เสียงหยดน้ำหยดลงจากชายคาไม้ไผ่ดังเป็จังหวะ
ท่ามกลางแสงสลัวของตะเกียงน้ำมันเล่มเล็ก ภายในเรือนชั้นเดียวหลังเก่าคร่ำคร่า ชายหนุ่มเบิกตาขึ้นอย่างฉับพลัน
ดวงตาคมกริบวาวโรจน์อย่างระแวดระวัง
“…นี่มันที่ไหน?” เขาพึมพำ
ฝ้าเพดานเป็ไม้ไผ่สาน เสื่อใต้ร่างแข็งกระด้างกลิ่นขึ้นรา
อากาศเย็นชื้น กลิ่นสมุนไพรและ... เืจางๆ ยังติดปลายจมูก
“ข้า... ยังไม่ตาย?”
เขาลุกพรวดขึ้น แต่ทันทีที่เคลื่อนไหวก็ต้องนิ่วหน้า ร่างกายนี้ทั้งอ่อนแรงและบางส่วนก็ยังเจ็บร้าว ราวกับเพิ่งฟื้นจากพิษร้ายแรง
หลินเหยียน—หรือจะเรียกเขาว่า “ไป๋เหยียน” ตามร่างใหม่นี้—ถอนหายใจเฮือก
สมองของเขายังหมุนติ้ว พยายามหาคำอธิบาย
เขาก้มมองมือตัวเอง... นิ้วยาวเรียว ผิวขาวซีด และมีรอยแผลจางๆ ตามข้อมือ
ขยับขา ลูบหน้าอก ลูบไหล่... แล้วรีบสะดุ้งไปหากระจกเงาบานเล็กที่วางอยู่ริมฝา
เงาสะท้อนในกระจกเผยให้เห็นใบหน้าของชายหนุ่มราวสิบเจ็ดสิบแปด
ดวงตาเรียวยาว แต่หม่นหมองจากร่างกายอ่อนแอ
จมูกโด่งรับกับกรอบหน้าคมชัด คิ้วเข้มดั่งพู่กัน ทว่าสีหน้ากลับดูเฉื่อยชาท้อแท้
“หน้าตา... ค่อนข้างดี แต่เหมือนคนขาดอาหารมาครึ่งปี” เขาว่าอย่างติดตลก
ในหัวกลับเต็มไปด้วยเสียงกระซิบ... ความทรงจำของเ้าของร่างเดิมทะลักเข้ามาราวกระแสน้ำปะทะเขื่อนแตก
> ไป๋เหยียน บุตรลำดับที่สองแห่งตระกูลไป๋
ขี้โรค ไร้วิทยายุทธ์ ถูกเยาะเย้ยจากพี่น้อง
มารดาเสียไปั้แ่ยังเยาว์ ไม่มีใครเหลียวแล
และ... เพิ่งถูกวางยาพิษเมื่อคืนนี้
หลินเหยียนกำหมัดแน่น
เขาเข้าใจทุกอย่างแล้ว
“์เล่นตลก... ส่งข้ามาอยู่ในร่างของคนที่ถูกครอบครัวตัวเองหักหลัง?”
เขายืนขึ้นเต็มความสูง แม้จะโซเซเล็กน้อย แต่สายตาเริ่มกลับมาแหลมคม
"แต่เ้าดีแล้วล่ะ ไป๋เหยียน... เ้าตาย และข้า... จะใช้ชีวิตของเ้าใหม่"
เขาหันหลังกลับไปมองเงาในกระจกอีกครั้ง
"จากวันนี้ไป ข้าคือเ้า แต่ข้า... จะไม่ยอมให้ใครเหยียบข้าได้อีก"
ทันใดนั้น เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบาๆ
ตามมาด้วยเสียงแ่ของหญิงสาว “คุณชาย... ท่านตื่นแล้วหรือ?”
หลินเหยียนหันไปมองประตูไม้
แววตาของเขาเย็นเยียบ ทว่าแฝงด้วยพลังอันตรายที่เริ่มก่อตัวขึ้นช้าๆ
“มาแล้วสินะ... โลกใหม่ของข้า”