๔ พริกเม็ดแสบ
บ้าชะมัด!พลาดท่าเสียทียายตัวเล็กจอมแสบจนได้สิน่า ไซม่อนสบถเสียงขุ่น กรามหนาขบกัดฟันจนแก้มตอบนูนเด่นขึ้นมายกมือขึ้นลูบไล้มุมปากซึ่งถูกต่อย ไม่ถึงกับเจ็บมากมาย แต่ก็กระตุ้นเพลิงโทสะและความอยากเอาชนะในหัวใจให้ลุกโชนเสียมากกว่า
“จะหนีฉันไปไหนล่ะสาวน้อย” รอยยิ้มผุดขึ้นบนมุมปากหนาเล่นเกมไล่จับหนูมันก็สนุกอย่างนี้เอง ยิ่งหนูพยศจัดยิ่งสนุกมาก ตาคมกริบเป็ประกายวาวจ้ายามมองตามร่างเล็กที่วิ่งหนีจนตัวปลิวอย่างไม่รู้ชะตากรรมของตัวเองที่กำลังจะถูกแมวจับเอาตัวมาลงทัณฑ์!
ไซม่อนส่งเสียงหัวเราะดังลั่นข่มขวัญคนที่ยังมีความหวาดระแวงจนต้องเหลียวหน้ากลับมามองเป็ระยะก่อนวิ่งตามไปติดๆ ก้าวยาวๆ ของเขาเพียงไม่กี่ก้าวก็ไล่ตามแม่ตัวเล็กได้ทัน
“กรี๊ด!!”มธุรสแผดเสียงร้องดังลั่นหาดราวกับถูกของร้อนลวกมือรีบสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุม
“ปล่อยฉันนะไอ้คนบ้าไอ้ผู้ชายเฮงซวย ปล่อย!” แผดเสียงดังลั่นเมื่อเห็นว่าทำอย่างไรก็ไม่หลุด เธอเลยหันกายโน้มใบหน้าลงกัดข้อมืออีกฝ่าย
“โอ๊ย!! ยายตัวแสบเป็หมาหรือไง กัดมาได้แขนคนนะไม่ใช่กระดูกให้เธอแทะ” เพราะยายตัวแสบไม่ยอมปล่อย แล้วยังทุ่มแรงกัดลงมาอีกทำให้เขาต้องบีบปากอิ่มเพื่อคลายแรงกัด แต่เธอยังดื้อจนต้องเปลี่ยนวิธีเป็สอดแขนรัดรอบเอวคอดกิ่วและฟาดฝ่ามือลงไปบนบั้นท้ายงามงอนเต็มแรง
“โอ๊ย! ฉันเจ็บนะไอ้คนบ้า”น้ำตาเล็ด เมื่ออีกฝ่ายกระหน่ำฟาดลงมาบนสะโพกไม่ยั้ง
“แล้วทีเธอกัดฉันละแม่ตัวแสบ”ฤทธิ์มากอย่างนี้สงสัยต้องพาไปกำราบให้หลาบจำ ไซม่อนย่อตัวลงพร้อมจับสองขาเรียวยาวพลางดันร่างอรชรขึ้นพาดบนบ่า
“คิดทำอะไรฉันไอ้คนฉวยโอกาส”มธุรสเอ่ยถามอย่างคนใจหายวาบ ใบหน้านวดผุดผาดซีดเผือด ระดมทุบลงไปบนหลังกว้างไม่ยั้งขณะที่กระทุ้งเข่าบนอกกว้างแรงๆ ด้วยความหวาดกลัวอย่างรุนแรง
“โอ๊ย!ฉันเจ็บนะไอ้คนใจร้าย” น้ำตาอุ่นร้อนเอ่อล้นคลอหน่วยตา หยดไหลออกด้วยความเจ็บเมื่ออีกฝ่ายฟาดลงมาบนสะโพกกลมมนอย่างไม่ยั้งสองครั้งติดๆ กัน นั่งไม่ได้แน่ๆ เลยไอ้คนบ้า ไอ้คนใจร้าย
“ถ้ายังไม่หยุดด่าและทำร้ายฉันอีกนะ honey จะตีจนนั่งไม่ได้เลย”ขู่เสียงเข้มดุ ฟาดฝ่ามือผ่อนแรงลงไปบนสะโพกงามงอนอีกครั้งบอกให้หญิงสาวรู้ว่าเขาเอาจริง
“ไอ้คนบ้ารังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้ ไปเอากระโปรงมาใส่เลยไป๊!” มธุรสแผดเสียงด่าเป็ภาษาไทยดังลั่นเพราะรู้ดีว่าอีกฝ่ายไม่รู้ความหมาย ไม่เช่นนั้นเธอคงโดนตีอีกรอบแล้ว แต่ถึงแม้ถูกห้ามไม่ให้ทำร้ายหญิงสาวก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แกล้งทำเป็เผลอ จิกปลายเล็บบนกายใหญ่อยู่บ่อยครั้งพยายามยกศีรษะขึ้นมองทาง กวาดสายตาไปทั่วบริเวณ ก่อนดีใจจนออกนอกหน้าเมื่อมีคนเดินผ่านมา
“ชะ...”
