หลังจากเดินทางมาร่วมเดือนในที่สุดกู้จือเสวี่ยก็ถึงอำเภอหรู่หยาง เขายังจำได้เสมอว่าวันนี้คือวันเปิดตัวร้านอาหารของหลี่อวิ๋นเจียวที่โด่งดังไปทั่ว จนนางขึ้นแท่นการเป็คหบดีหญิงอันดับหนึ่ง
ซึ่งไม่ใช่เื่ง่ายเลยที่นางจะทำทุกอย่างด้วยตัวคนเดียว ในชาติที่แล้วหลังจากที่นางร่ำรวยเงินทองมากมาย ทำให้หลี่อวิ๋นเจียวกลายเป็ที่พูดถึงในคนหมู่มาก ลามไปทั่ว จนจวนโหวออกมาประกาศตัดขาดกับนางที่ทำเื่เสื่อมเสียชื่อเสียง การค้าขายถือว่าอยู่ในชนชั้นล่างสุด แม้จะทำเงินได้มากแต่ก็ดูเป็การทำงานที่น่าอายสำหรับเหล่าขุนนาง การหาเงินอย่างสุจริตนั้นจะเรียกว่าเป็เื่น่าอายได้อย่างไรกัน
แม้หลี่อวิ๋นเจียวจะประกอบอาชีพสุจริตแต่การค้าขายนั้นยังคงถือได้ว่าด้วยในบรรดาชนชั้นทั้งหลาย นางที่ควรเป็ฮูหยินขุนนางอยู่ดูแลจวนเงียบๆ กลับต้องมาออกหน้าออกตาทำการค้าอยู่ด้านนอกร่วมกับมีข่าวที่นางสนิทสนมกับศัตรูตัวฉกาจในชาติที่แล้วของเขา
มันผู้นั้นคือผู้ที่ปลิดชีพนางกับมือ ในชาตินี้เขาจะไม่ยอมให้มันเข้ามาพัวพันในชีวิตนางเป็อันขาด
ในชาติที่แล้วเนื่องข่าวฉาวโด่งดังไปทั่วเมือง ท่านแม่จึงมีคำสั่งให้หย่าขาดกับนาง แม้แต่บุตรสาวเขายังไม่เคยได้พบสักครั้ง จึงไม่เคยมีชื่อของบุตรสาวลงในวงศ์ตระกูล รวมถึงเกิดข่าวลือมากมายว่าเด็กน้อยคนนั้นไม่ใช่บุตรสาวของเขา หากแต่เป็ลูกที่เกิดจาก ชายชู้ ด้วยเห็นว่าเป็โอกาสอันดีที่ได้ตัดขาดกับหลี่อวิ๋นเจียว ในเมื่อในเมื่อทั้งคู่ไม่เคยรักกัน ฉะนั้นนี่อาจจะเป็หนทางที่ดีที่ได้ปล่อยนางให้เป็อิสระ กู้จือเสวี่ยในชาติที่แล้วจึงรีบทำการหย่าทันที
แต่หลังจากที่เขาได้รู้ความจริงทั้งหมดก็สายเกินไปเสียแล้ว หลี่อวิ๋นเจียวต้องตาย ทั้งที่นางไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยทั้งสิ้น อีกทั้งในชาติที่แล้วหลี่ชิงหลวนเป็พรรคพวกองค์ชายรอง ก็คือ 1 ในสาเหตุของคนที่คอยทำร้ายนางอยู่ลับๆ เสมอมา รวมไปถึงใน่สุดท้ายของชีวิตของเขาก็พบว่าฮ่องเต้ทรงเริ่มทรงระแวงเขานั้น ล้วนเป็ผลงานขององค์ชายรองทั้งสิ้น
หลี่ชิงหลวนแสร้งทำเป็เดือดร้อน นัดหมายเขาให้ไปพบเจอในยามดึก แท้จริงแล้วนั้นคือกับดัก ที่ล่อเหยื่อโง่เช่นเขานั้นเอง สถานที่ที่นัดหมายกลับเป็แหล่งของกลางที่ยัดเยียดข้อกล่าวหาให้เขาได้ทั้งสิ้น แม้กู้จือเสวี่ยจะมีความดีความชอบอยู่มากจึงไม่โดนปะา หากแต่จวนนั้นถูกยึดทรัพย์ ฮูหยินผู้เฒ่าต้องตายอย่างน่าอนาจ แม้แต่วาระสุดท้ายกู้จือเสวี่ยยังไม่มีโอกาสได้เจอผู้เป็มารดา
จนหลี่ชิงหลวนเฉลยทุกอย่างออกมาทำให้เขารู้ว่าเขาได้กลายเป็หมากไปแล้ว โดยคนที่ถูกกำจัดไปก่อนหน้าเขาคือหลี่อวิ๋นเจียว ในเมื่อได้โอกาสกลับมาเขาจะยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้นางมา จะไม่ทำผิดอีก กู้จือเสวี่ยเริ่มนับเวลา เขายังมีเวลาอีก 3 ปี เพื่อขอโอกาสใหม่จากนาง ก่อนจะถึงวันนั้น...
