ในเวลานี้หลินฉางชิงตระหนักแล้วว่าตนเองในยามนี้ไม่ต่างอะไรกับการถูกกักขังไว้บนหอคอยผนึกมารของสำนักชูซาน
สำหรับเขาแล้ว สิ่งที่มีมากที่สุดในตอนนี้ก็คือเวลา
"ที่นี่มีป้ายศิลาจารึกมากมายอีกทั้งยังมีหอคอยผนึกมารที่ลึกลับอย่างยิ่งอีกหนึ่งแห่ง ด้วยความสามารถในการหยั่งรู้ของข้า จะต้องหาวิธีที่ช่วยให้ข้าหลุดพ้นจากสถานการณ์ปัจจุบันนี้ได้จากที่นี่อย่างแน่นอน"
หลินฉางชิงลุกขึ้นยืน เงยหน้ามองไปยังที่ห่างไกลแล้วพึมพำออกมาอย่างช้า ๆ
ที่ปลายทางของถนน หอคอยสีดำขนาดมหึมาตั้งตระหง่านอยู่อย่างเงียบเชียบในระยะไกล ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยป้ายศิลาจารึกที่ตั้งอยู่ประปราย
แต่ในสายตาของหลินฉางชิง ป้ายศิลาจารึกเหล่านี้ล้วนเป็ทรัพยากรสำหรับการบำเพ็ญเพียรในอนาคตและเป็ความหวังของเขา
"คิดเช่นนี้แล้ว ชีวิตที่ถูกขังอยู่ที่นี่ก็ดูเหมือนจะไม่น่าเบื่อเท่าใดนัก"
เมื่อหลินฉางชิงกล่าวจบก็ก้มตัวลงเริ่มเช็ดถูป้ายศิลาจารึกอย่างตั้งอกตั้งใจต่อไป
กว่าหลินฉางชิงจะรู้สึกตัวอีกครั้ง ดวงตะวันก็คล้อยต่ำลง เวลาหนึ่งวันเต็ม ๆ ได้ผ่านพ้นไปเช่นนี้เอง
[โฮสต์พิจารณาจารึกศิลาอย่างตั้งใจจนเกิดการหยั่งรู้ ได้รับตำราวิชา : ดาบฟันเงาจันทร์สามเงื่อน]
[โฮสต์พิจารณาจารึกศิลาอย่างตั้งใจจนเกิดการหยั่งรู้ ได้รับตำราวิชา : ก้าวภูตพรางเงา]
[โฮสต์พิจารณาจารึกศิลาอย่างตั้งใจจนเกิดการหยั่งรู้ ได้รับตำราวิชา : เสียงผึ้งทองคำเกรี้ยวกราด]
...
แม้ว่าจะยังไม่ได้รับตำราวิชาที่สามารถทำให้เขาเริ่มบำเพ็ญเพียรได้ แต่หลินฉางชิงกลับยิ่งมีจิตใจที่กระปรี้กระเปร่ามากขึ้น
"พรุ่งนี้ ข้าต้องมาที่นี่อีก!" หลินฉางชิงกล่าวเบา ๆ ขณะมองไปยังป้ายศิลาจารึกที่เพิ่งถูกตนเองเช็ดจนสะอาด
เขาลุกขึ้นยืน พลางเช็ดหยาดเหงื่อบนหน้าผาก จากนั้นจึงก้มคำนับป้ายศิลาจารึกตรงหน้าอย่างนอบน้อม เพื่อแสดงความขอบคุณของตนเอง
หลังจากทำทั้งหมดนี้เสร็จสิ้น หลินฉางชิงจึงหันหลังเดินมุ่งหน้าไปยังทิศทางของหอคอยผนึกมาร
เมื่อเขากลับมาถึงกระท่อมของตน ชายชราผู้เฝ้าเขากำลังยืนอยู่หน้าประตูห้อง และดูจากท่าทางแล้ว เหมือนกับว่าจงใจรอหลินฉางชิงอยู่โดยเฉพาะ
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง ชายชราจึงค่อย ๆ หันกลับมา
"นึกไม่ถึงจริง ๆ เ้าเพิ่งมาเช็ดป้ายศิลาจารึกเป็ครั้งแรก กลับสามารถเช็ดได้ตลอดทั้งวัน" แววตาของชายชรามีความสงสัยอย่างเห็นได้ชัด เขากวาดสายตามองหลินฉางชิงั้แ่หัวจรดเท้า
เนื่องจากคุกเข่าอยู่บนพื้นตลอดเวลา เสื้อผ้าท่อนล่างของหลินฉางชิงจึงเปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดิน
"งานที่น่าเบื่อหน่ายเช่นนี้ ข้าทำมาหลายสิบปีจนเบื่อเต็มทนแล้ว ดูท่า การที่เ้ามาอยู่ที่นี่จะช่วยลดภาระของข้าไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว" ชายชราเปลี่ยนน้ำเสียงแล้วกล่าวเช่นนั้น
สำหรับคำพูดของชายชรา หลินฉางชิงไม่ได้ตอบโต้อะไร เพียงแต่พยักหน้าเบา ๆ และส่งยิ้มให้
เมื่ออีกฝ่ายเห็นปฏิกิริยาเช่นนี้ แววตาที่ขุ่นมัวก็สั่นไหว
"เ้าตามข้ามา" พูดจบ ชายชราก็หันหลังเดินจากไป เขามุ่งหน้าไปยังเส้นทางขึ้นเขาที่อยู่ข้าง ๆ หอคอยผนึกมาร
"สมุนไพรที่ข้าบอกเ้าเมื่อเช้านี้ เ้ามาเอาไปได้เลย" ชายชรากล่าว
เมื่อได้ยินดังนั้น หลินฉางชิงจึงได้สติและรีบก้าวเท้าตามชายชราไป
บ้านของอีกฝ่ายอยู่ไม่ไกลจากตัวหอคอยผนึกมารนัก และตั้งอยู่บนยอดเขาซึ่งเป็จุดสูงสุดของหอคอยผนึกมารพอดี
หากเปรียบกับกระท่อมที่หลินฉางชิงพักอยู่ ห้องของชายชราผู้นี้อาจเป็เพราะมีอายุเก่าแก่กว่ามาก เพียงแค่มองจากระยะไกล ก็ััได้ถึงความทรุดโทรมอย่างหนัก
ราวกับว่าบ้านหลังนี้และตัวชายชราเอง ต่างผ่านร้อนผ่านหนาวมาอย่างโชกโชน แม้จะดูเหมือนยังคงความแข็งแรงอยู่บ้าง แต่บางทีอาจจะใกล้พังทลายเต็มทีแล้ว...
"ท่านผู้าุโ อยู่ที่นี่มานานกี่ปีกันแน่?"
หลินฉางชิงอดไม่ได้ที่จะคิดขณะมองแผ่นหลังของชายชราที่เดินเข้าบ้านไป
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ชายชราก็เดินกลับออกมาอีกครั้ง พร้อมกับในมือของเขาที่มีน้ำเต้าเพิ่มขึ้นมาหนึ่งลูก
"เอ้า ในนี้คือสมุนไพรที่เหมาะสมกับร่างกายของเ้า" ชายชรายื่นน้ำเต้าส่งให้ถึงมือหลินฉางชิง
"ดื่มเช้าและเย็นวันละครั้ง ครั้งละหนึ่งคำเล็ก ๆ จำไว้ว่าต้องดื่มให้ตรงเวลา เ้ามาที่นี่เพื่อช่วยข้าแบ่งเบาภาระงานในแต่ละวัน อย่าได้ตายไปก่อนข้าล่ะ"
ขณะที่พูดคำนี้ ชายชราถึงกับเลิกคิ้วมองหลินฉางชิงแวบหนึ่ง สายตาของเขาราวกับจะมีความรังเกียจแฝงอยู่เล็กน้อย แต่หลินฉางชิงไม่ได้ใส่ใจเื่นี้เลย เขารับน้ำเต้านั้นมา พร้อมกับมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันที
"เช่นนั้นต้องขอบคุณท่านผู้าุโขอรับ" หลินฉางชิงกล่าวขอบคุณในทันที
การที่อีกฝ่ายนึกถึงเขาและช่วยหาสมุนไพรที่เหมาะสมให้ ก็นับว่าคุ้มค่าที่หลินฉางชิงจะกล่าวขอบคุณ ไม่ว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของอีกฝ่ายจะเป็อย่างไรก็ตาม
เมื่อได้ยินดังนั้น ชายชราเพียงแต่โบกมือ
"เอาละ ได้ยาแล้วก็กลับไปได้แล้ว ข้าจะพักผ่อน" ชายชราหันหลังให้หลินฉางชิง
"มื้อเย็นเ้าก็หาทางจัดการเอาเอง อย่ามารบกวนข้าก็พอ" พูดจบ โดยไม่รอให้หลินฉางชิงตอบรับ ชายชราก็เดินกลับเข้าห้องของตนเองและปิดประตูลงทันที
ปัง!
