บทที่ 37 จวนองค์ชายหนิง
ช่วงเช้าของวันนี้ ฉินหยวนรู้สึกราวกับว่าเวลานั้นผ่านไปเชื่องช้ามากนางรู้สึกจริง ๆ ว่ายิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไรก็ยิ่งมีโอกาสเกิดเรื่องไม่คาดฝันมากขึ้นเท่านั้น
ดังนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุไม่คาดคิด และเพื่อให้ทุกอย่างราบรื่น นางจึงต้องคิดอยู่ตลอดเวลา และเตรียมพร้อมรับมือไว้เสมอ ไม่ใช่เพื่ออย่างอื่น แต่เพื่อจะได้พามารดาและซูเอ๋อร์ออกจากที่นี่โดยเร็วที่สุด
เมื่อเอ่ยถึงมารดา ไม่รู้ว่าท่านเป็นอย่างไรบ้าง… ผ่านมานานมากแล้วตั้งแต่ที่ท่านออกจากจวนไปอยู่วัด มีเพียงข้ารับใช้ติดตามไปด้วยเท่านั้น ช่างน่าเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของท่านเหลือเกิน
ฉินหยวนจะไม่ยอมให้เกิดเหตุไม่คาดคิดใดใดขึ้นอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ก็ห้ามเกิดขึ้นโดยเด็ดขาด!
ในขณะนั้น รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนไปข้างหน้า ชิงเหอที่อยู่ข้างกาย สังเกตเห็นท่าทีเหม่อลอยของคุณหนู จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง “คุณหนูท่านกำลังเป็นห่วงฮูหยินอยู่หรือเจ้าคะ?”
เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วน ในยามนี้ก็มีเพียงฮูหยินเท่านั้นที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างคุณหนู และทำให้คุณหนูห่วงใยได้ขนาดนี้… แท้จริงแล้วไม่ใช่แค่ คุณหนูเท่านั้น พวกนางทั้งหมดก็เป็นห่วงฮูหยินมากเช่นกัน เพราะอยู่ห่างไกลกันเหลือเกิน อีกทั้งนิสัยของฮูหยินก็อ่อนโยนจนเกินไป พวกนางกลัวเหลือเกินว่าฮูหยินจะถูกกลั่นแกล้ง
ฉินหยวนที่กำลังจมอยู่ในความคิดของตัวเอง พลันถูกชิงเหอขัดจังหวะทำให้นางรู้สึกตัวขึ้นมาทันที
ฉินหยวนพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยว่า “ผ่านมาหลายวันแล้ว แต่ท่านแม่ยังไม่กลับมา ชายผู้นั้นบอกว่าได้ส่งคนไปรับแล้ว แต่หลายวันผ่านไป กลับไม่มีข่าวคราวใดใดเลย”
ในเมื่อชิงเหอเอ่ยถามเช่นนี้ ฉินหยวนก็ไม่ปิดบังนางอีกต่อไป ถึงอย่างไรชิงเหอก็เป็นคนของตนเอง ไม่มีอะไรต้องปิดบัง
“คุณหนูอย่าได้กังวลไปเลยเจ้าค่ะ ฮูหยินท่านเป็นคนดี สวรรค์ย่อมคุ้มครอง ท่านใจดีขนาดนั้น ย่อมต้องกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอนเจ้าค่ะ” ในเวลาเช่นนี้ ชิงเหอก็ทำได้เพียงพูดปลอบใจคุณหนูและปลอบใจตัวเองเท่านั้น
“จริงอย่างที่เจ้ากล่าว ท่านแม่จะกลับมาอย่างปลอดภัยแน่นอน… และคนพวกนั้นก็คงจะต้องภาวนาเช่นกัน เพราะหากท่านแม่เกิดประสบเหตุร้ายอันใดขึ้นมาจริง ๆ ข้าจะไม่ปล่อยพวกเขาไปง่าย ๆ แน่!!” แววตาของฉินหยวนวาบไปด้วยความอำมหิต ยามที่นางจัดการเรื่องราวต่าง ๆ ในตอนนี้นางยิ่งดูไม่เหมือนเด็กสาวธรรมดาทั่วไป แต่กลับดูเหมือนผู้ใหญ่ที่เข้าใจทุกสิ่งเสียมากกว่า
สาวใช้คนอื่นรวมถึงชิงเหอต่างก็พูดคุยกันอยู่เบื้องหลังว่า เหตุใดคุณหนู จึงกลายเป็นเช่นนี้ แต่พวกนางก็รู้ดีว่า ต่อให้จะเปลี่ยนไปเป็นเช่นนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นเพราะถูกบีบบังคับจากคนพวกนั้นทั้งสิ้น!
ชิงเหอพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง ก่อนจะยื่นมือออกไปกอดฉินหยวนไว้เพื่อปลอบโยน
แม้ว่าระยะทางจากจวนตระกูลฉินมายังจวนองค์ชายหนิงจะค่อนข้างไกลพอสมควร แต่เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ไม่นานนักทั้งสองก็มาถึงหน้าประตูจวนองค์ชายแล้ว
ฉินหยวนก้าวลงจากรถม้าอย่างช้า ๆ โดยมีชิงเหอคอยประคอง
ฉินหยวนเงยหน้าขึ้นมองป้ายชื่อขนาดใหญ่ที่มีอักษรสามตัวว่า ‘จวนองค์ชายหนิง’ ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า
“คุณหนู พวกเราจะเข้าไปเช่นนี้เลยหรือเจ้าคะ โดยไม่มีอะไรติดตัวเลย พวกทหารที่ประตูจะยอมให้พวกเราเข้าไปหรือ?” ชิงเหอยืนอยู่ด้านหลังของฉินหยวน มองจวนองค์ชายหนิงที่ดูยิ่งใหญ่เช่นนี้แล้วอดรู้สึกกังวลไม่ได้
ฉินหยวนไม่ได้มองนาง เพียงแค่ยิ้มมุมปากเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “ชิงเหอ ไม่ต้องกังวลหรอก ถึงแม้จวนองค์ชายหนิงจะเปรียบเสมือนถ้ำมังกรหรือรังเสือก็ตาม ยิ่งเจ้ากลัวมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งไม่กล้าเผชิญหน้ามากขึ้นเท่านั้น เมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้ พวกเราควรกล้าหาญเข้าไว้ อย่างไรเสีย พวกเราก็ได้รับคำเชิญจากองค์ชายหนิงมา ไม่ใช่มาโดยไม่ได้รับเชิญเสียหน่อย” ดูเหมือนคุณหนูของนางจะมีความมั่นใจพอสมควร แต่มีเพียงตัวนางเท่านั้นที่รู้ว่า ถึงแม้ภายนอกจะดูเหมือนไม่รู้สึกอะไร แต่ในใจก็ยังคงมีความกังวลอยู่บ้าง
เพียงแต่นางเป็นคนที่เก็บอาการเก่งอยู่แล้ว อารมณ์อ่อนไหวเช่นนี้ นางย่อมไม่แสดงออกมาให้เห็นแน่นอน
“เจ้าค่ะ คุณหนู” ชิงเหอโค้งตัวเล็กน้อยเพื่อแสดงว่าเข้าใจแล้ว
หลังจากนั้น ฉินหยวนก็เดินไปที่หน้าประตูใหญ่อย่างช้า ๆ และก็เป็นไปตามที่ชิงเหอคาดคิดไว้จริง ๆ เมื่อพวกนางกำลังจะเข้าประตูไป ทว่าก็ถูกทหารที่หน้าประตูขวางเอาไว้
“พวกเจ้าเป็นใคร?” ทหารร่างกำยำดุจภูเขาสูงขวางทางของฉินหยวน ไว้ นางเป็นเพียงเด็กวัยสิบสองปีทั้งยังมีร่างกายผอมบางอีกด้วย เมื่อเทียบกันแล้ว ทั้งสองจึงดูแตกต่างกันมาก
“โปรดช่วยนำทางข้าเข้าไปด้วย เรียนให้ท่านทราบว่าข้ามาจากจวนตระกูลฉิน ชื่อฉินหยวน มาตามคำเชิญขององค์ชายหนิงเพื่อร่วมงานเลี้ยง” ฉินหยวนกล่าวอย่างไร้ความกลัว แม้ว่าคนตรงหน้าจะร่างใหญ่โตกว่านางมากก็ตาม
นางมองพวกเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่ดูถูกแต่ก็ไม่ยำเกรงจนเกินไป…
ทว่าเมื่อทหารได้ยินดังนั้น กลับหัวเราะเยาะในทันที “เจ้ากำลังล้อเล่นกับข้าอยู่หรือ? เจ้าน่ะนะ? เด็กน้อยอย่างเจ้ากล้าพูดออกมาได้อย่างไร เจ้ารู้หรือไม่ว่าที่นี่เป็นที่ใด? จวนองค์ชายหนิง! ไม่ใช่สถานที่ที่เด็กน้อยอย่างเจ้าจะเข้ามาได้ตามใจชอบ!” เห็นได้ชัดว่าทหารไม่เชื่อในสิ่งที่ฉินหยวนพูดเลยแม้แต่น้อย
ท่าทางของเขาดูเหมือนจะไม่เชื่อเด็ดขาด
“หยาบคาย!! เจ้ากล้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร? ต่อหน้าเจ้าคือคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลฉิน! เจ้าเป็นเพียงยามเฝ้าประตู! แต่กลับหยิ่งผยองเช่นนี้!”ชิงเหอผู้ที่ปกติขี้ขลาด หวาดกลัวไปเสียทุกสิ่ง ทว่าในยามสำคัญเช่นนี้ กลับมีความกล้ามากกว่าปกติหลายเท่านัก นางก้าวขึ้นไปขวางหน้าฉินหยวนแล้วตะโกนใส่ทหารผู้นั้นอย่างกล้าหาญ
ในยามนี้สิ่งเดียวที่ชิงเหอต้องการคือปกป้องคุณหนูเอาไว้ นางจะไม่ยอมให้ผู้ใดมารังแกคุณหนูได้ง่าย ๆ อย่างเด็ดขาด!
