บทที่ ๙ : สับสน
ณ ห้วงมิติของเฟยหลง...
มือข้างหนึ่งถือไก่ทอดชูขึ้น ริมฝีปากบางกัดแทะฉีกกินเนื้อ แก้มขาวเคี้ยวตุ่ยอย่างเอร็ดอร่อยก่อนหันไปเอ่ยชวนเพื่อนร่วมโต๊ะที่นั่งยิ้มแห้งอยู่ฟากฝั่งตรงข้ามแบบอารมณ์ดี “อากุ่ยรีบกินสิ สั่งมาเยอะเลย ไม่ต้องกลัวหมดหรอก”
ชายร่างใหญ่จ้องมองสาวงามด้วยท่าทางตื่นตะลึงเขาไม่เคยรู้มาก่อนว่าเพื่อนร่วมโต๊ะจะเจริญอาหารได้ขนาดนี้ “น้องฟางเซียน นี่ก็เป็ไก่ทอดกับมันฝรั่งบดชุดที่หกแล้วนาพี่กุ่ยเกรงว่า... เดี๋ยวท้องของน้องจะมีปัญหา... เอ่อ... ว่าแต่...หนูยังไม่อิ่มอีกเหรอ”
ั์ตากลมโตมีแววขวางขึ้นเล็กน้อยองค์กุ้ยเฟยฟางเซียนยังคงหยิบไก่ทอดกินต่อโดยไม่สนใจเสียงทัดทานจากกุ่ยเต๋อหวง “ของอร่อยจะกินเยอะก็ไม่แปลก”ดวงหน้าขาวขนตางามงอนจ้องมองเนื้อไก่ที่กำลังฉีกอย่างมุ่งมั่น ก่อนนำไปจิ้มลงซอสมะเขือเทศแล้วจับยัดเข้าปากอย่างตะกละตะกลาม
สาเหตุที่เฟยหลงดูหิวโหยขนาดนี้ก็ไม่ต้องแปลกใจสักเท่าไหร่เพราะที่มิติของฟางเซียนอาหารล้วนแล้วแต่รสชาติห่วยแตกทั้งสิ้น...
ชายหนุ่มจมูกบานฟากฝั่งตรงข้ามหัวเราะเสียงอ่อยเขาคว้าหนังสือการ์ตูนเล่มหนึ่งจากกระเป๋าสะพาย แล้วเปิดออกอ่านเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ...แน่ล่ะ! เขากำลังประหม่าใ! ที่ได้เห็นหญิงสาวรูปงามกินไก่ราวกับปอบผีสิง
“ค่าผ่อนคอนโดของพี่เฟยหลงก็ต้องรบกวนอากุ่ยนำไปชำระแทนด้วยนะเพราะสิทธิ์การดูแลอสังหาริมทรัพย์ เมื่อมีผู้ตาย ก็ให้พี่กุ่ยเป็คนรับผิดชอบ...รับเป็เ้าของแทนพี่เฟยหลงเลยส่วนเงินที่ต้องนำไปจ่ายก็เอาตำลึงทองพวกนี้ไปขาย” สาวน้อยหุ่นสวยพูดไปดูดนิ้วมือไปพลันเอื้อมมืออีกข้างไปหยิบถุงใส่ทองคำมาวางไว้เบื้องหน้ากุ่ยเต๋อหวงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ทราบแล้วครับคุณหนูอี้”เหมือนชายร่างใหญ่จะเคยชินไปเสียแล้วเพราะเขาไม่มีอาการใเลยแม้แต่น้อย
“อากุ่ย...ถ้าจะซื้อบ้านต้องใช้เงินเท่าไหร่ …ฉันจะให้นายซื้อบ้านในปักกิ่งโดยใส่เป็ชื่อนาย แล้วฉันจะไปอยู่”
กุ่ยเต๋อหวงเงยหน้าจากหนังสือการ์ตูนเล็กน้อยแบบสงสัย“ทำไมไม่ใส่เป็ชื่อของน้องฟางเซียนเลยล่ะทำไมต้องให้ผมเป็เ้าของด้วย”
เฟยหลงอ้ำอึ้งเล็กน้อยก็เขาไม่มีเอกสารใช้ยืนยันตัวตนของฟางเซียนเลยสักอย่าง เหมือนมีสภาพเป็คนเถื่อนหลบหนีเข้าเมืองแล้วจะให้ไปซื้อของแบบนั้นเองได้อย่างไร “เอาน่าถือว่าเป็บ้านของเราสองคนไง”
