจะทวงสิทธิ์ความเป็เ้าของร่างกายเจนกลับคืนไปได้จริงหรือเปล่าจ๊ะผัวชู้" เจนจิราเอ่ยกระซิบข้างหูน้ำเสียงแหบพร่าสยิวพลางใช้ฟันเรียบคมกัดลงบนใบหูของผมเบาๆ กระตุ้นสัญชาตญาณสัตว์ป่า
คำพูดยั่วเย้าปั่นประสาทของเธอมันบดขยี้ปมความอัปยศหนาแน่นค้างในอกของผมให้เดือดปะทุพล่าน ผมช้อนร่างระหงของเธอขึ้นวางราบยาวพิงเบาะโซฟากำมะหยี่สีแดงเด่นตัวเดิมที่ไอ้กวินเพิ่งนอนทับรอยไปหมาดๆ ความคิดริษยาเกลียดชังและความใคร่ดิบมันประสานรวมกันกลายเป็ปีศาจราคะสีดำที่ครอบงำิญญาผม สองมือหยาบกระชากกางเกงสแล็กและกางเกงบ็อกเซอร์ตัวบางของตัวเองลงต่ำ เผยแกนกายั์ขนาด 8 นิ้วแข็งตึงเปรี๊ยะปวดหนึบชี้ชันกระตุกถี่ระรัวสู้แสงไฟสลัว
ผมแทรกตัวเข้ากึ่งกลางระหว่างเรียวขาขาวเนียนสองข้างของเธอ แยกเรียวขาผายผึ่งอวบแน่นของชู้รักสาวให้อ้ากว้าง โน้มตัวลงไปจับประคองแกนกายใหญ่สอดแทรกกระแทกมิดโคนเข้าสู่ส่วนลึกสุดของรูรักชื้นแฉะของเธออย่างจงใจและรุนแรงในคราวเดียว
"อ๊า... คุณพัฒน์... แน่นสยิวจังเลยค่ะ... ลึกสุดโคนเลยจ้ะ" เจนจิราส่งเสียงร้องครางเสียวลั่นห้องลองเสื้อผ้า VIP สองมือเรียวจิกหลังบ่าแกร่งของผมแน่น สองขากว้างเกี่ยวกระหวัดโอบรอบบั้นเอวหนาของผมมั่นรองรับแรงกระแทกกระทั้นดิบป่าเถื่อน
ผมขยับสะโพกสอบซอยกระแทกกระทั้นลำเนื้อั์เข้าใส่อย่างบ้าคลั่งระบายอารมณ์แค้น เสียงััเนื้อกระทบเนื้อเปียกชื้นดังสะท้อนก้องกังวานสลับกับเสียงครางกระเส่ารัญจวนใจของชู้รักสาว กิเลสตัณหาและความตื่นเต้นสุดขีดคุกคามสติสัมปชัญญะของผมจนตัวเกร็งสั่นระริก ทุกแรงสอดใส่กระแทกลึกคือการพยายามกอบกู้ประกาศสิทธิ์ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายที่โดนเหยียบย่ำ แต่ในขณะเดียวกัน เจนจิรากลับแกล้งเอ่ยคำพูดดูถูกบีบคั้นประสาทหูของผมช้าๆ
"วินเขาทำรักได้นุ่มนวลและอ่อนหวานกว่านี้เยอะนะคะคุณพัฒน์... แรงกระแทกดิบๆ ของช่างปูนอย่างคุณล้างคาวกวินออกไม่ได้จริงๆ หรอกค่ะ เพราะจิตใจของคุณมันสยบยอมเป็ทาสใต้เท้าเจนไปแล้ว"
คำพูดของเธอมันทำให้ผมโมโหจนหน้าตาบิดเบี้ยว ผมเอื้อมมือหนาไปกดปิดปากอิ่มของเธอแ่าเพื่อบังคับให้เงียบเสียงประชดประชัน ทว่าแววตาคมกริบของเธอกลับเบิกกว้างสั่นระริกด้วยความสุขสะใจที่สามารถปั่นอารมณ์ดิบของผมให้คุคลั่งได้สำเร็จ ความเสียวสยิวและความแค้นบดเบียดประสานกวาดล้างสติปัญญาของผมจนหมดสิ้น
