คัมภีร์เทพอสูรเทวะ

    ตอนที่ 69: เบิกเนตรดาบทัณฑ์บรรพกาล

    กระบี่บินเล่มงามแหวกทะลวงผ่านทะเลหมอกอันหนาทึบ มุ่งหน้าสู่ยอดเขาเหมันต์ที่ถูกปกคลุมด้วยหิมะขาวโพลนตลอดกาล สายลมเย็นเยียบเสียดกระดูกพัดกรรโชก ทว่าความหนาวเหน็บจากฟ้าดิน กลับมิอาจเทียบเคียงกับความปั่นป่วนภายในกายของเย่เฉินได้เลยแม้แต่น้อย


    ชายหนุ่มนั่งทรุดกายอยู่บนตัวกระบี่เบื้องหลังซูหลิงเอ๋อร์ ท่อนแขนขวาที่เส้นโลหิตปริแตกยังคงโชกชุ่มไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน ทุกครั้งที่กระบี่บินเชิดหัวทะยานขึ้นสูง ร่างที่ฝืนทนจนถึงขีดจำกัดของเขาจะโอนเอนไปมาประดุจต้นไม้เฒ่าที่ใกล้จะโค่นล้ม ลมหายใจหอบถี่และรวยรินดุจเส้นด้ายที่จวนเจียนจะขาดสะบั้น


    ทว่าสิ่งที่เด่นชัดที่สุด กลับเป็นหยาดโลหิตสีคล้ำที่ไหลรินออกจากมุมปากของเขาไม่หยุดหย่อน


    เย่เฉินกำลังขบกรามและฟันของตนเองแน่นจนเส้นเลือดบนขมับปูดโปน เขารู้ดีว่าตนเองมิอาจปล่อยให้ดวงจิตจมดิ่งสู่ห้วงนิทราได้เด็ดขาด หากเขาสิ้นสติลงเมื่อใด มารแฝงกายที่ซุกซ่อนอยู่ใต้กองเลือดที่ท่อนแขนขวา ย่อมฉวยโอกาสกลืนกินร่างของเขาทันที


    ซูหลิงเอ๋อร์ผู้ยืนควบคุมกระบี่อยู่เบื้องหน้า ปรายตาหงส์ชำเลืองมองหยาดโลหิตที่หยดแหมะลงบนตัวกระบี่ นางชะลอความเร็วของการเดินทางลงเล็กน้อย ความเงียบงันอันหนักอึ้งโรยตัวลงมาระหว่างคนทั้งสอง มีเพียงเสียงสายลมที่พัดผ่านโสตประสาท


    นัยน์ตาหงส์ที่เคยเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปีสั่นไหววูบหนึ่ง นางทอดมองใบหน้าซีดเผือดที่เต็มไปด้วยคราบเลือดของเขา ก่อนที่ริมฝีปากบางจะขยับเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา


    "เจ้า... มิจำเป็นต้องฝืนถึงเพียงนี้"


    เย่เฉินมิได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดตอบกลับ นัยน์ตาสีดำขลับที่เริ่มพร่ามัวของเขาค่อยๆ ปิดลง ท่ามกลางความเงียบงันบนกระบี่บิน ชายหนุ่มเพียงขบฟันลงบนปลายลิ้นของตนเองอีกครั้งอย่างหนักหน่วง!


    โลหิตหยดใหม่ไหลรินจากมุมปากหยดลงสู่พื้นกระบี่ ทว่าสติสัมปชัญญะที่กำลังจะดับวูบกลับถูกกระชากให้ตื่นตัวขึ้นมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส กระดูกสันหลังที่งองุ้มของเขาค่อยๆ ฝืนเหยียดตรงขึ้นทีละน้อย


    แม้จะไร้ซึ่งสุ้มเสียงตอบรับ ทว่าการกระทำอันเด็ดเดี่ยวและอำมหิตต่อตนเองนี้ คือคำตอบอันหนักแน่นดุจขุนเขา... เป็นเส้นแบ่งเขตแดนที่เขาขีดไว้ เพื่อมิให้ผู้มีพระคุณต้องก้าวล่วงลงมาแปดเปื้อนกับขุมนรกของเขาโดยเด็ดขาด