เมื่อกุ่ยเต๋อหวงได้ฟังจนจบประโยคใบหน้าของเขาก็แดงขึ้นเล็กน้อย “บะบะบ้านของเราสองคนเหรอครับ”
ใบหน้าสวยคมยิ้มหวานพยักหน้าก่อนเอื้อนเอ่ยสำทับด้วยน้ำเสียงไพเราะ จนอีกฝ่ายหัวใจพองโตแทบะเิ “ฉันไม่ค่อยได้อาศัยอยู่สักเท่าไหร่แค่แวะมาพักผ่อนบ้างเป็บางครั้ง ดังนั้นนายจะมาอยู่ด้วยก็ไม่เป็ปัญหาอะไร”
กุ่ยเต๋อหวงลุกขึ้นโค้งรับคำคู่สนทนาหน้าแดงสมองกำลังนึกมโนภาพถึงชีวิตคู่แสนสุขกับหญิงสาว
“ได้เลยขอรับเซียนเซียน” ั์ตาของมันดูกะลิ้มกะเหลี่ยภูมิใจแล้วห้วงฝันของมันก็ปราฏในนิมิต เป็ภาพของฟางเซียนกลายเป็ศรีภรรยาของมันในอนาคต “ถ้าน้องเซียนไม่ถือเื่อยู่ก่อนแต่ง พี่กุ่ยก็ไม่เป็ไรอยู่แล้ว”
เฟยหลงไม่ทันได้ฟังสิ่งที่มันพูดเพราะมัวแต่ฉีกน่องไก่ยัดเข้าปาก ร่างบางยังคงะโสั่งเด็กเสิร์ฟเพิ่มไก่ทอดอีกสองชุด
“อ้อ!ฉันอยากได้ของบางสิ่ง... แต่ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง ถึงจะหามาได้แน่นอนเื่เงินไม่มีปัญหา” จู่ๆเฟยหลงก็ตัดเข้าสู่โหมดจริงจัง จนทำให้คู่สนทนากลืนน้ำลายอึกโต
“แม้แต่ชีวิตพี่ก็ยอมสละได้เพื่อน้องเซียนบอกพี่มาเลย จะเป็ดาวหรือเดือนพี่ก็จะหามาให้” อากุ่ยทำเสียงหล่อกลางร้านอาหารขณะที่มันเงี่ยหูฟังคนรอบข้างจากโต๊ะอื่นนินทา ั์ตาของมันกำลังแสดงอาการเยาะเย้ยต่อผู้ชายทุกคนที่อยู่ในร้านแบบสะใจสองมือกำกำปั้นชูหราราวกับผู้ชนะ
“ดูคู่นั้นสิผู้หญิงโคตรสวยเหมือนดารา แต่ผู้ชายนี่สินึกว่าจับกังข้างโรงสี” โต๊ะข้างๆ เอ่ยซุบซิบ ขณะที่โต๊ะอื่นๆ ก็มีแววเห็นด้วยทำนองเดียวกัน
จะอย่างไรก็แล้วแต่กุ่ยเต๋อหวงไม่ได้ใสในคำพูดพวกนั้นเลยสักนิด เพราะเขาเป็ผู้ชายเพียงคนเดียวที่น้องฟางเซียนให้ความสำคัญที่สุดในเวลานี้
“ปืนฉันอยากได้ปืน” ริมฝีปากสีแดงพูดเสียงเบาเหมือนอยู่ในลำคอดวงตากลมโตจ้องมองเข้าม่านตาดำของอีกฝ่ายเขม็งแข็งกร้าว
“งึ!”ชายร่างใหญ่สะอึกสำลักเล็กน้อย ก่อนทวนคำคำพูดของอีกฝ่าย “ปืน… ล้อพี่ชายเล่นใช่ไหม”
หญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงข้ามส่ายศีรษะเป็เชิงปฏิเสธริมฝีปากสวยยังคงพูดย้ำซ้ำคำเดิม “ปืนฉันอยากได้ปืน จัดหามาให้หน่อย ขอเป็ปืนสั้น มันพกง่ายดี”
“น้องเซียนจ๋าปืนในประเทศจีนมันผิดกฎหมายนา มีโทษรุนแรงอยู่นะ เอ่อ... จะเอาจริงๆ เหรอ ว่าแต่...จะเอาไปใช้ในเื่อะไรบอกพี่กุ่ยก่อนได้ไหม?”
