ความโกรธของเสวี่ยเฟิง
ในขณะที่ชายชรากำลังจะพุ่งลงไปเพื่อจับตัวหยางจื่อแต่ในตอนนั้นเองพลังความเย็นที่หน้ากลัวก็ผลักดันให้ชายชราถอยออกไปทำให้ใบหน้าของชายชราเต็มไปด้วยความตกตะลึงและเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ"พลังนั่นมันอะไรกันทำไมมันถึงได้หนาวเย็นแบบนี้ แต่แบบนี้ข้าก็ไม่สามารถนำตัวเด็กคนนั้นไปได้เเล้ว" ชายชรากล่าวด้วยน้ำเสียงจนใจก่อนจะจากไปทางด้านกลุ่มของหยุนจี๋ ที่หลบหนีไปได้อย่างง่ายดายเพราะนักรบของดินแดนเปลวเพลิงต่างก็ล่าถอยออกไปหลังจากได้รับคำสั่งจากชายชรา เหล่าผู้อาวุโสของวิหารเยือกแข็งต่างก็แสดงความแปลกใจบนใบหน้า"ทำไมพวกมันถึงถอยออกไปง่ายดายขนาดนี้ ข้าว่าเรื่องนี้มันชักแปลกๆเเล้ว" ผู้อาวุโสของวิหารเยือกแข็งกล่าวกลุ่มของหยุนจี๋ได้ไปถึงกองกำลังหลักของดินแดนเยือกแข็งในที่สุดแต่ใบหน้าของกลุ่มหยุนจี๋กลับมืดมนและเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง ตันหลางเองก็มองไปทางรุ่นเยาว์ของตระกูลเสวี่ยด้วยสายตาที่เย็นชาและเต็มไปด้วยจิตสังหารอาจารย์ของตันหลางที่ออกมารับกลุ่มตันหลางก็เห็นสีหน้าผิดสังเกตุของศิษย์ตนทำให้จิตใจของชายชรามืดมนลง"มันเกิดอะไรขึ้น" อาจารย์ของตันหลางกล่าว"พวกเราถูกนักรบของดินแดนเปลวเพลิงดักโจมตี" ตันหลางกล่าว"หืมเป็นไปได้อย่างไร พวกมันไม่น่าจะรู้เส้นทางที่พวกเจ้ามานิ " อาจารย์ของตันหลางกล่าว "ข้าเองก็ไม่รู้แต่ว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นเร็วมาก" อิงจื่อกล่าว"หืม!!! หยางจื่อละ ทำไมข้าไม่เห็นหยางจื่อเลย" อาจารย์ของหยุนจี๋กล่าว "ในขณะที่พวกเรากำลังหลบหนี เจ้าพวกคนของตระกูลเสวี่ยได้โจมตีหยางจื่อทำให้หยางจื่อตกลงไป ในตอนนี้เขาเป็นตายร้ายดีอย่างไรข้าเองก็ไม่ทราบ" ตันหลางกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธเเค้น"เจ้าพวกบัดซบตระกูลเสวี่ย!!!!!!" อาจารย์ของตันหลางกล่าว ด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยวสามผู้อาวุโสต่างก็มุ่งหน้าไปทางกลุ่มของรุ่นเยาว์และผู้อาวุโสของตระกูลเสวี่ยอยู่พวกเขาต่างก็ปลดปล่อยพลังออกมาอย่างไม่เกรงกลัว"เจ้าพวกบัดซบออกมาอธิบายแก่พวกข้าเดี๋ยวนี้" อาจารย์ของตันหลางกล่าว "พวกเจ้าเป็นบ้าหรืออย่างไรถึงได้มาหาเรื่องพวกข้าในเวลาแบบนี้" ผู้อาวุโสตระกูลเสวี่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม"จงอธิบายมากว่าทำไมพวกเจ้าถึงได้โจมตีหยางจื่อระหว่างที่หลบหนี" อาจารย์ของหยุนจี๋กล่าว