ตอนที่ 5 ร้องเรียกอยู่นานกว่าจะปรากฏโฉม
ด้วยเหตุนั้น แม้แต่ม่อผิงเจียนที่อายุน้อยที่สุดก็ยังจำได้ขึ้นใจว่าต้องทำให้มารดาดีใจ มารดาดีใจน้องสาวก็จะดีใจ น้องสาวดีใจจึงจะเติบโตได้ดี แล้วก็จะสนิทกับเขาในอนาคต เอาละ ตรรกะนี้ไม่ผิดพลาดเป็แน่!
มีเพียงม่อผิงชูที่แค่นเสียงดูถูกทฤษฎีนี้ ในสายตาเขา น้องสาวยังไม่เกิดเสียหน่อย ไหนเลยจะรู้ว่าใครเป็ใคร เอาเวลานี้ไปเตรียมของเล่นที่เด็กเล็กชอบเยอะๆ ให้น้องสาวเล่นหลังเกิดมายังจะดีเสียกว่า วิธีทำเป็น่ารักเพื่อเอาใจมารดาอย่างนี้ ไม่มีทางที่เขาผู้เยือกเย็นจะทำเด็ดขาด
แต่เห็นม่อผิงเจียนกะพริบตาปริบๆ ท่องหนังสือให้มารดาฟัง ทำท่าทางโง่เง่าสารพัดจนมารดาหัวเราะไม่หยุด เห็นบิดาดีดเครื่องสายให้มารดาอย่างเอาอกเอาใจ เห็นม่อผิงอวิ๋นกับม่อผิงฟังทุบขานวดแขนให้มารดาอย่างระมัดระวัง ม่อผิงชูก็เริ่มหวั่นไหว
ต้องพึงรู้ว่าเื่ทุกเื่มีความเป็ไปได้ ถ้าในอนาคตน้องสาวเกิดมาแล้วสนิทสนมกับพวกเขามากกว่าตัวเอง ม่อผิงชูแค่คิดก็รับไม่ได้
เพราะฉะนั้น ค่ำคืนที่จันทร์กระจ่างดาวรางเลือน ม่อผิงชูใช้ท่าทางน่าเกรงขามของพี่ชายไล่ม่อผิงอวิ๋นกับม่อผิงฟัง หิ้วม่อผิงเจียนออกไป แล้วหยิบขลุ่ย เอ่ยกับสวีจิ้งเหนียงอย่างเขินอายมาก “ท่านแม่ ข้าเปล่าขลุ่ยให้ท่านฟังดีหรือไม่”
สวีจิ้งเหนียงมองบุตรชายอย่างแปลกใจ แหม ไม่จริงน่า ตอนวันเกิดก่อนหน้านี้นางขอให้เขาเป่าหนึ่งเพลง บุตรคนนี้ให้ตายก็ไม่ยอมขายหน้า วันนี้กลับเสนอเป่าขลุ่ยเอง ไม่ง่ายเลย ไม่ง่ายเลยจริงๆ!
สวีจิ้งเหนียงปรบมือแสดงการต้อนรับอย่างยินดีทันที ม่อผิงชูหน้าแดงสูดหายใจลึก เขาปิดตาลงน้อยๆ เริ่มเป่าขลุ่ยอย่างอารมณ์ลึกซึ้ง
หนึ่งเพลงจบแล้ว ม่อผิงชูวางขลุ่ย ได้ยินแค่เสียงกรนเบาๆ มารดาของเขาหลับแล้วเสียอย่างนั้น!
ม่อไท่เหวินกลั้นขำสุดชีวิต ตบบ่าเอ่ยปลอบม่อผิงชู “คืออย่างนี้ แม่เ้า นาง ่นี้ง่วงนอนง่ายเป็พิเศษ นางไม่ได้หลับ เพราะ เพราะเ้าเป่าขลุ่ยหรอก”
ม่อผิงชูกวาดสายตาเยือกแข็งมองบิดาและน้องๆ ที่กลั้นขำจนใกล้จะกระเทือนอวัยวะภายในอยู่แล้ว เขาพูดเสียงเ็า “ท่านพ่อ ทุกวันท่านวนเวียนอยู่กับท่านแม่ข้า ไม่กลัวการค้าของบ้านเราตกต่ำ ในอนาคตน้องสาวเกิดมาไม่มีเงินใช้หรือ”
รอยยิ้มบนใบหน้าของม่อไท่เหวินแข็งค้างแล้ว
ม่อผิงชูยังพูดเ็าอีกประโยค “ส่วนพวกเ้า ไม่รู้ว่าน้องสาวในอนาคตได้เห็นคะแนนสอบพวกเ้าแล้วจะรู้สึกเยี่ยงไร”
ม่อผิงอวิ๋น ม่อผิงฟัง และม่อผิงเจียนก็ยิ้มไม่ออกแล้ว
ม่อผิงชูเห็นดังนี้จึงค่อยเชิดคางพอใจ หันตัวจากไปอย่างคล่องแคล่ว
ฤดูใบไม้ผลิไปฤดูใบไม้ร่วงมาเยือน ภายใต้ความคาดหวังกังวลของทุกคนในสกุลม่อ ตอนที่สวีจิ้งเหนียงอยู่ในงานเลี้ยงตระกูล จู่ๆ นางก็รู้สึกถึงความร้อนสายหนึ่งไหลทะลักออกมา นางตกตะลึง
อวี๋ซูเจินที่นั่งข้างสวีจิ้งเหนียงเห็นนางผิดปกติ ก็รีบถามอย่างห่วงใย “จิ้งเหนียง เป็อะไรไป มีตรงไหนไม่สบายหรือ”
ทุกคนต่างมองด้วยความเป็ห่วง สวีจิ้งเหนียงเอ่ยเสียงเบาตื่นเต้นเล็กน้อย “พี่สะใภ้ ข้า ถุงน้ำคร่ำเหมือนจะแตกแล้ว ข้าจะคลอดแล้ว!”