สัญชาตญาณการปกป้องนี้ฝังลึกอยู่ในใจของข้ารับใช้ทุกคนจากจวนตระกูลไป๋ ยามใดก็ตามที่มีใครพยายามจะรังแกคุณหนูหรือฮูหยินของพวกนาง พวกนางก็อดไม่ได้ที่จะก้าวออกมาปกป้อง ราวกับแม่ไก่ที่ปกป้องลูกไก่ แม้ว่าฮูหยินไป๋จะมีนิสัยอ่อนโยนจึงมักถูกรังแกอยู่เสมอ ทว่าพวกนางก็ยังคงปกป้องท่านจนปลอดภัยมาตลอดหลายปี
หลายต่อหลายครั้ง ท่านรอดชีวิตมาได้ก็เป็นเพราะมีพวกนางคอยปกป้องอยู่
“เจ้ามาจากที่ใดกัน! รีบไสหัวไปเสีย!! ถ้ายังไม่ไปก็อย่าโทษที่พวกข้าไม่เกรงใจแล้วกัน!” ว่าแล้วทหารผู้นั้นก็กำลังจะเข้ามาทำอะไรบางอย่าง
เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์เช่นนี้ ฉินหยวนยังคงสีหน้าเรียบเฉย สักพักนางจึงเอ่ยเสียงเย็นชา “หากไม่เชื่อ เช่นนั้นพวกท่านลองไปถามท่านปี้ลิ่ว ที่ปรึกษาขององค์ชายหนิงก็ได้” ฉินหยวนคิดว่า หากยังคงยืนกรานต่อไป พวกเขาจะต้องกลัวและรีบไปสอบถามให้กระจ่าง
ท้ายที่สุดนี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ!
เมื่อได้ยินว่าฉินหยวนรู้จักท่านปี้ลิ่ว ทหารที่เฝ้าประตูอยู่ต่างพากันตื่นตระหนก
“พวกเจ้ารู้จักท่านปี้ลิ่วด้วยหรือ?” ทหารอีกคนที่ดูมีสติกว่า อดไม่ได้ที่จะก้าวออกมาถาม
“ข้าไม่เพียงแต่รู้จักท่านปี้ลิ่วเท่านั้น ข้ายังรู้จักองค์ชายหนิงอีกด้วย พวกเจ้ารู้หรือไม่ว่าเดือนก่อนที่วัด คุณหนูตระกูลฉินที่ช่วยเหลือคุณชายหย่ง เอาไว้คือผู้ใด?” เมื่อเห็นท่าทีของพวกเขาเปลี่ยนไป ฉินหยวนก็ยิ้มออก มาอย่างเย็นชา พร้อมกับเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
ฉินหยวนคิดว่า หากพวกเขายังไม่เข้าใจคำเตือนที่ชัดเจนเช่นนี้ ก็ไม่จำเป็นต้องยืนอยู่ที่นี่ต่อไปอีกแล้ว
ทหารผู้กล้าจากจวนองค์ชายหนิงกลับโง่เขลาเช่นนี้ หากมีคนรู้เข้า องค์ชายหนิงคงจะเสื่อมเสียเกียรติมากเป็นแน่?
“เรื่องนี้…” ทหารที่เพิ่งขวางทางฉินหยวนไว้ ลังเลใจขึ้นมาทันที
เขารู้สึกเหมือนตนเองทำอะไรผิดไป แต่ก็ไม่แน่ใจนักว่าปัญหามันอยู่ตรงไหนกันแน่?