ร่างระหงดวงตาลุกวาวตอบกลับ“ไม่ได้เอามาใช้ในประเทศจีนหรอกแค่เอาไว้ฝึกในพื้นที่ส่วนตัว แล้วก็ใช้ป้องกันตัวเอง”
กุ่ยเต่อหวงหลับตาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งพลันเอื้อนเอ่ยบอกเสียงเข้มด้วยแววตามุ่งมั่น “ได้...แต่ของแบบนี้ในประเทศเราไม่ได้หาง่ายๆ นะ พี่คงต้องใช้เวลาสักพัก และคงไม่ได้ของในวันสองวันแน่หวังว่าน้องเซียนจะรอได้”
เมื่อได้ยินคำตอบของอีกฝ่ายทำให้เฟยหลงดูพอใจขึ้นมาก เขาถึงขั้นยอมเปลี่ยนสรรพนามการเรียกชื่อเอาอกเอาใจกุ่ยเต๋อหวงเป็พิเศษ “ต๊าย!รักพี่กุ่ยจังเลยค่ะ ดาร์ลิ้ง”
ชายจมูกบานสูดลมหายใจฟืดฟาดหอบแฮกๆ เหมือนสุนัขกำลังดีใจ
“พี่กุ่ยนี่พึ่งพาได้เสมอเลยถ้าไม่มีพี่กุ่ยล่ะก็ หนูคงแย่แน่” เฟยหลงแสร้งทำสีหน้าออดอ้อนเขินอาย“่นี้หนูค่อนข้างเครียดมากเพราะหาทางออกจากปัญหาที่เจอไม่ได้เลย แถมไม่รู้จะหาอะไรมาทำเพื่อระบายความเครียดดีพี่กุ่ยพอจะมีอะไรแนะนำไหม”
กุ่ยเต๋อหวงยืดอกหดพุงมันยังคงดัดเสียงเข้มคล้ายบอดี้การ์ดในละครชื่อดัง “หนูเครียดใช่ไหม งั้นวันนี้ทั้งวันพี่จะพาหนูเที่ยวให้สบายใจ ไม่ต้องห่วงพี่ช่วยชาญเื่พวกนี้อยู่แล้ว”
เฟยหลงยิ้มรับตกลงแน่ล่ะ! เขามาที่มิตินี้เพราะตั้งใจเที่ยวเตร่ เพื่อจะได้ปล่อยวางสมองจากเื่คัมภีร์ยุทธในมิติของฟางเซียน
‘ในเมื่อเงื่อนไขของการได้รับคัมภีร์ฝึกยุทธยุ่งยากนักก็ไม่ต้องฝึกมันเลยจะดีกว่า ไหนๆ เราก็มีทางออก! ที่ได้วางแผนเอาไว้อยู่แล้ว… ดังนั้นวันนี้เราจะเที่ยวคลายเครียดให้หนำใจไปเลย’ชายหนุ่มในร่างหญิงสาวกำหมัดฉีกยิ้มกว้าง พร้อมออกเดินตามกุ่ยเต๋อหวงชมวิวทิวทัศน์ในมหานครปักกิ่ง
พวกเขาทั้งดูหนังฟังเพลงและเล่นเกมต่อด้วยกินไอศกรีม แล้วซื้อรถหรูออกมาขับเลาะตามถนนหนทางในชานเมือง แน่ล่ะ! ่ชีวิตที่แล้วของเฟยหลงเขาไม่เคยทำอะไรเฉกเช่นนี้มาก่อนนั่นจึงทำให้เฟยหลงดูมีความสุขมากเป็พิเศษเมื่อได้ทำในสิ่งที่เขาเคยฝันอยากจะทำ...
