"ฮ้าว..."
ซูหยุนหาวหวอดใหญ่ด้วยความเบื่อหน่าย ร่างโปร่งก้าวเดินทอดน่องออกมาจากประตูสำนักด้วยท่าทางซึมกะทือ แววตาเหม่อลอยไร้จุดโฟกัส ราวกับิญญาหลุดออกจากร่างไปแล้วครึ่งหนึ่ง
แม้จะเรียกว่าประตูสำนัก แต่สภาพความเป็จริงมันคือซุ้มประตูไม้ผุพังที่สูงท่วมหัวคนเพียงเล็กน้อย เบื้องล่างมีบันไดหินแตกๆ เพียงห้าหกขั้น ถัดลึกเข้าไปมีเรือนพักอาศัยสามหลัง หนึ่งใหญ่สองเล็ก หลังใหญ่คือตำหนักหลัก ส่วนขนาบข้างคือห้องปีกซ้ายขวา ทว่าทุกหลังล้วนผ่านกาลเวลามาเนิ่นนานจนสภาพทรุดโทรม ใกล้จะพังมิพังแหล่
เขาเดินโซซัดโซเซไปทิ้งตัวนั่งแปะลงบนบันไดหินขั้นหนึ่ง มือข้างหนึ่งเท้าคาง พลางถอนหายใจเฮือกใหญ่ "น่าเบื่อชะมัด... คิดถึงตอนที่มีมือถือให้ไถจังโว้ย..."
แน่นอนว่าเขาไม่ใช่คนของโลกใบนี้ เดิมทีเขาเป็เพียงนักเรียนมัธยมปลายผู้แสนอาภัพจากดาวสีน้ำเงิน ที่ต้องจบชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ ก่อนจะลืมตาตื่นขึ้นมาสิงอยู่ในร่างของขอทานน้อยที่กำลังจะหนาวตายในต่างโลก
โชคดีที่ฟ้ายังเมตตา ส่งนักพรตเฒ่าท่านหนึ่งผ่านมาช่วยชีวิตและรับเลี้ยงดูเอาไว้ มิเช่นนั้นเขาคงได้ตายซ้ำสองทันทีที่เพิ่งได้ลิ้มรสความปิติของการเกิดใหม่...
ตึก ตึก ตึก!
เสียงฝีเท้าเร่งรีบดังขึ้นขัดจังหวะห้วงความคิด ยังไม่ทันเห็นตัวคน ก็ได้ยินเสียงเล็กแหลมะโมาแต่ไกล
"พี่ซู! พี่ซู!"
ซูหยุนดีดตัวผึง สีหน้าเปลี่ยนเป็กระตือรือร้นขึ้นมาทันที เขาเห็นเด็กหนุ่มวัยสิบขวบเศษวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา หน้าตาตื่นตระหนกจนแทบขาดใจ
"อะแฮ่ม!"
ซูหยุนกระแอมไอส่งสัญญาณ เด็กหนุ่มผู้นั้นชะงักกึก กลอกตาไปมาอย่างรู้กัน ก่อนจะรีบปรับสีหน้าและน้ำเสียงให้ดูนอบน้อมเปี่ยมด้วยความเคารพดุจเห็นเทพเ้า
"ท่านเซียนซู... ข... คือว่าไอ้ปีศาจหมูป่าตัวนั้น มันลงมาเหยียบย่ำนาข้าวของหมู่บ้านเราอีกแล้วขอรับ!"
ซูหยุนแสร้งตีหน้าขึงขัง ตวาดลั่นด้วยน้ำเสียงเปี่ยมคุณธรรม "บังอาจนัก! ยังมีเื่พรรค์นี้อยู่อีกรึ! เ้าจงนำทางข้าไปเดี๋ยวนี้ ข้าจะไปผดุงความยุติธรรมเอง!"
พูดจบเขาก็คว้าแขนเด็กหนุ่ม ทะยานร่างเพียงครั้งเดียวก็ก้าวข้ามระยะทางสี่ห้าวา เคลื่อนไหวรวดเร็วดุจภูตพราย เพียงชั่วอึดใจทั้งสองก็มาถึงตีนเขา
ตุบ
ซูหยุนวางเด็กหนุ่มลง เมื่อเห็นว่าพ้นรัศมีสายตาคนแล้ว ทั้งสองก็เปลี่ยนท่าทีเป็เดินทอดน่องไปยังที่นาอย่างใจเย็น
เด็กหนุ่มปาดเหงื่อ สีหน้าเคารพนบนอบเมื่อครู่หายวับไป เปลี่ยนเป็ยิ้มทะเล้น "พี่ซู อย่าลืมสัญญาที่ให้ไว้นะ!"