“นางคือผู้ใด ” ร่างสูงโปร่งนั่งไขว่ห้างในชุดขาวกำลังโบกพัดเบาๆ ขณะนั่งอยู่ในหอฝั่งตรงข้ามกับร้านของหลี่อวิ๋นเจียว เหล่าลูกสมุนต่างรู้งาน วิ่งออกไปหาข้อมูลทันที ไม่ง่ายที่นายท่านจะสนใจผู้ใด โดยส่วนมากผู้ที่นายท่านให้ความสนใจมักไม่ตายดี
สวินเส้าโบกพัดในมือช้าๆ ใบหน้าขาว ริมฝีปากแดง องค์เครื่องหน้ามีความงามยิ่งกว่าหญิงใด หากแต่เขาคือผู้ชาย หรือที่สาวๆ มักชอบเรียกกันว่า คุณชายเ้าสำอาง หากแต่เขาไม่ได้ดูอ่อนนุ่มเหมือนดังภายนอก อีกทั้งภายใต้รูปร่างที่ผอมบางของเขานั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งต่างหาก ทำให้หลายคนมักจะสบประมาทเขาเนื่องจากรูปลักษณ์ภายนอกของเขานั่นเอง
หอแห่งนี้เขาเปิดมาหลายปีแล้ว นอกจากจะโด่งดังเื่อาหารแล้วยังเป็แหล่งข่าวชั้นดี ทำให้เขาทำงานง่ายขึ้นด้วย
ไม่ง่ายที่จะมีใครดึงดูดความสนใจของเขาได้ จนเขาได้เห็นหญิงนางหนึ่ง ยามนางเยื้องย่างก้าวเดินเหมือนนางกำลังลอยได้ก็ไม่ปาน ท่วงท่ากิริยาไม่มีบกพร่อง ผิวพรรณขาวสะอาด ยิ่งไปกว่านั้นนางดูเหมือนเป็ผู้ที่มาจากตระกูลขุนนางขั้นสูง
'หญิงงามเป็แน่'
สายลมพัดผ่านจนหมวกด้านหน้าขอบหลี่อวิ๋นเจียวมีผ้าเลิกขึ้นมาเล็กน้อย เผยให้เห็น ใบหน้ามุมด้านข้างของนาง จมูกที่โด่งเป็สันรับกับริมฝีปากที่ดูน่ารักจิ้มลิ้ม อีกทั้งยังรับกับคางสวยๆ ที่ดูเข้ากับใบหน้าที่งดงาม
สวินเส้าถึงกับกลั้นลมหายใจ 'ของดีๆ มาดูกันว่าเขาจะได้ใช้ประโยชน์จากนางคนนี้ได้หรือไม่ ไม่มีอะไรที่เขาทำไม่ได้' แต่ในความคิดนั้นคล้ายกับมีอะไรบางอย่างบีบรัดที่หัวใจของเขา ใบหน้างามล่มเมืองของสวินเส้าเบี้ยวเล็กน้อยก่อนจะกลับมาเป็ปกติเช่นเดิม
ในฐานะบุรุษที่เกิดมางดงามยิ่งกว่าสตรีทำให้สวินเส้าไม่เคยรู้สึกว่าจะมีผู้ใดงดงามไปกว่าเขา หากแต่สตรีผู้นั้นกลับดึงดูดความสนใจของเขาไปเสียได้ แม้แต่คนสนิทของสวินเส้ายังพากันมองท่าทีของผู้เป็นาย เนื่องจากไม่เคยเห็นนายท่านให้ความสนใจสตรีมาก่อน
ในขณะเดียวกันกู้จือเสวี่ยมองไปที่ชั้นบนของหอฝั่งตรงข้าม เขามองเห็นพรรคพวกของสวินเส้า กู้จือเสวี่ยกำหมัดแน่น
'ไอ้เลวนั่น ต้องจัดการก่อนทุกอย่างจะสายไป'
กู้จือเสวี่ยจัดการให้คนของเขาไปขัดขวางการทำงานของสวินเส้าทันที จะให้คนรู้ว่าเ้าของร้านเป็ใคร จะไม่เป็ผลดีกับนาง
จนกระทั่งตาของเขาได้สบกับนาง ใจของเขาสั่น เต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมา แม้จะมีผ้ากั้นกลางแต่เขามั่นใจได้ในทันทีว่า เมื่อกี้ เขาได้สบตากับนางแล้ว