ผมซอยสะโพกบดกระแทกลึกสุดขีดเกร็งหน้าท้องหนาแ่า ปลดปล่อยกามารมณ์น้ำอุ่นร้อนฉีดพุ่งะเิเข้าสู่ลึกสุดยอดของรูรักของชู้รักสาวรวดเร็วหลายก๊อกฉีดกระจายเต็มรูรัก เจนจิราเกร็งตัวแอ่นอกลอยครางระรัวสุดเสียงกอดตัวผมไว้แน่นซบหน้าอกสะท้านเสร็จสมอารมณ์หมายพร้อมๆ กัน
ผมฟุบหน้าลงกับอกอวบคัพเอฟขาวนุ่มหอบหายใจถี่ระรัว ร่างกายเปียกชุ่มเหงื่อไคลคาวรัก ความเ็ปร้าวรานหึงหวงมอดดับไปชั่วขณะแลกกับความอ่อนแรงและสิเน่หาที่ยอมจำนน
เมื่อภารกิจกามารมณ์เสร็จสิ้น ผมขยับดึงถอนแกนกายใหญ่ั์ออกมาลวกๆ ขยับตัวไปนั่งพิงพนักโซฟากำมะหยี่สีแดง ดึงทิชชู่มาเช็ดทำความสะอาดเนื้อตัวด้วยสายตาที่ล่องลอยว่างเปล่า สองตาเหม่อมองแหวนแต่งงานสีเงินบนนิ้วนางข้างซ้ายที่เปรอะคราบน้ำรักและน้ำหอมเชอร์รี่ของเธอ ศักดิ์ศรีที่อยากเอาชนะไอ้กวิน และความซื่อสัตย์ที่มีต่ออรมันไม่มีเหลือชิ้นดีแล้วในวันนี้ ผมรู้สึกสมเพชและสังเวชตัวเองเหลือเกิน
เจนจิราขยับตัวลุกขึ้นยืนจัดเสื้อผ้าเรียบร้อย นั่งลงข้างผมกุมมือหนาที่สั่นระริกบีบเบาๆ "คุณพัฒน์จ๊ะ... คืนนี้กลับบ้านไปนอนกอดและกินขนมหวานฝีมือคุณอรให้อร่อยและมีความสุขนะคะ... อย่าเผลอหลับตาแล้วละเมอครางเป็ชื่อเจนออกไปล่ะจ๊ะผัวชู้แสนดีของเจน"
คำพูดส่งนัยเตือนหลอกหลอนประสาทของเธอทำให้ผมชาวาบไปทั้งตัว ผมก้าวเท้าเดินออกจากสตูดิโอแฟชั่นของเธอออกมาพบแสงแดดยามเย็นที่ส่องสว่างจ้า ผมเดินขึ้นรถกระบะสตาร์ทรถขับแล่นกลับบ้านพักช้าๆ สองมือหนาที่กำพวงมาลัยสั่นสะท้านไร้ความรู้สึกประหนึ่งร่างไร้ิญญา ท้องถนนรอบตัวและรถราที่แล่นผ่านมันดูไม่สมจริงเลยสักนิด ผมรู้สึกเหมือนตัวเองกลายเป็ผีดิบที่ก้าวขาเดินลงสู่ขุมนรกชู้รักโดยไม่มีวันได้หวนกลับคืนสู่โลกความเป็จริงที่ขาวสะอาดของอรได้อีกเลยชั่วชีวิต
เมื่อผมประคองรถกระบะเลี้ยวเข้าจอดในรั้วบ้านพักยามโพล้เพล้ ท้องฟ้ามืดสนิทแล้ว แสงไฟสีนวลในบ้านส่องผ่านกระจกหน้าต่างออกมาดูอบอุ่นเป็ระเบียบ ผมนั่งนิ่งกำพวงมาลัยอยู่ในรถเกือบสิบนาทีเพื่อระบายเหงื่อไคลและปรับสมาธิให้กลับคืนปกติขจัดกลิ่นน้ำหอมเชอร์รี่ที่ค้างคา
ผมก้าวเท้าเดินเข้าบ้าน อรเดินส่งรอยยิ้มแฉ่งก้าวตรงเข้ามาต้อนรับทันที "กลับมาเหนื่อยๆ ไปล้างไม้ล้างมือทานลอดช่องน้ำกะทิเย็นเจี๊ยบก่อนนะคะพี่พัฒน์ อรทำแช่ตู้เย็นไว้รอเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ"