เพียะ!
ซูหยุนตบกบาลเด็กน้อยไปหนึ่งทีฉาดใหญ่ พลางหัวเราะด่าว่า "ร่วมมือกันต้มตุ๋นมาตั้งสามรอบแล้ว เอ็งยังไม่เชื่อใจพี่ซูคนนี้อีกเรอะ?"
เด็กหนุ่มลูบหัวปอยๆ ยิ้มแหยๆ ตอบว่า "แหะๆ จะเป็งั้นได้ไงเล่า ระดับพี่ซูเื่สัจจะเชื่อถือได้อยู่แล้ว"
ทว่าในใจกลับก่นด่าไม่หยุด... เชื่อก็บ้าแล้ว! แค่เคล็ดวิชาสั้นๆ พี่แกเล่นหั่นแบ่งเป็หลายท่อนค่อยๆ ทยอยให้ทีละประโยค ก็เพื่อหลอกใช้ข้ามาทำเื่พรรค์นี้นั่นแหละ...
ทั้งสองคุยกันไปเดินกันไปจนมาถึงคันนาแห่งหนึ่ง พบรอยเท้าลึกเป็ทางยาว รอยเท้านั้นใหญ่โตมโหฬารดูไม่เหมือนสัตว์ป่าทั่วไป ทว่าจุดที่น่าสังเกตคือต้นกล้าในนานั้นกลับไม่เสียหายแม้แต่น้อย ราวกับเ้าของรอยเท้าระมัดระวังย่างก้าวเป็อย่างดี
ซูหยุนเห็นดังนั้นก็ขยิบตา ส่งสัญญาณเริ่มแผนการ เขาพูดเสียงดังฟังชัด "เ้ารออยู่ที่นี่ อย่าเพิ่งขยับไปไหน เดี๋ยวข้าจะไปทวงความยุติธรรมให้เ้าเอง!"
เด็กหนุ่มเริ่มมีสีหน้ากังวลเล็กน้อย "พี่ซู... เ้าตัวใหญ่นั่นโดนพี่รีดไถไปสองรอบแล้วนะ รอบนี้มันจะไม่..."
ซูหยุนปรายตามองด้วยความดูแคลน "วางใจเถอะ ไอ้เ้านั่นน่ะขี้ขลาดตาขาวจะตาย ข้าย่อมมีวิธีจัดการให้มันยอมจำนนแต่โดยดี!"
สิ้นเสียงเขาก็พุ่งตัวออกไป ร่างกายพลิ้วไหวเพียงไม่กี่จังหวะก็หายลับเข้าไปในป่าทึบเบื้องหน้า...
...
ร่างของซูหยุนเคลื่อนที่ผ่านป่าเขาอย่างคล่องแคล่วรวดเร็ว เพียงไม่นานก็มาถึงส่วนลึกที่สุดของป่า ปากถ้ำขนาดมหึมาปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
เขาหยุดฝีเท้า ปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นบนเสื้อผ้า จัดทรงผมให้ดูดี ก่อนจะสูดหายใจลึกแล้วะโก้องด้วยน้ำเสียงทรงพลัง
"ช้าก่อน! เ้าปีศาจหมูป่า! เหตุใดเ้าจึงไปเหยียบย่ำที่นาชาวบ้านโดยไร้เหตุผลอีกแล้ว! รู้สำนึกผิดบ้างหรือไม่!"
ภายในถ้ำเงียบกริบ ไร้ซึ่งการตอบรับ
ซูหยุนแค่นเสียงเ็า ฮึ! คิดจะทำมึนไม่ตอบแล้วไล่คุณชายอย่างข้ากลับไปงั้นรึ? ฝันหวานไปหน่อยมั้ง!
