ความเงียบงันปกคลุมลานประลองชั่วขณะ ก่อนที่จะเกิดเสียงฮือฮาดังระงมยิ่งกว่าครั้งไหนๆ! ศิษย์พรรคมารอัคคีทมิฬต่างพากันมองหลินเฟย (ลู่ซาน) ด้วยสายตาที่ปะปนไปด้วยความทึ่ง อัศจรรย์ใจ และความหวาดกลัว หลี่จื่อเหว่ยผู้เก่งกาจถึงขั้นพ่ายแพ้ให้กับศิษย์ไร้วรยุทธ! นี่คือเื่ที่เกินกว่าความเข้าใจของพวกเขา
เ้าสำนักไป๋ซานพยุงร่างของหลี่จื่อเหว่ยที่ยังคงสับสนและอ่อนแรงจากการถูกโจมตีประสาทัั เขาจ้องมองหลินเฟยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน ทั้งความภาคภูมิใจในศิษย์ผู้สร้างปาฏิหาริย์ และความกังวลต่ออนาคตที่ไม่แน่นอน
"หลี่จื่อเหว่ย... เ้าไม่เป็อะไรมากใช่หรือไม่?" ไป๋ซานถามด้วยความเป็ห่วง
หลี่จื่อเหว่ยสะบัดมือออกจากการพยุงของไป๋ซาน เขาลุกขึ้นยืนอย่างโซซัดโซเซ ดวงตาแดงก่ำจ้องมองหลินเฟยด้วยความแค้นที่สุมอยู่ในอก "ข้าไม่เป็ไร! นี่มันไม่ใช่การประลองที่ยุติธรรม! มันคือเล่ห์กล! มนต์ดำ!"
เขาพยายามจะพุ่งเข้าใส่หลินเฟยอีกครั้ง แต่ถูกผู้าุโของสำนักดาบฟ้าที่ตามมาด้วยรั้งตัวไว้
"ท่านพี่จื่อเหว่ย! ใจเย็นก่อนขอรับ!"
หลี่จื่อเหว่ยหอบหายใจอย่างหนัก พลังปราณในกายของเขายังคงปั่นป่วนจากการถูกโจมตีแบบไม่คาดฝัน
"การประลองจบลงแล้ว" เ้าสำนักไป๋ซานประกาศเสียงกังวาน "ชัยชนะเป็ของศิษย์หลินเฟย!"
คำประกาศของเ้าสำนักยิ่งทำให้หวังฟงและศิษย์ที่เคยดูถูกหลินเฟยต้องหน้าซีดเผือด พวกเขาไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องมาเห็นหลินเฟยยืนอยู่จุดสูงสุดเช่นนี้
หลังจากนั้นไม่นาน หลี่จื่อเหว่ยก็ถูกพาตัวออกไปจากลานประลองพร้อมกับคณะของเขา แม้เขาจะจากไปพร้อมความพ่ายแพ้ แต่สายตาที่เต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายที่เขามองหลินเฟยในวินาทีสุดท้าย ก็บ่งบอกว่าเื่นี้ยังไม่จบง่ายๆ
ลู่ซานยืนอยู่กลางลานประลอง รับรู้ถึงสายตานับร้อยคู่ที่จับจ้องมาที่เขา เขารู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ใช่แค่ในชีวิตของเขา แต่ในโลกวรยุทธแห่งนี้ด้วย
ในอีกด้านหนึ่ง อวิ๋นซีรีบวิ่งลงมาจากอัฒจันทร์ ตรงเข้าหาหลินเฟยด้วยสีหน้าเป็ห่วง
"หลินเฟย! เ้าไม่เป็อะไรใช่ไหม!" นางถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พลางกวาดสายตาสำรวจร่างกายของเขา
ลู่ซานยิ้มบางๆ "ข้าไม่เป็อะไรอวิ๋นซี" เขาตอบด้วยน้ำเสียงอบอุ่น "เ้าไม่ต้องเป็ห่วง"
