ก๊องงงงง!
เสียงระฆังที่กังวานและทรงอำนาจดังก้องไปทั่วทั้งลานประลอง... มันคือเสียงที่ยุติทุกการเคลื่อนไหว... คือเสียงที่ตัดสินชะตากรรม
บนเวทีประลองมังกรสวรรค์อันกว้างใหญ่ ร่างของเฟิงหลงและเจี้ยนอู๋ซางยืนจ้องหน้ากันนิ่ง... ทั้งสองคนต่างอยู่ในสภาพที่บาดเจ็บ แต่แววตาของพวกเขากลับไม่ได้มีความอ่อนแอเลยแม้แต่น้อย... มีเพียงเจตจำนงแห่งการต่อสู้ที่ลุกโชนและยังคงไม่มอดดับ
เฟิงหลงรู้สึกถึงความเจ็บปวดที่แผ่ซ่านมาจากบาดแผลที่หัวไหล่ เลือดสียังคงไหลซึมออกมาไม่หยุด ในขณะที่การปะทะกับ "ฝ่ามือทลายขุนเขา" ในตอนท้ายนั้นก็ทำให้พลังปราณของเขาปั่นป่วนไปชั่วขณะ ส่วน เจี้ยนอู๋ซาง นั้น แม้จะดูดีกว่า แต่ที่หน้าอกของเขาก็มีรอยช้ำจางๆ จาก "อัสนีบาตอสูร" และมุมปากของเขายังคงมีคราบเลือดติดอยู่...
นี่คือผลของการต่อสู้ที่แท้จริง... การต่อสู้ที่ต้องเดิมพันด้วยทุกสิ่งทุกอย่าง!
"น่าเสียดาย..." เจี้ยนอู๋ซางเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณนักสู้ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าของเขา "การต่อสู้ของเรา... ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ"
"ยังมีโอกาสอีกมาก" เฟิงหลงตอบเสียงเรียบ เขาดึงผ้าจากแขนเสื้อของตนเองมาพันบาดแผลไว้อย่างลวกๆ
"ข้าจะรอ" เจี้ยนอู๋ซางกล่าวสั้นๆ ก่อนจะหันหลังและเดินกลับไปยังจุดของตนเองอย่างสง่างาม เขาไม่ได้สนใจผู้เข้าทดสอบคนอื่นที่นอนร้องโหยหวนอยู่บนพื้นเลยแม้แต่น้อย... ในสายตาของเขา บัดนี้มีเพียงเฟิงหลงคนเดียวเท่านั้นที่คู่ควรจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขา
หวังเฉิน ที่ยืนอยู่ไม่ไกล มองภาพนั้นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย... ทั้งความโล่งใจที่การต่อสู้จบลง, ความโกรธแค้นที่เฟิงหลงยังไม่ตาย, และความอัปยศอดสูที่ตนเองถูกเมินโดยเจี้ยนอู๋ซางอย่างสิ้นเชิง!
"การทดสอบรอบที่สาม... สิ้นสุดลงแล้ว!" เสียงอันทรงพลังของ ผู้อาวุโสเยว่ ดังขึ้นจากบนแท่นสูง นางกวาดสายตามองไปทั่วทั้งเวทีประลอง ก่อนที่สายตาของนางจะมาหยุดอยู่ที่ร่างของเฟิงหลงและเจี้ยนอู๋ซางเป็นพิเศษ ประกายแสงแห่งความชื่นชมอย่างสุดซึ้งวาบขึ้นในดวงตาที่งดงามของนาง
"ผู้ที่ถูกชิงป้ายหยกไปทั้งหมด... ถือว่าตกรอบ"
สิ้นเสียงประกาศ ร่างของผู้เข้าทดสอบที่พ่ายแพ้เกือบครึ่งก็ถูกส่งออกจากเวทีไปด้วยลำแสงสีฟ้าอ่อน เหลือไว้เพียงผู้ที่ยังคงมีป้ายหยกอยู่ในมือ... ซึ่งมีไม่ถึงห้าสิบคน
"บัดนี้... คือการประกาศผล!" นางกล่าวต่อ "ศิษย์ของสำนัก... จงนับจำนวนป้ายหยก!"