เขารีบเปลี่ยนน้ำเสียงเป็เศร้าสลด ราวกับเ็ปใจอย่างสุดซึ้ง "อนิจจา... ภูตผีปีศาจเช่นเ้า เดิมทีได้รับความเมตตาจากสำนักเบื้องบนให้อาศัยบำเพ็ญเพียร ณ ที่แห่งนี้ ควรจะสำนึกในบุญคุณ ตั้งใจฝึกตน และอยู่ร่วมกับมนุษย์อย่างสันติ! แต่เ้ากลับ!... สันดานดิบแก้ไม่หาย ถือดีว่ามีตบะแก่กล้า เที่ยวรังแกชาวบ้านทำลายทรัพย์สิน! ข้าได้รับคำสั่งจากเบื้องบนให้มาตรวจสอบ แต่เ้ากลับทำเมินเฉย ไม่เห็นข้าอยู่ในสายตาแม้แต่น้อย เช่นนั้นเ้าก็..."
"พอได้แล้วโว้ยยย!"
เสียงคำรามลั่นดังออกมาจากส่วนลึกของถ้ำจนพื้นดินสั่นะเืเลือนลั่น!
หมูป่าั์ตัวมหึมาเดินอาดๆ ออกมาจากปากถ้ำ เขี้ยวคู่งามวาววับสะท้อนแสงจันทร์ ั์ตาสีแดงฉานจ้องเขม็งมาที่ซูหยุนด้วยความคับแค้นใจ
มันตะคอกใส่ซูหยุนจนน้ำลายกระเด็น "ไอ้หนูซู! นี่มันครั้งที่สามแล้วนะ! เวลาผ่านไปไม่กี่ปี เ้ามารีดไถข้าถึงสามรอบ! เ้า... เ้ามันเกินไปแล้ว! ตอนอาจารย์เ้ายังมีชีวิตอยู่ เขายังไม่เคยทำตัวไร้ยางอายแบบเ้าเลย!"
ซูหยุนถอนหายใจเฮือก เฮ้อ... ข้าเองก็จนปัญญาเหมือนกันนี่นา ใครใช้ให้เขาฝูหนิวแห่งนี้มีปีศาจแค่ตัวเดียวคือเ้าล่ะ? แถมสมบัติบ้าบออะไรของเ้าก็เยอะแยะ ไม่ไถเ้าแล้วจะให้ข้าไปไถใคร
อาจารย์ของเขา หรือก็คือนักพรตผู้ช่วยชีวิต เป็คนจิตใจดีงามโอบอ้อมอารี ไม่เคยคิดแก่งแย่งชิงดีกับใคร อีกทั้งตอนที่มารับตำแหน่งเฝ้าเขานี้ อายุขัยก็ใกล้จะหมดลงแล้ว หนทางเลื่อนระดับพลังก็ตันไปหมด จึงไม่คิดจะไปแย่งชิงทรัพยากรกับปีศาจหมูตัวนี้
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็ล้วงมือเข้าไปในสายคาดเอว หยิบยันต์หยกขนาดเท่าฝ่ามือออกมา นิ้วมือขวาวาดลวดลายยึกยือบนแผ่นหยก ปากก็พึมพำเสียงดังฟังชัด
"บัดนี้ ณ เทือกเขาฝูหนิว มีปีศาจหมูป่าตนหนึ่ง นิสัยดื้อด้าน สันดานโเี้ ไม่สำนึกในบุญคุณของสำนัก..."
ปีศาจหมูป่าได้ยินเข้าก็หน้าถอดสี ความดุร้ายเมื่อครู่หายวับไปทันตา มันส่งเสียงฮึดฮัดอย่างหมดแรง หูตูบลงทันที "พอแล้วๆ... ว่ามา เ้ามาคราวนี้ อยากได้อะไรอีก? สมบัติของอู๊ด... เอ้ย ของข้า ถูกเ้าผลาญไปเกินครึ่งแล้วนะ..."
ซูหยุนเห็นดังนั้นก็ยิ้มกริ่มในใจ... เสร็จโจร
เขาเก็บยันต์หยกกลับเข้าเอว ถูมือไปมาด้วยท่าทางเกรงอกเกรงใจ "แหม... ข้าได้ข่าวมาว่า... ผลจูร้อยปีของเ้า ใกล้จะสุกงอมเต็มที่แล้วนี่นา..."
"อะไรนะ?!"