กู้จือเสวี่ยอยู่รอจนจบงาน เขามีความสุขมากเหลือเกินเพียงแค่มองนางกับลูกสาวตัวน้อย กู้จือเสวี่ยเหม่อมองไปที่กู้เสียวเสี่ยวตัวน้อย เด็กน้อยเต้นไปรอบๆ ขาเล็กๆ ะโไปมาพร้อมคณะเชิดสิงโต สร้างความหรรษาให้กับหลี่อวิ๋นเจียวไม่น้อย
เด็กน้อยหน้าตาเหมือนเขาจนแทบจะแกะออกมาเป็พิมพ์เดียวกัน แต่ต่างตรงที่สีผิวของเด็กน้อยขาวสะอาดอมชมพูเหมือนหลี่อวิ๋นเจียว ไม่ดำกระด้างจากแดดเหมือนกับเขาที่ต้องจับดาบ ออกแดด ไปรบจนสีผิวดูดำคล้ำตัดกันเหลือเกิน
จนหลี่อวิ๋นเจียวแยกย้ายกลับบ้าน เขาจึงได้ไปยืนรออยู่ที่หน้าบ้าน หลังจากให้ลูกน้องคนสนิทไปแจ้งกับหลี่อวิ๋นเจียวว่าเขา้าเข้าพบ จนนางเดินลงจากรถม้า แยกตัวจากทุกคนและเดินตรงมาหาเขา ด้วยสีหน้าที่ยากจะอธิบาย
หลี่อวิ๋นเจียวเกิดอาการใจสั่นหลังได้สบตากับชายหนุ่มผู้นั้น นางไม่สามารถเข้าใจได้ในทันทีว่าเกิดอะไรขึ้รกับตนเอง อีกทั้งรูปร่างของบุรุษผ้นั้นนั้นสูงใหญ่ ผิวสีเข้ม เครื่องหน้าหล่อเหล่าคมเข้ม คลับคล้ายคลับคลาดูคุ้นเคย จนนางใรวมไปถึงบุรุษผู้นั้นยังมีราศีบางอย่างที่ทำให้นางรับรู้ได้ในทันทีว่าเขานั้นมิใช่คนธรรมดาและยังทำให้หลี่อวิ๋นเจียวแทบต้องกลั้นหายใจยามอยู่ใกล้
หลังจากแอบพิจารณาได้สักพัก หลี่อวิ๋นเจียวก็มั่นใจว่าคือกู้จือเสวี่ยเป็แน่ ในความทรงจำที่มีนั้นไม่อาจช่วยอะไรนางได้มากนักเนื่องจากเ้าของร่างก็ได้เจอกู้จือเสวี่ยผู้เป็สามีแค่ไม่กี่ครั้งเท่านั้นแต่ด้วยรูปหน้าที่คล้ายคลึงกับกู้เสียวเสี่ยวเป็อย่างมาก และสายตาของเขาที่ไม่ปิดบังแม้แต่น้อยว่ากำลังจ้องมองมาที่นาง ทำให้นางสับสนเล็กน้อย
หลี่อวิ๋นเจียวเกิดอาการมือสั่นขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ใจนางเต้นแรง หรืออาจจะเป็ิญญาของร่างเดิมที่ยังคงห่วงหาอาทรกู้จือเสวี่ยกู้จือเสวี่ยอยู่กันนะ
หลี่อวิ๋นเจียวพยายามซ่อนมือที่สั่นเทาของนางเอาไว้ และสนุกไปงานเปิดตัวร้าน ฮวาจิ่นคล้ายจะจับสังเกตนางได้แต่นางยังไม่เอ่ยอะไรออกมาทำให้หลี่อวิ๋นเจียวโล่งใจไปเล็กน้อย เนื่องจากตอนนี้นางก็ทำตัวไม่ถูกเดิมอยู่แล้ว
'ข้ายังไม่พร้อมในตอนนี้' นางเห็นได้อย่างชัดเจนของกู้จือเสวี่ยมีอะไรบางอย่างที่ทำให้คนไม่กล้าเข้าใกล้หรือมันคือราศีของผู้เป็รองแม่ทัพกัน ความน่าเกรงขามและความดุดันทำให้พื้นที่บริเวณรอบตัวกู้จือเสวี่ยนั้นเกิดช่องว่างขึ้น แต่กลับไปอัดแน่นอยู่หน้าร้านของหลี่อวิ๋นเจียวแทน