    เรือนเหมันต์ตั้งตระหง่านอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางหิมะโปรยปราย เมื่อกระบี่บินร่อนลงจอด ซูหลิงเอ๋อร์รีบประคองร่างที่โชกเลือดของเย่เฉินเข้าไปภายใน นางจัดแจงให้เขานั่งพิงผนังไม้หอมบนเตียงหยกเย็น ความหนาวเหน็บจากหยกโบราณที่แผ่ซ่านเข้าสู่แผ่นหลัง ช่วยระงับความเจ็บปวดที่กำลังแผดเผาร่างกายของชายหนุ่มลงได้หลายส่วน


    นางพลิกฝ่ามือ ปรากฏ 'โอสถบงกชน้ำแข็ง' เม็ดสีขาวกระจ่างส่งกลิ่นหอมหวน เย่เฉินรับมันเข้าปากโดยมิลังเล ทันทีที่กลืนล่วงลงคอ กระแสความเย็นบริสุทธิ์สายหนึ่งพลันไหลทะลวงเข้าสู่ตันเถียน สะกดข่มทะเลปราณที่กำลังปั่นป่วนอย่างบ้าคลั่งจากการเดินปราณย้อนกลับ ให้ค่อยๆ สงบนิ่งลงดุจผิวน้ำในสระที่ถูกแช่แข็ง


    ซูหลิงเอ๋อร์หมุนตัวกลับไป นำอ่างน้ำอุ่นและผ้าสะอาดผืนหนึ่งเดินเข้ามาใกล้อีกครั้ง นัยน์ตาหงส์จ้องมองก้อนเนื้อและโลหิตที่เกรอะกรังบนท่อนแขนขวาของชายหนุ่ม นางยื่นมือออกไป หมายจะเช็ดชำระล้างคราบคาวเลือดเหล่านั้นเพื่อเปิดปากแผลและทายาสมานชีพจรให้


    ทว่า... วูบ!


    เย่เฉินกลับเบี่ยงไหล่หลบ ท่อนแขนขวาที่ชุ่มโชกถูกดึงกลับเข้าหาลำตัวอย่างรวดเร็ว


    ซูหลิงเอ๋อร์ชะงักมือค้างกลางอากาศ คิ้วเรียวงามขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "แขนเจ้า... ปล่อยให้ข้าดู"


    เย่เฉินส่ายหน้าช้าๆ ริมฝีปากที่ซีดเซียวเอื้อนเอ่ยเสียงแหบพร่า "มิจำเป็น"


    "ข้าเป็นผู้นำเจ้ามา" น้ำเสียงของเทพธิดาแห่งยอดเขาเหมันต์แฝงความดื้อดึงระคนห่วงใย นางก้าวประชิดเข้ามาอีกครึ่งก้าว หวังจะทลายความดื้อรั้นของเขา


    เย่เฉินเงยหน้าขึ้น นัยน์ตาสีดำขลับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนาง ความเงียบงันโรยตัวลงมาเพียงชั่วอึดใจ ก่อนที่เขาจะกล่าวถ้อยคำอันหนักอึ้ง


    "ข้าทราบดี..." เย่เฉินเว้นจังหวะ ลมหายใจสะดุดกึก "และเพราะล่วงรู้... ข้าจึงมิอาจให้ท่านเห็น"


    ถ้อยคำนั้นสั้นกระชับ ทว่ากลับกระแทกใจผู้ฟังดุจค้อนศิลา ซูหลิงเอ๋อร์สบตากับชายหนุ่มเบื้องหน้า นางมองเห็นกำแพงอันสูงชันที่เขาก่อตัวขึ้น มิใช่เพื่อกีดกันความหวังดี ทว่าเพื่อปกป้องนางจากความมืดมิดที่เขาแบกรับไว้บนท่อนแขนนั้น


    มือที่ยื่นออกไปของนางค่อยๆ ลดระดับลง ซูหลิงเอ๋อร์มิได้ดึงดันอีกต่อไป นางวางผ้าชุบน้ำอุ่นลงบนโต๊ะไม้ข้างเตียงหยก พร้อมกับหยิบผ้าแพรไหมฟ้าผืนใหม่เอี่ยมที่พับไว้อย่างประณีตวางเคียงคู่กัน