ปีศาจหมูป่าะโโหยงจนเนินเขาสั่นะเื
มันจ้องหน้าซูหยุนตาแทบถลน "ไม่ได้! เื่นี้ไม่ได้เด็ดขาด! ผลจูนี่ข้าเฝ้าทะนุถนอมมาหลายสิบปี เตรียมไว้ใช้ตอนเลื่อนระดับ! ตอนนี้มันกำลังจะสุกพอดี เ้าจะมาเอาไปตอนนี้ก็เหมือนฆ่ากันชัดๆ! ไม่ให้! หัวเด็ดตีนขาดข้าก็ไม่ให้!"
ซูหยุนไม่รีบร้อน เขาเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น "ถ้าอย่างนั้น... ข้าคงต้องทำตามหน้าที่!"
พูดจบก็ทำท่าจะล้วงมือไปที่ยันต์หยกข้างเอวอีกครั้ง
ปีศาจหมูป่าเห็นท่าไม่ดี สีหน้าเ็ปรวดร้าวราวกับหัวใจจะแตกสลาย ทันใดนั้นน้ำตาเม็ดโตก็ไหลพรากออกมา มันทิ้งตัวลงนอนดิ้นพราดๆ บนพื้น ขาชี้ฟ้าตะเกียกตะกาย ปากก็ร้องโวยวายไม่หยุด
"เ้า... เ้ามันรังแกหมูเกินไปแล้ว... ข้าอยู่ที่นี่มาเกือบร้อยปี อยู่กับเ้าเขามาหลายรุ่นก็ต่างคนต่างอยู่! เ้าลองเอามือทาบอกถามใจตัวเองดูซิ ข้าเคยทำเื่เลวทรามที่ไหนกัน! ฮืออออ!"
ซูหยุนลูบจมูก สีหน้าเจื่อนลงเล็กน้อย
เ้าปีศาจหมูป่าตัวนี้ไม่ได้มีนิสัยดุร้ายเหมือนสัตว์อสูรทั่วไป แถมยังรักษากฎระเบียบเคร่งครัด ตลอดหลายปีมานี้ไม่เคยทำเื่ชั่วช้าอะไรจริงๆ นั่นแหละ มิเช่นนั้นอาจารย์ของซูหยุนคงกำจัดมันไปนานแล้ว ไม่ปล่อยให้รอดมาจนถึงป่านนี้หรอก
พอเห็นสีหน้าลังเลของซูหยุน เสียงร้องไห้ของปีศาจหมูป่าก็ยิ่งดังขึ้น "สองครั้งก่อนที่เ้าหลอกข้า ข้าก็ยอมหยวนๆ ให้! เพราะข้าดันซุ่มซ่ามไปทำให้ชาวบ้านใจริงๆ แต่รอบนี้... ข้าแค่ออกไปเดินเล่นตอนปลอดคนแท้ๆ เ้าก็ยังหาเื่มารีดไถข้าอีก! ชีวิตข้า... ทำไมมันรันทดขนาดนี้..."
ซูหยุนเริ่มทำหน้าไม่ถูก นึกโทษตัวเองในใจที่ถอนขนห่านบ่อยเกินไปจนหมูจะบ้าตายอยู่แล้ว...
แต่ช่วยไม่ได้นี่นา เขาฝูหนิวแห่งนี้ตั้งอยู่ชายขอบของสำนัก พลังปราณเบาบางจนแทบััไม่ได้ แถมสมุนไพรวิเศษที่มีอายุหน่อยก็โดนเ้าหมูนี่กวาดไปเกลี้ยง ข้าเองก็จนตรอกเหมือนกันนะโว้ย!
สมองของเขาแล่นเร็วรี่ ไม่นานก็ได้ความคิดดีๆ เขาพูดปลอบโยนเสียงอ่อน
"พี่หมู... ใจเย็นๆ ก่อน จริงๆ ข้าก็จนปัญญาเหมือนกัน ใครใช้ให้เขาฝูหนิวของเรามันจนกรอบขนาดนี้ล่ะ? เอาอย่างนี้สิ ผลจูตั้งเยอะแยะ เ้ากินเข้าไปหมดก็ใช้ไม่หมดหรอก แบ่งให้ข้าสักสามลูก เป็ไง? ข้าสัญญาเลยว่า จบงานนี้แล้วจะไม่มารบกวนเ้าอีกเลย! สาบาน!"
ปีศาจหมูป่าหยุดร้องไห้ สะอึกสะอื้นถาม "สามลูก... นี่มัน..."