“ถ้าร้องเรียกให้คนอื่นช่วยฉันจะปล้ำเธอตรงนี้เลย honey”เอ่ยเสียงเข้ม เมื่อได้ยินเสียงหลุดจากปากแม่ตัวแสบ
หมับ!มธุรสรีบยกมือปิดปากตัวเองแทบไม่ทัน ‘เออ...ไอ้หมูั์ตัวเหม็นอย่าให้หลุดไปได้นะ แม่จะฟันให้หัวแบะเลย’
หญิงสาวได้แต่ฝากความแค้นไว้ในอกสมองน้อยๆ ไม่ถึงกับเก่งและเฉลียวฉลาดมากมายหมุนวนเป็ลูกข่างใช้ไม้แข็งเธอหนีไม่พ้นมืออีตาบ้านี่ แต่ถ้าใช้ไม้อ่อนก็ไม่แน่นี่นา รอยยิ้มแต้มบนมุมปากอิ่ม
“คุณปล่อยฉันไปเถอะนะคะฉันกลัวแล้ว ฉันขอโทษที่ทำร้ายคุณ” กัดฟันข่มความโกรธดัดเสียงให้พร่าเครือหวังให้คนตัวใหญ่สงสารทว่าไซม่อนกลับไม่สนใจ เดินก้าวลิ่วๆ ไปอย่างไม่เร่งร้อน แถมยังผิวปากเสียอีกไอ้บ้าเอ๊ย!
“ฉันมึนหัวปล่อยให้ลงเดินเองได้ไหม สัญญาว่าจะตามไปดีๆ ไม่ขัดขืน” ตอนแรกก็เสียงอ่อนหวานดีอยู่หรอกแต่ท้ายประโยคกลับหลุดเสียงแข็งออกมาอย่างข่มกลั้นเอาไว้ไม่ได้ ก็ใครจะไปทนไหวไม่รู้จะถูกพาไปปู้ยี่ปู้ยำหรือปล้ำที่ไหน ใจเย็นอยู่ได้ยังไงกันเล่า!
เสียงออดอ้อนหวานแ่พลิ้วและตื่นกลัวทำเอาไซม่อนที่มีโทสะอยู่ถึงกับหัวใจอ่อนยวบในทันที “สัญญาจะไม่ทำร้ายกันไม่คิดหนีและจะเดินตามไปดีๆ ด้วย” ถามย้ำให้มั่นใจ อีกฝ่ายจะรักษาคำพูดไม่ใช่ว่าพอปล่อยแล้วหาเื่ทำร้ายเขาและหนีไปอีก ตามจับตัวนะไม่มีปัญหาแต่ไม่อยากเหนื่อย อีกทั้งกลัวสะกดกลั้นโทสะเอาไว้ไม่ได้ แล้วแม่ตัวเล็กนี่แหละจะต้องเจ็บตัวเพราะเขาลงมือหนักไป
“อือ...สัญญาจะไม่ทำร้ายและไม่หนีด้วย”‘ถ้าคุณไม่คิดปล้ำฉันหรือทำร้ายฉันก่อน’เบ้ปากย่นจมูกตอบกลับเสียงขุ่น ก่อนความดีใจจะตามมา เมื่อคนตัวโตยินยอมปล่อยตามคำขอสองเท้าเหยียบย่างยืนบนพื้นทรายนุ่มๆ มธุรสก็ฉีกยิ้มกว้าง ‘อืม...อีตาบ้านี่ก็พอใช้ได้อยู่เหมือนกันไม่เอาแต่ใจตัวเองมากเกินไปนัก’
มธุรสยิ้มหวานเพ่งพิศใบหน้าเข้มแล้วหัวใจก็ไหววูบด้วยความหวาดหวั่น เค้าโครงหน้าออกเค้าเหลี่ยมหน้าผากกว้างคิ้วหนาเข้มเรียงตัวกันอย่างสวยงามและเข้ารูปรับกับดวงตาคมกริบราวกับพญาเหยี่ยวสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำล้อมกรอบด้วยขนตายาวงอน ขนาดว่าเธอเป็ผู้หญิงยังเทียบไม่ได้ด้วยซ้ำเห็นแล้วอยากหาอะไรมาลองวางดู มันจะหล่นไหมนะ?
