ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 49 คลาดสายตา
“เจ้าจะบอกว่าเรื่องเร่งด่วนของบรรพบุรุษคือการตามหาหญิงสาวคนหนึ่งภายในเมืองอย่างนั้นหรือ?” มาคัสถามขึ้นหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของเคน
“ขอรับ ข้าคิดว่าคนที่ท่านตามหาจะต้องเป็นคนสำคัญ หรือไม่ก็มีบางอย่างเกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษ...หรือบางทีอาจจะเกี่ยวข้องกับตระกูลของพวกเราก็เป็นได้ ทางที่ดีควรซักถามพี่คาเบโร่กับพี่ซายาโกะให้แน่ใจ ถ้ามีหญิงสาวลักษณะเช่นนั้นอยู่ที่ศูนย์การค้าใจกลางเมืองจริง เห็นทีเราจะต้องตามหานางให้เจอ” เคนรีบพูดสิ่งที่ตนวิเคราะห์ออกมาทั้งหมดเพื่อให้มาคัสคิดเห็นในมุมมองเดียวกับที่เขาคิด
“เอาล่ะ ข้าเชื่อเจ้า เจ้าจงจดลักษณะของนางเอาไว้ ข้าจะให้คนไปตามซายาโกะกับคาเบโร่กลับมา ทั้งคู่เป็นคนที่ควรจะรู้ว่านางอยู่ที่ไหนมากที่สุด” มาคัสพยักหน้าให้กับข้อสันนิษฐานของเคน ก่อนจะแจงทุกอย่างออกมาเสร็จสรรพ
หลังจากนั้นหัวหน้าตระกูลก็เรียกข้ารับใช้และสมาชิกในตระกูลที่ว่างอยู่ให้มาเข้าพบ สาเหตุก็เพื่อมอบหมายงานให้ไปตามหาคน ข้อมูลที่มีอยู่เป็นสิ่งที่ได้รับการบอกเล่ามาจากเคน
“ข้อมูลทั้งหมดก็ตามนี้ พวกเจ้าออกไปค้นหาเถอะ เริ่มจากศูนย์กลางการค้า หากพบเบาะแสอะไรก็ให้ตามเบาะแสนั้นไป หากไม่พบก็ให้กระจายตัวกันออกค้นหาแบบปูพรมจนกว่าจะได้ข้อมูลอะไรกลับมา” มาคัสออกคำสั่งให้ทุกคนปฏิบัติตาม
“ถ้าซายาโกะกับคาเบโร่กลับถึงตระกูล ข้าจะให้พวกเขาตามไปสมทบด้วย เผื่อว่าจะได้อะไรมากขึ้น” มาคัสพูดขึ้นมา แต่เหมือนกับเป็นการเตือนตนเองไม่ให้ลืมสิ่งที่ตั้งใจจะทำมากกว่า
ทุกคนที่ได้รับคำสั่งต่างพากันออกจากคฤหาสน์ของตระกูลมุ่งหน้าไปยังจุดต้นเรื่อง ทุกคนยึดมั่นคำสั่งของหัวหน้าตระกูลเป็นสำคัญ
ไม่นานเท่าไหร่นัก คาเบโร่และซายาโกะที่ออกไปเที่ยวเล่นด้านนอกก็กลับมาโดยที่ไม่รู้เลยว่า เพราะการไปเดินเที่ยวตลาดของพวกตนแท้ๆ ทำให้คนในตระกูลหัวหมุนกันไปหมด
“ท่านคาเบโร่ ท่านซายาโกะ หัวหน้าตระกูลเรียกพบด่วนขอรับ” ข้ารับใช้ที่ทำหน้าที่เฝ้าประตูส่งผ่านคำสั่งของมาคัสมาให้ทั้งสองทราบ
ทั้งคาเบโร่และซายาโกะต่างหันมองหน้ากัน ก่อนจะหันกลับไปบอกข้ารับใช้คนนั้นว่า “ข้าเข้าใจแล้ว”
มันจะต้องเกิดบางสิ่งขึ้นระหว่างที่พวกตนออกไป ไม่เช่นนั้นหัวหน้าตระกูลคงไม่เรียกตัวพวกเขาทั้งคู่ไปพบทันทีที่มาถึงตระกูล แต่แน่นอนว่าไม่อาจรู้เรื่องราวได้แน่หากยังไม่ได้ไปพบหัวหน้าตระกูล
