[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก

    47 ไปอีกระดับ

    แกล็ก!


    กระดูกแขนซ้ายส่วนที่หักผิดรูปกลับมาต่อเข้าด้วยกัน บาดแผลที่ยังไม่สมานเริ่มจับตัวกันอย่างรวดเร็วจนแผลหายไปกล้ามเนื้อรอบตัวที่กำลังปูดโปนขยายใหญ่ค่อยๆหดตัวเล็กลง ก่อนที่เจ้าของร่างจะพ่นลมหายใจยาวเหยียดระบายอากาศร้อนๆออกมาจากภายในร่าง


    “ พู่ว ..ให้ตายสิ ”


    “ พี่เป็นไงบ้าง ” โยฮันหันมองน้องสาว เขาแปลกใจที่ได้ยินเสียงนี้เพราะจำได้ว่าตนเองอยู่ท่ามกลางฝูงซอมบี้ แต่เมื่อกวาดตามองดูรอบข้างให้ดีเขาพบว่าตนเองอยู่ดาดฟ้าตึก


    “ ฉันมาที่นี่ด้วยตัวเองเหรอ ”


    “หนูนี่วิ่งไปแบกพี่มาเองกับมือเลยนะ ”


    “  เธอเนี่ยนะวิ่งฝ่าฝูงซอมบี้ไปแบกฉัน ”


    “ ใช่ ” แอลลี่เชิดหน้าเล็กน้อยด้วยความพอใจ โยฮันเห็นท่าทางของน้องสาวจึงยิ้มให้เล็กน้อยแล้วลูบหัวขอบคุณเบาๆ ก่อนจะวิวัฒนาการเขาพยายามเค้นเสียงร้องตะโกนบอกน้องสาวไม่ต้องลงมา แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สามารถเค้นเสียงออกมาได้ก่อนจะถูกความเจ็บปวดกลืนกินสติ


    หลังจากมองดูไปยังแขนซ้ายที่เคยหักผิดรูปรอการฟื้นฟู โยฮันจึงถอดเหล็กและไม้ที่ใช้ดามแขนออกไปแล้วลองขยับมันดู ปรากฎว่าแขนที่เคยหักผิดรูปกลับมาใช้งานได้ปกติ ไม่เหลือความรู้สึกเจ็บแม้แต่น้อย  บาดแผลและรอยข่วนตามร่างกายที่เคยมีหายไปทั้งหมด เมื่อเขาลองคลุมนิ้วมือด้วยกระดองปูปรากฎว่านิ้วของเขาสัมผัสได้ถึงแรงบีบมหาศาลที่มากกว่าเดิมก่อนหน้า นอกจากนั้นแล้วเขายังรู้สึกได้ถึงพละกำลังมหาศาลไหลทะลักออกมาจากกล้ามเนื้อแต่ละก้อนจนราวกับว่าเขาสามารถฆ่าซอมบี้ระดับ 3 ได้อย่างไม่ยากเย็น


    “ พี่เป็นไงบ้าง ”


    “ ทรงพลังขึ้น จนรู้สึกราวกับว่าระดับ 3 ไม่ต่างจากระดับ 1 ”


    “ วาว แข็งแกร่งขนาดนั้นเลย พาหนูวิวัฒนาการด้วยสิ ตอนนี้อยู่ที่ 67 % แล้ว ”


     โยฮันกวาดตาสำรวจรอบข้าง สิ่งที่เพิ่มขึ้นจากการวิวัฒนาการคือการยกระดับร่างกายของเขาให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น พลังของสัตว์ที่เขากินเข้าไปถูกพัฒนาขึ้นจนคิดว่ามันจะต้องป้องกันการโจมตีของระดับ 3 ได้สบายๆ

     

    “ งั้นขึ้นหลัง ฉันจะพาข้ามไปตึกหลังนั้น ”


    แอลลี่ขึ้นหลังพี่ชาย ก่อนที่เขาจะพาเธอกระโดดข้ามไปยังตึกอีกฝั่งที่ซอมบี้พยายามกระโดดข้ามมามากมาย เหล่าตำรวจที่เห็นสองพี่น้องกระโจนหายไปพวกเขาจึงรอดูว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงร้องของซอมบี้จากตึกด้านข้าง เสียงที่ส่งออกมานั้นจึงทำให้รู้ว่าสองพี่น้องกำลังไล่ล่าพวกมันจนตกตาย