ทุกคนตะลึงงันในพริบตา จะคลอดแล้ว จะคลอดแล้ว ต้องทำเยี่ยงไร มิใช่บอกว่าโดยปกติเด็กผู้หญิงจะคลอดช้ากว่ากำหนดหรือ ทำไมเป็ก่อนกำหนดครึ่งเดือนไปได้เล่า
นายท่านใหญ่ตบโต๊ะยืนขึ้น ตวาดลั่น “หมอหลวงดูเยี่ยงไรกัน ไม่เห็นแม่นสักนิด!”
(หมอหลวงอดคับใจไม่ได้ พวกเขาบอกโดยปกติ ไม่ใช่แน่นอนเสียหน่อย อุตส่าห์สร้างความเชื่อใจได้ คงมิหายไปเร็วถึงเพียงนั้นอีกกระมัง)
ฮูหยินผู้เฒ่าเอ่ยอย่างไม่พอใจ “ตอนนี้ยังพูดเื่นั้นให้ได้อะไร เร็ว เรียกคนมา พาฮูหยินรองไปห้องคลอด หมอหญิงเล่า หมอตำแยอยู่ไหน รีบเรียกมาให้หมดเร็ว!” เห็นสีหน้าของฮูหยินผู้เฒ่านิ่งสงบ ไม่ตื่นตูม ทุกคนก็เผลอถอนหายใจโล่งอกหน่อยๆ ก่อนจะรีบจัดการ ทว่ามีแค่นายท่านใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างฮูหยินผู้เฒ่าที่รู้ว่า สองขาของภรรยาสั่นเทาอย่างเห็นได้ชัด
แต่อย่าว่าแต่ภรรยา เขาผู้ที่บุกฝ่าออกมาจากดงอาวุธมากมายยามนี้ก็ยังมือสั่นไม่หยุด!
สวีจิ้งเหนียงถูกพาเข้าห้องคลอดอย่างรวดเร็ว หลังหมอหญิงตรวจ นางเอ่ยว่าแม้ถุงน้ำคร่ำแตกแล้ว แต่ยังไม่ถึงเวลา ยังต้องรออีกหน่อย
สวีจิ้งเหนียงอดกลัวเล็กน้อยไม่ได้ ก่อนหน้านี้ที่คลอดบุตรนางเจ็บท้องจึงรู้ว่าจะคลอดแล้ว คราวนี้ถุงน้ำคร่ำกลับแตกก่อน แต่นางยังไม่รู้สึกอะไรสักอย่าง เด็กก็ไม่ออกมา จะทำเยี่ยงไรดี
อวี๋ซูเจินที่ตามเข้ามาในห้องคลอดด้วยกุมมือของสวีจิ้งเหนียงไว้ เอ่ยน้ำเสียงอ่อนโยน “จิ้งเหนียง อย่ากังวลไป เด็กใกล้ถึงกำหนดคลอดแล้ว แม้เร็วกว่ากำหนดอยู่บ้าง แต่ไม่ใช่อุปสรรคใหญ่ เด็กคนนี้เกรงว่าคงนิสัยรีบร้อน อยากออกมาเจอหน้าทุกคนเร็วๆ เ้าฟังที่พี่สะใภ้พูดนะ เ้าสี่คนนั้นของเ้าคลอดได้อย่างราบรื่น คนนี้ก็ต้องราบรื่นเช่นกัน เวลายังเร็วไป ข้าช่วยเช็ดตัวให้เ้า ดื่มน้ำแกงไก่หน่อย พวกเราไม่ต้องรีบร้อนนะ”
ด้วยการปลอบโยนของอวี๋ซูเจิน สวีจิ้งเหนียงจึงผ่อนคลายลงทีละน้อย
ในห้องคลอดผ่อนคลายลงแล้ว แต่นอกห้องคลอดกลับตึงเครียดยิ่ง ม่อไท่เหวินเดินไปเดินมาหน้าทางเข้าห้องคลอดไม่หยุด ไม่ระวังจนเกือบสะดุดขาตัวเองล้ม แต่ทุกคนกลับไม่มีเวลาไปหัวเราะเยาะเขา ตาจ้องมองห้องคลอดไม่กะพริบ หูก็เงี่ยฟังเสียงความเคลื่อนไหว
นายท่านใหญ่ที่นั่งยืนไม่ติดที่ เมื่อเห็นหมอหลวงเจิ้งรีบร้อนพากำลังคนเร่งรุดมา เขาตบไหล่กล่าวกับอีกฝ่ายทันที “เจิ้งน้อยเอ๋ย ข้ารู้ว่าเ้าเป็เด็กดีมาตลอด ตอนนี้ข้ายกสะใภ้รองกับหลานสาวให้ดูแลแล้ว เ้าต้องรับประกันความปลอดภัยของพวกนางให้ข้านะ”
