“บึ้มๆๆๆๆๆ”
มาเอลเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดเสียงระเบิดของอากาศเมื่อเขาเริ่มเคลื่อนไหว เพียงแค่ความเร็วอย่างเดียวของมาเอลก็สามารถที่จะกดดันราฟและเรนที่ต่อสู้ร่วมกันได้อย่างไม่ลำบากอะไรเลย
“ชายคนนี้แข็งแกร่ง…”
ราฟอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมาในขณะเดียวกันเขาก็กระอักเลือดออกมาจำนวนมากเนื่องจากได้รับบาดเจ็บภายใน เรนเองก็มีสภาพไม่ต่างกันแม้จะดูดีกว่าอีกฝ่ายเล็กน้อยก็ตาม
“เจ้าพึ่งรู้หรือไง!”
เรนเริ่มปวดหัวกับความโง่เง่าของสหายตน อย่างไรก็ตามในใจของเขากำลังคิดหาทุกวิธีความเป็นไปได้ที่จะเอาชนะศัตรูที่อยู่เบื้องหน้า แต่ก่อนที่เขาจะคิดอะไรออกมาเอลก็ได้หยุดเคลื่อนไหวด้วยความเร็วพร้อมกับจ้องมองมาทางพวกเขา
“ดูเหมือนเจ้าจะเริ่มเหนื่อยแล้ว การเคลื่อนไหวเร็วๆ แบบนั้นไม่สามารถทำได้นานๆ แน่”
ราฟราวกับว่ารอโอกาสนี้มานานแล้ว แต่ก่อนที่มันจะได้ดีใจมาเอลก็ได้กล่าวคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายว่า
“มาทำให้มันจบๆ ไปดีกว่า นานกว่านี้มันจะเสียเวลาเปล่าๆ”
เมื่อสิ้นสุดคำพูดของมาเอลใบดาบที่เป็นศาสตราวิญญาณที่เรียกว่าร้อยปีศาจคร่ำครวญเริ่มเกิดการเปลี่ยนแปลง ตอนนี้มันเริ่มจะดูสมชื่อปีศาจคร่ำครวญของมันขึ้นมาบ้างแล้ว เพราะดาบนั่นได้ส่งเสียงกรีดร้องออกมาพร้อมกับมวลอากาศบิดเบี้ยวรอบๆ ตัวดาบจนทำให้มองเห็นใบดาบได้ไม่ค่อยชัดเจน
“วูมมมมมมมมม!”
ดาบถูกสะบัดไปเบื้องหน้าอย่างง่ายๆ ก่อให้เกิดระเบิดคลื่นเสียงขนาดใหญ่กวาดพื้นที่เบื้องหน้ากลายเป็นหลุมแม้แต่อากาศเองก็เหมือนจะถูกทำลายไปด้วย
ราฟและเรนที่เห็นพลังทำลายล้างเบื้องหน้ากำลังไล่เข้ามาด้วยความเร็ว พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากจะหลบหนีอย่างไรก็ตามสิ่งที่พวกเขาคาดไม่ถึงก็คือยิ่งคลื่นเสียงนั้นพุ่งมาไกลจากมาเอลมาเท่าไหร่มันก็ยิ่งขยายและกินอาณาเขตมากยิ่งขึ้น จนเหมือนกับว่ามันจะกลืนกินทั้งครึ่งของห้องโถงในตอนนี้
“กาโร่เจ้าจะดูอีกนานเท่าไหร่ พวกเราจะตายหากเจ้าไม่ทำอะไรเลยสักอย่าง”
เรนเริ่มจะสูญเสียความเยือกเย็นจริงๆ เขาได้หันไปพึ่งสหายคนสุดท้ายที่ได้แต่ยืนดูการต่อสู้มาตั้งแต่แรกโดยที่ไม่ทำอะไรเลย
ชายชุดคลุมดำคนที่สามที่ชื่อว่ากาโร่ดูเหมือนจะตอบสนองกับเสียงเรียกจากพรรคพวกของเขา มันเดินไปเบื้องหน้าของคนทั้งสองพร้อมกับถกแขนเสื้อขึ้นเผยให้เห็นกล้ามเนื้ออันแข็งแรงของเขา
“โฮ่กกกกกกก!”
