ฟางเสวี่ยหานในชุดคลุมสีดำเก่าๆ เดินเท้ามาจนถึงหน้าประตู 'เมืองเมฆาเหมันต์' เมืองชายแดนที่เป็ศูนย์กลางการค้าขายระหว่างทุ่งหญ้ากับจักรวรรดิ คราบเืที่หางตาจากสมรภูมิครั้งก่อนแห้งกรังไปแล้ว แต่ความเ็ปแสบขัดยังคงอยู่เตือนใจถึงภาระที่ร่างกายนี้ต้องแบกรับ
เขามุ่งตรงไปยัง 'ตลาดมืดร้อยสมบัติ' สถานที่ที่รวบรวมของล้ำค่าและของเลวทรามจากทั่วสารทิศเป้าหมายคือการหาทรัพยากรเพื่อทะลวงสู่ระดับสร้างฐานรากให้เร็วที่สุด
ท่ามกลางเสียงจ้อกแจ้กจอแจ ฟางเสวี่ยหานหยุดยืนที่หน้าร้านอาวุธเก่าๆ ร้านหนึ่ง เขาตัดสินใจกระตุ้นพลังเนตรอีกครั้ง แม้จะรู้ดีว่าร่างกายจะรับภาระหนักเพียงใด
"เนตรัเหมันต์... เพ่งพินิจ!"
วาบ!
เกล็ดัสีเงินผุดขึ้นที่โหนกแก้มภายใต้ผ้าคลุม ดวงตาสีฟ้าครามของเขามองผ่านเปลือกนอกของอาวุธนับร้อยชิ้น จนกระทั่งไปสะดุดเข้ากับ 'กระบี่หักรอยสนิม' เล่มหนึ่งที่ถูกทิ้งไว้เป็ขาโต๊ะไม้เก่าๆ ในมุมมองของเนตรั มันแผ่รังสีสีครามเข้มข้นจนเกือบเป็สีดำออกมา... มันคือ 'แก่นเหล็กนิลเหมันต์' วัสดุระดับเซียนที่ถูกผนึกไว้!
"ตาถึงไม่เบานี่เ้าหนุ่ม..." เสียงหนึ่งดังขึ้นพร้อมเสียงหัวเราะเยาะ
ฟางเสวี่ยหานสลายพลังเนตรทันที เือุ่นๆ ไหลซึมออกมาจากหางตาจนเขาต้องรีบเช็ดออก คนที่ยืนอยู่เื้ัคือชายหนุ่มท่าทางเ้าสำราญในชุดผ้าไหมชั้นดี ในมือถือพัดจีบประดับตรา ดอกบัวสีชาด
"ข้าเห็นเ้าจ้องขาโต๊ะนั่นอยู่นาน หรือว่าขยะอย่างเ้าชอบสะสมของเน่า?" ชายหนุ่มผู้นั้นคือ หลิวชาง หลานชายของสนมเอกหลิว พร้อมผู้ติดตามระดับ สร้างฐานราก ขั้นที่ 1 สองคน
"ข้าจะซื้ออะไร มันก็เื่ของข้า" ฟางเสวี่ยหานเอ่ยเรียบๆ พลางหันไปหาเ้าของร้าน "ตาแก่ กระบี่หักเล่มนี้ราคาเท่าไหร่?"
"ห้าเหรียญเงิน เอาไปสิ!" ชายแก่ตอบส่งๆ แต่หลิวชางกลับขัดขึ้น "ข้าให้หนึ่งร้อยเหรียญทอง! อะไรที่เ้าอยากได้ ข้าจะชิงมาให้หมด"
ฟางเสวี่ยหานไม่ได้โกรธ แต่กลับเค่นยิ้มเยือกเย็น "ในเมื่อคุณชายหลิว้า... ข้าก็ไม่ขัด แต่ข้าขอเตือน ของบางอย่างถ้าบุญวาสนาไม่ถึง มันจะกลายเป็คำสาปปลิดชีพเ้าเอง"
หลิวชางแค่นเสียงหึ เดินไปกระชากกระบี่หักออกจากขาโต๊ะ ทันทีที่มือมันััรอยสนิม ไอเย็นสังหารที่เสวี่ยหานผนึกไว้เมื่อครู่ก็ะเิออก!
"อ๊ากกกกกก!" หลิวชางกรีดร้อง มือของมันกลายเป็สีม่วงคล้ำและถูกเกล็ดน้ำแข็งเกาะกินจนเส้นชีพจรแตกสลายในพริบตา
ฟางเสวี่ยหานอาศัย่ชุลมุน คว้ากระบี่หักเล่มนั้นมาไว้ในมือ "ขอบใจที่จ่ายทองร้อยเหรียญซื้อกระบี่เล่มนี้ให้ข้า" เขาเดินจากไปอย่างนิ่งสงบ ทิ้งให้หลิวชางดิ้นพล่านด้วยความพิการที่ไม่มีวันรักษาหาย
ขณะที่เขากำลังจะลัดเลาะออกจากตรอกมืด เนตรัที่ยังสั่นไหวอยู่ก็ััได้ถึงกลิ่นอายที่ร้อนแรงและหยาบกระด้างพุ่งตรงมาจากจวนเ้าเมือง เขาเร้นกายเข้าสู่เงามืดและเพ่งมองด้วยเนตรัที่อาบเื
เขาเห็นชายชราในชุดคลุมแดงเพลิง มีตราสัญลักษณ์ "อีกาสามขา" อยู่ที่หน้าอก เดินขนาบข้างไปกับเ้าเมืองเมฆาเหมันต์
‘สำนักอัคคีผลาญฟ้า!’ ความทรงจำในชาติก่อนแล่นเข้าสู่สมอง... สำนักอธรรมที่ใช้ปราณเพลิงพิษเผาผลาญผู้คน!
"ท่านทูตหลิว แผนการของท่านสนมเอกเรียบร้อยดีหรือไม่?" เ้าเมืองถามอย่างนอบน้อม
ชายชราผู้มีระดับพลังถึง สร้างฐานราก ขั้นที่ 8 แค่นเสียงเหี้ยม "นาง้าให้เราสกัดเส้นทางลำเลียงสมุนไพรแก้พิษทุกชนิด อย่าให้นางมเหสีเอกรอดชีวิตไปได้เกินสามเดือน!"
ฟางเสวี่ยหานขบกรามแน่นจนเืซึมออกมาจากไรฟัน ‘ที่แท้ตระกูลหลิวก็สมคบคิดกับสำนักฝ่ายอธรรมเพื่ออำนาจมืด...’
เขาจ้องมองแผ่นหลังของพวกมันด้วยดวงตาที่แดงฉานจากเืและั์ตาัสีฟ้าคราม
"สามเดือนงั้นหรือ... เพียงพอแล้วสำหรับการทำให้สำนักของพวกเ้ากลายเป็สุสานน้ำแข็ง!"
เขาสะบัดชายเสื้อคลุมมุ่งหน้าไปยังถ้ำลับท้ายเมือง ในมือบีบกระบี่หักแน่น
"ได้เวลาหลอมศาสตราสังหาร... และเตรียมตัวรับการกลับมาของข้า... วังหลวงจักรวรรดิฟาง!"