ราชวงศ์ซย่ามีหัวหน้าสำนักแพทย์หลวงระดับสี่ชั้นเอกอยู่เพียงสองคน หมอหลวงเจิ้งที่ตลอดมาตรวจแค่ตามบัญชาของฮ่องเต้แยกเขี้ยวน้อยๆ ต้องรับฝ่ามืออารมณ์ไม่ยั้งแรงของนายท่านใหญ่ เขาหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก
จะดีหรือเลวเขาก็อายุใกล้ครึ่งร้อยแล้ว คาดไม่ถึงว่ายังถูกคนเรียกว่า ‘เจิ้งน้อย’ กับ ‘เด็กดี’ อยู่อีก โดยเฉพาะต่อหน้าผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ถึงเขามีความกล้ามากเพียงใด ก็ยังไม่กล้าเอ่ยกับนายท่านใหญ่ว่า “ท่านเลิกเรียกข้าแบบนี้ได้แล้ว มันน่าอาย!”
ต้องพึงรู้ว่าฮ่องเต้ถือตนเป็ชนรุ่นหลังเมื่ออยู่ต่อหน้านายท่านใหญ่ ยอมเรียกนายท่านใหญ่ด้วยตำแหน่งฐานะของเขา แสดงการให้เกียรติเขา
ดังนั้นหมอหลวงเจิ้งจึงได้แต่ยิ้ม พยักหน้า “นายท่านใหญ่กรุณาวางใจ ข้ารับประกันว่าจะช่วยให้ฮูหยินคลอดปลอดภัยอย่างสุดความสามารถ!”
นายท่านใหญ่พยักหน้าพึงพอใจ ก่อนกวาดสายตามองทุกคนโดยรอบ “ขอแค่พวกเ้าทุ่มสุดกำลังข้าก็วางใจ แต่ถ้าใครกล้าไม่ทุ่มสุดกำลัง หรือแอบซ่อนความคิดไร้ยางอายอะไรอยู่ อย่าลืมเด็ดขาดว่าอยู่ไม่สู้ตายคืออะไร!”
น้ำเสียงราบเรียบแต่เปี่ยมแรงกดดันมหาศาลนั้นแผ่ขยายไปทั่วบริเวณห้องคลอดในชั่วพริบตา ไม่สนว่าเป็หมอหลวง หมอหญิง หมอตำแย หรือกระทั่งพวกหญิงรับใช้กับข้ารับใช้จิปาถะ ทุกคนต่างอกสั่นขวัญแขวนอย่างห้ามไม่อยู่
คืนนี้หากทุกสิ่งทุกอย่างผ่านพ้นไปอย่างราบรื่นก็แล้วไป แต่ถ้ามีสิ่งไหนไม่เหมาะสมแม้แต่เสี้ยวเดียว เกรงว่าความโกรธปานสายฟ้าลงทัณฑ์นี้ของนายท่านใหญ่คงไม่มีใครรับไหว
ทุกคนจำต้องระมัดระวังอย่างยิ่งยวด บางคนที่ความคิดออกนอกลู่นอกทางก็รีบร้อนเก็บความคิดก่อนหน้าทันที นายท่านใหญ่และฮูหยินผู้เฒ่านั่งเฝ้าเป็การส่วนตัว พวกเขาไม่กล้าคิดไม่เข้าท่าอีก ตัวเองไม่เพียงรนหาที่ตาย แต่ยังจะเป็การพาครอบครัวเข้าสู่สถานที่ที่ไร้การอภัยโทษด้วย
ในห้องคลอด หลังสวีจิ้งเหนียงเช็ดตัวกับดื่มน้ำแกงไก่ เดินชั่วครู่โดยมีอวี๋ซูเจินประคองแล้ว นางก็เริ่มเจ็บท้อง เพียงแต่ความเจ็บนั้นหาได้รุนแรงไม่ ประเดี๋ยวเจ็บประเดี๋ยวหาย ทำเอาหมอหญิงและหมอตำแยไม่รู้ควรทำเยี่ยงไร
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/0278e9df5d182182d98848bc2c6b22f2