ศิษย์ชั้นในหลายคนปรากฏตัวขึ้นบนเวทีและเริ่มนับจำนวนป้ายหยกของผู้ที่เหลือรอดอย่างรวดเร็ว บรรยากาศกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง ทุกคนต่างลุ้นระทึกว่าตนเองจะติดหนึ่งในสิบอันดับแรกหรือไม่
"อันดับที่สิบ... หลินเฟิง... มีป้ายหยกทั้งหมดสามชิ้น!"
หลินเฟิง เด็กหนุ่มร่างท้วมที่ผูกมิตรกับเฟิงหลงคนแรก เบิกตากว้างด้วยความดีใจสุดขีด! เขารอดมาได้เพราะในช่วงท้ายของการต่อสู้ เขาได้ซ่อนตัวอย่างชาญฉลาดและไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับสมรภูมิของเหล่าปีศาจ!
การประกาศผลดำเนินต่อไป... อันดับเก้า... อันดับแปด... จนกระทั่ง...
"อันดับที่ห้า... หวังเฉิน... มีป้ายหยกทั้งหมดสิบเอ็ดชิ้น!"
หวังเฉินหน้ากระตุก! อันดับห้า!? เขาตั้งเป้าไว้ที่หนึ่งในสามอันดับแรก! แต่เพราะมัวแต่เสียเวลาไปกับการพยายามจัดการเฟิงหลง ทำให้เขาพลาดโอกาสในการไปชิงป้ายหยกจากคนอื่น! นี่คือความอัปยศอีกครั้ง!
และแล้ว... ก็มาถึงสามอันดับแรกที่ทุกคนรอคอย
"อันดับที่สาม... ฉินเสี่ยวเฟย... มีป้ายหยกทั้งหมดสิบหกชิ้น!""อันดับที่สอง... เย่เฟิง... มีป้ายหยกทั้งหมด... ยี่สิบสามชิ้น!"
เฮือก!
ทุกคนในสนามต้องสูดลมหายใจเย็นเยียบอีกครั้ง! เย่เฟิง! ไอ้บ้านนอกคนนั้นได้ถึงอันดับสอง! ป้ายหยกทั้งหมดนั้นมาจากไหน!?... พวกเขานึกย้อนกลับไป... และก็ได้คำตอบ... มันมาจากอัจฉริยะกลุ่มแรกเกือบยี่สิบคนที่พุ่งเข้าไปหาเรื่องเขานั่นเอง! เขาสามารถจัดการคนเกือบยี่สิบคนได้ด้วยตัวคนเดียว!
หวังเฉินแทบจะกระอักเลือดออกมาด้วยความโกรธ! เขาไม่เพียงแต่ทำอะไรเฟิงหลงไม่ได้... แต่ยังกลายเป็นบันไดให้มันเหยียบขึ้นไปสู่จุดที่สูงกว่าอีก!
"และอันดับหนึ่ง... ผู้ที่เป็นจ้าวแห่งมังกรในการทดสอบครั้งนี้..." ผู้อาวุโสเยว่หยุดไปครู่หนึ่งเพื่อสร้างความตื่นเต้น "...เจี้ยนอู๋ซาง! มีป้ายหยกทั้งหมด... สามสิบเจ็ดชิ้น!"