ทั้งสองพากันสับฝีเท้ามุ่งหน้าไปยังเรือนหลักทันที
…
จินเฝ้ามองคู่รักชายหญิงที่บัดนี้กำลังทำหน้าตื่นตกใจ พยายามนึกถึงเหตุการณ์ในตลาด...ดูเหมือนว่าพวกเขาจะเคยเห็นหญิงสาวเช่นนั้นจริงๆ
เป็นหญิงสาวที่ดูแลตัวเองได้ดี กิริยาท่าทางบ่งบอกได้ชัดเจนว่าไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดาสามัญ หน้าตาก็น่ารักจิ้มลิ้ม ใครได้เห็นก็ต้องหันกลับมามองอีกครั้งกันทั้งนั้น ไม่แปลกที่คนทั้งสองจะนึกออกทันทีที่มาคัสได้บอกออกมา
ทั้งคาเบโร่และซายาโกะดูร้อนใจไม่น้อย แทบจะเดินออกจากเรือนหลักเพื่อไปช่วยกลุ่มก่อนหน้าตามหาทันที แต่มาคัสก็รั้งไว้ก่อนเพื่อสอบถามเพิ่มเติม เหมือนว่าอีกฝ่ายอยากจะให้คาเบโร่ไปตามหาจิตรกรในเมืองมาช่วยวาดภาพหญิงสาวคนนั้นหน่อย
จินเฝ้าดูการสนทนาดังกล่าว ในใจก็แอบรู้สึกผิดเล็กๆ เพียงคำพูดของเขากลับทำให้ทั้งตระกูลต้องวุ่นวายถึงเพียงนี้ ใครที่ว่างเว้นจากงานหรือพักผ่อนอยู่ ต่างก็โดนเกณฑ์ไปช่วยตามหาหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใช่คนเดียวกันกับบุคคลในความทรงจำของจินหรือไม่
สายตาที่ดูไม่สบายใจของจินกวาดตามองดูทุกคนที่กำลังวิ่งวุ่นทำตามคำสั่งของมาคัส ในใจเขาก็รู้สึกดีที่ลูกหลานให้ความสำคัญกับคำขอของตัวเองขนาดนี้ แต่อีกใจก็คิดว่ามันเกินไปหรือเปล่า แค่ตามหาคนเพียงคนเดียว ทำเอาวุ่นวายไปทั้งตระกูล
วิญญาณบรรพบุรุษอย่างจินจ้องมองไปที่หัวหน้าตระกูลพีไรซ์อย่างมาคัส เขาไม่รู้จะขอบคุณหรือต่อว่าชายคนนี้ดีที่ยึดมั่นคำขอของเขาอย่างจริงจังมากเพียงนี้
ไม่นานคู่รักชายหญิงที่มาเข้าพบมาคัสก็จากไป ฝ่ายชายไปหาจิตรกรฝีมือดีภายในเมือง
ส่วนฝ่ายหญิงไปช่วยกลุ่มก่อนหน้าในการหาเบาะแส อย่างน้อยนางก็เคยเห็นหญิงนางนั้นมาก่อน หากได้เจออีกครั้งแม้เพียงชั่วแวบเดียว คงบอกได้ทันทีว่าถูกตัวหรือไม่
ในเมื่อเป็นความต้องการของบรรพบุรุษ ลูกหลานก็พร้อมจะทำตามโดยไม่มีแม้แต่เอ่ยถามให้มากความ
เวลาผ่านเลยไปจนเย็นค่ำ เบาะแสที่ได้มาก็ยังคงคลุมเครือ มีชาวบ้านหลายคนเคยพบเป้าหมายที่คนตระกูลพีไรซ์กำลังตามหา แต่ก็ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าตอนนี้นางอยู่ที่ไหน
จินเฝ้ามองสมาชิกและข้ารับใช้ภายในตระกูลเข้าออกคฤหาสน์ของตระกูลอยู่หลายต่อหลายครั้ง ทุกคนดูวุ่นวายไปหมด แต่ก็ยังไม่มีใครพบคนที่ต้องการหา