ออร่าไร้สีปรากฏขึ้นพร้อมๆ กับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่ไม่ทราบที่มา อย่างไรก็ตามไม่นานทุกคนก็ทราบที่มาของมันเมื่อออร่าไร้สีของกาโร่ค่อยๆ ก่อตัวเป็นรูปร่างของพยัคฆ์ยักษ์ขนาดใหญ่
“หมัดพยัคฆ์คำราม”
กาโร่กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดุร้ายและฟังดูชัดเจน ตอนแรกนั้นมาเอลไม่ได้กังวลว่าอีกฝ่ายจะหยุดการโจมตีครั้งนี้ของตนได้ แต่เมื่อเห็นความเข้มข้นของออร่าอีกฝ่ายสีหน้าของมาเอลก็ต้องเปลี่ยนไป
“บึ้ม!”
ออร่าไร้สีรูปร่างพยัคฆ์เข้าปะทะกับพลังคลื่นเสียงของมาเอลพร้อมกับฉีกกระชากและหักล้างพลังโจมตีทั้งหมดของมาเอลได้อย่างง่ายดายโดยไม่หลงเหลือแม้พลังโจมตีใดๆ อยู่เลย
ราฟกับเรนที่เห็นว่าตนสามารถรอดชีวิตได้แล้วก็ได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก
“นึกว่าจะมีแต่ปลาตัวเล็กมาให้จับ ไม่คิดว่าครั้งนี้จะส่งปลาตัวใหญ่แบบเจ้ามาด้วย แบบนี้คงต้องลำบากกันหน่อยแล้ว”
มาเอลกล่าวออกมาแม้ว่าจะเหมือนกล่าวชมว่าอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่ง แต่อย่างไรก็ตามมันก็ยังเหมือนมองข้ามพลังของอีกฝ่ายไปอยู่ดี เมื่อกาโร่ได้ยินเช่นนั้นก็ขยับปากยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนที่จะกล่าวคำพูดสวนกลับ
“หน่วยล่าสังหาร ของพวกเจ้ามันหยิ่งกันทุกคนเลยหรือยังไงนะ คราวที่แล้วก็มีคนจากหน่วยเดียวกันของเจ้าพูดเหมือนกันแล้วมันก็โดยข้าตบร่วงไปง่ายๆ เลย”
สีหน้าของมาเอลเริ่มเปลี่ยนไป สีหน้าที่เคยยิ้มแย้มและประดับด้วยความดูถูกอีกฝ่ายตอนนี้เปลี่ยนเป็นน่าเกลียดเนื่องเพราะความโกรธแค้นจากวาจาที่กาโร่ได้กล่าวออกมา
“เป็นเจ้านี่เองที่ทำร้ายรุ่นน้องในหน่วยของข้าจนพิการ….เจ้าสารภาพเช่นนี้เจ้าคงเตรียมใจการโดนเอาคืนจากข้าแล้วสินะ”
ดาบของมาเอลเริ่มเปลี่ยนแปลงไปอีกครั้ง ครั้งนี้บริเวณคมดาบที่ไร้คมกลับปรากฏชั้นบางๆ ของอากาศมันอัดแน่นกันจนกลายเป็นคมดาบที่สามารถตัดได้แทบทุกอย่าง มันคือคมดาบคลื่นเสียงเป็นความสามารถหนึ่งของศาสตราวิญญาณนี้ที่จะเปลี่ยนออร่าของผู้ใช้กลายเป็นคมดาบของมันเอง ด้วยลักษณะออร่าที่พิเศษเฉพาะของมาเอลทำให้ศัสตรา,ศาสตราวิญญาณร้อยปีศาจคร่ำครวญเหมาะกับเขาอย่างถึงที่สุด
“ฮิๆ น่ากลัวจริงๆ คมดาบนั่นหากโดนเข้าไปแล้วผิวหนังต้องขาดออกจากกันแน่ๆ พวกเจ้าว่างั้นไหม”
กาโร่กล่าวพร้อมกับหันไปหาพรรคพวกทั้งสองของมันที่ตอนนี้มีสีหน้าถอดสี เมื่อไร้เสียงตอบกลับมาจากพรรคพวกกาโร่ก็รู้สึกรำคาญเล็กน้อย
ในเวลานั้นเมื่ออีกฝ่ายกำลังสนทนากันและไม่สนใจว่าจะเกิดอะไรขึ้นเบื้องหน้าพวกเขา มาเอลก็ได้เคลื่อนไหว มาเอลนั้นถูกฝึกมาให้สังหารศัตรูไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตามตราบเท่าที่มีโอกาสเขาจะลงมืออย่างไร้ปรานีไม่สนใจสิ่งใดทั้งนั้น เพื่อที่จะบรรลุเป้าหมายและภารกิจที่ได้รับมอบหมายมา
มาเอลเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวคราวนี้กับแตกต่างกับคราวก่อน เพราะมันเงียบและไร้ซึ่งเสียง เพราะมาเอลนั้นได้เข้าสู่โหมดลอบโจมตีอย่างเต็มกำลังแล้ว
ร่างของมาเอลปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของกาโร่โดยที่กาโร่ยังไม่ทันได้ขยับตัวด้วยซ้ำไป คนที่เฝ้าดูทุกอย่างอยู่อย่างเซนยังต้องตกตะลึงกับการชิงลงมือในครั้งนี้ของมาเอล หากให้เปลี่ยนมาเป็นเขาแทนหากเจอการโจมตีเช่นนี้ยังแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะเอาชีวิตรอด
“วืดดดดดดด!”
