การ์ดที่ผมสร้างเนี่ย ไม่มีปัญหาจริงจริ๊ง!

    060 ช่วยสานฝันให้ทุกคนที่ไม่รู้จักตาย

      

      บรรยากาศทั้งในห้องเรียนและระเบียงทางเดินเงียบกริบลงถนัดตา ทุกคนต่างจดจ้องรอดูท่าทีของฟลาต้า ว่าจะยอมจำนนหรือจะยังดึงดันสู้ต่อไป ซึ่งเรื่องนี้ต้องการการตัดสินใจที่เฉียบคมจากคุณชายท่านนี้เสียหน่อย

      

      หากจะถามว่าในบรรดานักศึกษาชั้นปีที่ 3 มีใครที่กล้าดวลตัวต่อตัวกับดันเต้หรือไม่? คำตอบคือมีแน่นอน แต่ปัญหาคือไม่มีใครอยากถูกดันเต้หมายหัว เพราะเหล่านักศึกษาต่างรู้ซึ้งถึงความน่ากลัวของหมอนี่ดีว่ามันไม่ได้อยู่ที่พลังการต่อสู้ซึ่งๆ หน้า แต่อยู่ที่ลูกไม้อันชั่วร้ายที่ยากจะคาดเดาและป้องกันได้ต่างหาก! ถ้าเผลอไปทำให้เขาขุ่นเคืองเข้าละก็ ต่อให้กลับไปล็อคประตูห้องนอนแน่นหนาแค่ไหนก็อย่าหวังว่าจะนอนหลับได้อย่างปลอดภัยเลย

      

      ในขณะที่ฟลาต้ากำลังลังเลอยู่นั้น เขาก็เหลือบไปเห็นแคลร์โดยไม่ตั้งใจ แม้ใบหน้าของเธอจะยังคงดูเย็นชา แต่ที่มุมปากกลับดูเหมือนจะแอบซ่อนรอยยิ้มจางๆ เอาไว้ ราวกับว่าเธอกำลังนั่งดูโชว์ละครสัตว์อยู่ก็ไม่ปาน ด้วยสิ่งนี้เองที่ทำให้เส้นเลือดบนหน้าผากของฟลาต้า ปูดโปนออกมาด้วยความโมโห

      

      เขาสะบัดสายตาไปทางโคลอิกซ์ทันที พร้อมกับชี้นิ้วด่ากราด

      

      “โคลอิกซ์! แกกล้าดวลกับผมไหม? ถ้าแกแพ้ ก็จงตื่นจากฝันแล้วยอมรับความจริงซะ และสาบานมาด้วยว่าจะไม่ไปหาเรื่องใครอีก! แล้วก็อย่ามายุ่งเกี่ยวกับแคลร์ หรือพี่สาวของเธออีกเด็ดขาด!”

      

      การกระทำของฟลาต้า ไม่เพียงแต่ทำให้โคลอิกซ์เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ แม้แต่ ดันเต้เองก็ยังรู้สึกเซอร์ไพรส์เช่นกัน หมอนี่มันจะเศษสวะเกินไปหน่อยไหมเนี่ย พอมันไม่กล้าเปิดศึกกับดันเต้ตรงๆ แต่ดันทำใจยอมรับความพ่ายแพ้ไม่ได้ เลยสร้างภาพเป็นคนดีรักความยุติธรรมแล้วหันไปท้าดวลตัวต่อตัวกับโคลอิกซ์แทนซะงั้น

      

      วิธีนี้ต่อให้โคลอิกซ์ต้องแพ้พนันและเลิกเข้าสู่โลกเงาไปจริงๆ แต่มันก็เป็นการแพ้ในการดวลที่ยุติธรรม และถ้าหลังจากนั้น ดันเต้คิดจะมาแก้แค้นฟลาต้าทีหลัง มันก็จะทำให้ภาพลักษณ์ของโคลอิกซ์ดูแย่เข้าไปใหญ่ที่แพ้แล้วไม่ยอมแพ้ หรือต่อให้โคลอิกซ์ปอดแหกปฏิเสธการดวล ฟลาต้าก็ยังสามารถใช้โอกาสนี้เหยียบย่ำโคลอิกซ์เพื่อหาทางลงสวยๆ ให้ตัวเองได้อยู่ดี