เสียงโห่ร้องแสดงความยินดีดังกระหึ่มขึ้น! ผลลัพธ์นี้เป็นไปตามที่ทุกคนคาดการณ์ไว้ ความแข็งแกร่งของเจี้ยนอู๋ซางนั้นไร้เทียมทานอย่างแท้จริง
"ยอดเยี่ยมมาก" ผู้อาวุโสเยว่กล่าวชม "ตามที่ข้าได้ประกาศไว้... ผู้ที่เป็นอันดับหนึ่งจะได้รับรางวัลพิเศษ... เจี้ยนอู๋ซาง... ก้าวออกมาข้างหน้า"
เจี้ยนอู๋ซางเดินออกไปอย่างสงบนิ่ง
ผู้อาวุโสเยว่ดีดนิ้วอย่างแผ่วเบา... และขวดยาหยกสีขาวบริสุทธิ์ขวดหนึ่งก็ลอยไปหยุดอยู่ตรงหน้าของเขา "นี่คือ 'โอสถทะลวงสวรรค์' มันสามารถช่วยให้เจ้ายกระดับพลังขึ้นได้อีกหนึ่งขั้นย่อยภายในเวลาสามเดือน... จงรับมันไป"
"ขอบคุณท่านผู้อาวุโส" เจี้ยนอู๋ซางรับขวดยามาและโค้งคำนับเล็กน้อย
ทุกคนต่างมองดูด้วยความอิจฉาริษยา! โอสถทะลวงสวรรค์! นั่นมันของล้ำค่าที่แม้แต่เงินก็หาซื้อไม่ได้!
"เอาล่ะ... ผู้ที่ติดหนึ่งในสิบอันดับแรก... ขอแสดงความยินดีด้วย... พวกเจ้่าได้เป็นศิษย์สายในของสำนักเมฆาครามแล้ว!" ผู้อาวุโสเยว่ประกาศก้อง
แต่แล้ว... นางก็กล่าวประโยคต่อไป... ซึ่งเป็นประโยคที่ทำให้ทุกคนต้องตกตะลึงจนสิ้นสติยิ่งกว่าครั้งไหนๆ!
"และสำหรับเย่เฟิง... แม้เจ้าจะได้อันดับที่สอง... แต่ด้วยพรสวรรค์, พลังใจ, และความสามารถในการต่อสู้ที่เจ้าได้แสดงให้ข้าเห็น... มันทำให้ข้าตัดสินใจ... นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป... เจ้าคือศิษย์สายตรงเพียงคนเดียวของข้า... เยว่ฉางซิน!"
คำประกาศนั้น... ดังกว่าเสียงอสนีบาตฟาดนับร้อยครั้ง!
ทั้งลานกว้างเงียบกริบลงในทันที... ก่อนจะระเบิดเสียงฮือฮาที่ดังสนั่นหวั่นไหวขึ้นมา!
ศิษย์สายตรง! ศิษย์สายตรงของผู้อาวุโสเยว่! ตำแหน่งที่สูงส่งและเป็นที่ใฝ่ฝันของศิษย์นับหมื่น! บัดนี้... มันได้ตกเป็นของเด็กหนุ่มบ้านนอกที่ไม่มีใครรู้จักหัวนอนปลายเท้าคนนี้!
หวังเฉินเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า! เขาอ้าปากค้างราวกับถูกฟ้าผ่า! "เป็น...เป็นไปไม่ได้! นี่มันต้องเป็นความฝัน!"
เจี้ยนอู๋ซางเองก็หันกลับมามองเฟิงหลงด้วยความประหลาดใจระคนกับความชื่นชม... ก่อนจะพยักหน้าให้เขาเล็กน้อยเป็นการยอมรับ
เฟิงหลงเองก็ตกใจไม่น้อย... แต่เขาก็ควบคุมสีหน้าของตนเองไว้ได้อย่างรวดเร็ว เขาก้าวออกมาข้างหน้า... และโค้งคำนับให้ผู้อาวุโสเยว่ที่อยู่บนแท่นสูงอย่างสง่างาม
"ศิษย์... เย่เฟิง... คารวะท่านอาจารย์"
ภาพของเด็กหนุ่มในชุดสีดำธรรมดาๆ ที่ยืนโค้งคำนับอยู่กลางเวทีประลอง... ได้ถูกจารึกลงไปในความทรงจำของผู้คนนับหมื่นในวันนั้น...
มันคือจุดเริ่มต้นของตำนานบทใหม่... ตำนานของจอมอสูร... ในสำนักเมฆาคราม