ตอนที่ 51 มาช่วยแล้วนะ
ตอนที่ 51หลังจากนั่งรถมาหลายชั่วโมงในที่สุดดนัยก็เกือบจะเข้าเขตคันไซแล้วซึ่งมันเป็นเขตที่มีจังหวัดโอซาก้าตั้งอยู่นั่นเองและนี่ก็เป็นเวลาตีสองแล้วทำให้ดนัยเผลอหลับไปในรถแท็กซี่ทันใดนั้นเองมือถือของเขาก็มีสายเข้าทำให้เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาเขารีบหยิบมือถือออกมาดูก่อนจะเห็นว่าผู้โทรเข้าคือหมอยูมินั่นเอง“หมอยูมิเองเหรอครับมีอะไรหรือเปล่าครับ” ดนัยรีบรับพลางถามเธอหมอดนัยตอนนี้อยู่ไหนคะเสียงหมอยูมิถามว่าเขาอยู่ไหน“ตอนนี้เหรอครับเดี๋ยวนะผมขอดูก่อน” ดนัยพูดพลางมองออกไปนอกรถเพื่อดูว่าเขาอยู่ไหนแล้วและพอเขาได้เห็นป้ายข้างทางก็รีบตอบหมอยูมิกลับไป“กิฟุครับตอนนี้ผมอยู่กิฟุ !!” ดนัยตอบกิฟุไปทำอะไรที่นั่นกันคะเนี่ย !! เสียงหมอยูมิอุทานอย่างตกใจ“ก็ตามฮิคาริไงครับว่าแต่หมูยูมิเถอะเป็นไงบ้างตอนนี้หมอนากิสะเธอผ่าตัดเสร็จแล้วใช่มั้ยครับ” ดนัยถามบ้างใช่ค่ะฉันกำลังขับรถตามหมอนากิสะอยู่หมอยูมิตอบ“แล้วเป็นไงบ้างเธอกำลังมุ่งหน้าไปไหนครับ” ดนัยสงสัยว่าหมอนากิสะกำลังมุ่งหน้าไปไหนจากเส้นทางแล้วเธอกำลังมุ่งหน้ากลับบ้านค่ะแต่ฉันขอตามต่อให้แน่ใจก่อนเผื่อเธออาจจะหลอกเราได้หมอยูมิบอก“ครับเข้าใจแล้วหมอยูมิเองก็ระวังตัวด้วยนะครับถ้าผมได้เรื่องยังไงจะโทรไปบอก...อ๊ะแค่นี้ก่อนนะครับมีสายซ้อนเป็นสายของหมออิจิโนเสะ” ดนัยพูดกับหมอยูมิก่อนจะมีสายซ้อนเข้ามาเขารีบวางสายและรับสายหมออิจิโนเสะทันทีดนัยแย่แล้วล่ะเกิดเรื่องแล้วทันทีที่ดนัยรับสายก็ได้ยินเสียงที่กำลังตื่นตระหนกของหมออิจิโนเสะทันที“เกิดอะไรขึ้นครับหมออิจิโนเสะ” ดนัยรีบถามทันทีรถตู้น่ะสิมันหายไปแล้วหมออิจิโนเสะบอก“หายงั้นเหรอครับมันหายไปที่ไหนกัน” ดนัยอุทานออกมาหายไปตอนช่วงที่กำลังจะเข้าจังหวัดชิงะน่ะสิตอนแรกรถตู้เข้าไปในปั้มน้ำมันเพื่อเติมน้ำมันจากนั้นมันก็หายไประหว่างอยู่ในปั้มน้ำมันน่ะหมออิจิโนเสะอธิบายให้ดนัยฟัง“บ้าน่ารถตู้ทั้งคันมันจะหายไปเฉยๆแบบนี้ได้ยังไงครับ” ดนัยอุทานอย่างไม่อยากจะเชื่อนั่นสิเพื่อนฉันเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันหมออิจิโนเสะพูดตอนนั้นเองดนัยก็นึกถึงตอนที่เคยรับงานสมัยตอนเรียนอยู่ซึ่งก็คืองานแปลซับอนิเมะนั่นเองมันมีอนิเมะเรื่องหนึ่งซึ่งเป็นแนวสืบสวนสอบสวนมันมีตอนหนึ่งที่คนร้ายขับรถเข้าไปในอุโมงแล้วรถคันนั้นก็หายไป(ไรท์ : ดนัยเคยหารายได้พิเศษจากการรับทำซับอนิเมะนะครับอ้างอิงจากตอนที่ 