ทางฝั่งคาเบโร่ที่เชิญจิตรกรฝีมือดีมาที่ตระกูล หลังจากที่หลายคนช่วยกันอธิบายลักษณะของหญิงสาวคนดังกล่าว ก็ได้รูปวาดคร่าวๆ ของหญิงสาวออกมาหลายใบ ซึ่งทั้งคาเบโร่และซายาโกะก็พอใจกับผลงานของอีกฝ่ายไม่น้อยจึงตบรางวัลให้ตามสมควร
จินมองรูปวาดที่จิตรกรบรรจงวาดตามคำบอกเล่าของหลายๆ คน วิญญาณบรรพบุรุษก็แอบพยักหน้าน้อยๆ
'ถึงจะไม่ได้เหมือนราวกับภาพถ่าย แต่อย่างน้อยก็คล้ายคลึงมากพอจะนำไปใช้งานได้' จินคิด
เมื่อยามราตรีมาถึง ความวุ่นวายภายในคฤหาสน์ตระกูลพีไรซ์ก็ค่อยๆ สงบลง มาคัสสั่งให้ทุกคนแยกย้ายกลับไปพักผ่อน เวลานี้ผู้คนภายในเมืองต่างก็ปิดบ้านเตรียมตัวเข้านอนกันแล้ว หากยังดึงดันหาต่อไปรังแต่จะเป็นการรบกวนผู้อื่นเปล่าๆ
ถึงวันนี้จะยังไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ใช่จะคว้าน้ำเหลว
พรุ่งนี้ทุกคนในตระกูลจะตื่นแต่เช้ามาช่วยกันตามหา ถ้าเริ่มต้นจากเบาะแสที่ได้รับในวันนี้คงได้พบข่าวดีในไม่ช้า
เช้าตรู่ ดวงอาทิตย์เคลื่อนขึ้นมาจากขอบฟ้าทิศตะวันออก
หลายคนภายในตระกูลพีไรซ์ตื่นตัวเต็มที่กำลังแต่งตัวออกไปทำภารกิจใหญ่ที่หัวหน้าตระกูลมอบหมาย นั่นคือการตามหาหญิงสาวซึ่งเชื่อได้ว่าต้องมีความสำคัญต่อบรรพบุรุษไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ทุกคนจึงตั้งใจแข็งขันโดยไม่มีปริปากบ่นแม้สักคำ
ใครที่ว่างเว้นจากงานต่างก็ช่วยกันออกค้นหา และที่พิเศษคือวันนี้มีรูปวาดเป็นตัวช่วย คาเบโร่เองคาดหวังว่ามันคงจะช่วยอะไรได้บ้างไม่มากก็น้อย ทุกอย่างคงจะรวดเร็วขึ้น ไม่จำเป็นต้องอธิบายกันให้ยืดยาวมากความ
นี่เขาคิดเอาไว้แต่แรกแล้วด้วยว่าคงต้องแบ่งกลุ่มกระจายกันออกค้นหาจึงได้ให้จิตรกรผู้นั้นวาดเอาไว้เสียหลายแผ่น ถือว่ามาหนึ่งครั้งต้องได้งานที่คุ้มค่า
เวลาผ่านเลยไปตั้งแต่เช้ายันเที่ยง เที่ยงยันบ่าย ในที่สุดก็ได้เรื่องได้ราวอะไรกลับมาบ้าง เพียงแต่...มันดูเหมือนจะเป็นข่าวร้ายมากกว่าข่าวดี
“ขอเข้าพบหัวหน้าตระกูล” เป็นคาเบโร่ สมาชิกตระกูล และข้ารับใช้อีกสองสามคนที่ขอเข้าพบหัวหน้าตระกูล
“เชิญ ไม่ต้องมากพิธี” มาคัสกวักมือให้ทุกคนเข้ามาให้หมด
ทุกคนที่เดินเข้ามาดูเหนื่อยล้า สีหน้าแต่ละคนดูผิดหวัง และเป็นคาเบโร่ที่เปิดปากพูดออกไปก่อน
“พวกเรารู้แล้วว่านางไปที่ใด แต่เหมือนว่าพวกเราจะรู้ช้าไป ตอนนี้นางออกนอกเมืองปากัสไปสักพักแล้วขอรับ”
มาคัสจ้องมองอีกฝ่าย แล้วถามกลับไปทันที “ตั้งแต่เมื่อไหร่?”