      

      “นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ผมเห็นคนแบบนาย...คนที่ไปขอท้าดวลตัวต่อตัวกับสายรักษาบริสุทธิ์น่ะ”

      

      ดันเต้ส่ายหัวอย่างเอือมระอา พร้อมกับหัวเราะเยาะในลำคอ

      

      “แล้วจะทำไมล่ะ? ในเมื่อหมอนั่นอยู่ระดับ 6 ส่วนผมอยู่แค่ ระดับ 5 เท่านั้นเอง”

      

      ฟลาต้าพ่นลมหายใจออกทางจมูกอย่างเย็นชา

      

      ความจริงคือถ้าโคลอิกซ์จะดวลตัวต่อตัว เขาต้องจัดเซ็ตคอมโบที่ใส่การ์ดสัตว์อัญเชิญจำนวนมากเพื่อทำดาเมจ แล้วคอยใช้สกิลฮีลประคองสัตว์อัญเชิญของตัวเองเพื่อสู้ยืดเยื้อ แต่ปัญหาคืออาชีพหลักของโคลอิกซ์ไม่ใช่นักอัญเชิญ เขาขาดทั้งเวทสนับสนุน แท็กติก และระบบการจัดเด็คที่เอื้อต่อสายนี้ ถ้าเอาการ์ดอัญเชิญไก่กามาผสมกันมั่วๆ ก็ใช่ว่าจะเอาชนะระดับ 5 ได้ง่ายๆ และพอเริ่มตกเป็นรอง การสู้แบบยืดเยื้อก็จะกลายเป็นนรกสำหรับเขา เพราะการฮีลตัวเองมันเจ็บปวดสุดๆ

      

      ฟลาต้าก็แค่อยากจะหาเรื่องยำโคลอิกซ์ฝ่ายเดียวเท่านั้นแหละ

      

      “งั้นผมสู้แทนเขาเอง นายกล้าดวลกับผมไหมล่ะ?”

      

      ดันเต้เอ่ยถาม

      

      “ผมไม่ลดตัวลงไปท้าทายคนที่อ่อนแอกว่าหรอกนะ”

      

      ฟลาต้าพูดด้วยท่าทางทระนง

      

      “หึๆๆ ที่แท้ในสายตาของนาย โคลอิกซ์คือผู้แข็งแกร่ง ส่วนผมคือผู้อ่อนแอสินะ จิตวิญญาณที่มุ่งมั่นท้าทายแต่คนที่แข็งแกร่งกว่าของนายนี่มันน่าเลื่อมใสจริงๆ”

      

      “ดันเต้ แกอย่ามาโอหังให้มันมากนัก! ผมยอมรับว่าตอนเจอแกกะทันหันมันก็น่ากลัวอยู่หรอก แต่แกอย่าลืมสิว่าแกมันก็แค่พวกเกาะชายกระโปรงผู้หญิงหากิน ใช้แต่เล่ห์เหลี่ยมสกปรกถึงได้รอดมาได้ในโลกเงา แต่ในการดวลที่ยุติธรรมน่ะ มันมีวิธีรับมือคนแบบแกถมเถไป!”