    “ ไปเลย ฆ่าพวกมันเลย! ”


    แอลลี่พูดด้วยท่าทางฮึกเหิม หลังจากเห็นพี่ชายฆ่าซอมบี้ได้ง่ายดายราวกับขยี้มด ระดับ 1 กลายเป็นสิ่งที่ไม่มีค่าในสายตาของเธอเพียงแค่พี่เหวี่ยงแขนพวกมันก็แหลกเละกลายเป็นเศษเนื้อ ระดับ 2 ไม่ต่างกัน สำหรับระดับ 3 ยังไม่โผล่มาเธอจึงไม่รู้ว่าพวกมันจะเป็นอย่างไรเมื่อต้องเผชิญหน้ากับพี่เธอในขณะนี้ ทันใดนั้นเองพี่ของเธอกลับวางเธอลงที่ดาดฟ้าตึก เธอจึงสงสัยว่าเขาจะทำสิ่งใด


    “ พี่จะทำอะไรเหรอ ”


    “ ถ้าเธอไปด้วยเชื้อไวรัสส่วนใหญ่จะไหลเข้าสู่ร่างของฉัน เธอจึงต้องอยู่ที่นี่ ”


    “ แล้วหนูจะได้เชื้อไวรัสพวกนั้นยังไง ”


    “ยืนอยู่เฉยๆ โผล่แค่หัวออกมาจากดาดฟ้าก็พอ ”


    แอลลี่ไม่เข้าใจว่าพี่ชายต้องการจะทำอะไร เธอจึงเฝ้ามองพี่ของเธอกระโดดไปยังตึกที่อยู่ด้านข้าง ทันใดนั้นเขากลับสร้างสะพานให้ซอมบี้ไต่ข้ามไปหาตนเองได้ง่ายขึ้นจนเธอเบิกตาโต แต่แล้วแอลลี่กลับกรีดร้องเมื่อเห็นว่ามีร่างซอมบี้ตัวหนึ่งพุ่งมายังตำแหน่งที่เธอยืนอยู่ด้วยความเร็ว เธอจึงก้มตัวหลบตามสัญชาตญาณ ทันใดนั้นร่างที่พุ่งมาหาก็กระแทกเข้ากับระเบียงด้านข้าง ส่งผลให้ร่างของมันกระจัดกระจายกลายเป็นชิ้นร่วงหล่นลงสู่พื้น ขณะที่เธอกำลังตกใจเชื้อไวรัสก็ไหลเข้าสู่ตัวของเธอไม่ได้ร่วงตกตามร่างของมันไป


    “ อย่าโผล่หัวออกมา มันอาจจะกระเด็นเข้าตาก็ได้ ”


    แอลลี่โผล่หน้าออกมาดูอีกครั้ง ทันใดนั้นเธอกลับต้องกรีดร้องแล้วก้มหน้าหลบอยู่หลังระเบียง เพียงแค่ได้ยินเสียงตึงกระแทกตึกเธอก็เข้าใจได้ในทันทีเลยว่าพี่ชายจะเพิ่มอัตราการวิวัฒนาการให้เธอด้วยวิธีใด  การที่เขาไม่พาเธอไปด้วยเป็นเพราะว่าเชื้อไวรัสจะไหลเข้าสู่ตัวผู้ที่ฆ่ามันมากกว่า เพื่อให้เธอได้รับเชื้อไวรัสเต็มจำนวน การฆ่ามันโดยให้ผู้ที่ฆ่าอยู่ไกลออกไปจากเชื้อที่แพร่ออกมา จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เพราะเชื้อเหล่านั้นจะไหลเข้าสู่ร่างของคนที่อยู่ใกล้ 


    ท่ามกลางเสียงตึงตังดังขึ้นต่อไป แอลลี่พยายามปิดหูทั้งสองข้างเอาไว้ให้แน่น ต่อให้เสียงจะเล็ดลอดเข้ามาในหูของเธอได้ มันกลับน้อยกว่าไม่ใช้มือปิด ด้วยการพุ่งชนตึกของซอมบี้ทำให้เกิดเสียงดังขึ้นถี่รัวจนเธอสะดุ้งตกใจครั้งแล้วครั้งเล่า