แววตาของอวิ๋นซีเปล่งประกายด้วยความโล่งใจและชื่นชม นางมองเขาด้วยความรู้สึกที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่ศิษย์ไร้วรยุทธที่น่าสงสารอีกต่อไป แต่เป็บุรุษผู้กล้าหาญและชาญฉลาดที่สามารถยืนหยัดต่อกรกับผู้แข็งแกร่งที่สุดได้
แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีสายตาอีกคู่หนึ่งที่มองมาที่พวกเขาด้วยความริษยาและไม่พอใจ หวังฟง ยืนอยู่ไม่ไกล ดวงตาของเขาแดงก่ำด้วยความแค้นที่อัดแน่นในอก เขาไม่เคยยอมรับการเปลี่ยนแปลงของหลินเฟย และตอนนี้ เขายิ่งรู้สึกว่าถูกหลินเฟย่ชิงทุกสิ่งไปจากเขา
ค่ำคืนนั้น เ้าสำนักไป๋ซานเรียกหลินเฟยเข้าพบอีกครั้ง ในห้องทำงานส่วนตัว
"หลินเฟย... เ้าสร้างเื่ใหญ่ขึ้นมาแล้ว" ไป๋ซานกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ครุ่นคิด "การพ่ายแพ้ของหลี่จื่อเหว่ยจะสร้างความไม่พอใจให้กับสำนักดาบฟ้าอย่างแน่นอน และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่ใหญ่หลวงได้"
"กระหม่อมเข้าใจพ่ะย่ะค่ะ" ลู่ซานตอบ "แต่กระหม่อมไม่มีทางเลือกอื่น หากกระหม่อมไม่ต่อสู้ เขาก็จะเหยียบย่ำกระหม่อมและท่านหญิงอวิ๋นซี"
ไป๋ซานพยักหน้าเล็กน้อย "บิดารู้... และบิดาก็ไม่ได้ตำหนิเ้า เ้าได้พิสูจน์แล้วว่า 'วิทยาการ' ของเ้าสามารถเป็พลังที่ยิ่งใหญ่ได้ แต่พลังที่ยิ่งใหญ่ย่อมมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง"
"กระหม่อมพร้อมรับพ่ะย่ะค่ะ" ลู่ซานตอบอย่างมั่นคง
"ดี" ไป๋ซานกล่าว "จากนี้ไป เ้าจะมีอิสระในการเข้าถึงทรัพยากรทุกอย่างในพรรค เ้าสามารถสร้างสรรค์สิ่งประดิษฐ์ของเ้าได้อย่างเต็มที่ และบิดาจะมอบศิษย์บางส่วนให้มาเป็ผู้ช่วยของเ้า"
นี่คือสิ่งที่ลู่ซาน้ามากที่สุด เขาจะสามารถพัฒนา "วิทยาการ" ของเขาไปอีกขั้น โดยไม่ต้องแอบซ่อนอีกต่อไป
"ขอบพระคุณท่านเ้าสำนักพ่ะย่ะค่ะ"
"แต่อย่าลืมว่า" ไป๋ซานกล่าวเตือน "แม้เ้าจะเอาชนะหลี่จื่อเหว่ยได้ แต่เขาก็ยังเป็คู่หมั้นของอวิ๋นซี เื่นี้ยังไม่จบง่ายๆ จงระมัดระวังตัวให้มาก"
ลู่ซานก้มศีรษะรับคำ เขาเข้าใจดีว่าชัยชนะครั้งนี้เป็เพียงจุดเริ่มต้นของพายุที่กำลังจะโหมกระหน่ำเข้ามา ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับอวิ๋นซี ภัยคุกคามจากหลี่จื่อเหว่ย และการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในโลกวรยุทธ ทุกอย่างกำลังจะปะทุขึ้นในไม่ช้า