ปกติจมูกของฝรั่งทั่วๆไปโด่งก็จริง แต่ไม่สวยเพราะปลายจมูกบาน แต่ผู้ชายตรงหน้าไม่เลย สวยได้รูปจริงๆแล้วยังรับกับริมฝีปากหนาหยักเล็กน้อย ร่างกายหนาดูแข็งแกร่งล่ำสันแต่ไม่เทอะทะแม้มีหยาดเหงื่อไหลซึมอยู่ กลิ่นกายก็ไม่เหม็นคาวจนต้องเบือนหน้าหนี และยังจะดึงสายตาให้ต้องเพ่งมองมากขึ้นกลิ่นอายของบุรุษเพศกระจ่างแทรกซึมอยู่ในทุกอณูของเรือนกายจนใจสาวหวั่นไหว
อะไรๆ ทุกอย่างดูดีและเพอร์เฟกต์ไปหมดยกเว้นอย่างเดียวที่ทำใจยอมรับไม่ได้...มือไว หื่นกระหาย ชอบรังแกคนที่ด้อยกว่าแล้วมือก็หนักด้วยจับทีช้ำแดงไปทั้งตัว เป็อะไรที่รับไม่ได้
“มองพอแล้วใช่ไหม honey งั้นไปกันเถอะ”แขนใหญ่สอดเข้าไปโอบรอบเอวคอดกิ่ว รัดกายเล็กราวกับงูรัดเหยื่อพาเดินไปด้วยท่าทีสบายๆ
“คุณจะพาฉันไปไหนฉันจะกลับไปหาคุณป๋า” มธุรสฝืนตัวเอาไว้ไม่ยอมเดินไปกับอีกฝ่ายง่ายๆ ยังพยายามพาตัวเองดันออกจากกายใหญ่แต่เหมือนเป็การทำให้ตัวเองเหนื่อยเปล่า แรงเท่ามดไม่อาจสู้แรงช้างสารได้สุดท้ายถูกลากลิ่วๆ ไปจนหัวตุง
“ไปทำโทษ”
“ทำโทษ! เื่อะไรล่ะฉันยังไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย” เถียงกลับปากสั่น ั์ตาวาววับ
“คุณนั่นแหละผิดเอาเปรียบและทำร้ายฉันด้วย” หากจะกอบทรายขึ้นมาให้กินอีกครั้ง ก็ดูจะไปกระตุ้นแรงโทสะของชายหนุ่มมากกว่าอีกทั้งยังมีสายตาคมกริบตวัดมองบ่อยครั้งอย่างกับเตือน หากทำอะไรให้คิดให้ดีๆ มธุรสจึงได้แต่หงุดหงิดใบหน้างามหงิกงองุ้ม
“มองอะไรเล่าไอ้บ้า”
ไซม่อนหัวเราะกลั้วคอพิศมองร่างบอบบางที่ไม่ว่าจะมองมุมไหนเธอก็น่ารัก ยิ่งโกรธแบบนี้ยิ่งน่าใคร่แก้มใสจนเห็นเืฝาดจากอารมณ์คุกรุ่นและแสงแดดที่สาดส่องมา ดวงตากลมโตสุกใสราวกับดวงดาวที่ส่องสกาวบนท้องฟ้าล้อมด้วยแพขนตายาวงอนกะพริบอยู่บ่อยครั้งเหมือนปีกผีเสื้อยิ่งน่าหลงใหล
ร่างเธอเล็กกว่าเขามาก บวกกับความสูงแค่ไหล่รูปร่างอรชรอ้อนแอ้นดูบอบบางน่าทะนุถนอม ในหัวใจหนุ่มเริ่มแกว่งๆ อยากกลายเป็คนคุ้มครองปกป้องไม่ห่างตลอดไป
“หยุดนะ” มธุรสรีบร้องห้ามและยกมือยันใบหน้าเมื่ออยู่ดีๆ พ่อคนตัวใหญ่ก้มลงมาจะหากำไรและทำให้หัวใจเธอเต้นไม่เป็จังหวะ
อยากทำตามใจปรารถนา แต่พอเห็นสายตาแวววาวตื่นตระหนกของแม่ตัวแสบไซม่อนก็ยินยอมทอดเวลาจูบ! ปากอิ่มออกไปอีกนิดแขนแกร่งจึงสอดรัดรอบเอวคอดกิ่วและพาคนตัวเล็กเดินไปยังจุดหมายปลายทางแทน