    เทพธิดาแห่งยอดเขาเหมันต์หมุนตัวเดินจากไปอย่างเงียบงัน ปล่อยให้ชายหนุ่มเผชิญหน้ากับบาดแผลและความนัยของตนเองเพียงลำพัง ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมของดอกเหมยที่ยังคงอวลอยู่ในอากาศ


    คล้อยหลังร่างระหงของเทพธิดาแห่งยอดเขาเหมันต์ เย่เฉินจัดการพันธนาการท่อนแขนขวาที่ชุ่มเลือดด้วยผ้าแพรไหมฟ้าผืนใหม่จนแน่นหนา ลมปราณในตันเถียนที่เคยเดือดพล่านเริ่มสงบนิ่งและโคจรอย่างเป็นระเบียบด้วยฤทธิ์ของโอสถบงกชน้ำแข็ง


    ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก ขับไล่ความเหนื่อยล้าออกจากดวงจิต ก่อนจะล้วงเอาม้วนไผ่ดำขลับ 'เคล็ดวิชาดาบทัณฑ์บรรพกาล' ออกมาจากสาบเสื้อ


    ม้วนไผ่เก่าแก่แผ่กลิ่นอายความตายและหนักอึ้งดุจศิลา เย่เฉินค่อยๆ คลี่มันออกอย่างระมัดระวัง เสียงซี่ไผ่เสียดสีกันดังแผ่วเบาท่ามกลางความเงียบสงัดของเรือนเหมันต์


    บนซี่ไผ่ซี่แรก จารึกด้วยอักขระสีโลหิตที่ดูคล้ายจะหยดทะลักออกมาได้จริง มันมิใช่การเกริ่นนำถึงความยิ่งใหญ่ล้นฟ้าของเคล็ดวิชา ทว่ากลับเป็นคำเตือนที่แปลกประหลาดและขัดต่อสามัญสำนึกที่สุด


    "ผู้มีสองแขนสมบูรณ์... จงอย่าฝึกฝน"


    เย่เฉินขมวดคิ้ว นัยน์ตาสีดำขลับฉายแววฉงน เคล็ดวิชาระดับสูงในใต้หล้าล้วนต้องการผู้ที่มีรากปราณและสรีระร่างกายสมบูรณ์แบบเพื่อรองรับพลังตบะ เหตุใดคัมภีร์ม้วนนี้จึงเปิดฉากด้วยการปฏิเสธผู้ที่เพียบพร้อม?


    เขาพลิกหน้าถัดไป ไล่สายตาอ่านลงไปทีละบรรทัด ทีละตัวอักษร ริ้วรอยแห่งความตื่นตะลึงค่อยๆ ปรากฏขึ้นบนใบหน้าซีดเซียว


    วิชานี้บัญญัติให้ผู้ฝึกละทิ้งวิถีแห่งธรรมชาติโดยสิ้นเชิง การตวัดศัสตราหนักมิใช่การถ่ายเทน้ำหนักเพื่อรักษาสมดุล ทว่าคือการสูบกระชากปราณทั้งหมดในทะเลปราณ พุ่งทะลวงไปกระจุกรวมที่ท่อนแขนเพียงข้างเดียวเพื่อบีบอัดพลังทำลายล้างสูงสุด หากมนุษย์ธรรมดาที่มีร่างกายสมดุลฝืนกระทำ ย่อมต้องแลกมาด้วยเส้นเอ็นที่ขาดสะบั้นและกระดูกที่แหลกเหลวคาดาบของตนเอง


    นี่คือสาเหตุที่อัจฉริยะในอดีตล้วนตกตายหรือกลายเป็นคนพิการเมื่อพยายามฝึกฝนวิชาต้องสาปม้วนนี้!


    เย่เฉินอ่านทวนประโยคสุดท้ายที่สลักไว้ส่วนลึกของคัมภีร์ด้วยเสียงแผ่วเบา


    "ผู้เพียบพร้อมย่อมยึดติดในความสมดุล ทว่าวิชานี้... ผู้แหลกสลายไร้สมดุล ทะลวงขีดจำกัดสังขาร จึงจะเบิกเนตรทัณฑ์บรรพกาล"


    ชายหนุ่มลดคัมภีร์ลง สายตาของเขาเลื่อนไปมองท่อนแขนซ้ายของตนเองอย่างช้าๆ... แขนข้างที่เคยถูกบดขยี้จนพิการไร้ค่า ทว่าบัดนี้ถูกหลอมรวมและผลัดเปลี่ยนกระดูกใหม่ด้วย 'วารีทิพย์' จนมีความแข็งแกร่งดุจสัตว์ประหลาดบรรพกาล ผนวกกับพลังฟื้นฟูสมานแผลที่รวดเร็วจนน่าสยดสยอง


    มุมปากของเย่เฉินค่อยๆ ยกขึ้น ก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอ


    "ช่างบังเอิญยิ่งนัก..."