      

      คำถากถางซ้ำๆ ของ ดันเต้ ดูเหมือนว่าจะทำให้ฟลาต้าตบะแตกในที่สุด เขาละทิ้งความกังวลทั้งหมดแล้วมองดันเต้ด้วยสายตาดูแคลน นักศึกษาหลายคนต่างก็เข้าใจความหมายที่ฟลาต้า จะสื่อ แม้ระบบการต่อสู้ของดันเต้ จะรวมทั้งสายคำสาป สายพิษ และสายรบกวนจิตใจเอาไว้ แต่มันก็พึ่งพาความเจ็บปวดเพื่อทำลายสติสัมปัญชะของศัตรู ดังนั้นขอเพียงแค่สามารถปิดกั้นความเจ็บปวดได้ พลังการต่อสู้ของดันเต้ก็อาจจะกากยิ่งกว่าระดับ 3 ทั่วไปเสียด้วยซ้ำ

      

      การ์ดประเภทปิดกั้นความรู้สึกเจ็บปวดน่ะมันมีอยู่จริง แต่โดยปกติแล้วจะมีแค่พวกอาชีพแถวหน้าอย่างแทงค์หรือเบอร์เซิร์กเกอร์เท่านั้นที่พกไว้ จอมเวทน่ะไม่มีทางพกหรอก เพราะมันทั้งเปลืองช่องใส่การ์ด แถมยังสูบมานาอีกต่างหาก แต่ถ้าเป้าหมายที่ต้องสู้ด้วยคือดันเต้ ขอเพียงแค่ใส่การ์ดใบนี้ไว้ แล้วเปิดใช้งานต่อเนื่องในการดวล ระบบการต่อสู้ของดันเต้ ก็จะพังทลายลงทันที

      

      “งั้นผมจะเป็นฝ่ายท้าดวลนายเอง นายกล้ารับคำท้าไหมล่ะ? ถ้าผมชนะ นายต้องเลิกยุ่งกับโคลอิกซ์ และต้องขอโทษเขาด้วย”

      

      ดันเต้ทำท่าเหมือนคิดไม่ถึงเรื่องการ์ดปิดกั้นความเจ็บปวด และยังคงแสดงท่าทางมั่นหน้าต่อไป

      

      “แล้วถ้าผมชนะล่ะ?”

      

      ฟลาต้าถามด้วยสายตาเจ้าเล่ห์

      

      “นายอยากได้อะไรก็เสนอมาได้เลย”

      

      ดันเต้ยิ้มตอบ เขากำลังรอฟังข้อเสนอของอีกฝ่าย เพื่อที่จะได้ตัดสินใจถูกว่าจะ จัดหนัก ให้แค่ไหนดี

      

      ฟลาต้า: “งั้นแกก็มาเป็นทาสรับใช้ผมซะ และการ์ดกวีผู้เสื่อมสลายใบนั้นของแกก็ต้องยกให้ผมด้วย”

      

      “ดันเต้! อย่าไปรับปากนะ!”

      

      โคลอิกซ์รีบคว้าแขนดันเต้ไว้ทันที

      

      แต่ดันเต้ไม่ได้สนใจโคลอิกซ์เลย ขณะที่โคนีเลียซึ่งยืนอยู่ตรงประตูได้ส่งสายตาเวทนาไปให้ฟลาต้าเสียแล้ว

      

      มีชีวิตอยู่ดีๆ ไม่ชอบใช่ไหมเนี่ย?

      

      “หึๆๆๆๆ”

      

      ดันเต้ก้มหน้าหัวเราะออกมา ความจริงเขาว่าเขาก็ใจดีมากแล้วนะ เดิมทีแค่กะจะสั่งสอนฟลาต้านิดหน่อยเท่านั้น แต่ไม่นึกเลยว่าโลกนี้จะมีคนที่ไม่รู้จักตายขนาดนี้อยู่ด้วย ช่างดูน่ารักน่าชังเสียยิ่งกว่ามาร์ควิสแบเชลซะอีกนะเนี่ย

      

      “ตกลง ผมรับคำท้า นัดเวลามาเลยว่าจะไปที่หุบเขามายาเมื่อไหร่”

      

      ดันเต้ตอบตกลง

      

      สถาบันนั้นห้ามไม่ให้นักศึกษาทะเลาะวิวาทกันเป็นการส่วนตัว แต่ถ้าเป็นการจำลองการต่อสู้ฝึกซ้อมในหุบเขามายาน่ะยังสามารถทำได้

      