ในเย็นวันนั้น...
กุ่ยเต๋อหวงได้ขับรถไปจอดที่ริมทะเลแห่งหนึ่งแล้วพวกเขาก็เฝ้ามองพระอาทิตย์ตกดินด้วยกัน
“สวยเนอะเหมือนฝันไปเลย ที่ไม่ต้องนั่งมองแต่ตัวหนังสือในจอคอมพิวเตอร์” เฟยหลงเอื้อนเอ่ยนึกถึงเื่ราวอดีต สีหน้ายิ้มแย้ม ขณะที่สายลมชายทะเลเข้าปะทะร่าง
“ความสุขยังไม่หมดหรอกนะน้องฟางเซียนแล้วนี่คือสิ่งที่พี่เตรียมไว้ให้” ชายร่างใหญ่วิ่งไปหอบเอาอะไรบางอย่างที่ท้ายรถก่อนจะกระเตงข้าวของเ่าั้ตรงออกไปยังลานกว้าง
วี้ดดดดดด....ตู้มมมมม!
ดอกไม้ไฟหลายดอกผุดกระจายะเิเต็มท้องฟ้าริมทะเลเฟยหลงจ้องมองภาพพวกนั้นค้างนิ่ง เขาพยายามซึมซับเอาบรรยากาศแสนสุข ก่อนจะน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่ตั้งใจ
ขณะที่กุ๋ยเต๋อหวงวิ่งเหนื่อยหอบกลับมาสมทบใบหน้าของมันเต็มไปด้วยความภูมิใจเล็กน้อย แต่พอมันมองเห็นหญิงสาวที่กำลังร้องไห้สีหน้าของมันก็สลดหดหู่ลงแบบกะทันหัน
“ขะขะขอโทษไม่ชอบพลุดอกไม้ไฟหรอกเหรอ” ชายหนุ่มจมูกบานพยายามเอื้อนเอ่ยหาคำปลอบแต่เฟยหลงกลับส่ายหน้าไปมาเชิงปฏิเสธ
“ขอบคุณ”หญิงสาวหุ่นดีงุดหน้าลงซุกหัวเข่า น้ำตายังคงไหลออกมาเรื่อยๆแบบไม่เข้าใจในตนเองสักเท่าไหร่
อาจเป็เพราะทั้งชีวิตของเฟยหลง...ไม่เคยมีใครเคยใส่ใจ ไม่เคยมีใครเคยเห็นค่าไม่ว่าเขาจะอยู่หรือตายก็มีค่าเท่ากัน แต่วันนี้กลับได้รับความรู้สึกใส่ใจเป็ห่วง และการดูแลจากคนคนหนึ่งที่เขาไม่เคยคิดว่า...ในชีวิตนี้จะได้รับความรู้สึกเหล่านี้ได้
“กุ่ยเต๋อหวง”
เงาร่างกุ้ยเฟยฟางเซียนหน้าแดงปลื้มปีติเสียงหัวใจดังตึกตักเต้นรัวเร็วแรง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจใช้มือข้างหนึ่งตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่
ั์ตากำลังเบิกกว้างเพราะไม่เข้าใจว่าความรู้สึกเหล่านี้คืออะไร...