ซูหยุนรีบตีเหล็กเมื่อยังร้อน "พี่หมู ฟังนะ ข้าไม่เอาของเ้าเปล่าๆ หรอก เ้าลองคิดดู อีกเดี๋ยวเ้าก็จะเลื่อนระดับแล้ว ถือว่าเป็ยอดฝีมือในหมู่ปีศาจ แต่กลับไม่มีชื่อแซ่เรียกขาน มันดูน่าอนาถใจออกจะตายไป เอาอย่างนี้ แลกกับผลจูสามลูก ข้าจะตั้งชื่อสุดเท่ บาดจิตบาดใจให้เ้าหนึ่งชื่อ เป็ไง?"
ดวงตาของปีศาจหมูป่าเป็ประกายวูบ "จริงรึ?"
"คนอย่างข้าไม่โกหกเ้าหรอก!" ซูหยุนรับคำหนักแน่น ทุบอกตัวเองดังปึก
"ตกลง! ข้ารับปาก!"
มันตะเกียกตะกายลุกขึ้น วิ่งตึกตักกลับเข้าไปในถ้ำลึก ทิ้งให้แผ่นดินะเืเลื่อนลั่นอีกรอบ...
ครู่ต่อมา มันคาบเถาวัลย์สีเขียวสดออกมา เส้นเถาวัลย์นั้นมีผลไม้สีแดงสดขนาดเท่ากำปั้นห้อยอยู่สามลูก กลิ่นหอมสดชื่นฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณทันที
ปีศาจหมูป่าสะบัดเถาวัลย์ส่งให้ซูหยุน แล้วพูดเสียงอู้อี้ "ตั้งใจคิดนะเอาให้สมฐานะของข้า ให้มันก้องกังวานไปเลย!"
ซูหยุนรับเถาวัลย์มาด้วยความปิติ รีบยัดใส่ถุงสมบัติที่เอวทันที เสร็จโจร!
เขาแสร้งทำท่าครุ่นคิดอย่างหนักอยู่พักใหญ่ เดินวนไปวนมาพร้อมทำหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะเอ่ยช้าๆ
"ตัวจริงของเ้าคือหมูป่า ดังนั้นแซ่ก็ต้องเป็ จู สินะ... อื้ม... งั้นชื่อว่า จูกังเลี่ย* เป็ไง?"
"จูกังเลี่ย?" ปีศาจหมูป่าลองทวนคำ "มีความหมายว่าไง?"
ซูหยุนอธิบายด้วยความกระตือรือร้นปนสวมิญญานักต้มตุ๋น " กัง หมายถึง แข็งแกร่ง ยืนหยัดไม่ย่อท้อ ส่วน เลี่ย หมายถึง รุนแรง ดุดันดั่งเปลวเพลิง ใครเห็นเป็ต้องเกรงกลัว เ้าลองตรองดูสิ ชื่อนี้ฟังดูยิ่งใหญ่เกรียงไกรไหมล่ะ?"
ปีศาจหมูป่า... ไม่สิ จูกังเลี่ย ส่ายหัวไปมาอย่างใช้ความคิด ตอนแรกก็งงๆ แต่พอฟังซูหยุนอธิบายก็เริ่มรู้สึกว่ามันฟังดูดุดันทรงพลังจริงๆ
มันผงกหัวรัวๆ เก็บอาการดีใจไม่อยู่ "ดี! ดีมาก! ต่อไปนี้ข้าชื่อจูกังเลี่ย!"
ซูหยุนเองก็อารมณ์ดีสุดๆ ตบถุงสมบัติที่เอวแปะๆ ใบหน้าเปี่ยมสุข
เมื่อได้ชื่อใหม่ จูกังเลี่ยก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ขาดทุนเท่าไหร่ จึงชวนซูหยุนคุย "เ้าหนู เ้าอุตส่าห์เป็ศิษย์สำนักเสวียนหยวนทั้งที ทำไมสายตาสั้นนัก? มัวแต่จ้องจะเอาของของข้าอยู่นั่นแหละ ลองถามใจตัวเองดูสิ ของพวกนี้มันจะไปเทียบกับพวก ผลึกิญญา หรือยาวิเศษได้ยังไง?"