      “งั้นวันนี้ตอนบ่ายสองโมง เจอกันที่สนามประลองมายา”

      

      ฟลาต้าไม่อยากให้เวลาดันเต้ไปเตรียมการ์ดแก้ทาง เพราะ ดันเต้มีอาชีพหลักเป็นนักสร้างการ์ด หากปล่อยให้ผ่านไปหลายวัน ดันเต้อาจจะสร้างระบบการต่อสู้ผิดมนุษย์มนาชุดใหม่ขึ้นมาก็ได้

      

      “ไม่มีปัญหา”

      

      ดันเต้รับคำอย่างว่าง่าย

      

      ฟลาต้าพ่นลมหายใจอย่างเย็นชา แล้วพาลูกน้องเดินกร่างออกจากห้องเรียนไป

      

      “ดันเต้ นายไม่ควรทำถึงขนาดนี้เพื่อผมเลย...ต่อให้นายทำแบบนี้ ผมก็ไม่เปลี่ยนใจหรอก ผมไม่อยากลากพวกนายมาซวยด้วยจริง ๆ”

      

      โคลอิกซ์มองดันเต้ด้วยสีหน้าอมทุกข์

      

      ในจังหวะนั้นเอง โคนีเลียก็เดินเข้ามาข้างกายดันเต้ แล้วจ้องมองโคลอิกซ์ด้วยความสนใจ ดูเหมือนเธอจะอยากทำความรู้จักเพื่อนใหม่คนนี้อยู่ไม่น้อย

      

      “หยะ...หยะ...ยิน...”

      

      โคนีเลียพยายามอย่างหนักที่จะสื่อสารความเป็นมิตรกับโคลอิกซ์ แต่พยายามอยู่พักหนึ่งก็ไม่สำเร็จจนหน้าเริ่มแดงระเรื่อ

      

      “เธออยากจะบอกว่ายินดีต้อนรับเข้าทีมน่ะ”

      

      ดันเต้ยิ้มพลางอธิบายให้ฟัง

      

      โคลอิกซ์มองดูคนทั้งคู่ ในใจของเขาเกิดแรงผลักดันอย่างรุนแรงที่อยากจะยื่นมือออกไปหาพวกเขา แต่เหตุผลในหัวสั่งให้เขาต้องกำหมัดแน่น

      

      “โคลอิกซ์ คำสาปของนายน่ะสำหรับพวกเรามันก็แค่เรื่องขำๆ พวกเรายังอยากจะปรับระดับความยากของโลกเงาเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ จะได้ไม่ต้องมานั่งเซ็งกับของรางวัลห่วยๆ แบบนี้”

      

      “ไม่ว่ายังไงก็ตาม ได้โปรดยกเลิกการดวลกับฟลาต้าเถอะ เดิมพันของนายมันหนักเกินไป นี่มันไม่ใช่การต่อสู้ที่ยุติธรรมเลยนะ”

      

      “ไม่ต้องห่วง นายควรจะเชื่อมั่นในฝีมือของเพื่อนร่วมทีมหน่อยสิ”

      

      คำพูดของดันเต้ ทำเอาโคลอิกซ์เงียบไปนานก่อนจะยิ้มออกมาอย่างจำนน ดันเต้เรียกเขาว่าเพื่อนร่วมทีมคำอยู่ตลอดเวลา ดูท่าทางแล้ว เขาคงจะปักใจเชื่อไปแล้วว่าเขาคือพวกเดียวกัน

      

      โคลอิกซ์รู้สึกขอบตาเริ่มร้อนผ่าว แค่คนที่ไม่รังเกียจเขาก็หาได้ยากยิ่งแล้ว แต่ดันเต้ยังคงชื่นชมและปกป้องเขาเสมอ เขาไม่ได้สัมผัสกับความปรารถนาดีที่บริสุทธิ์แบบนี้มานานเหลือเกิน แล้วแบบนี้จะให้เขาปฏิเสธลงได้อย่างไรล่ะ