‘อย่าบอกนะ! ว่านี่เรา... นี่เราชอบผู้ชาย แถมเป็ผู้ชายอย่างอากุ่ยด้วย ฉิบหาย!’
“น้องฟางเซียนเป็อะไรทำไม… ต้องตบหน้าตัวเองด้วย” ชายร่างใหญ่จมูกบานยื่นผ้าเช็ดหน้าให้“เอาไปซับน้ำตาสิ”
ดวงตาของเฟยหลงขยายกว้างขึ้นอีกเมื่อเขาต้องมองดวงหน้าของกุ่ยเต๋อหวงในระยะกระชั้นชิด
‘โอววว!รูจมูกที่แสนกว้างขวางอันนั้นช่างงดงามยิ่งนัก ตาเล็กหยีน่ารักอบอุ่นปากกว้างราวกับจะกินกะละมังเข้าไปได้... เอ๊ะ! ทำไมวันนี้หมอนี่ดูหน้าตาดีขึ้นจัง’เฟยหลงสะบัดหน้าไปมาอีกหลายครั้งเพื่อไล่ความรู้สึกที่ไม่เข้าใจออกจากศีรษะ
‘กุ่ยเต๋อหวงเดิมทีก็ไม่มีผู้หญิงเข้าใกล้มันในระยะห้าเมตรชีวิตรันทดแทบไม่ต่างอะไรจากเราเลย แถมยังเป็คนซื่อจนเข้าขั้นควายเรียกพ่อ...ต้องยอมรับแหละในชีวิตก่อนหมอนี่ก็เป็คนที่สนิทกับเราที่สุด ดูแลเราบ่อยที่สุดเพราะทั้งชีวิตเราก็มีมันเป็เพื่อนแค่คนเดียว’ร่างระหงยังคงครุ่นคิดในใจ มือเรียวบางเอื้อมไปหยิบผ้าเช็ดหน้าจากมือของอีกฝ่าย
‘แต่...เราไม่ได้ชอบผู้ชายเว้ย! ถึงจะยังไงก็ชอบไม่ลงจริงๆอาจเป็เพราะจิตใจและความทรงจำของเราหลอมรวมอยู่กับฟางเซียนก็ได้...ไอ้ความรู้สึกบ้าๆ แบบนี้เลยเกิดขึ้น...เพราะความทรงจำของฟางเซียนก็ดูเหมือนจะไม่ได้รับการเอาใจใส่เหมือนเราเด๊ะพอมีคนมาเอาใจใส่ดูแลเข้าหน่อยเลยหวั่นไหว’ ผ้าเช็ดหน้าผืนสวยกำลังถูกใช้ซับน้ำตาครู่ต่อมาเฟยหลงก็สั่งขี้มูกใส่ผ้าผืนนั้นอีกฟอดใหญ่ ก่อนยื่นส่งคืนกุ่ยเต๋อหวง
ชายร่างใหญ่รับผ้าผืนนั้นคืนด้วยสีหน้าเป็ห่วงอีกฝ่ายมันพับผ้าห่อน้ำมูกน้ำตาของหญิงสาวเก็บกลับคืนใส่กระเป๋าเสื้อ “พี่เข้าใจนะว่าน้องฟางเซียนมีเื่เครียดแต่พี่เชื่อว่าทุกเื่น้องเซียนจะผ่านมันไปได้ และพี่ก็ต้องขอบคุณนะ”
“ขอบคุณเื่อะไร”เฟยหลงหันไปเอ่ยถามคู่สนทนาที่เข้ามานั่งอยู่ด้านข้างเพราะเขาคิดว่า เขาต่างหากที่ต้องเป็ฝ่ายขอบคุณเพื่อนสนิท