    เคล็ดวิชาต้องสาปที่ฝังร่างยอดฝีมือมานับไม่ถ้วน หาใช่วิชาที่สูงส่งจนมิอาจเอื้อม แต่มันถูกสร้างมาเพื่อผู้แหลกสลายที่พร้อมจะทุ่มพลังทั้งชีวิตไปที่แขนเพียงข้างเดียว... เฉกเช่นเขานี่เอง!


    ยามราตรีคล้อยต่ำ ลานน้ำแข็งเร้นลับเบื้องหลังเรือนเหมันต์เงียบสงัด มีเพียงเสียงสายลมหนาวพัดกรรโชก เย่เฉินลอบเร้นกายออกจากเรือนพักมายืนหยัดอยู่ท่ามกลางลานกว้าง แขนขวาที่ถูกพันธนาการด้วยผ้าแพรไหมฟ้าผืนใหม่แนบสนิทอยู่ข้างลำตัว


    ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก เอื้อมมือซ้ายไปเบื้องหลัง ปลดเปลื้อง 'ดาบยักษ์ทัณฑ์ปฐพี' ออกจากฝัก


    ตึง!


    ทันทีที่ปลายดาบยักษ์จรดลงบนพื้น น้ำหนักมหาศาลดุจขุนเขาขนาดย่อมของมัน กดทับจนพื้นน้ำแข็งบริสุทธิ์ปริร้าวเป็นทางยาว เย่เฉินกุมด้ามดาบด้วยมือซ้ายเพียงข้างเดียว นัยน์ตาสีดำขลับหลับพริ้มลง ทบทวนอักขระในคัมภีร์ต้องสาปที่สลักลึกเข้าไปในดวงจิต


    เขาเริ่มเดินลมปราณตามวิถีแห่งความวิบัติ ละทิ้งความสมดุลของสรีระร่างกายโดยสิ้นเชิง ชายหนุ่มสูบกระชากปราณทั้งหมดจากทะเลปราณในตันเถียนอย่างเกรี้ยวกราด บังคับให้กระแสน้ำวนแห่งพลังพุ่งทะลวงขึ้นไปกระจุกรวมอยู่ที่หัวไหล่ซ้ายเพียงจุดเดียว!


    ทว่า... ร่างกายมนุษย์หาใช่ภาชนะรองรับพลังอันไร้ขอบเขต เมื่อปราณมหาศาลผสานกับน้ำหนักของดาบยักษ์ ภาระอันหนักอึ้งเกินกว่าขีดจำกัดจึงปะทุขึ้น!


    ผึง!!


    เสียงเส้นเอ็นและกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ซ้ายปริแตกขาดสะบั้นดังก้องลานน้ำแข็ง โลหิตสดๆ สีแดงฉานสาดกระเซ็นทะลุเนื้อผ้าออกมา ดาบยักษ์ทัณฑ์ปฐพีหลุดลอยจากมือร่วงหล่นกระแทกพื้นเสียงดังกัมปนาท


    "อั่ก!"


    เย่เฉินกระอักเลือด ทรุดเข่ากระแทกพื้นหินเย็นเยียบ ร่างกายสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ชายหนุ่มหอบหายใจอย่างหนักหน่วง ความเจ็บปวดแสนสาหัสแล่นริ้วประดุจท่อนแขนซ้ายถูกอสูรร้ายกระชากหลุดออกจากบ่า!


    ความล้มเหลวและข้อจำกัดของร่างกายมนุษย์แสดงผลอย่างโหดร้าย นี่คือสาเหตุที่ผู้กล้าในอดีตล้วนต้องพิการเมื่อท้าทายเคล็ดวิชานี้


    ทว่าเย่เฉินหาใช่คนธรรมดา!