ซูหยุนตาโต ผลึกิญญา? ยาวิเศษ? คิดว่าข้าไม่อยากได้รึไง! สมบัติที่อาจารย์ทิ้งไว้ให้ก็ใช้หมดเกลี้ยงไปนานแล้ว ต้องมาเฝ้าอยู่ที่กันดารแบบนี้ จะให้ไปหาของพวกนั้นจากไหน?
เขาเบ้ปาก "เ้าก็แปลกคน ูเาที่มีพลังปราณหนาแน่นมีตั้งเยอะแยะไม่ไป ดันมามุดหัวอยู่ที่รูกระต่ายนี่ ถ้าเ้าไม่มา ของที่นี่มันก็ต้องเป็ของข้าอยู่แล้วไม่ใช่เรอะ?"
จูกังเลี่ยแค่นเสียง "บอกว่าเ้าสายตาสั้นก็ไม่ผิดจริงๆ มีแต่เ้าเท่านั้นแหละที่เห็นขยะพวกนี้เป็ของดี"
"เอ๊ะ?" ซูหยุนเอ่ยแซว "หรือว่าเ้าอยู่ที่อื่นไม่ได้ เลยต้องหนีหัวซุกหัวซุนมาอยู่ที่นี่?"
"เหลวไหล!" จูกังเลี่ยโกรธจนหน้าแดง "ข้าแค่หลบมาหาความสงบต่างหาก! วันๆ เอาแต่แย่งชิงกันไปมาน่ารำคาญจะตาย นอนเกาพุงบำเพ็ญเพียรไม่ดีกว่ารึไง?"
เมื่อเห็นสีหน้าไม่เชื่อถือของซูหยุน มันก็ทำหน้าเซ็ง แต่ทันใดนั้นเหมือนจะนึกอะไรขึ้นได้ สีหน้าเปลี่ยนเป็ตื่นเต้นจ้องมองซูหยุนแล้วหัวเราะร่า
ซูหยุนสะดุ้งโหยง ไอ้หมูนี่มันบ้าไปแล้วเรอะ?
จูกังเลี่ยหยุดหัวเราะ จ้องหน้าซูหยุนด้วยแววตาเ้าเล่ห์ "เ้าหนู อาจารย์เ้าครบกำหนดวาระแล้ว อีกไม่นานเ้าก็ต้องย้ายออกไปแล้วนี่หว่า!"
ซูหยุนชะงัก สีหน้ากึ่งเศร้ากึ่งสุข... นั่นสินะ ตัวเขา... กำลังจะต้องจากที่นี่ไปแล้ว...
...
เด็กหนุ่มเห็นซูหยุนเดินลงเขามาด้วยรอยยิ้มกว้างก็ดีใจ รีบวิ่งเข้าไปถาม "พี่ซู สำเร็จไหม?"
ซูหยุนพยักหน้า ถอนหายใจอย่างปลงๆ "เรียบร้อย! เ้าหมูนั่นชักจะฉลาดขึ้นทุกวัน มุกนี้คงใช้ไม่ได้อีกแล้ว ขืนใช้ซ้ำมีหวังมันยอมแลกชีวิตกับข้าแน่"
พูดจบเขาก็ล้วงกระดาษยับยู่ยี่แผ่นหนึ่งออกมา บนนั้นเขียนเคล็ดวิชาโคจรลมปราณเพื่อเสริมสร้างร่างกาย แล้วยื่นให้เด็กหนุ่ม
เด็กหนุ่มทำตาโตด้วยความประหลาดใจ ที่แท้พี่ซู... ก็ยังพอมีความเป็คนอยู่บ้าง
เขารับกระดาษมาด้วยความดีใจ เห็นว่าเคล็ดวิชาส่วนสุดท้ายถูกเติมจนครบถ้วนแล้ว ก็รีบยัดใส่อกเสื้อ ล่ำลาอย่างรวดเร็วแล้ววิ่งหายวับไปราวกับกลัวซูหยุนจะเปลี่ยนใจเอาคืน...
ซูหยุนยืนนิ่งงันอยู่พักใหญ่ ก่อนจะได้สติ เขาลูบคางตัวเอง เอ่ยด้วยน้ำเสียงหดหู่ "ความน่าเชื่อถือของคุณชายซู... สงสัยจะป่นปี้หมดแล้วกระมัง?"
แต่พอนึกถึงของที่ได้มา เขาก็อารมณ์ดีขึ้นมาทันตา รีบจ้ำอ้าวกลับเข้าสำนักทันที...