หลี่อวิ๋นเจียวจึงเห็นเป็โอกาสอันดีใช้จังหวะนี้เรียกลูกค้าเข้าร้านเสียเลย หลี่อวิ๋นเจียวทบทวนความทรงจำของเ้าของร่างเดิมแต่ไม่พบสาเหตุที่จะเชื่อมโยงถึงสาเหตุที่นางได้เจอกับกู้จือเสวี่ย คนแบบนั้นนะหรือไม่มีทางที่จะไม่หานางโดยไม่มีจุดประสงค์
กู้เสียวเสี่ยวยังคงเต้นไปรอบๆ จนหมดแรง เดินมากอดขาของหลี่อวิ๋นเจียว พลางเอาใบหน้าน้อยถูไถไปมา เรียกความเอ็นดูจากชาวบ้านรอบๆ ไปไม่น้อย
“ ท่านแม่ เสียวเสี่ยวเหนื่อยเ้าค่ะ” เด็กน้อยพูดเสียงออดอ้อน
“เหนื่อยก็พักสิจ๊ะ เด็กดี หยุดะโไปมาได้แล้ว”
ปี้ถิงและปี้ถังถึงกับขำท่าทางของคุณหนูตัวน้อย
“อ้อนแบบนี้น่าจะขอให้อุ้มนะเ้าคะ”
กู้เสียวเสี่ยวพยักหน้ารัวๆ เห็นด้วยกับคำตอบ หลี่อวิ๋นเจียวยิ้มกว้างพร้อมกับอุ้มกู้เสียวเสี่ยวที่ตัวไม่น้อยขึ้นมา งานวันนี้เป็ไปได้ด้วยดี เด็กๆ ต่างสนุกสนาน จนต้องขอตัวไปนอนพักบนรถม้าก่อนที่ฮวาจิ่นกับหลี่อวิ๋นเจียวจะสั่งงานในร้านจนเสร็จ
ปี้ถิงและปี้ถังรีบจ้ำมาหาหลี่อวิ๋นเจียวทันที พวกนางได้รับจดหมายจากชายปริศนา ที่คาดว่าน่าจะเป็ลูกน้องของผู้ทรงอิทธิพลสักคนหนึ่ง หลี่อวิ๋นเจียวรีบเปิดอ่านทันที ในจดหมายได้ใจความว่า กู้จือเสวี่ยยินดีจะรับพวกนางแม่ลูกกลับจวน และดูแลเป็อย่างดีจนถึงที่สุด พร้อมกับนัดหมายหลี่อวิ๋นเจียวเพื่อพูดคุยรายละเอียดโดยจะรออยู่บริเวณหน้าจวน
หลี่อวิ๋นเจียวคิดย้อน จะเป็ไปได้หรือ นางจำได้ว่าในละครหลี่อวิ๋นเจียวได้กลับจวนตอนกู้เสียวเสี่ยวอายุราว 14 ปี ซึ่งคืออีก 10 ปีข้างหน้า สิ่งนี้เคยเกิดขึ้นในละครหรือไม่
กู้จือเสวี่ยยืนรออยู่ด้านหน้าจวน เขายืนตัวตรงจนดูออกทันทีว่าคนผู้นี้เป็ทหาร
ฮวาจิ่นแม้จะไม่รู้เื่ราวมากนักแต่นางก็พอคาดเดาได้จากใบหน้าของชายผู้นั้นที่คล้ายคลึงกับกู้เสียวเสี่ยวน้อย นางจับมือให้กำลังใจหลี่อวิ๋นเจียวก่อนจะพาลูกๆ กลับจวน
ปี้ถิงและปี้ถังพากันจูงกู้เสียวเสี่ยวกลับเรือน แม้จะเป็ห่วงหลี่อวิ๋นเจียวเป็อย่างมาก แต่พวกนางก็ไม่กล้าหืออือกับคนที่คุณก็รู้ว่าใครหรอกนะ
หลังหลี่อวิ๋นเจียวได้รับกำลังใจจากทุกคนเรียบร้อย นางจึงเดินไปหากู้จือเสวี่ย หลังนางสงบสติอารมณ์เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะยอบกายทำความเคารพกู้จือเสวี่ย แม้ทั้งสองจะไปเอ่ยคำใดออกมา แต่ท่าทางทั้งสองดูเก้งก้างเป็อย่างยิ่ง จนหลี่อวิ๋นเจียวทำมือเชื้อเชิญให้กู้จือเสวี่ยเข้าจวน
“ไปสนทนากันที่เรือนหน้าเถอะเ้าค่ะ”