    ชายหนุ่มตวัดสายตาขึ้น มองบาดแผลฉกรรจ์ที่หัวไหล่ซ้าย ภายใต้ผิวหนังที่ปริแตก พลังลี้ลับแห่ง 'วารีทิพย์' ที่หลอมรวมอยู่ในกระดูกพลันตื่นตัว มันเปล่งแสงสีฟ้าครามจางๆ ก่อนจะถักทอเส้นเอ็นและสมานกล้ามเนื้อที่ฉีกขาดให้ผสานกลับคืนอย่างรวดเร็วจนน่าสยดสยอง ความเจ็บปวดมลายหายไป ทิ้งไว้เพียงความแข็งแกร่งที่เพิ่มพูนขึ้นอีกขั้น!


    "ในเมื่อวิชานี้เกิดมาเพื่อทำลาย... ข้าก็จะใช้ความพินาศเป็นพลัง!"


    เย่เฉินขบกรามแน่น ฝืนลุกขึ้นยืนตระหง่านท้าทายลมหนาว เขาคว้าด้ามดาบยักษ์ขึ้นมาอีกครั้ง เขาอดทนฝึกฝนกระบวนท่าเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า ปล่อยให้เส้นเอ็นฉีกขาดและสมานตัวด้วยวารีทิพย์ครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งแขนซ้ายของเขาสามารถรองรับปราณอันมหาศาลได้อย่างสมบูรณ์


    ครานี้เขามิรั้งรอให้พลังปะทุจนร่างกายแหลกสลาย ทว่าประสานจังหวะที่เส้นเอ็นกำลังสมานตัว สูบปราณทั้งหมดเข้าสู่แขนซ้าย แล้วตวัดดาบฟาดฟันออกไปในเสี้ยวลมหายใจ!


    "กระบวนท่าที่หนึ่ง... ทลายบรรพต!"


    ตูมมมม!!!


    เสียงคำรามกึกก้องประดุจฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย คลื่นปราณดาบสีขุ่นมัวอันดิบเถื่อนและบ้าคลั่ง พุ่งทะยานออกจากคมดาบดุจมังกรผงาด มันกวาดทะลวงอากาศจนบิดเบี้ยว ก่อนจะพุ่งเข้าบดขยี้ธารน้ำแข็งขนาดยักษ์เบื้องหน้า...


    พริบตาเดียว ธารน้ำแข็งที่แข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า พลันถูกอานุภาพแห่งดาบทัณฑ์บรรพกาลบดขยี้จนแหลกสลายกลายเป็นผุยผงละอองน้ำแข็ง ปลิวว่อนไปทั่วเวหาในดาบเดียว!


    อานุภาพทำลายล้างอันน่าสะพรึงกลัวนี้ แลกมาด้วยหยาดเลือดและความเจ็บปวดนับครั้งไม่ถ้วน ทว่ามันคือสุดยอดวิชาสังหารที่ดุดันและคู่ควรกับชายหนุ่มผู้แหลกสลายอย่างแท้จริง!


    ละอองน้ำแข็งยังคงปลิวว่อนไปทั่วเวหา ร่างของเย่เฉินยืนหอบหายใจอย่างหนักหน่วงท่ามกลางลานกว้างที่แตกร้าว แม้พละกำลังจะเหือดหาย ทว่านัยน์ตาสีดำขลับกลับทอประกายวาวโรจน์ด้วยความปีติ อานุภาพของเคล็ดวิชาดาบทัณฑ์บรรพกาลช่างคุ้มค่ากับความเจ็บปวดที่ต้องแลกมา


    ทว่าในจังหวะที่ชายหนุ่มกำลังจะเก็บดาบยักษ์เข้าฝัก...


    ฟริ้ว!


    ลำแสงสีเลือดสายหนึ่งพลันพุ่งแหวกม่านราตรีอันหนาวเหน็บ ทะลวงผ่านค่ายกลคุ้มครองของเรือนเหมันต์ลงมาอย่างโอหัง มันร่อนลงปักเข้ากับพื้นหินเบื้องหน้าเย่เฉิน เผยให้เห็นรูปลักษณ์ของ 'นกกระเรียนกระดาษ' ที่ถูกอาบย้อมด้วยปราณอัคคีสีโลหิต บนปีกกระดาษนั้นประทับด้วยตราสัญลักษณ์หัวกะโหลกอันเป็นอาญาสิทธิ์แห่งหอคุมกฎ!