ด้วยน้ำเสียงเย็นชา"หืมมีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ" ผู้อาวุโสตระกูลเสวี่ยหันไปหารุ่นเยาว์ของพวกเขาและทำสีหน้าแปลกใจ"ข้าไม่รู้เรื่องเลยนะผู้อาวุโส ในตอนนั้นพวกเรากำลังหลบหนีอย่างเอาเป็นเอาตายพวกข้าจะไปโจมตีหยางจื่อได้อย่างไร" ชายหนุ่มที่โจมตีหยางจื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงใสซื่อ"พวกเจ้าได้ยินแล้วหรือไม่ พวกข้าไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น รับใสหัวกลับไปได้เเล้ว" ผู้อาวุโสตระกูลเสวี่ยกล่าว"ดี ดี ในเมื่อพวกเจ้าต้องการแบบนี้ก็ย่อมได้ ถ้าเกิดหยางจื่อเกิดความโกรธเเค้นดินแดนเหมันต์ขึ้นมาและไปเข้าร่วมกับดินแดนเปลวเพลิงเเล้วละก็พวกเจ้าน่าจะรู้นะว่าในอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น ด้วยพรสวรรค์ของเขาและเส้นลมปราณมังกรสวรรค์ เปลวเพลิงเทวะ พวกเจ้าคิดหรือว่ากลุ่มดินแดนเปลวเพลิงจะฆ่าเขา เรื่องในครั้งนี้ข้าจะรายงานแก่ท่านเสวี่ยเฟิง" อาจารย์ของอิงจื่อกล่าวอย่างเย็นชาใบหน้าของผู้อาวุโสตระกูลเสวี่ยเคร่งขรึมขึ้นมาในทันที ตามที่อาจารย์ของอิงจื่อกล่าว ถ้าหากหยางจื่อแลือกจะเข้าร่วมกับดินแดนเปลวเพลิงและรอโอกาสมาแก้แค้นในอนาคต พวกเขาก็ต้องพบเจอกับศึกที่หนักหน่วงและในดินแดนเหมันต์ก็มีเพียงคนเดียวที่จะต่อกรกับหยางจื่อได้คือ ธิดาศักดิ์สิทธิ์"ไม่เป็นไร ท่านผู้อาวุโสสูงสุดคงจะคิดแผนเอาไว้เเล้ว" ผู้อาวุโสตระกูลเสวี่ยกล่าวในขณะที่กองกำลังของดินแดนเหมันต์เริ่มรวมตัวกัน อยู่ ๆกองกำลังของดินแดนเปลวเพลิงก็ถอยทัพกลับเข้าไปในดินแดนเปลวเพลิงราวกับพวกเขาได้สิ่งที่ต้องการเเล้วและในตอนนั้นเองข่าวที่หยางจื่อหายตัวไปก็แพร่กระจายออกไป ผู้อาวุโสหลายคนในวิหารเยือกแข็งเกิดหน้าซีดลงเมื่อได้รับรู้ความจริงพวกเขาไม่คิดว่า ตระกูลเสวี่ยจะลงมือได้รวดเร็วเช่นนี้"บัดซบนี่พวกเราได้ส่งรุ่นเยาว์ที่ล้ำค่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ให้กับศัตรูอย่างงั้นรึ" ผู้อาวุโสของวิหารเยือกแข็งกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว"เรื่องเป็นแบบนี้ก็เพราะตระกูลเสวี่ย ในตอนนี้ตระกูลเสวี่ยไม่เห็นหัวใครทั้งนั้นเเล้วพวกมันต่างก็ทำตามที่ตัวเองต้องการโดยไม่สนกฎของวิหารเยือกแข็งเลยสักนิด""ถ้าหยางจื่อได้เข้าร่วมกับดินแดนเปลวเพลิงเเล้วละก็พลังของหยางจื่อจะพุ่งสูงขึ้นจนน่าหวาดกลัวและเมื่อถึงตอนนั้นต่อให้เป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหยางจื่ออีกต่อไป""นี่ยังไม่นับเรื่องกองกำลังที่อยู่เบื้องหลังของหยางจื่ออีก