    เหล่าตำรวจที่พบว่าซอมบี้ที่กระโจนข้ามมาเหลือน้อยแล้ว พวกเขาจึงหันมองไปยังตึกที่สองพี่น้องกระโจนขึ้นไปเนื่องจากได้ยินเสียงกระแทกดังมาจากอีกฟากของตึก ทันใดนั้นพวกเขาก็เห็นร่างของซอมบี้พุ่งผ่านศีรษะไปด้วยความเร็วก่อนจะร่วงตกลงกระแทกพื้นเสียชีวิต ขณะที่กำลังสงสัยว่าเกิดสิ่งใดขึ้นก็มีร่างซอมบี้พุ่งข้ามศีรษะไปอีก เมื่อนำเสียงตึงตังที่ได้ยินมารวมเข้ากับเหตุการณ์ซอมบี้ลอยข้ามไป พวกเขาก็รู้ได้ในทันทีเลยว่าสองพี่น้องกำลังฆ่าซอมบี้ด้วยวิธีแปลกๆและน่าจะมีการโยนกระแทกตึกเป็นหนึ่งในวิธีฆ่าพวกมัน


    “ มีใครที่อัตราการติดเชื้อเกิน 50 % ไหม ”


    หัวหน้าตำรวจหันมองไปยังผู้คนด้านหลัง การต่อสู้เริ่มชะลอตัวลงแล้วจนมีเวลาให้พักหายใจ เขาจึงสอบถามคนอื่นๆเกี่ยวกับอัตราการติดเชื้อ หากมีใครใกล้จะกลายเป็นซอมบี้พวกเขาจะหาทางวิวัฒนาการให้กับเขาคนนั้น  ผู้คนกลับส่ายหน้ายังไม่มีใครที่อัตราการติดเชื้อเพิ่มเกิน 50 % ตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกเขาอยู่ในที่ปลอดภัยจึงไม่มีใครติดเชื้อเพิ่มขึ้น


    “ หัวหน้าเราจะเอายังไงต่อ ดูเหมือนว่าซอมบี้จากตึกนั้นจะหมดแล้ว ”


    ไม่มีการกระโดดข้ามฝั่งอีกต่อไป ตำรวจจึงทิ้งตัวลงนั่งด้วยท่าทางเหน็ดเหนื่อย ต่อให้พวกเขาจะวิวัฒนาการได้ความแข็งแกร่งมามาก พละกำลังกลับฟื้นขึ้นมาแค่ 50 % เท่านั้น อย่างไรก็ตามเสียงกระแทกจากตึกอีกหลังยังคงดังขึ้นต่อไปราวกับว่ามีเครื่องตอกเสาเข็มกำลังทำงาน บางครั้งจะมีซอมบี้ลอยผ่านหัวของพวกเขาไป ทุกคนที่เริ่มชินจึงมองดูด้วยใบหน้าปกติ


    “ ตอนนี้ตี 4 แล้ว อีก 15 นาทีจะตี 5  ”


    “ เราสู้มานานขนาดนั้นเลยเหรอ ”


    ตำรวจยิ้มด้วยความพอใจ พวกเขาไม่คิดเลยว่าจะทนสู้ได้นานขนาดนี้ พลางมองไปยิ้มให้กับชาวบ้านอีก 10 คนที่ต่อสู้กับพวกเขาทั้งๆที่ไม่มีทักษะใดเลย 


    “ พี่พอแล้ว อัตราวิวัฒนาการเต็ม 100 % แล้ว! ”


    แอลลี่ใช้แรงเฮือกสุดท้ายร้องตะโกนบอกพี่ชายให้หยุด หลังจากนั้นเธอก็ทรุดตัวลงไปนั่งบนพื้นใช้มือกุมท้องด้วยความทรมาน โยฮันที่ได้ยินเสียงกรีดร้องของน้องสาวจึงกระโดดกลับมาดูรอบๆว่ามีซอมบี้แอบอยู่หรือไม่ ก่อนจะนั่งพักเหนื่อยระหว่างรอให้น้องสาววิวัฒนาการจนกว่าจะสำเร็จ