ดาบถูกฟันเป็นแนวขวางหวังจะตัดศีรษะของศัตรู อย่างไรก็ตามสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็ได้เกิดขึ้นต่อหน้าของทุกคนเมื่อกาโร่นั้นเอียงศีรษะหลบโดยที่มันไม่แม้แต่มองเห็นการโจมตีครั้งนี้ด้วยซ้ำ ทำให้ดาบนั้นพลาดไปอย่างน่าเสียดายตัดได้เพียงแค่ส่วนผ้าที่คลุมหัวของมันอยู่เท่านั้นเผยให้เห็นใบหน้าของกาโร่อย่างชัดเจน
ใบหน้าที่ดุดันและฟันที่แหลมคมเหมือนฉลาม พร้อมกับมีรอยขีดตั้งแต่หน้าผากลงมาจากดวงตาเหมือนจะเป็นสัญลักษณ์อะไรบางอย่าง
“จะลอบโจมตีข้ามันยังเร็วไปร้อยปี”
กาโร่กล่าวขึ้นพร้อมกับยื่นมือออกไปคว้าเข้าที่คอของมาเอลอย่างง่ายดาย ทำให้สีหน้าของมาเอลเปลี่ยนไปเนื่องจากแรงบีบบริเวณคอของเขามันมีพลังมหาศาลเป็นอย่างมาก
“ระเบิดคลื่นเสียง!”
มาเอลยิ้มออกมาพร้อมกับระเบิดพลังออร่ามหาศาลจนเกิดเป็นรอยบิดเบี้ยวของอากาศเบื้องหน้าของกาโร่
“บึ้ม!”
กาโร่เมื่อถูกระเบิดคลื่นเสียงก็จำใจต้องปล่อยมาเอลไปทันที บาดแผลเล็กๆ จำนวนมหาศาลปรากฏขึ้นบนแขนอันใหญ่ยักษ์ของกาโร่อย่างไรก็ตามไม่นานบาดแผลนั้นก็ถูกฟื้นฟูจนหายสนิทราวกับมันไม่เคยปรากฏขึ้นมาก่อน
“เผ่าอสูร!”
มาตินที่เห็นสัญลักษณ์บนใบหน้าของกาโร่ร้องออกมาอย่างตกใจ เซนเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าเผ่าอสูรนั้นคืออะไร อย่างไรก็ตามเขาไม่มีเวลามาถามเพราะเขากำลังคิดถึงความเป็นไปได้บางอย่างอยู่
‘ความเร็วในการตอบสนองนั่นเห็นได้ชัดว่าสัญชาตญาณของมันพอๆ กับเราเลย’
เซนคิดกับตัวเองเงียบๆ เขากำลังคิดว่ากาโร่นั้นอาจจะเป็นประเภทเดียวกับตนและสามารถใช้เทคนิคที่คล้ายๆ กันกับตนได้ อย่างเทคนิคอ่านวิญญาณแท้จริง ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่ากาโร่นั้นเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัว
“เผ่าอสูร? ไม่ใช่ว่าพวกเจ้าถูกกวาดล้างไปหมดแล้วเหรอ!?”
สีหน้าของมาเอลเคร่งเครียดอย่างชัดเจนเมื่อเขาพูดถึงเผ่าอสูร เพราะเผ่าอสูรนั้นเป็นเผ่าพันธุ์ครึ่งมนุษย์ที่เชื่อกันว่าทรงพลังที่สุดในโลกใบนี้