    เย่เฉินหรี่ตาลง เขาก้าวเข้าไปหยิบนกกระเรียนกระดาษนั้นขึ้นมา ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสและคลี่สาส์นออก ปราณสีเลือดที่อัดแน่นอยู่ภายในพลันปะทุขึ้น กลายสภาพเป็นภาพเงาเลือนรางของผู้อาวุโสหลิวหยวน ลอยตระหง่านอยู่กลางลานน้ำแข็ง!


    "เย่เฉิน!"


    เสียงตวาดก้องกังวานของคนโฉดเฒ่าแฝงไปด้วยรังสีอำมหิต ดังกึกก้องออกมาจากเงามืด "เจ้าคิดว่าบารมีของคุณหนูใหญ่ตระกูลซู จะคุ้มกะลาหัวเจ้าไปได้ตลอดรอดฝั่งกระนั้นหรือ! หอคุมกฎย่อมมีวิถีแห่งหอคุมกฎ!"


    เงาของหลิวหยวนแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม "ลานประลอง... คือสถานที่อันยุติธรรมที่สุดของสำนัก ผู้แข็งแกร่งรอด ผู้ไร้ค่าตกตาย! ครานี้... มิมีบารมีตระกูลใดปกหัวเจ้าได้อีก!"


    ข้อความในสาส์นเลือดปรากฏชัดเจนแก่สายตา มันคือคำสั่งบังคับให้เย่เฉินในฐานะผู้ชนะเลิศสายนอก ต้องเข้าร่วม 'ศึกลานประลองยอดเขาชั้นใน' เพื่อประเมินฐานะ ทว่าหลิวหยวนกลับใช้อำนาจมืดแทรกแซงสายการประลอง บังคับขีดเขียนชื่อของเย่เฉินให้ต้องเผชิญหน้ากับ 'นักเชือดไร้เงา' ซึ่งเป็นถึง 'ศิษย์สืบทอดสายตรง' ของหอคุมกฎ ผู้มีชื่อเสียงกระฉ่อนด้านความเหี้ยมโหด!


    รูปแบบการประลองถูกระบุด้วยอักขระสีแดงฉานว่า... 'ศึกลานประลองเป็นตาย'


    ยิ่งไปกว่านั้น บรรทัดสุดท้ายของสาส์นยังระบุเงื่อนไขที่โหดเหี้ยมเกินมนุษย์...


    "ผู้พ่ายแพ้ในศึกนี้ หากแม้นยังรอดชีวิต... จะต้องถูกบดขยี้ 'ทะเลปราณ' ให้แหลกสลายกลายเป็นคนพิการโดยสมบูรณ์ และถูก 'อัปเปหิ' ขับไล่ออกจากสำนักเมฆาครามชั่วกาลนาน!"


    พรึ่บ!


    สิ้นสุดข้อความ นกกระเรียนกระดาษและภาพเงาของหลิวหยวนพลันลุกไหม้กลายเป็นเถ้าถ่านสีดำร่วงหล่นลงบนพื้นหิน


    เย่เฉินยืนนิ่งงันกลางลมหนาว นัยน์ตาสีดำขลับที่ทอดมองเถ้าถ่านเหล่านั้น มิได้ฉายแววหวาดหวั่นแม้แต่น้อย ทว่ากลับค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นจิตสังหารอันเยียบเย็นดุจก้นบึ้งของขุมนรก


    ในเมื่อหอคุมกฎต้องการใช้กฎเกณฑ์อันชอบธรรมมาเป็นลานประหาร... เขาก็จะใช้ 'ดาบยักษ์' ในมือซ้าย บดขยี้ความชอบธรรมจอมปลอมนั้นให้แหลกคาลานประลอง!


    การเดิมพันด้วยทะเลปราณและชีวิต... ไร้ซึ่งทางถอยโดยสมบูรณ์!


    [จบตอนที่ 69]



    คล้ายกับเรื่องคัมภีร์เทพอสูรเทวะ ที่คุณอ่าน

    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    280K 462
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    Cosmic God System ข้านี่ล่ะผู้ยิ่งใหญ่ (จบ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    401K 613
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134