    “ ตี 5 แล้วเหรอ ไวจริงๆ ”


    เวลาบนนาฬิกาข้อมือทำให้เขารู้สึกตกใจไม่น้อย สรุปแล้วคืนนี้เขาไม่ได้พักผ่อนเพราะต่อสู้มาตลอดทั้งคืน พละกำลังในตอนนี้เหลือไม่มาก หากคิดเป็นเปอร์เซ็นต์คงเหลือเพียง 15 % เท่านั้น เขาต้องการพลังงาน ดังนั้นจึงต้องกลับไปรวมกลุ่มกับคนอื่นเพราะได้ทิ้งกระเป๋าบรรจุอาหารกระป๋องเอาไว้ที่นั่น


    หลังจากผ่านไป 10 นาทีแอลลี่ที่กรีดร้องลั่นเริ่มผ่อนลมหายใจ เมื่อร่างกายค่อยๆกลับมาเป็นปกติ


    “ เป็นยังไงบ้าง ”


    ลมหายใจเฮือกใหญ่พ่นออกมาจากปากของแอลลี่ ก่อนที่เธอจะหันมองพี่ชายแล้วฉีกยิ้ม เนื่องจากตอนนี้เธอเป็นระดับ 3 แล้ว


    “ หนูน่าจะกินอาหารได้หมดนะ ถ้าหากไม่มีระดับ 4 โผล่ออกมา ”


    “ ฉันไม่ได้หมายถึงการกิน ฉันหมายถึงร่างกายเธอเป็นยังไงบ้าง ”


    “ อ้าวเหรอ หนูก็นึกว่าพี่จะถามเรื่องการต้านทานเชื้อไวรัส หนูคิดว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้นมากๆเลยนะ คงฆ่าซอมบี้ระดับ 2 ได้ง่ายๆ ส่วนระดับ 3 ไม่น่าได้ ถ้าจะให้หนูสู้กับพวกมันคงต้องพึ่งอาวุธดีๆ ” 


    “ แค่หนีจากระดับ 3 ให้ได้ก็ดีแล้ว ”


    “ เดี๋ยวก่อน หนูขอทดสอบอะไรก่อน ”


    โยฮันหันมองน้องสาวที่ลุกขึ้นมาด้วยความดีใจ ก่อนจะมองเธอใช้มือจับกำแพงปูนของระเบียงดาดฟ้าด้วยนิ้วทั้ง 10  เมื่อเขาได้ยินเธอร้องตะโกนเสียงดัง กำแพงปูนที่แอลลี่จับก็หลุดติดมากับมือ จากสิ่งที่แสดงออกมาทำให้เขารู้ว่าน้องสาวน่าจะมีพลังเหนือกว่าซอมบี้ระดับ 2 แต่อยู่ต่ำกว่าระดับ 3 มันเป็นพลังที่อยู่กึ่งกลางของทั้ง 2 ระดับ


    ทันใดนั้นเธอก็ลองเตะกำแพงปูนจนทะลุเป็นรู เขาจึงกุมขมับหลังจากเห็นว่าเธอกำลังไล่ทุบพื้นปูนราวกับเด็กเล่น


    ย่า ฮ่า ยะยะ ฮ่า


    “ แอลลี่ เก็บพลังไว้สู้กับซอมบี้จะดีกว่า ”


    “ พี่ พี่เห็นไหม หนูทำลายกำแพงได้ด้วยล่ะ ”


    “ เห็นแล้ว เก็บพลังเอาไว้ก่อน ถ้าเธอยังทำแบบนี้อยู่จะไม่เหลือพลังเอาไว้สู้ในยามที่จำเป็นนะ ”


    “ หนูรู้แล้ว ”


    แอลลี่เดินตามพี่ชายมายังอีกฝั่งของดาดฟ้า พลางมองไปยังตำรวจที่แยกย้ายกันพักแต่ก็เฝ้าระวังซอมบี้เช่นเดิม เธอจึงถอยหลังออกไปตั้งหลักหลังจากมองดูจุดที่ตนเองจะกระโดดข้ามไป ครั้งนี้เธออยากทดสอบพลังขาจึงออกวิ่งเต็มกำลัง เมื่อมาสุดทางเธอจึงกระโดดข้ามไปอีกฝั่งแล้วใช้เท้าเหยียบดาดฟ้าตึกข้างๆก่อนจะกลิ้งตัวบนพื้นเพื่อลดแรงกระแทก