คาเบโร่อึกอักเล็กน้อย ก่อนจะตอบว่า “ตั้งแต่เช้าตรู่ขอรับ”
“ทหารรักษาการประตูทิศใต้คนหนึ่งบอกว่าเห็นนางเดินทางออกไปนอกเมืองพร้อมกับกองคาราวานที่จะเดินทางไปเมืองขนาดกลาง B-16 ยังบอกอีกว่านางได้ปิดบังใบหน้าก่อนออกไป แต่ทหารรักษาการคนนั้นพอจะจำนางได้” คาเบโร่รายงานเรื่องที่เกิดขึ้นให้หัวหน้าตระกูลฟัง ก่อนจะถามต่อว่า “พวกเราจึงกลับมาถามหัวหน้าตระกูลก่อนว่าควรจะดำเนินการเช่นไรต่อดี”
หลังจากฟังสิ่งที่อีกฝ่ายเล่า มาคัสก็นิ่งคิดอยู่นาน เหมือนตัดสินใจไม่ตก
เมือง B-16 เป็นหนึ่งในอาณาเขตของมหานครโซน B ซึ่งเป็นคนละอาณาเขตกับโซน C ที่พวกตนอยู่อาศัย
เมืองปากัสแทบจะเป็นชายแดนระหว่างอาณาเขตโซน C และโซน B อยู่แล้ว เพียงแค่ลงใต้ออกไปไม่ไกลก็จะเข้าสู่อาณาเขตโซน B เป็นที่เรียบร้อย
ซึ่งมหานครทั้งสองก็หาได้มีมิตรไมตรีแนบแน่นสักเท่าไหร่ มีหลายครั้งที่ขัดแย้งกันเรื่องแบ่งสันปันส่วนทรัพยากรอยู่เสมอ แต่นั่นก็เป็นเรื่องของภาพรวมการปกครอง ชาวบ้านธรรมดาอาจจะไม่จำเป็นต้องใส่ใจนัก เพียงแค่รับกรรมหลังจากเกิดความขัดแย้งก็เท่านั้น
“ให้แคนซัสตามไป” มาคัสกล่าวออกมาหลังจากเงียบไปนาน
ทุกคนที่อยู่ในห้องหันมามองหน้ากัน นี่ไม่ใช่เรื่องที่ทุกคนจะตัดสินใจได้ ทุกคนในตระกูลพีไรซ์นับเป็นพลเมืองอาณาเขตโซน C หากเดินทางไปอาณาเขตโซน B จะค่อนข้างยุ่งยากและมีขั้นตอนหลายอย่าง
ที่มาคัสตัดสินใจเลือกให้แคนซัสเป็นคนเดินทางตามไปเป็นเพราะแคนซัสวางแผนจะกระจายการค้าเข้าไปในอาณาเขตโซน B หากทำได้สำเร็จตระกูลจะได้ฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นอีก
ในเมื่อแคนซัสเริ่มดำเนินการหลายอย่างไปแล้ว เหตุผลในการข้ามเขตแดนน่าจะเหมาะสมที่สุด
“ไปตามแคนซัสมาหาข้า” มาคัสกล่าวคำเรียบนิ่ง ก่อนที่คนอื่นๆ จะออกจากห้องโถงไป
ภาพทุกฉากทุกตอนล้วนอยู่ในสายตาของวิญญาณบรรพบุรุษอย่างจินตลอด เขาเริ่มรู้สึกว่าทุกอย่างหลุดการควบคุมไปหมด มาคัสถือเอาคำร้องขอของเขาเป็นเรื่องที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด นั่นทำให้จินรู้สึกผิดที่ทำให้ทุกคนต้องวุ่นวายขนาดนี้
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจว่าคืนนี้ต้องเข้าฝันมาคัสให้ได้ ยกเลิกคำสั่งทุกอย่างเสีย เรื่องในอดีตไม่ควรต้องทำให้ผู้คนในตระกูลวุ่นวายขนาดนี้ ตระกูลเองก็มีกิจการต้องดำเนินต่อไป หากมัวมายุ่งวุ่นวายกับเรื่องนี้ต่อไปเห็นทีจะไม่ดี
สำหรับเรื่องตามหาคน มันไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่สุดที่ต้องทำในขณะนี้ นั่นคือสิ่งที่จินคิด