ถ้าเกิดหยางจื่อติดต่อไปยังกองกำลังของตนและบอกให้พวกเขารวมพลังกับดินแดนเปลวเพลิงมาโจมตีพวกเรา พวกเราคงได้แต่ยอมรับชะตากรรมแล้วละ""ในตอนนี้พวกนักรบของดินแดนเปลวเพลิงก็ถอยกลับไปเเล้วพวกเราจำเป็นจะต้องกลับไปรายงานเรื่องนี้แก่ท่านจักรพรรดินีเหมันต์""แต่เจ้าอย่าลืมว่าท่านจักรพรรดินีเหมันต์ก็เป็นคนของตระกูลเสวี่ย ท่านจักรพรรดินีเหมันต์ไม่มีทางลงโทษตระกูลเสวี่ยแน่""มีต้องรอพึ่งผู้อาวุโสเสวี่ยเฟิงเเล้วหยางจื่อคือศิษย์ขอท่านไม่มีทางที่ท่านจะปล่อยเรื่องนี้ไปแน่"ผู้อาวุโสระดับสูงของวิหารเยือกแข็งต่างก็กำลังถกเถียงกันด้วยน้ำเสียงหดหู่ ภายในดินแดนเหมันต์ในตอนนี้มีกองกำลังของตระกูลเสวี่ยมากเกินไป ต่อให้รวมกองกำลังของตระกูลระดับสูงอื่น ๆก็ยังทำได้แค่เทียบเท่าแต่ไม่เหนือกว่า และถ้าเกิดสงครามระหว่างสองฝ่ายขึ้น กลุ่มคนของดินแดนเปลวเพลิงก็อาจจะฉวยโอกาสบุกโจมตีพวกเขาเลยก็ได้ เพราะแบบนั้นตระกูลเสวี่ยจึงกล้าที่จะลงมือต่อหยางจื่ออย่างเปิดเผยหลังจากที่กองกำลังกลับมาถึงวิหารเยือกแข็ง ผู้อาวุโสหลายคนได้ไปรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นต่อจักรพรรดินีเหมันต์แต่นางก็ไม่มีท่าทีว่าจะลงโทษต่อตระกูลเสวี่ย และในตอนนั้นเองที่คลื่นที่ทรงพลังก็ปรากฏ เปลวเพลิงที่ร้อนแรงปะทุขึ้น เจดีย์วิญญาณสีแดงลอยออกมาจากที่พักของเสวี่ยเฟิงเจดีย์วิญญาณสีแดงของเสวี่ยเฟิงมี 6 ชั้นและทั้ง 4 ชั้นได้ถูกเติมเต็มไปเเล้ว เห็นได้ชัดว่าด้วยวัตถุดิบที่หยางจื่อให้ทำให้เสวี่ยเฟิงสามารถทะลวงระดับและเติบเต็มเจดีวิญญาณชั้นที่ 4 ได้พลังปราณเซียนสวรรค์ขั้นที่ 6 ถูกปลดปล่อยออกมา ไอพลังที่ร้อนแรงทำให้หิมะหลอมระลายจนหมดหลังจากที่เสวี่ยเฟิงเลื่อนระดับเสร็จในตอนนั้นเองก็มีรายงานที่ทำให้จิตใจของเสวี่ยเฟิงเหมือนกับถูกเผาไหม้ดวงตาของเสวี่ยเฟิงแดงก่ำและเต็มไปด้วยเพลิงแห่งความโกรธ"ทำไมจะต้องเป็นตระกูลเสวี่ยที่ลงมือกับศิษย์ข้า และทำไมข้าถึงต้องเกิดมาในตระกูลเสวี่ยด้วย" เสวี่ยเฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจนใจร่างของเสวี่ยเฟิงหายไปจากห้องและไปปรากฏอยู่ที่ห้องฝึกฝนของจักรพรรดินีเหมันต์ที่กำลังเฝ้าดูธิดาศักดิ์สิทธิ์ฝึกฝนอยู่---------------------------------------------------------------------------------