    “ พี่หนูทำได้ ”


    โยฮันเห็นท่าทางดีใจของน้องสาวเขาจึงกุมขมับเล็กน้อย ก่อนจะกระโจนตามลงไป ทันใดนั้นท้องฟ้ามืดครึ้มก็เริ่มมีแสงสว่างจากทิศตะวันออก อีกไม่นานท้องฟ้าจะถูกย้อมด้วยแสงของพระอาทิตย์ขับไล่ความมืดมิดในช่วงกลางคืนทิ้งไป


    “ เมื่อกี้ผมมองไปยังตึกที่เราต้องมุ่งหน้าไป หากใช้เวลาอีกครึ่งวันถ้าไม่มีซอมบี้เราน่าจะไปถึงที่นั่นได้ ” โยฮันบอกกับตำรวจเกี่ยวกับตำแหน่งที่พวกเขาต้องการเดินทางไป


    “ นับว่าเป็นข่าวดี ”


    ตำรวจยิ้ม แม้พวกเขาอยากจะพักแต่ก็ต้องฝืนเพราะหากเดินทางไปถึงจุดหมายพวกเขาสามารถพักเท่าไหร่ก็ได้ตามต้องการ ขณะที่นั่งพักเอาแรงตำรวจจึงขอให้ชาวบ้านที่พอมีแรงไหว ช่วยต้มบะหมี่แจกจ่ายให้กับทุกคน เพียงแต่ว่าโยฮันกลับหันหน้ามองไปยังทิศตะวันออก หลังจากเขาได้ยินเสียงโครมครามดังมาจากทางนั้น


    “ มีอะไรเหรอคะพี่ ”


    “ มีบางอย่างกำลังมา ”


    ทุกคนบนตึกเงียบเสียง ไม่มีใครกล้าขยับ โยฮันจึงกระโดดไปยังตึกด้านข้างที่มีความสูงมากกว่าแล้วมองดูว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้น ทันใดนั้นเขาก็มองเห็นซอมบี้ฝูงใหญ่มีตัวที่มีขนาดร่างกายเท่ารถเก๋งอยู่หลายสิบตัวกำลังเดินทางมาที่นี่


    “ มีซอมบี้ฝูงใหญ่ ในนั้นมีระดับ 3 หลายสิบตัว ”


    ตำรวจทำหน้าซีดเมื่อได้ยินจำนวนซอมบี้ระดับ 3 โยฮันที่รายงานสถานการณ์เขาจึงเตรียมตัวต่อสู้กับสิ่งที่กำลังเดินทางมาด้วยการบอกให้น้องสาวนำกระเป๋าสะพายของพวกเขาทั้งสองมาให้เพราะต้องการอาหาร ขณะที่รอให้แอลลี่ปีนขึ้นมาบนดาดฟ้าเพื่อแอบกินอาหารกระป๋องเติมพลังงาน โยฮันก็ได้หันมองไปยังทิศเหนือ หลังจากที่เขาพบเข้ากับเสียงบางอย่าง มันกำลังรบกวนเขาจนรู้สึกหงุดหงิด 


    “ มีอะไรเหรอพี่  ”


    “ มีคลื่นสัญญาณบางอย่างมาจากทิศเหนือ ฉันไม่รู้ว่าสัญญาณอะไร แต่มันกำลังเข้าใกล้ที่นี่เรื่อยๆ ”


    โยฮันพยายามเงี่ยหูฟัง ทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงเครื่องยนต์หลายคันกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ เมื่อรู้ว่ามีมนุษย์ขับรถมาที่นี่เขาจึงบอกตำรวจให้รู้ถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่กำลังจะเกิดขึ้น.




    คล้ายกับเรื่อง[จบ]โพรเจกต์ X กาลวิบัติเชื้อไวรัสกลืนโลก ที่คุณอ่าน