แรงที่เขาปิดประตูดูเหมือนจะไม่น้อยเลย
ในขณะที่ประตูไม้ส่งเสียงดังสนั่น กระท่อมทั้งหลังก็สั่นะเืตามไปด้วยทันที
หลินฉางชิงยืนอยู่หน้าประตู รู้สึกจนปัญญาเล็กน้อย เขามองน้ำเต้าที่บรรจุโอสถไว้ในมือ แล้วมองไปยังกระท่อมที่ยังคงสั่นไหวตรงหน้า อดไม่ได้ที่จะยิ้มขื่นออกมา
"นิสัยของท่านผู้าุโท่านนี้ ช่างประหลาดนัก ข้าน่าจะไม่ได้ทำอะไรให้ท่านโกรธเคืองใช่หรือไม่?" หลินฉางชิงหวนนึก
เขาไม่รู้ว่าเหตุใดท่าทีของชายชราที่มีต่อตนจึงกลายเป็เลวร้ายเช่นนี้ แต่ก็คิดไม่ออกว่าสาเหตุคืออะไรกันแน่
เมื่อเห็นว่าชายชราไม่มีทีท่าว่าจะออกมา เขาจึงจำต้องหันหลังเดินลงเขาแล้วกลับมายังกระท่อมของตนเอง
ขณะมองน้ำเต้าตรงหน้า หลินฉางชิงพิจารณาอย่างละเอียดจากนั้นจึงเปิดจุกที่ปากขวดออก
ป๊อก!
หลังจากเสียงดังขึ้น กลิ่นหอมเข้มข้นของโอสถก็ฟุ้งกระจายออกมาจากน้ำเต้าในทันที และเพียงชั่วครู่เดียว กลิ่นนั้นก็อบอวลไปทั่วทั้งกระท่อม
หลินฉางชิงสูดลมหายใจเข้า
"กลิ่นหอมเหลือเกิน!" เขากล่าวด้วยความประหลาดใจอย่างยิ่ง
ตามความทรงจำก่อนหน้านี้ มีเพียงยามที่ศิษย์สายในของสำนักชูซานได้รับาเ็สาหัสเท่านั้น ผู้าุโในสำนักจึงจะนำสมุนไพริญญาออกมาให้ศิษย์ใช้รักษาอาการาเ็
กลิ่นหอมของสมุนไพริญญาเ่าั้ ดูเหมือนจะเป็เช่นนี้เอง ทว่าหากเปรียบเทียบกันแล้ว กลิ่นของสมุนไพรที่บรรจุอยู่ในน้ำเต้านี้ ดูเหมือนว่าจะไม่ได้บริสุทธิ์ถึงเพียงนั้น แต่สำหรับหลินฉางชิงที่เพิ่งเคยได้กลิ่นเช่นนี้เป็ครั้งแรก มันก็เพียงพอแล้ว
เขานำน้ำเต้ามาจ่อที่ริมฝีปากและลองจิบยาเข้าไปหนึ่งคำ โอสถสีใสที่ให้ความรู้สึกเย็นไหลจากปากน้ำเต้าเข้าสู่ปากของหลินฉางชิง และแทบจะในขณะเดียวกับที่ลิ้นของเขาัักับยานี้
วูบ!
ความรู้สึกที่พลุ่งพล่านและเย็นสบายสายหนึ่ง แผ่กระจายออกไปทั่วร่างกายของหลินฉางชิงทันที เขารู้สึกได้ว่าอาการาเ็ในร่างกายของตนกำลังได้รับการรักษาด้วยความเร็วที่เห็นได้อย่างชัดเจน
หลินฉางชิงดีใจอย่างยิ่ง
"ผลของสมุนไพรนี้ดีถึงเพียงนี้เชียวหรือ?!"
เมื่อมองน้ำเต้าในมือ แววตาของหลินฉางชิงก็มีประกายแสงวาบขึ้น
"หากดื่มตามนี้ต่อไป ภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน อาการาเ็ในร่างกายของข้าอาจจะฟื้นฟูได้ทั้งหมด! ถึงเวลานั้น ขอเพียงได้รับตำราวิชาที่ช่วยให้ข้าสร้างรากปราณขึ้นมาใหม่ได้ ข้าก็จะสามารถก้าวเข้าสู่เส้นทางการบำเพ็ญเพียรได้อีกครั้งทันที!"