...
ภายในห้องพักที่เงียบสงบ
ซูหยุนนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง หยิบ ผลจู ขึ้นมาลูกหนึ่ง เคี้ยวตุ้ยๆ เพียงสองสามคำก็กลืนลงท้อง เกลี้ยงเกลาในพริบตา จากนั้นก็หยิบลูกที่สอง ลูกที่สามตามเข้าไป เพียงชั่วอึดใจ ผลจูทั้งสามลูกก็ลงไปนอนสงบนิ่งในกระเพาะ...
หากใครมาเห็นภาพนี้เข้า คงต้องอ้าปากค้างจนกรามแทบหลุด แม้ผลจูจะไม่ใช่ผลไม้วิเศษล้ำค่าระดับตำนานในโลกบำเพ็ญเพียร แต่มันก็เป็ส่วนผสมสำคัญในการปรุงยาวิเศษหลายชนิด การกินสดๆ แบบนี้ นอกจากจะไม่ได้รับสรรพคุณเต็มที่แล้ว ยังเสียของไปโดยใช่เหตุ
ถ้าจูกังเลี่ยมาเห็นฉากนี้ คงได้อกแตกตาย พลางะโด่าว่าซูหยุนมันไอ้ตัวล้างผลาญ...
ทว่าซูหยุนย่อมรู้วิธีใช้ผลจูที่ถูกต้อง แต่ที่เขากล้ากินสดๆ ก็เพราะมีของดีเป็ที่พึ่ง เขาเพ่งจิตเข้าไปใน ทะเลความรู้
ภาพเงาของ โม่หิน ขนาดจิ๋วกำลังหมุนวนอย่างเชื่องช้า ดูดซับฤทธิ์ยาของผลจูที่เพิ่งกินเข้าไป แล้วบดขยี้กลั่นออกมาเป็เส้นสายพลังงานบริสุทธิ์ ไหลเวียนไปหล่อเลี้ยงทั่วร่างกาย...
เมื่อััได้ว่าพลังิญญาในร่างเพิ่มพูนขึ้นอีกขั้น แทนที่ซูหยุนจะดีใจ เขากลับทำหน้าเหมือนถูกมีดกรีดเนื้อ คำนวณตัวเลขในใจแล้วสบถออกมา
"แดก! แดกเข้าไป! ข้ายิ่งจนๆ อยู่ เ้ายังมีหน้ามาหักหัวคิวข้าอีกเรอะ?"
เ้าโม่หินนี้ปรากฏขึ้นในทะเลความรู้ของเขาหลังจากที่เขาบรรลุถึง ขั้นทะเลิญญา ทุกครั้งที่เขาบำเพ็ญเพียร พลังปราณฟ้าดินที่ดูดซับเข้ามาจะต้องถูกเ้าโม่หินนี่บดทับหนึ่งรอบเพื่อกำจัดสิ่งสกปรก เหลือไว้เพียงแก่นแท้บริสุทธิ์ส่งต่อให้เขา
แต่ความแปลกประหลาดของมันคือ ทุกครั้งมันจะ ‘ฮุบ’ พลังบริสุทธิ์นั้นไว้เองถึงหนึ่งในสาม! ที่เหลือถึงจะคายออกมาให้ซูหยุน
เขาฝูหนิวแห่งนี้พลังปราณก็เบาบางอยู่แล้ว กว่าจะดูดซับได้ก็ยากเย็นแสนเข็ญ ยังต้องมาโดนโม่หินขูดรีดไปอีก ซูหยุนจึงเหลือพลังไว้ใช้พัฒนาตัวเองเพียงน้อยนิด ทำให้ระดับการฝึกตนของเขาเชื่องช้าเป็เต่าคลาน
เขาบรรลุขั้นทะเลิญญามาสามปีแล้ว แต่จนป่านนี้ หนทางสู่ระดับต่อไปอย่าง ขั้นสร้างรากฐาน ก็ยังมองไม่เห็นฝั่งฝัน อย่าว่าแต่ระดับ ขั้นผลัดเปลี่ยนกายา ที่อยู่ถัดไปเลย…
______
เชิงอรรถ :
จูกังเลี่ย นี้เป็ชื่อเดียวกับชื่อเดิมของตัวละคร ตือโป๊ยก่าย ในวรรณกรรมจีนเื่ ไซอิ๋ว