“พี่รู้นะ...ว่าพี่หน้าตาไม่ดีรูปร่างก็ดูทุเรศ แถมน้องเซียนหน้าตาก็ดี ...สวยเลิศเลอเพอร์เฟคขนาดนั้น... อืมขอบคุณที่ยอมมาเป็เพื่อนกับพี่และไม่รังเกียจพี่... ขอบคุณนะ” ร่างใหญ่พูดพร้อมมองท้องฟ้ายามเย็นแล้วยิ้มจางๆ “วันนี้พี่มีความสุขจริงๆอ้อ! พี่ซื้อหนังสือการ์ตูนไว้ให้น้องฟางเซียนเอาไว้อ่านแก้เครียดหลายเล่มเลยล่ะ! ตอนที่เราแยกจากกัน หนูจะได้อ่านจนลืมเื่ไม่ดีทั้งหมดออกไปจากสมอง”
เฟยหลงยิ้มอ่อนมองใบหน้าเพื่อนรักด้วยแววตาอ่อนโยน“เป็คนดีจริงๆ นะพี่น่ะ”
ชายร่างใหญ่ผู้นั่งอยู่ข้างสาวสวยกำลังหน้าแดงจนถึงใบหูเมื่อได้ยินคำชมของอีกฝ่าย
“แนะนำเลยนะว่าต้องอ่านการ์ตูนพวกนี้ให้ได้ เพราะพี่คัดมาแล้วทุกเื่ สนุกจนน้องเซียนวางไม่ลงแน่ๆ”กุ่ยเต๋อหวงแสร้งพูดเปลี่ยนเื่คุย ขณะที่หญิงสาวสบตามองใบหน้าของอีกฝ่ายค้างนิ่ง“สนุกมากเลยเหรอ?” ร่างบางกำลังหัวเราะน่ารักเหมือนเอ็นดูเพื่อนสนิท
“กะกะก็มีเื่เกิดใหม่ทั้งทีก็เป็ไส้เดือนไปซะแล้ว โดราเอม่อง ศึกตำนานแปดอัศวิน แล้วก็ดาบพิฆาตแมวอ้อ! เื่นี้พลาดไม่ได้เลยนะ การูโตะนินจาคาถาโอ้ลันล้า เอ่อ...อืม... อีกสองเื่ก็สนุก! ทูพีชกับวันคิกแมนพี่กุ่ยแนะนำเลย รับรองหายเครียด”
พอเฟยหลงได้ยินชื่อการ์ตูนเ่าั้ก็หลิ่วตาลงทำหน้านิ่งมือข้างหนึ่งยกขึ้นมาเกาศีรษะด้วยความรู้สึกอธิบายไม่ถูก
“แน่ใจนะว่ามันไม่ใช่การ์ตูนก๊อปเสิ่นเจิ้น?...แล้วมันจะสนุกแน่เหรอพี่กุ่ย... แต่... หนูสัญญา หนูจะอ่านพวกมันทั้งหมดแล้วพวกเราค่อยกลับมาเม้ากันเนอะ ก็อุตส่าห์ซื้อมาให้อ่านแล้วนี่” เฟยหลงเอื้อนเอ่ยบอกอีกฝ่าย พลางลุกขึ้นยืนบิดี้เีอย่างอารมณ์ดี กุ๋ยเต๋อหวงพยักหน้ารับคำพร้อมลุกขึ้นยืนตามร่างบาง“ถ้าน้องเซียนมีเวลาอ่านการ์ตูนพวกนี้จบพวกเราได้มีเื่เม้ามอยกันเยอะแน่ ขอบอก”
“อื้อ!”เงาร่างระหงผงกหัวยิ้มหวาน “สัญญาเลย” ชายหนุ่มจมูกบานหัวใจแทบละลาย
โปรดติดตามตอนต่อไป