1)หรือว่ามันจะใช้แผนเดียวกันกับในเรื่องนั้นดนัยคิดในใจ“หมออิจิโนเสะครับปั้มน้ำมันที่รถตู้นั้นแวะเข้าไปเป็นปั้มน้ำมันที่รถบรรทุกมักจะแวะเข้าไปใช้บริการใช่หรือเปล่าครับ” ดนัยลองถามอย่างสงสัยหือใช่แล้วล่ะปั้มนั้นเป็นปั้มน้ำมันที่ตั้งอยู่ถนนเส้นหลักซึ่งรถตู้ที่วิ่งกลางคืนมักจะแวะไปจอดที่นั่นเป็นจำนวนมากเพราะมันเป็นจุดพักรถแห่งหนึ่งน่ะหมออิจิโนเสะบอก“ถ้าอย่างนั้นมันจะเป็นไปได้หรือเปล่าครับที่พวกมันจะใช้แผนม้าไม้ !!” ดนัยลองบอกความคิดของเขาให้หมออิจิโนเสะฟังแผนม้าไม้อย่างนั้นเหรออย่าบอกนะว่าพวกมันใช้แผนขับรถตู้เข้าไปซ่อนในรถบรรทุกน่ะหมออิจิโนเสะพูดอย่างตกตะลึง“ครับผมคิดว่าน่าจะมีความเป็นไปได้มากที่สุดเพราะมันเป็นไปไม่ได้เลยที่รถตู้ทั้งคันจะหายไปได้ถ้ายังไงหมออิจิโนเสะช่วยเช็ครถบรรทุกที่ออกมาหลังจากช่วงเวลาที่รถตู้หายไปได้มั้ยครับ” ดนัยพูดขอให้หมออิจิโนเสะช่วยเช็คให้อืมจะรีบให้เพื่อนฉันเช็คให้เดี๋ยวนี้แหละขอเวลาห้านาทีเดี๋ยวจะติดต่อกลับไปนะหมออิจิโนเสะพูดก่อนจะรีบวางสายไป“เอาล่ะถ้าพวกมันเปลี่ยนไปใช้รถบรรทุกโดยขับรถตู้เข้าไปซ่อนอย่างที่คิดก็ดีเพราะรถบรรทุกในญี่ปุ่นขับความเร็วสูงสุดได้แค่หกสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงเท่านั้นแถมรถบรรทุกพวกนี้ยังเป็นแบบติดตั้งระบบ GPS ด้วยสิถ้าทำความเร็วเกินจะถูกตัดแต้มใบขับขี่และยิ่งเป็นกลางคืนแบบนี้แถมยังมีคนป่วยอยู่ในรถคงขับต่ำกว่าห้าสิบกิโลเมตรแน่นอน” ดนัยพูดออกมาเพราะรถบรรทุกกับรถแท็กซี่ที่ถือเป็นรถสารธารณะนั้นมีความเร็วต่างกันอยู่ราวๆสามสิบกิโลเมตรต่อชั่วโมงดังนั้นแล้วถ้าเป็นแบบนี้เขาจะร่นระยะเวลาที่ห่างกว่าครึ่งชั่วโมงให้เหลือน้อยลงได้และแล้วเวลาห้านาทีก็ผ่านไปหมออิจิโนเสะโทรกลับมาพร้อมบอกว่ามีรถบรรทุกสามคันที่ออกมาหลังจากรถตู้เข้าไปในปั้มรถบรรทุกพวกนั้นมุ่งหน้าเข้าเขตคันโซไม่เพียงเท่านั้นข้อมูลที่หมออิจิโนเสะบอกมายังทำให้ดนัยสับสนอีกด้วยนี่มันบ้าอะไรกันเนี่ยไม่ได้มุ่งหน้าไปที่โอซาแต่มุ่งหน้าลงใต้ไปจังหวัดมิเอะสองคันกับมุ่งหน้าไปจังหวัดเกียวโตงั้นเหรอแยกกันแบบนี้จะตามทางไหนดีล่ะแถมเราอีกสิบนาทีก็จะถึงทางแยกแล้วด้วยสิต้องรีบตัดสินใจว่าจะตามทางไหนไปดนัยคิดในใจระหว่างที่กำลังตัดสินใจอยู่นั่นเวลาก็ผ่านไปหลายนาทีจนเกือบจะถึงทางแยกอยู่แล้วในที่สุดดนัยก็ตัดสินใจตามรถบรรทุกที่มุ่งหน้าลงใต้สองคันนั่นไป“ลุงขอเปลี่ยนเส้นทางหน่อยนะครับมุ่งหน้าไปที่จังหวัดมิเอะที” ดนัยบอกกับคนขับรถแท็กซี่“คุณผู้โดยสารอยากเปลี่ยนเส้นทางงั้นเหรอครับ” คนขับรถแท็กซี่ถามอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ“ใช่ครับไปตามนั้นเลย” ดนัยพยักหน้ายืนยันก่อนจะโทรไปหาหมออิจิโนเสะ“หมออิจิโนเสะครับช่วยจับตาดูรถบรรทุกคันที่มุ่งหน้าไปทางจังหวัดเกียวโตให้หน่อยนะครับส่วนทางนี้ผมจะตามสองคันที่ลงใต้ไปจังหวัดมิเอะเอง” ดนับบอกกับหมออิจิโนเสะก่อนจะวางสายไปใช่แล้วดนัยเลือกที่จะตามรถบรรทุกสองคันไปเพราะให้ทางหมออิจิโนเสะใช้ดาวเทียมตามดูรถบรรทุกที่มุงหน้าไปคันเดียวนั่นจะสะดวกกว่านั่นเองอีกด้านหนึ่งนี่เราหยุดแล้วงั้นเหรอก่อนหน้านี้ราวครึ่งชั่วโมงได้รถเราหยุดน่าจะแวะปั้มน้ำมันเพราะได้กลิ่นน้ำมันอยู่แล้วก็ได้ยินเสียงเหมือนกับเครื่องยนต์รถบรรทุกด้วยฮิคาริคิดในใจตอนนี้เธอเข้าใจว่ารถเธอได้หยุดลงแล้วเพราะมันไม่ขยับแล้วและเสียงเครื่องยนต์ของรถตู้เองก้เงียบลงไปแล้วด้วยแต่ว่ามันแปลกแฮะทำไมยังรู้สึกว่ารถมันโคลงไปโคลงมาอยู่เลยเหมือนกับวิ่งอยู่แถมเราเองก็ไม่ได้เสียงพวกคนที่ลักพาตัวเรามาคุยกันมาสักพักแล้วด้วยเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ยฮิคาริคิดว่ามันค่อนข้างแปลกในที่สุดเธอก็ตัดสินใจค่อยๆแอบลืมตาขึ้นมาและทันทีที่เธอลืมตาภาพแรกที่เธอเห็นก็คือความมืดกับแสงของเครื่องจับสัญญาณชีพจรของเธอและหลังจากลืมตาขึ้นมาแล้วนั้นเธอก็รอให้สายตาพยายามปรับสภาพเข้ากับความมืดไม่นานเธอก็เริ่มเห็นทุกอย่างชัดขึ้นไม่มีใครเลยงั้นเหรอหายไปไหนกันแม้กระทั่งคนขับก็ไม่มีที่สำคัญทำไมมันมืดขนาดนี้ถ้ารถจอดแล้วน่าจะมีแสงสว่างลอดเข้ามาบ้างสิฮิคาริคิดในใจฮิคาริยังพยายามจะขยับแขนหรือพยายามจะยกหัวขึ้นมาแต่นั่นเป็นเรื่องที่ยากเกินไปสำหรับเธอในตอนนี้เพราะว่ากล้ามเนื้อของเธอในตอนนี้นั้นไม่มีแรงเลยเนื่องจากไม่ได้ขยับร่างกายมานานนับปีตอนนั้นเองจู่ๆก็เกิดเสียงเบรกอย่างแรงเอี๊ยด !! ฟืด !! เสียงเบรกอันเป็นเอกลักษณ์ของรถขนาดใหญ่ซึ่งมันก็คือเสียงเบรคของไฮโดรลิคนั่นเองเสียงนี้ทำให้ฮิคาริได้รู้สถานการณ์ในปัจจุบันนี่เราอยู่ในรถบรรทุกงั้นเหรอถึงว่าทำไมมันมืดขนาดนี้ที่แท้คนที่ลักพาตัวเรามาก็ขับรถเข้ามาจอดในรถบรรทุกนี่เองระวังตัวกันขนาดนี้เชียวหรือนี่แล้วนี่เกิดอะไรขึ้นทำไมรถถึงหยุดล่ะฮิคาริคิดในใจทันใดนั้นเองเธอก็ได้ยินเสียงตะโกนโหวกเหวกโวยวายมาจากด้านนอกเฮ้ย !! ปัง !! โคร่ม !! ตึง !! เสียงโหวกเหวกนั่นค่อนข้างดังเกิดอะไรขึ้นเสียงเหมือนมีการต่อสู้กันเลยอุบัติเหตงั้นเหรอหรือว่ามีคนมาช่วยเรากันนะฮิคาริพยายามคิดว่ามันเกิดอะไรขึ้นไม่นานเสียงโครมครามด้านนอกก็เงียบไปก่อนจะมีเสียงประตูรถบรรทุกถูกเปิดออกแอ๊ด !! ปัง !! เสียงประตูถึงเปิดออกก่อนจะกระแทกเข้าที่ข้างตัวรถเสียงดังฮิคาริที่อยู่ในรถตู้ตื่นตกใจทันทีใครกันจะเป็นคนที่มาช่วยเราหรือเป็นพวกที่ลักพาตัวเรากันแน่ฮิคาริคิดตอนนั้นแสงจากนอกรถก็ส่องลอดเข้ามาจนทำให้ฮิคาริพอจะมองเห็นสภาพตัวเองบ้างเธอเห็นว่ามีสายน้ำเกลือถูกปักอยู่ที่แขนของเธอ“อึก !!” ด้วยสัญชาตญาณเอาตัวรอดฮิคาริพยายามยกมืออีกข้างขึ้นมาเพื่อดึงสายน้ำเกลือออกจากแขนของเธอไม่ยอมฉันไม่ยอมนอนเฉยๆแบบนี้หรอกอย่างน้อยก็ต้องใช้เข็มน้ำเกลือนี่เป็นอาวุธป้องกันตัวเองนี่คือสิ่งที่ฮิคาริคิดอยู่ในตอนนี้แขนที่ไม่ได้ขยับมานานของเธอค่อยๆถูกยกขึ้นมาอย่างยากลำบากแต่ความพยายามของเธอนั้นมีมากเธอยกแขนขึ้นมาจับสายน้ำเกลือได้ในที่สุดเธอพยายามออกแรงดึงสายน้ำเกลือออกมาจากแขนของเธอกึด !! สายน้ำเกลือค่อยๆถูกดึงออกมาอย่างช้าๆทีละเซนมันเป็นความพยายามอย่างมากของฮิคาริแต่ทว่ามันช้าเกินไปแกร๊ก !! ครืด !! เสียงประตูรถตู้ถูกเปิดออกก่อนจะมีแสงจากไฟฉายที่น่าจะเป็นไฟฉายจากมือถือฉายเข้ามาพวกคนร้ายลักพาตัวงั้นเหรอ !! ฮิคาริที่มองเห็นภาพเงาของคนที่มามันมีสองคนแต่เนื่องจากแสงจากไฟฉายมันส่องมาทางเธอทำให้เธอไม่เห็นหน้าคนร้ายลักพาตัวหนึ่งในคนร้ายที่ซึ่งเป็นคนถือไฟฉายที่ถูกเปิดจากมือถือเดินเข้ามาหาเธอที่อยู่ในรถตู้หมับ !! คนร้ายคนนั้นยื่นมือมาคว้าหมับเข้าที่มือของฮิคาริที่กำลังพยายามดึงเข็มสายน้ำเกลือออกมาแย่แล้วสิเราทำให้มันรู้เสียแล้วว่าเราตื่นขึ้นมาแล้วเรามาได้เท่านี้งั้นเหรอฮิคาริคิดในใจเธอค่อยๆหลับตาลงปลงกับชีวิตแต่ทว่าก่อนที่เธอจะได้คิดอะไรไปมากกว่านั้นเสียงที่เธอคิดว่าเป็นคนร้ายก็พูดขึ้นมาเสียก่อนซึ่งมัน“ยัยบ้าเอ้ยตื่นได้ซักทีนะ...แต่ตื่นมาก็จะดึงสายน้ำเกลือทิ้งเลยงั้นเหรอคิดบ้าอะไรของเธอเนี่ย !!”ฮิคาริลืมตาขึ้นมาอีกครั้งด้วยความตกใจเพราะคนที่คิดว่าเป็นคนร้ายนั้นกลับไม่ใช่“ดะ...ดะ...ดะ...ดะ...นัย” ฮิคาริพยายามเค้นเสียงพูดออกมาอย่างช้าๆก่อนจะมีน้ำตาหยดเล็กๆปรากฎขึ้นที่หางตาของเธอ“อืมฉันเองมาช่วยแล้วนะ” ดนัยที่เห็นว่าฮิคาริยังจำเขาได้ก็ยิ้มออกมาจบ...