ผมเดินเข้าไปล้างมือในห้องน้ำ ยืนสบตาตัวเองในกระจกอีกครั้งน้ำยาล้างมือมีฟองฟูฟ่องแต่มันกลับไม่อาจชะล้างคราบสกปรกชั่วช้าที่ท่วมอกได้เลย ผมเดินออกมารับถ้วยลอดช่องน้ำกะทิมาถือไว้และตักกินช้าๆ ความหวานหอมเย็นๆ ของกะทิมันกลับฝืดแห้งเหนียวคอปานยาพิษร้ายแรงยามมองดูดวงตาใสซื่อของอรที่คอยจ้องมองผมด้วยความหวังดี
ระหว่างที่เรากำลังนั่งทานขนมด้วยกันเงียบๆ โทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของผมก็แจ้งเตือนสั่นะเืสั้นๆ ผมลอบหยิบขึ้นมาเปิดดูกลางสลัว หน้าจอแสดงข้อความรูปภาพจากเจนจิราส่งมา เป็ภาพถ่ายแก้วไวน์แดงของเธอมุมเฉียงที่มีแหวนแต่งงานสลักชื่อที่คล้ายกับของผมวางอยู่เคียงคู่ พร้อมข้อความสั้นๆ: "หวังว่าลอดช่องน้ำกะทิของคุณอรจะหวานสู้รสสวาทใต้เงาจันทร์ของเจนนี่ได้นะคะคุณพัฒน์..."
ผมสะดุ้งสุดตัวรีบล็อคหน้าจอมือถือสไลด์ซ่อนใส่กระเป๋ากางเกงทันที ใบหน้าขาวซีดเผือดจนอรจับสังเกตสังเกตเห็นและถามขึ้นเบาๆ "พี่พัฒน์เป็อะไรหรือเปล่าคะ... หน้าซีดเชียวค่ะ?"
"ปะ... เปล่าจ้ะอร พี่แค่รู้สึกวิงเวียนหัวใจกระตุกนิดหน่อยน่ะ ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ ทานขนมเถอะนะ" ผมโกหกคำโตเป็รอบที่ร้อยของวัน จมลึกอยู่ในห้วงความสับสนวุ่นวาย ความรู้สึกผิด และจิตสำนึกชั่วบาปชู้รักที่ไม่มีวันลบล้างได้รอดอีกต่อไป
หลังจากทานเสร็จ ผมแสร้งบอกเล่าว่าอยากออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์รับลมเย็นๆ ข้างนอก ผมก้าวเดินช้าๆ มาหยุดยืนอยู่ข้างแปลงดอกไม้เล็กๆ ริมรั้วเหล็กหน้าบ้าน สายตามองกวาดลอดช่องว่างซอกรั้วข้ามไปยังบ้านโมเดิร์นลอฟท์ฝั่งตรงข้าม แสงไฟสีส้มสลัวดวงเดิมจากบานหน้าต่างห้องนอนชั้นสองของเจนจิรายังคงเปิดส่องสว่างสะท้อนผ่านผ้าม่านบาง ผมเห็นเงาร่างระหงของเธอขยับไหวแ่เบาอยู่เื้ัม่านผืนนั้น
ผมนั่งกำเหล็กรั้วกั้นััความเย็นเยียบของเหล็ก ความรู้สึกในอกของผมมันแตกออกเป็สองฝ่ายอย่างเ็ปร้าวราน ฝ่ายหนึ่งอยากจะวิ่งกลับเข้าไปในบ้าน คุกเข่ากราบสารภาพความชั่วช้าเลวทรามทั้งหมดต่อหน้าอรเพื่อแลกกับความหลุดพ้นและไถ่บาป แต่อีกฝ่ายกลับยังคงถูกตรึงสะกดสายตานิ่งอยู่กับเงาร่างของชู้รักฝั่งตรงข้าม เฝ้ารอคอยเสียงสั่นเตือนแจ้งข้อความถัดไป หรือรสััชื้นแฉะเนื้อตัวขาวคัพเอฟที่จะฉุดดึงรั้งผมดิ่งลึกจมลงไปในวังวนตัณหาอย่างไร้ทางหนีรอด ผมรู้ดีแล้วว่าตัวเองไม่มีวันตื่นจากฝันร้ายสีกุหลาบนี้ได้อีกเลยชั่วชีวิต
*****
“รสรักดิบถ่อยที่ผสมความเ็ป...
ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ
หรือพัฒน์กำลังจะกลายเป็ทาสสวาทถาวร?”